Archive for กุมภาพันธ์, 2015

C-150228039087

คอลัมน์ แม่ทองต่อพ่อประหยัด: กล่องไฟคุ้มบ้าน(3)

อย่างที่บอกไป กล่องควบคุมไฟฟ้าผลงานของ ผศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนราชมงคลธัญบุรี…ไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วยตัดไฟฟ้า กรณีไฟเกินและไฟรั่วได้ดีกว่าเบรกเกอร์ทั่วไป

เพราะถ้าช่วยตัดไฟได้แค่นี้ ไม่สมกับคำว่า กล่องควบคุมไฟฟ้าเครื่องแรกของโลก เอาซะเลย

ประโยชน์อย่างอื่นที่เบรกเกอร์ทั่วไปทำไม่ได้ ไม่ตัดไฟ ไฟไหม้บ้าน…รู้จักไหม ไฟอาร์ค

เคยเจอปลั๊กหลวมไหม ที่เวลาเราเสียบปลั๊กลงไปแล้ว เกิดประกายไฟ สีฟ้าอมเขียวแว้บ ๆ บางทีจะได้ยินเสียงแป๊ป ๆ ดังขึ้นในปลั๊ก ในสวิตช์…เมื่อเอามือไปสัมผัสสวิตช์ ปลั๊ก แล้วรู้สึกร้อนผิดปกติ

นี่แหละอาการที่เรียกว่า ไฟอาร์ค แต่เป็นแบบที่เราสามารถพบและสังเกตเห็นได้ง่าย…ยังมีไฟอาร์คอีกชนิดที่เรามองไม่ค่อยเห็น เพราะมันซ่อนอยู่บนฝ้าเพดาน

สายไฟฟ้าห้อยระโยงระยางบนฝ้าเพดาน มีการพับหักอยู่ภายในไฟฟ้าเดินได้ไม่สะดวก ไฟอาร์คก็เกิดขึ้นได้ หรือกรณีบ้านมีเจ้าคุณหนูวิ่งซนไปมาบาฝ้าเพดาน เกิดไปกัดแทะฉนวนหุ้มสายไฟจนลวดทองแดงโผล่ออกมาเปลือยล่อนจ้อนทั้งสองเส้น แต่ไม่สัมผัสกันถึงขั้นทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร สองเส้นห่างกันแบบฉิวเฉียด ไฟอาร์คก็เกิดขึ้นมาได้

เกิดมาแล้วเบรกเกอร์ที่ใช้กันทั่วไปและทั่วโลก จะไม่ตัดไฟฟ้าให้เราหรอกค่ะ

เพราะมันเป็นกรณีของการใช้ไฟฟ้าแบบปกติ มีไฟฟ้าวิ่งเข้าออกบ้านถูกต้องครบถ้วน ไม่ได้วิ่งเข้ามามากออกน้อย หรือวิ่งมาแล้วเกิดช็อตเกิดรั่วแต่อย่างใด แถมไม่มีการใช้ไฟเกินอีกต่างหาก มันเป็นแค่อาการของไฟฟ้าเดินไปมาตามสายได้ไม่สะดวกเท่านั้นเอง เบรกเกอร์ทั่วไปจึงทำงานแบบปล่อยเลยตามเลย

เมื่อไม่ตัดไฟฟ้า แต่ไฟอาร์คเกิดแต่ละทีมีความร้อน…เมื่ออาร์คถี่ อาร์คบ่อย ความร้อนสะสมลุกเป็นไฟ และจะขยายตัวเป็นไฟไหม้บ้าน

ต่างกับ กล่องควบคุมไฟฟ้าเครื่องแรกของโลก by ดร.กฤษณ์ชนม์ เจอไฟอาร์คแบบจะทำงานตัดไฟฟ้าให้เราสบายใจ ไม่ต้องห่วงไฟไหม้บ้าน… แต่สรรพคุณแค่นี้ก็ยังจิ๊บ ๆ ยังมีผลงานให้นำมาเล่าเพื่อให้คนไทยได้ชื่นชมอีกหลายตอน. More >

Binder1_Page_1

คอลัมน์ เลาะรั้วมหาวิทยาลัย

…ผ้ารองจับแก้วสร้างรายได้ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาออกแบบแฟชั่นและศิลปะสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี หารายได้ระหว่างเรียนประดิษฐ์ “ผ้ารองจับแก้ว” จำหน่ายหารายได้ระหว่างเรียนและเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ตัวแทนเจ้าของไอเดีย “ลูกไม้” ณัฏฐ์นรี ศีละวงษ์เสรี เล่าว่า แก้วเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ใส่อาหารเพื่อรับประทาน เช่น ใส่น้ำ หรือปัจจุบันกาแฟสด จึงประดิษฐ์ผ้ารองจับแก้วขึ้นมา เพื่อป้องกันความร้อนหรือความเย็น และเพิ่มลวดลายตกแต่งด้วยวัสดุอุปกรณ์ให้ดูสวยงามและเก๋ไก๋ มีลวดลายไม่เหมือนใคร เพิ่มมูลค่าให้ผ้า ขนาด 8×4 นิ้ว ผืนละ 49 บาท หรือลูกค้าท่านใดต้องการขนาดไหน หรือลวดลายไหน รับสั่งทำตั้งแต่ 15 ผืนขึ้นไป สอบถามได้ที่น้องลูกไม้ โทร.09-3938-5371 More >

Binder1_Page_3

ภาพข่าว: เรียงคนมาเป็นข่าว: บุคคลตัวอย่างแห่งปี

ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี มอบรางวัล “บุคคลตัวอย่างแห่งปี” ประจำปี 2557 สาขาการบริหารการศึกษาและพัฒนาองค์กร แก่ รศ.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ More >

C-150227039149

คอลัมน์ ข่าวสั้นทันโลก: ประกวดภาพศิลป์

ที่มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 25 ก.พ. สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยกระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมประกวดผลงานในโครงการเยาวชนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยครั้งที่ 6 รอบชิงชนะเลิศ มีนักศึกษาสายศิลปะจากทั่วประเทศส่งภาพเข้าร่วมประกวดมากกว่า 300 คน และถูกคัดเลือกเหลือ 10 คน เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปดูงานพิพิธภัณฑ์การสร้างสรรค์งานศิลปะพร้อมจัดแสดงผลงานศิลปะ ณ นครลอสแอนเจลิสสหรัฐอเมริกา ผลปรากฎว่าผู้ได้รับการคัดเลือกมีดังนี้ 1.นายชัชรินทร์ เชื้อคำเพ็ง มทร.ธัญบุรี 2.นายกฎสรวง เอียงอุบล มทร.รัตนโกสินทร์ 3.นส.รัตนา สุจริต มทร.รัตนโกสินทร์ 4.นายณรงค์ฤทธิ์ กาลจิตร์ ม.ศิลปากร 5.น.ส.สิตา อินใหญ่ ม.ศิลปากร 6.นายสิทธิพนธ์ เลาะไชยสงค์ ม.ศิลปากร 7.น.ส.จรัสพร ชุมศรี ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 8.นายศิลป์สวัสดิ์ จันต๊ะไพสน มทร.ล้านนา 9.นายภัทรวิทย์ บุญพรม ม.มหาสารคาม และ 10น.ส.กูซอปียะฮ์ นิบือซา ม.สงขลานครินทร์ ซึ่งภาพล้อเลียนการเมืองของนายภัทรวิทย์ บุญพรหม ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมมากที่สุด More >

