ข่าวประชาสัมพันธ์

rmutt_news_2013-08-13_10

ก.วิทย์ผนึก19ภาคีปั๊ม3หมื่นวิศวกรรางรับลงทุน2ล้านล้าน

กระทรวงวิทย์ผนึก 19 ภาคีเครือข่าย วางหลักสูตรผลิตวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านขนส่งทางราง รองรับความต้องการบุคลากรเทคโนโลยีชั้นสูงในอนาคต รฟม.เตรียมเสนอคมนาคมต่อยอดสู่ความยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ ด้านสภาอุตฯติวเข้มสมาชิกให้พร้อมผลิตชิ้นส่วนป้อน แนะเร่งบรรจุไว้ในเงื่อนไขทีโออาร์

ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแนว ทางการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรองรับแผนพัฒนาผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฮับระบบราง และให้สอดรับกับแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนา คมขนส่งปี 2556-2563 รวมวงเงิน 2 ล้านล้านบาท จึงได้มอบนโยบายให้สถา บันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง สำ นักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ(สวทน.) ไปหาแนวทางการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีขนส่งระบบราง ซึ่งจะมีความต้องการบุคลากรด้านนี้อีกจำนวนมาก

“โครงการนี้จะต้องเดินหน้าให้ต่อเนื่อง เพราะนี่คือการวางพื้นฐานของประเทศ เป็นฐานสนับสนุนด้านเทคโน โลยีของผู้ประกอบการไทย ให้มีความสามารถผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศได้ในอนาคต ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการนำเข้าจากต่างประเทศได้ โดยจะพยายามนำเสนอรัฐบาลให้สนับสนุนงบประมาณเพื่อผลักดันโครงการนี้” More >

C-130809039013

เล็งย้ายทะเบียนบ้าน นศ.ใหม่รุกสางปัญหาอบายมุข

รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวถึงความคืบหน้าแนวคิดที่จะกำหนดพื้นที่ 300 เมตรรอบมหาวิทยาลัย เป็นเขตควบคุมการจำหน่ายสุรา เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า เรื่องดังกล่าวได้นำไปปรึกษากับนายอำเภอธัญบุรีแล้ว แต่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากยังไม่มีพ.ร.บ.รองรับการทำงาน หากดำเนินการใดๆ อาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ อย่างไรก็ตาม แนวทางที่คิดว่าจะดำเนินการอย่างแน่นอน คือการให้นักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยทุกคนที่มาจากต่างจังหวัด จะต้องมีการย้ายทะเบียนบ้านมาเข้ากับมหาวิทยาลัย ซึ่งในเรื่องนี้ นายวิรัช โหตระไวศยะ รองอธิการบดี มทร. ธัญบุรี จะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีการศึกษา 2557 โดยการย้ายทะเบียนของนักศึกษานั้น จะส่งผลให้นักศึกษาไม่ได้เป็นประชากรแฝงในเขตพื้นที่นี้อีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อเรื่องการขอเพิ่มอัตรากำลังตำรวจ งบประมาณที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการจัดระเบียบสังคม

รศ.สุจิระกล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาสิ่งเสพติดและอบายมุขรอบมหาวิทยาลัยนั้น ได้มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสิ่งเสพติด ของมึนเมา อบายมุขและความปลอดภัยในทรัพย์สินขึ้น ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ของจังหวัด ตำรวจ นายอำเภอ ตัวแทนทุกคณะของ มทร.ธัญบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการประชุมในทุกเดือน พร้อมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ในส่วนของทุกคณะภายในมหาวิทยาลัยก็ได้จัดโครงการ 3 ส. เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ถึงโทษและพิษภัยของสิ่งเสพติดและอบายมุขอีกด้วย More >

Binder1-2

ชักโครกน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้าไอเดียประหยัดน้ำ มทร.ธัญบุรี

ทราบหรือไม่ว่า เมื่อเปรียบเทียบการใช้น้ำของชักโครกกับเครื่องซักผ้า ปริมาณการใช้น้ำของเครื่องซักผ้าสิ้นเปลืองน้ำมากกว่าชักโครกประมาณ 20-40 เท่า ขึ้นอยู่กับปริมาตรความจุของเครื่องซักผ้า

ยกตัวอย่างเช่น ครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 3-5 คน ซักผ้ารวมกันตอนเช้าวันละครั้งด้วยเครื่องซักผ้าขนาดถังความจุ 9 กิโลกรัม ใช้น้ำ 70 ลิตร การซักผ้าของเครื่องผ้าแต่ละครั้งจะใช้น้ำสำหรับการซัก 1 รอบ สำหรับการล้าง 2 รอบ รวมเป็น 3 รอบ ใช้น้ำเท่ากับ 210 ลิตร

ในขณะที่การกดชักโครก 1 ครั้งใช้น้ำ 5-6 ลิตร ดังนั้นหากนำน้ำจากเครื่องซักผ้ามาใช้ในการชักโครกจะสามารถใช้ได้ถึง 35 ครั้ง ซึ่งหากสมาชิกในบ้านมีจำนวน 5 คน ก็จะสามารถใช้ชักโครกได้คนละ 7 ครั้งต่อวัน แล้วยังพบว่าเพียงพอต่อการดำเนินกิจกรรมและยังเหลือน้ำไว้ใช้สอยสำหรับวันต่อไปที่ไม่ได้ซักผ้าหรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย

แนวคิดนี้เกิดจากนายเผด็จ รัตนะจินดา นายศรัณย์ ชุ่มกลัด นักศึกษา นายประชุม คำพุฒ และว่าที่ร้อยโทกิตติพงษ์ สุวีโร อาจารย์ที่ปรึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้คิดค้นระบบนำน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้ามาใช้ใหม่ในโถสุขภัณฑ์เพื่อประหยัดน้ำ

เจ้าของผลงานเปิดเผยถึงขั้นตอนการทำงานของระบบว่า เริ่มจากนำน้ำที่เหลือจากเครื่องซักผ้ามาเก็บไว้ในถังเก็บและทำการบำบัดสารเคมี จากนั้นทำการกรองให้สะอาด ทำการฆ่าเชื้อ ดับกลิ่น ในขั้นตอนนี้มีทั้งระบบใช้น้ำบำบัดแล้วจากเครื่องซักผ้า ร่วมกับระบบใช้น้ำสะอาดจากภายนอกในกรณีที่น้ำเก็บไว้ไม่เพียงพอ แล้วปล่อยลงสู่โถสุขภัณฑ์ ซึ่งในทุกขั้นตอนจะมีวาล์วน้ำสำหรับปิด-เปิด กำหนดปริมาณน้ำได้ตามต้องการ

ในส่วนของน้ำจากเครื่องซักผ้า เมื่อผ่านกระบวนการบำบัดด้วยการกรองและฆ่าเชื้อ น้ำจึงสะอาดพอที่จะไม่รู้สึกรังเกียจเมื่อนำมาหมุนเวียนใช้เป็นน้ำสำหรับกดชักโครก ทำให้ลดการใช้น้ำชักโครกและอาจเปรียบได้ว่าไม่มีการใช้น้ำหรับชักโครกเลยก็เป็นได้ จึงประหยัดน้ำได้ถึงร้อยละ 50 จุดมุ่งหมายอีกประการหนึ่งคือ การมุ่งเน้นที่จะประดิษฐ์นวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างเครื่องซักผ้ากับสุขภัณฑ์ส้วมชักโครก ให้ใช้งานได้เหมือนกับเครื่องซักผ้าและส้วมชักโครกทั่วไป สามารถติดตั้งสะดวก มีวิธีการทำงานไม่ยุ่งยากซับซ้อน เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ชุมชน หรือผู้อยู่อาศัยสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง หรือสามารถจัดเป็นชุดอุปกรณ์สำเร็จรูปสำหรับจำหน่าย เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลายทั้งในชุมชนและภาคอุตสาหกรรม. More >

Binder1-1

มทร.ธัญบุรีทำวิชาชีพโลจิสติกส์

ราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ยกร่างมาตรฐานวิชาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกี่ยวกับสาขาโลจิสติกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและความต้องการระดับสากล

ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า ขณะนี้ มทร.ธัญบุรี ได้ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกี่ยวกับสาขาโลจิสติกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและความต้องการระดับสากล ในเบื้องต้นได้กำหนดสายงานที่จะดำเนินการมี 7 สายงาน ได้แก่ สายงานจัดซื้อ และจัดจ้าง สายงานการจัดการขนส่งและการกระจายสินค้า สายงานการส่งออกและนำเข้า สายงานสินค้าคงคลังและจัดการสินค้า สายงานการบริการลูกค้า สายงานสนับสนุนโลจิสติกส์ และสายงานการจัดการโลจิสติกส์

โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้กำหนดไว้ 9 ระดับ แต่ในบางสาขาการวัดระดับความสามารถอาจไม่ถึง 9 ระดับ ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาชีพนั้น และหลังจากการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพสำเร็จแล้ว จะนำไปออกเป็นข้อสอบ เพื่อใช้วัดผลโดยใช้หลักการ Competence ซึ่งประกอบด้วย 1. ความรู้ 2. ทักษะ 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดย มทร.ธัญบุรี จะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุดและสามารถวัดผลได้ทุกสายงานโลจิสติกส์ เพราะในปี 2558 การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การรับบุคลากรเข้าทำงาน มาตรฐานวิชาชีพจะช่วยวัดบุคลากรที่จะเข้าทำงานตรงนี้ได้

รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า หลังจากเขียนเป็นแกนกลางมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจะให้ มทร.ธัญบุรี ไปดำเนินการดู Code of Conduct ของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อจัดรหัสให้ตรงกับ International Labor Organization ต่อไป ในส่วนของสถาบันการศึกษา หากมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ จะช่วยให้สถานศึกษาที่ต้องการเปิดสาขาโลจิสติกส์ สามารถนำไปกำหนดในเนื้อหาหลักสูตรได้เลย เพราะรายงานชิ้นนี้จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการบุคลากรในสาขาวิชาชีพนี้

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพโลจิสติกส์นั้น ขณะนี้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลาง โลจิสติกส์ด้านการขนส่งทางอากาศและทางบกอยู่แล้ว หากเราสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ดีจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก More >

rmutt_news_2013