Binder1_Page_4

คอลัมน์ ด้วยสมองและสองมือ: ‘รถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลัง’ลดแรงงาน-ต้นทุน

นักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมเกษตรคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี สร้างผลงานชิ้นใหญ่ “รถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลัง”เพื่อเป็นเครื่องทุ่นแรงงานคน ลดเวลาและขั้นตอนในการตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลัง

โดยโครงสร้างรถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลัง (แบบวางราย) ประกอบด้วยโครงชุดตัด สายพานลำเลียงส่วนด้านบน-ด้านล่าง และสายพานลำเลียงด้านหลัง, ชุดใบตัดล่าง-ใบตัดบน ใช้ตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลัง ที่โคนต้นและยอดของต้น, มอเตอร์ไฮดรอลิก และระบบส่งกำลัง (ใช้เพลาPTOเป็นตัวส่งกำลัง) ซึ่งเมื่อประกอบขึ้นเป็นรถต้นแบบ สนนราคาจะตกประมาณ5.6 แสนบาท

ทั้งนี้ศักยภาพในการทดลองใช้งานเบื้องต้นทำได้ 1 ไร่ต่อ 1 ชั่วโมง ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 7 ลิตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ในการทดลองใช้งานนั้นพบปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับการจัดวางต้นมันสำปะหลังที่ตัดแล้ว ยังไม่เป็นระเบียบนัก จึงต้องปรับปรุงโดยการติดตั้ง”วาล์วควบคุมอัตราการไหลของไฮดรอลิก”จะควบคุมระบบวางรายต้นพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้น More >

Binder1_Page_2

วิศวกรรมเกษตรธัญบุรี สร้างรถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลังแบบวางรายต้นแบบ

เพื่อให้เป็นเครื่องทุ่นแรง สามารถใช้ทดแทนแรงงานคน ลดเวลาและขั้นตอนในการตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลัง 4 หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประกอบด้วย “ต้น” นายจักรพันธุ์ เพ็ชรกลม “บอล” นายอนุวัฒ เจริญสุข “เบียร์” นายคณิศร แก้วใส และ “เก็ต” นายวุฒิชัย ชาวสวน โดยมี ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ เป็นที่ปรึกษา

บอล ตัวแทนผลงาน เล่าว่า โครงสร้างรถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลังแบบวางรายต้นแบบประกอบด้วย 1.โครงชุดตัด ใช้สำหรับติดตั้งชุดใบตัดและชุดลำเลียงเข้าและลำเลียงออก ใช้เหล็กกล่องขนาด 23 x 28 หนา 1.5 มม. ขนาดหน้าตัด 1 นิ้ว คูณ 2 นิ้ว 2.สายพานลำเลียงส่วนด้านบน-ด้านล่างและสายพานลำเลียงด้านหลัง ใช้เป็นสายพานแบน ทำหน้าที่รวบต้นมันเข้าไปหาใบตัดล่างและใบตัดบนเพื่อตัดโคนต้นและยอดของต้นมันสำปะหลังและเคลื่อนที่ไปยังด้านหลัง เพื่อเข้าสู่กระบวนการลำเลียงออกด้านข้างเพื่อวางราย ออกแบบระบบลำเลียงเข้าทั้ง 2 ข้างให้มีระยะห่าง 72 ซม. และส่วนของลำเลียงออกด้านข้างให้เอียง 73 องศา เพื่อให้รองรับต้นมันที่ถูกตัดแล้ว ออกแบบโดยใช้เหล็กเพลาขนาด ๘25.4×1080 โดยที่ปลายเพลาทั้ง 2 ด้านจะมีตุ๊กตาขนาด 1 นิ้วรองรับ โดยจะมีเฟืองโซ่ติดอยู่ที่ด้านบนของเพลาและใช้มอเตอร์ไฮดรอลิกเป็นตัวขับเคลื่อนสายพาน เพื่อให้เพลาเคลื่อนที่ในระบบลำเลียงเข้าและลำเลียงออกวางราย

3.ชุดใบตัดล่าง-ใบตัดบนทำหน้าที่ตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่โคนต้นและยอดของต้นพันธุ์มันสำปะหลัง ใบตัดที่ใช้จะเป็นใบเลื่อยวงเดือน ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 ซม. จำนวนฟัน 30 ฟัน โดยจะแบ่งเป็นใบตัดล่าง 1 ใบและใบตัดบน 1 ใบ โดยจะออกแบบให้ใบตัดด้านล่างล้ำหน้าจากใบตัดบน เพื่อให้เกิดการตัดส่วนของลำต้นก่อนที่จะเข้าไปสู่กระบวนการตัดยอดต้น สาเหตุที่ใช้ใบเลื่อยวงเดือนเพราะว่าในการตัดต้นมันโดยใช้ใบเลื่อยวงเดือน ต้นมันที่ถูกตัดจะมีรอยเรียบและเปอร์เซ็นต์การแตกหักน้อย 4. มอเตอร์ไฮดรอลิกทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนใบตัดล่าง-ใบตัดบน สายพานลำเลียงเข้าและสายพานลำเลียงออกโดยที่ด้านล่างของมอเตอร์ไฮดรอลิกจะต่อเข้ากับพู่เล่ย์ขนาด 3 นิ้ว และสายพานร่อง A เพื่อเป็นตัวขับสายพานเพื่อให้ใบตัดหมุน โดยที่ความเร็วของใบตัดจะขึ้นอยู่กับความเร็วรอบของเครื่องยนต์

5.ระบบส่งกำลัง (ใช้เพลา PTO เป็นตัวส่งกำลัง) ทำหน้าที่เป็นต้นกำลังในการขับเคลื่อนให้ปั๊มไฮดรอลิกหมุน เพื่อส่ง Pressure ไปยังชุดตัดและกระบอกไฮดรอลิก หลังจากนั้นน้ำมันไฮดรอลิกจะไหลเข้าไปที่มอเตอร์ไฮดรอลิก เพื่อขับให้ใบตัดล่าง-ใบตัดบน ชุดลำเลียงเข้าและลำเลียงออกให้ทำงาน โดยที่ความเร็วในการหมุนจะขึ้นอยู่กับแรงดันของน้ำมันไฮดรอลิกและความเร็วรอบของ PTO

หลักการทำงานของรถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลังแบบวางรายต้นแบบ เริ่มจากตัวรถแทรกเตอร์ KUBOTA L3608 ขนาด 36 แรงม้า ส่งถ่ายกำลังด้วยระบบไฮดรอลิก มายังกระบอกยกชุดตัดและในส่วนของชุดตัดทั้งหมด โดยที่ส่วนหน้าสุดของชุดตัดจะเป็นชุดรวบต้นมันสำปะหลัง ส่งเข้ามาหาชุดตัดล่างและชุดตัดบน ซึ่งชุดใบตัดล่างจะติดตั้งให้อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 20 เซนติเมตร และชุดตัดบนจะอยู่สูงขึ้นไปจากใบตัดล่าง 140 เซนติเมตร ระบบผลักออกจะคอยรับต้นพันธุ์มันสำปะหลังเพื่อวางราย

โดยตนและเพื่อนได้ทำการทดสอบรถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลังแบบวางรายที่ความเร็วรอบเครื่องยนต์ 3 ระดับ คือที่ความเร็วรอบ 1,500 2,000 และ 2,500 รอบต่อนาทีตามลำดับ จากผลการทดสอบพบว่าการใช้ความเร็วรอบที่ดีที่สุดที่ความเร็วรอบ 2,500 รอบต่อนาที สามารถทำงานได้ดีที่สุด โดยมีความสามารถในการทำงาน 1 ไร่ต่อชั่วโมง เปอร์เซ็นต์ความเสียหาย 22 เปอร์เซ็นต์ และการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ 7 ลิตรต่อชั่วโมง ระหว่างที่ทำการทดสอบยังพบว่ารถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลังแบบวางรายยังมีข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข “ต้นมันที่ออกมานั้นวางไม่เป็นระเบียบ” จึงจะนำมาปรับปรุงโดยการติดตั้ง “วาล์วควบคุมอัตราการไหลของไฮดรอลิก” เพราะเครื่องไม่มีวาล์วควบคุมอัตราการไหลของไฮดรอลิก จึงทำให้การทำงานของเครื่องไม่เต็มประสิทธิภาพจึงทำให้ระบบวางรายนั้นทำงานเร็วเกินไป ควรที่จะมีวาล์วควบคุมอัตราการไหลของไฮดรอลิก เพื่อที่จะได้จำกัดความเร็วของมอเตอร์ได้ เพราะจะทำให้การวางรายได้ผลดีขึ้น ทั้งนี้รถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลังแบบวางรายเป็นเพียงรถต้นแบบ ราคาประมาณ 560,000 บาท เกษตรกรชาวมันสำปะหลังท่านใดสนใจตนเองยินดีให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.09-3013-7113 -08-95-8027 More >

Binder1_Page_1

มทร.ธัญบุรีรับตรง นักศึกษา ป.ตรีกว่าสามพัน

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรีเปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาตรีประจำปีการศึกษา 2558 ประเภทรับตรง โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 โดยจะเปิดรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ทั้งหมดทั้ง 10 คณะ และ 1 วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยจำนวน 3,675 คน แบ่งเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์จำนวน 705 คน คณะบริหารธุรกิจ 1,025 คน คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 650 คน คณะศิลปกรรมศาสตร์ 280 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตร 230 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 190 คน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 180 คน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ 145 คน คณะศิลปศาสตร์ 130 คน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 85 คน และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย 55 คน ซึ่งทุกระดับจะสอบในวันที่ 14-15 มีนาคม 2558 ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.info.rmutt.ac.th และ www.rmutt.ac.th หรือสอบถามข้อมูล โทร.0-2549-3613-15

“หลักสูตรการศึกษาของ มทร.ธัญบุรีเป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความคาดหวังว่าบัณฑิตที่จบแล้วต้องพร้อมทำงานได้ทันทีอย่างมืออาชีพ มีทักษะทางสังคมที่หลายด้าน และมีความพร้อมทางด้านทักษะภาษาต่างประเทศ ขณะนี้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยหลายคนมีโอกาสได้ไปทำงานในต่างประเทศ เป็นการทำสหกิจศึกษา นอกจากนี้ จุดเด่นมีประการของ มทร.ธัญบุรีคือการที่อาจารย์และนักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วมกับภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์และงานวิจัย โดยคิดและพัฒนาจากโจทย์หรือปัญหาของอุตสาหกรรม แล้วส่งคืนให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ เพื่อให้เห็นและเรียนรู้จริงจากโลกการทำงานระหว่างที่กำลังศึกษา เพื่อสั่งสมและสร้างความเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว More >

Binder1_Page_1

แฟชั่น ดีไซน์คอนเทสต์ 2015 เข้มข้น

นับเป็นอีกหนึ่งเวทีการประกวดดีไซน์คอนเทสต์ ที่มีคนรุ่นใหม่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักออกแบบอิสระ และผู้สนใจทั่วไป ให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากถึง 232 ชิ้นงาน กับเวทีการประกวด “ฮอนด้าแอลพีจีเอ ไทย แฟชั่น ดีไซน์คอนเทสต์ 2015″ ซึ่งจัดโดย สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ร่วมกับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลยิ่งขึ้น และเพื่อสร้างสีสันให้กับการแข่งขันกอลฟ์สตรีระดับโลก ฮอนด้า แอลพีจีเอไทยแลนด์ 2015 ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2558 ที่สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส

ในปีนี้ การประกวดดีไซน์คอนเทสต์ มีแนวคิดการออกแบบ “Smart & Elegant Look” ที่สามารถสวมใส่ได้จริง การประกวดได้ดำเนินการคัดเลือกอย่างเข้มข้นมาจนถึงรอบ 10 คนสุดท้าย ซึ่งผู้ผ่านเข้ารอบทุกคนจะได้รับเงินจำนวน 40,000 บาท เพื่อเป็นทุนในการตัดเย็บให้เป็นชุดจริง เพื่อให้คณะกรรมการได้พิจารณา และทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ พร้อมนำชุดกลับไปปรับปรุงพัฒนา เพื่อประกวดรอบตัดสินและโชว์ผลงานสู่สายตานักกอล์ฟระดับโลกในงาน Charity Night

นายธีรโรจน์ มีแป้น นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เจ้าของผลงาน “THAISAKE” กล่าวถึงความรู้สึกต่อการประกวดว่า “ผมเรียนเอกแฟชั่น และพอทราบข่าวการประกวดจากทางทีวี รู้สึกสนใจ จึงส่งผลงานสมัครเข้าประกวด สำหรับการเรียนออกแบบมันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องไปลองสนามเยอะๆ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และคำสอนจากกูรูแฟชั่น นำไปพัฒนาความสามารถของตัวเอง ผมว่าเวทีนี้เป็นเวทีที่ท้าทายความสามารถทีเดียว ค่อนข้างเปิดกว้างทางความคิดในการออกแบบ และเราได้นำแบบชุดที่คิดขึ้นมาไปตัดเป็นชุดที่สวมใส่ได้จริง ที่สำคัญต้องออกแบบชุดที่ส่งเสริมความเป็นไทย และเราก็เป็นคนไทย จึงเป็นแรงผลักดันให้ทำออกมาให้ดีที่สุด”

นับเป็นกิจกรรมที่ดี นอกจากส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้ยิ่งใหญ่สู่ระดับสากล ยังเป็นเวทีที่ส่งเสริมศักยภาพในการออกแบบของคนไทย โดยเฉพาะคนไทยรุ่นใหม่ และอย่าลืมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าประกวดทั้ง 10 คน ที่กำลังจะก้าวสู่รอบตัดสินในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ More >

วิศวกรรมเกษตรธัญบุรี สร้างรถตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลังแบบวางรายต้นแบบ

เพื่อให้เป็นเครื่องทุ่นแรง สามารถใช้ทดแทนแรงงานคน ลดเวลาและขั้นตอนในการตัดต้นพันธุ์มันสำปะหลัง 4 หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประกอบด้วย “ต้น” นายจักรพันธุ์ เพ็ชรกลม “บอล” นายอนุวัฒ เจริญสุข “เบียร” นายคณิศร แก้วใส และ “เก็ต” นายวุฒิชัย ชาวสวน โดยมีดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ เป็นที่ปรึกษา More >

04

มทร.ธัญบุรี รับตรง ปริญญาตรี กว่า 3 พันคนเน้นศักยภาพการศึกษา พัฒนาการเรียนการสอนสู่นักปฏิบัติมืออาชีพ

การจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นการปฏิบัติ พร้อมด้วยคุณภาพทางวิชาการ นับตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนจากอาจารย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีผลงานวิจัยนวัตกรรมที่โดดเด่น ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมสถานประกอบการและชุมชน เพื่อเป้าหมายสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ “บัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ” ซึ่งเป็นผลอันน่าประจักษ์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียนและผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าศึกษาต่อ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เผยว่าขณะนี้ มทร.ธัญบุรี กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาตรีประจำปีการศึกษา 2558 ประเภทรับตรง โดยเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นการรับผ่านทางเว็บไซต์ คาดว่าจนกว่าจะปิดรับสมัครจะมีผู้สมัครสอบไม่น้อยกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยเปิดรับสมัครทั้งหมด 10 คณะ และ 1 วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย จำนวนทั้งสิ้น3,675 คน โดยมีรายละเอียดการรับดังนี้

คณะวิศวกรรมศาสตร์จำนวน 705 คน คณะบริหารธุรกิจ 1,025 คน คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน650 คน คณะศิลปกรรมศาสตร์ 280 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตร 230 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 190 คน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 180 คน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ 145 คน คณะศิลปศาสตร์ 130 คน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 85 คนและวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย 55 คน

รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวถึงหลักสูตรการศึกษาของมทร.ธัญบุรี ว่า เป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความคาดหวังว่าบัณฑิตที่จบแล้วต้องพร้อมทำงานได้ทันทีอย่างมืออาชีพ มีทักษะทางสังคมที่หลายด้าน และมีความพร้อมทางด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เพื่อให้สามารถทำงานได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากวิธีการต่างๆ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องแล้วมทร.ธัญบุรี ยังให้ความสำคัญต่อการจัดการศึกษาแบบCDIO (CDIO-Based Education Framework) เพราะเป็นกรอบแนวคิดที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศในการให้ความรู้การเตรียมความชำนาญ พร้อมด้วยทัศนคติและเจตคติแก่ผู้เรียนทั้งยังตอบโจทย์ผู้บริหารการศึกษาและผู้สอนในการสร้างบัณฑิตให้มีคุณสมบัติตามที่สถานประกอบการต้องการ คือเน้นทักษะด้านการสื่อสาร การคิด และการทำงานเป็นทีมเพื่อผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพที่จบแล้ว ทำงานในภาครัฐและเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลอันสอดคล้องกับแผนพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และเปิดสอนนำร่องไปแล้วในหลายสาขา เช่น วิศวกรรมศาสตร์ และปีนี้จะขยายไปที่หลักสูตรการแพทย์แผนไทยและเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน

“ตอนนี้บัณฑิตหลายคนออกไปทำงานในต่างประเทศแล้ว เป็นการทำสหกิจศึกษา ซึ่ง มทร.ธัญบุรี ได้ตั้งกองทุนพัฒนานักศึกษา เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาไปทำกิจกรรม หรือฝึกประสบการณ์ในต่างประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยกองทุนนี้มาจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย และตั้งเป้าส่งนักศึกษาฝึกงานในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 500 คน นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษาให้เปล่าจากการช่วยเหลือของศิษย์เก่าและภาคเอกชน ล่าสุดที่ทำไปเกี่ยวกับหาเงินทุนเพิ่มเติม คือการจัดโครงการทอดผ้าป่าทุนการศึกษา เพื่อเป็นทุนสำหรับนักศึกษาที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์”

“ความน่าสนใจของ มทร.ธัญบุรี อีกด้านหนึ่งคือมหาวิทยาลัยมีความใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นทำให้อาจารย์และนักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วมกับภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และงานวิจัย ซึ่งเป็นโจทย์หรือปัญหาจริงของอุตสาหกรรม แล้วมอบคืนให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ เพื่อให้เห็นและเรียนรู้จริงจากโลกการทำงานระหว่างที่กำลังศึกษาสั่งสมและสร้างความเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ”

อธิการบดี กล่าวต่อว่า ทุกระดับจะสอบในวันที่ 14 – 15 มีนาคม 2558 ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครผ่านทางเว็บไซต์www.info.rmutt.ac.th และ www.rmutt.ac.th หรือสอบถามข้อมูลโทร. 0-2549-3613-15

พิมพ์เขียวที่ชัดเจนและมีความสำคัญต่อแวดวงการศึกษาไทย ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีแห่งนี้ จะเสริมบัณฑิตให้มีความแข็งแกร่ง และสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพให้พร้อมสู่โลกการทำงานจริง

More >

01

ฝึกอาชีพผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรต่อยอดภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย

โครงการ 60 หมู่บ้าน ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ลงพื้นที่ชุมชนตำบลบ่อเงิน โรงเรียนสุนทโรเมตตาประชาสรรค์และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อเงิน อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ถ่ายทอดภูมิปัญญาศาสตร์สมุนไพรไทย โดยมีนางสาวยามีละ ดอแม นางจุฑาภรณ์ สังข์ขวัญ และนายนิธิพันธ์ บุญเพิ่ม ผู้รับผิดชอบโครงการ และนายไฉน น้อยแสง เป็นที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งภายในโครงการมีการฝึกอบรมการสร้างธุรกิจบริการด้านสุขภาพและความงามให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ได้แก่ การทำครีมมะขามสูตร AHA ยาดมส้มโอมือ การทำลูกประคบหน้าใส และการทำน้ำไพล เพื่อสร้างอาชีพและเพิ่มมูลค่าสมุนไพรให้กับชุมชน

นางจุฑารัตน์ สังข์ขวัญ หัวหน้าบัวสปา วิทยาลัยแพทย์แผนไทย อาจารย์ประจำสาขาวิชาสุขภาพความงามและสปา เล่าว่า มะขามเป็นสิ่งที่มีทุกครัวเรือน สมัยก่อนนำมะขามมาขัดผิว สามารถขจัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส เพราะว่ามีวิตามินซีสูง สำหรับครีมมะขามสูตร AHA นำมาอบรมครั้งนี้เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน เนื่องจากเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย โดยชุมชนดังกล่าวยังเป็นชุมชนที่มีรายได้น้อย ทางโรงเรียนหารายได้ให้กับนักเรียน เป็นการสร้างรายได้สนับสนุนการศึกษาและผู้ปกครอง ทางด้านตัวแทนทั้ง 7 หมู่บ้านอาสาสมัครโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อเงิน สามาถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดบอกต่อกับสมาชิกในกลุ่ม ไปสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป

นางสาวยามีละ ดอแม อาจารย์ประจำสาขาวิชาสุขภาพความงามและสปา เล่าว่า สมุนไพรเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย และลูกประคบหน้าใสเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่สำหรับผู้รักสุขภาพ เป็นสูตรของทางวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยที่ได้คิดสูตรขึ้นมา โดยเมื่อทางโรงเรียนหรือชุมชนรวมตัวกันในการผลิตลูกประคบหน้าใสส่งตามสปา หรือทำขายตามท้องตลาด จะเป็นการสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับชุมชนได้ เป็นศาสตร์สมุนไพรไทย ซึ่งปัจจุบันคนไทยหันมาให้ความสนใจมากขึ้น เพราะว่าไม่มีสารเคมี โดยลูกประคบหน้าใสราคาอยู่ที่ลูกละ 35 บาท

นางวรรณภา ไม่มีทุกข์ อสม.รพ.สต และประธาน อสม.หมู่ 7 เล่าว่า เป็นตัวแทนเข้ามาอบรม โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ของตำบลบ่อเงินมีอาชีพทำนา ซึ่งความรู้ที่ได้เข้ารับการอบรม 4 วัน เป็นภูมิปัญญาที่สามารถนำไปต่อยอดได้ ซึ่งสมุนไพรสามารถหาได้ วิธีการในการผลิตไม่ยาก สามารถส่งเสริมอาชีพได้ ซึ่งคิดว่าความรู้ที่ได้จะนำไปถ่ายทอดให้กับชุมชน ตั้งเป็นกลุ่มในการผลิตผลิตภัณฑ์ขึ้นมา แต่คงเป็นกลุ่มเล็กๆ อาจจะทำลองใช้ในกลุ่มหมู่บ้านก่อน จากนั้นจะขยายตลาดสินค้า เนื่องจากถ้าใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเห็นผล ผู้บริโภคคงจะไว้ใจในสินค้า ยกตัวอย่างเช่น ลูกประคบหน้าใสถ้าหาตลาดสปาได้ จะสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้มาก

เด็กหญิงศิริยากร วันแอเลาะห์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 รร.สุนทโรเมตตาประชาสรรค์ เล่าว่า ทำให้ทราบถึงสรรพคุณของสมุนไพรไทย โดยตัวผลิตภัณฑ์ที่นำมาสอนทางโรงเรียนสามารถผลิตได้ การทำประคบหน้าใสเป็นอีกทางเลือกใหม่ที่ทำได้ง่าย สามารถใช้เวลาว่างจากการเรียนในชั้นเรียนร่วมกลุ่มกันทำ ทำให้ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีรายได้ระหว่างที่เรียน เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าอบรมในครั้งนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการฝึกอบรมนำกลับไปใช้ที่บ้านได้ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มีนโยบายในการดำเนินโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตหมู่บ้าน ชุมชนแบบมีส่วนร่วม 60 หมู่บ้านชุมชนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยกำหนดให้เป็นโครงการต่อเนื่อง 5 ปี โดยจะเริ่มจัดทำโครงการขึ้นในปีงบประมาณ 2558 เป็นโครงการปีแรก ในการดำเนินงานถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนและคนในชุมชนได้มีความรู้ด้านสุขภาพความงาม สปาและแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพระหว่างเรียนและหลังจากจบการศึกษาต่อไป.

More >

03

มทร.ธัญบุรีดึง “CDIO” โมเดล สร้าง “บัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ”

เป้าหมายการจัดการศึกษาของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) คือการสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ ถ้าได้ติดตามหรือสัมผัสกับการจัดการเรียนการสอนของที่นี่จะเห็นวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติอย่างเข้มข้นตั้งแต่ ชั้นปีที่ 1จนถึงชั้นปีสุดท้าย โดยมีสื่อการสอน ห้องปฏิบัติการเฉพาะสาขาวิชาที่มีเครื่องมือฝึกปฏิบัติที่ทันสมัยให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติครบครัน มีศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการบูรณาการการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติและผลิตผลงานร่วมกันระหว่างนักศึกษา อาจารย์และผู้ที่อยู่ในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับสถานประกอบการ และกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศส่งนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ พร้อมใช้กรณีศึกษาจากสถานประกอบการมาทำโปรเจ็กต์ก่อนจบ นอกจากนี้ยังมีกองทุนพัฒนานักศึกษาสำหรับให้นักศึกษาเดินทางไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การประกวด แข่งขันทักษะด้านต่างๆ เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งใบเบิกทางให้สามารถทำงานได้ทั้งในและต่างประเทศ More >

Binder1_Page_04

มทร.ธัญบุรี ปั้น “บัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ” เปิดรับตรง 3 พันที่นั่ง ยอดสมัครพุ่งกว่า 3 หมื่น

เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมคือการเป็นมหาวิทยาลัยนักปฏิบัติมืออาชีพชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับประเทศและกำลังพัฒนาเพื่อก้าวสู่สากล ด้วยการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นคุณภาพในทุกมิติ ตั้งแต่คุณภาพหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน โดยใช้อาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม มีผลงานวิชาการที่สามารถเพิ่มศักยภาพและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสถานประกอบการ หนุนนำไปสู่การผลิต “บัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ “ที่เพียบพร้อมทั้งความรู้และทักษะการปฏิบัติวิชาชีพที่เป็นเลิศ ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรม เป็นผลให้อัตราการได้งานทำของบัณฑิตสูงกว่า ร้อยละ 90 ซึ่งเป็นความสำเร็จที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียนและผู้ปกครองส่งบุตรหลานเข้าเรียนที่ มทร.ธัญบุรีในคณะและสาขาต่างๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี และคาดการณ์ว่าในปีการศึกษา 2558 นี้จะมียอดผู้สมัครเพิ่มขึ้นในทุก ช่องทางทั้งรับตรงและแอดมิชชั่น โดยเฉพาะ รับตรงขณะนี้มียอดผู้สมัครใกล้ทะลุ 4 หมื่น

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า นโยบายการรับสมัครนักศึกษาของ มทร.ธัญบุรี ในปีการศึกษา 2558 จะเปิด รับสมัครใน 3 ช่องทางเช่นทุกปีที่ผ่านมา ได้แก่ ระบบโควตา รับตรงโดยมหาวิทยาลัย และรับผ่านแอดมิชชั่น โดยทั้ง 3 ระบบรวมกันไม่เกิน 5,500 คน ขณะนี้ในส่วนของโควตาได้ปิดรับไปแล้ว และกำลังเปิดรับตรงซึ่งปีนี้ตั้งเป้าไว้ประมาณ 3,000 คน ขณะนี้มีผู้มาสมัครแล้ว 38,000 คน รวมแล้วน่าจะมีผู้มาสอบแข่งขันไม่ต่ำกว่า 28,000 คน อย่างไรก็ตาม ปีนี้ยอดผู้สมัครเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีผู้สมัครสอบแข่งขัน 24,000-25,000 คน โดยกลุ่มวิชาชีพที่มียอดผู้สมัครและมีการแข่งขันสูงเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ อัตราการแข่งขันอยู่ที่ 1:12 และบางสาขา เช่น วิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม โยธา อยู่ที่ 10:1 สถาปัตยกรรมศาสตร์ เปิดรับ 85 คน การแข่งขันอยู่ที่ 1:25 บริหารธุรกิจ (บัญชี การตลาด) 1:18 นอกจากนี้ สาขาทางด้านครุศาสตร์ฯ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มียอดผู้สมัครและแข่งขันสูงขึ้น เช่นกัน ในอนาคตอาจจะลดบางสาขาที่มีคนเรียนน้อยลงเพื่อให้สามารถสมดุลกับอัตราส่วนของอาจารย์ต่อนักศึกษา ขณะนี้อยู่ที่ 1:20 และ 1:25 ในบางสาขา ต่อไปจะต้องลดอัตราอาจารย์ต่อนักศึกษาลงให้อยู่ที่สัดส่วน 1:15

ธงนำในการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคือ การสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ ดังนั้นจึงได้พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในทุกมิติอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับผู้ที่กำลังก้าวสู่รั้วมทร.ธัญบุรี และนักศึกษา มทร.ทุกคนที่กำลังศึกษาก่อนจะสำเร็จเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติออกสู่ตลาดแรงงาน

รศ.ดร.ประเสริฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวถึงกลยุทธ์ที่มหาวิทยาลัยนำมาใช้ในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติว่า เริ่มจากการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมกับปรับกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติวิชาชีพอย่างเข้มข้น โดยมีห้องแล็บ ห้องปฏิบัติการวิชาชีพ และอาคารปฏิบัติการเพียงพอให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติวิชาชีพ ทำโครงงานและค้นคว้าวิจัย นอกจากนี้ยังมีศูนย์ความเป็นเลิศของแต่ละคณะ ทั้งหมด 7 ศูนย์ เป็นศูนย์การเรียนรู้และฝึกปฏิบัติวิชาชีพและประดิษฐ์คิดค้นผลงานในรูปแบบของการบูรณาการร่วมกันระหว่างนักศึกษา อาจารย์และสถานประกอบการเพื่อคิดค้นและผลิตผลงานที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมหรือนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ นอกเหนือจากการฝึกสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ โดยได้ขยายความร่วมมือกับสถานประกอบการขนาดใหญ่ที่จะส่งนักศึกษาไปฝึกสหกิจศึกษาและสามารถนำโจทย์ปัญหาจากสถานประกอบการมาทำโปรเจ็กต์ก่อนจบหรือทำวิจัยของอาจารย์ นอกจากนี้ยังมีกองทุนพัฒนานักศึกษาซึ่งหัก 2% จากรายได้ของมหาวิทยาลัยรวมกับทุนบริจาคสมทบจากภายนอก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยต้องใช้เงินในส่วนนี้เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะต้องเพิ่มเป็น 4% หรือประมาณ 15 ล้านบาท เป็นทุนให้นักศึกษาได้ไปฝึกสหกิจศึกษาหรือสร้างเสริมประสบการณ์ในต่างประเทศ เช่น การเรียน อบรม ประกวดหรือแข่งขันผลงาน โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งรายวิชาในทรานสคริปต์ ซึ่งจะเป็นโอกาสการมีงานทำของนักศึกษาอีกทางหนึ่ง โดยตั้งเป้าไว้ประมาณ 500 คนต่อปี นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษา เช่น กยศ. ทุนให้เปล่าโดยการช่วยเหลือจากศิษย์เก่าและภาคเอกชนสำหรับนักศึกษาที่ เรียนดี และผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทุนละ 1 หมื่นบาท

“เรามีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ เป็นบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพที่สามารถทำงานได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากวิธีการต่างๆ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องแล้ว เมื่อปีที่ผ่านมาเราได้นำการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า CDIO (CDIObased Education Framework) มาใช้ โดยเน้นสร้างความเป็นเลิศในการให้ความรู้ (Knowledge) การเตรียมความชำนาญ (Skill) พร้อมด้วยทัศนคติและเจตคติ (Attitude) เพื่อผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ หรือ Hands-on professional และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับเป็นสมาชิก ซึ่งมีฐานะเป็น CDIO Collaborator หรือผู้ประสานงานในประเทศไทย มทร.ธัญบุรี มีการปรับปรุงหลักสูตร วิธีการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาอาจารย์เพื่อรองรับกระบวนการจัดการเรียนการสอนในระบบ CDIO และเปิดสอนนำร่องไปแล้วในหลายสาขา เช่น วิศวกรรมศาสตร์ และปีนี้จะขยายไปที่หลักสูตรแพทย์แผนไทยและเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน” รศ.ดร.ประเสริฐกล่าว

ขณะนี้ มทร.ธัญบุรีกำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาตรีประจำปีการศึกษา 2558 ประเภทรับตรง โดยเปิด รับสมัครไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นการรับผ่านทางเว็บไซต์ โดยเปิดรับสมัครทั้งหมด 10 คณะ และ 1 วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย จำนวน 3,675 คน และทุกระดับจะสอบในวันที่ 14-15 มีนาคม 2558 ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.info.rmutt.ac.th และ www.rmutt.ac.th หรือสอบถามข้อมูล โทร. 0-2549-3613-15

ทั้งหมดที่มหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษา จะทำให้บัณฑิตของเราเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติที่มีความเป็นมืออาชีพที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรม และเชื่อว่าจากนี้ไปอีก 3 ปีบัณฑิตของเราจะพูดถึงการทำงานในต่างประเทศมากขึ้น อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวอย่างมั่นใจ

More >

Binder1_Page_02

N3-save Unit สิ่งประดิษฐ์ ลดค่าไฟ

N3-save Unit สิ่งประดิษฐ์อาจารย์คลองหก ลดค่าไฟเครื่องปรับอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ โดย ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ประดิษฐ์ N3-save Unit ขึ้นมาลดค่าไฟฟ้า

ดร.เกียรติศักดิ์ เล่าว่า หน้าที่ของ N3-save Unit คือตัวสร้างสภาวะอากาศทางบริเวณเข้าคอยล์ร้อนให้มีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าสภาพอากาศปกติ โดยที่คอยล์ร้อนจะทำหน้าที่ระบายความร้อนของสารทำความเย็นด้วยการใช้อากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิของคอยล์ร้อนไหลผ่านคอยล์เพื่อระบายความร้อนให้คอยล์ร้อน โดยที่สารทำความเย็นภายในคอยล์ร้อนจะมีอุณหภูมิประมาณ 40-42 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิของอากาศปกติมีอุณหภูมิ 32-37 องศาเซลเซียส และจากการที่อุณหภูมิของอากาศที่ใช้ในการระบายความร้อนมีค่าใกล้เคียงกับสารทำความเย็นในคอยล์ร้อน จะทำให้ระบายความร้อนออกจากเครื่องปรับอากาศได้น้อย ซึ่งตัว N3-Save Unit จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ได้ ด้วยการที่ N3-Save Unit จะสร้างสภาวะอากาศก่อนเข้าคอยล์ให้มีอุณหภูมิต่ำเฉลี่ยที่ 25-28 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิระหว่างสารทำความเย็นในคอยล์ร้อนกับอากาศมากกว่าที่สภาวะอากาศปกติ ทำให้เกิดการระบายความร้อนที่คอยล์ร้อนได้ดีขึ้น จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องปรับอากาศ 30-40% More >

Binder1_Page_24

มทร.ธัญบุรีเผยจุดเด่นหลักสูตรนำสู่มืออาชีพ

รศ.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงหลักสูตรของ มทร.ธัญบุรี ว่า หลักสูตรการศึกษาของ มทร.ธัญบุรีเป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความคาดหวังว่าบัณฑิตที่จบแล้วต้องพร้อมทำงานได้ทันทีอย่างมืออาชีพ มีทักษะทางสังคมหลายด้าน และมีความพร้อมในทักษะภาษาต่างประเทศ ขณะนี้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยหลายคนมีโอกาสได้ไปทำงานในต่างประเทศ เป็นการทำสหกิจศึกษา

“นอกจากนี้ จุดเด่นอีกประการของมหาวิทยาลัยคือการที่อาจารย์และนักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วมกับภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์และงานวิจัย โดยคิดและพัฒนาจากโจทย์หรือปัญหาของอุตสาหกรรม แล้วส่งคืนให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ ทั้งนี้ การเข้าไปมีส่วนร่วมดังกล่าวทำให้นักศึกษาได้เห็นและเรียนรู้จริงจากโลกการทำงานระหว่างที่กำลังศึกษา เพื่อสั่งสมและสร้างความเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว More >

Binder1_Page_25

คอลัมน์ เรดดี้ ทูโชว์: ไบโอ-เฟอโรเทคฟิล์มกันสนิมยานยนต์

การกัดกร่อนของโลหะที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน คือ เหล็กเป็นสนิม ปัจจุบันการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะมีหลากหลายวิธี เช่น ทาสี ทาน้ำมัน รมดำ เคลือบพลาสติก ฯลฯ แต่การป้องกันการกัดกร่อนแบบเดิมๆ นั้น ต้องนำมาผ่านกระบวนการล้างด้วยสารเคมี ซึ่งจะมีของเสียเกิดขึ้น ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากกระบวนการล้างน้ำมันและการกำจัดของเสีย อีกทั้งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

สันติ พรหมศร กรรมการผู้จัดการบริษัท เอส.ที.ไรซิ่ง จำกัด บอกว่า ปัจจุบันมีวิธีการแก้ปัญหาการกัดกร่อนด้วยเทคโนโลยีการยับยั้งการกัดกร่อนด้วยสารระเหย (Volatile Corrosion Inhibitor, VCI) โดยการเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อนลงบนกระดาษ หรือใส่ลงบนพลาสติก และจะปลดปล่อยโมเลกุลในลักษณะเป็นไอเคลือบผิว โลหะ เพื่อไม่ให้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเกิดปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก สามารถใช้ได้ซ้ำและมีอายุการใช้งานอย่างต่ำ 6 เดือน

ล่าสุด บริษัท เอส.ที.ไรซิ่งฯ ได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมาสเตอร์แบตช์ของสารป้องกันสนิม และการขึ้นรูปเป็นฟิล์มพลาสติกชีวภาพกันสนิม เพื่อให้เกิดการกระจายตัวที่ดีของสารป้องกันสนิมบนฟิล์ม และมีประสิทธิภาพการป้องกันสนิมของชิ้นส่วนโลหะได้อย่างสมบูรณ์ แต่บริษัทยังมีความสนใจที่จะพัฒนาพลาสติกชีวภาพป้องกันสนิม โดยเลือกใช้พลาสติกชีวภาพเป็นฐานวัตถุดิบเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพลาสติกชีวภาพมีสมบัติการแตกสลายได้ทางชีวภาพ ดังนั้น เมื่อผลิตภัณฑ์สิ้นสุดการใช้งานจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ บริษัท เอส.ที.ไรซิ่งฯ เป็นผู้ผลิตสารป้องกันสนิมกลุ่มสารประกอบ เบนโซเอท (benzoate compound) เคลือบลงบนกระดาษและจำหน่ายเป็น กระดาษป้องกันสนิมให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย เพื่อลดการใช้น้ำมันทาเคลือบลงบนชิ้นงาน

บุคคล องค์กร หรือหน่วยงานใดที่มีความสามารถคิดค้นนวัตกรรม หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และต้องการเผยแพร่ผลงาน ให้เขียนรายละเอียดความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 พร้อมรูป ส่งไปที่คอลัมน์ เรดดี้ทูโชว์ ชั้น 4 เลขที่ 12 อาคารมติชน ถนนเทศบาลนฤมาล ประชานิเวศน์ 1 ลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 หรืออีเมล์ norrinee@gmail.com More >

Binder1_Page_22

ทึ้งคอนโดราคาถูก ยักษ์ใหญ่ชิง4มุมเมือง/ขาย5-7แสน

บิ๊กอสังหาฯ ลุยคอนโดฯ โลว์คอสต์ ประชันทำเล 4 มุมเมือง “คิวเฮ้าส์” ส่งไฟติ้งแบรนด์ “เดอะพอยต์” รุกรังสิตคลอง 6 ขายยูนิตละ 5.99-7 แสน LPN รีลอนจ์ลุมพินี ทาวน์ชิปรังสิต คลอง 1 “พฤกษา” ยึดบางใหญ่ 4 พันยูนิต “เสนา” บุกคอนโดฯบีโอไอ

เศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังชะลอตัว บวกกับการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยทวีความรุนแรงขึ้น ตลาดใหม่หรือบลูโอเชี่ยนเริ่มมีน้อยลง ทำให้ดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ต่างชูกลยุทธ์ปูพรมบุกตลาดทั้งแนวราบ แนวสูง ทุกระดับราคา ทุกทำเล โดยเฉพาะทำเลชานเมืองกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยังขยายตัวต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้า 4 มุมเมือง มีความคืบหน้ามากขึ้น อาทิ รถไฟฟ้าสายสีแดง สายสีเขียว สายสีม่วง ฯลฯ สร้างแหล่งงาน ย่านชุมชน ทำเลการค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นมากด้วย More >

Binder1_Page_26

มทร.ธัญบุรีรับตรงป.ตรี3,675คน’ประเสริฐ’ย้ำจบแล้วทำงานได้ทันที

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรี เปิดรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2558 ประเภทรับตรง โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 28 ก.พ. 58 โดยจะเปิดรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ ทั้ง 10 คณะ และ 1 วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย รวม 3,675 คน แบ่งเป็น คณะวิศวกรรมศาสตร์ 705 คน คณะบริหารธุรกิจ 1,025 คน คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 650 คน คณะศิลปกรรมศาสตร์ 280 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตร 230 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 190 คน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 180 คน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ 145 คน คณะศิลปศาสตร์ 130 คน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 85 คน และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย 55 คน ซึ่งจะจัดสอบในวันที่ 14-15 มี.ค. 2558 ผู้สนใจดูรายละเอียด และสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.info.rmutt.ac.th และ www.rmutt.ac.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร.0-2549-3613-15

“หลักสูตรการศึกษาของ มทร. ธัญบุรี เป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม บัณฑิตที่จบแล้ว ต้องพร้อมทำงานได้ทันทีอย่างมืออาชีพ มีทักษะทางสังคมพร้อมทักษะภาษาต่างประเทศ นอกจากนี้ จุดเด่นอีกประการของ มทร.ธัญบุรี คือ อาจารย์และนักศึกษาจะเข้า ไปมีส่วนร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ในการ วิจัยและสร้างสิ่งประดิษฐ์จากโจทย์หรือ ปัญหาของอุตสาหกรรมแล้วส่งต่อให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ เพื่อให้อาจารย์และนักศึกษาได้เรียนรู้จริงจากโลกของการทำงานสู่การเป็นมืออาชีพในอนาคต” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว. More >

Binder1_Page_27

ธัญบุรีรับตรงกว่า 3 พัน

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี รับสมัครนักศึกษารัดับปริญญาตรีประจำปีการศึกศส 2558 ประเภทรับตรง ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 28 ก.พ. นี้ โดยสมัครผ่านทางเว็บไซต์ ทั้ง 10 คณะ และ 1 วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย จำนวน 3,675 คน จัดสอบวันที่ 14-15 มี.ค. ดูรายละเอียดและสมัครทางเว็บไซต์ www.info.rmutt..ac.th และ www.rmutt.ac.th หรือโทร. 0-2549-3613-15 ทั้งนี้ หลักสูตรของ มทร.ธัญบุรี เป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จึงมีความคาดหวังว่าบัณฑิตที่จบแล้วต้องพร้อมทำงานได้ทันทีอย่างมืออาชีพ มีทักษะทางสังคมหลายด้านและมีความพร้อมทางทักษะภาษาต่างประเทศ More >

Binder1_Page_1

10 ดีไซเนอร์ไทยประชัน LPGA Thailand

ความน่าสนใจของ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2015″ ไม่ได้มีแค่ลีลาการหวดวงสะวิงของเหล่าโปรสาวระดับโลกในสนามสยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์- 1 มีนาคมเพียงเท่านั้น

แต่ยังมีการประชันนอกสนามของบรรดาดีไซเนอร์หน้าใหม่ในเวที “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทย แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2015″ที่ต้องจับตามองอย่างไม่อาจวางตาเช่นกัน เพราะเวทีประกวดแฟชั่นดีไซเนอร์ข้างสนามกอล์ฟแอลพีจีเอครั้งนี้ ได้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของ การค้นหาสุดยอดดีไซเนอร์หน้าใหม่ โดยจะมีการประกาศผลการตัดสิน กันในค่ำคืนของวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้

โจทย์การออกแบบของปีนี้ได้วางไว้ว่า “Smart & Elegant Look” ที่ไม่เพียงแต่ต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทยไปสู่การรับรู้ของสากลแล้ว ยังต้องนำมาสวมใส่ได้จริงอีกด้วย

ขณะนี้การประกวดได้ดำเนินมาถึงรอบ 10 คนสุดท้าย ซึ่งแต่ละคนจะได้เงินจำนวน 40,000 บาท มาเป็นทุนตัดเย็บ โดยมี “เอกมล อรรถกมล” สไตลิสต์ชื่อดัง, “จิณณรัสส จันทรประทีป” บรรณาธิการนิตยสาร WOW และ “ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์” ดีไซเนอร์จากแบรนด์ Tube Gallery รับหน้าที่ให้คำแนะนำและเป็นคณะกรรมการตัดสิน ให้ได้ผลงานที่ดีที่สุดมาแสดงสู่สายตานักกอล์ฟสาวชั้นแนวหน้า ของโลกในงาน Charity Night ที่เป็นวันตัดสินหาผู้ชนะเลิศ

สำหรับผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท ส่วนรอง อันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท และสุดท้ายคือรางวัลขวัญใจนักกอล์ฟจะได้รับ 10,000 บาท

จิณณรัสสหนึ่งในคณะกรรมการแสดง ความคิดเห็นที่มีต่อการประกวดเวทีดังกล่าวว่า ถือเป็นเวทีส่งเสริมให้คนไทยและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ได้มีเวทีแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการออกแบบ

“ในการประกวดนี้ผู้เข้าประกวดทุกคนต่าง ล้วนมีความสามารถที่ดีเป็นพื้นฐาน นับเป็นที่ น่าชื่มชมที่คนไทยรุ่นใหม่ในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษาไทย นักออกแบบอิสระ ล้วนมี ความกล้าคิดและกล้าแสดงออก อยากให้ หน่วยงานต่าง ๆ ให้การส่งเสริมน้อง ๆ เหล่านี้ด้วยครับ” บรรณาธิการนิตยสาร WOW กล่าวส่วนผลงานของเหล่าดีไซเนอร์ที่ทะลุเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายจะมีใครบ้าง รวมทั้งไอเดียการออกแบบของแต่ละคน จะดีเลิศขนาดไหนคงต้องลงไปดูกัน More >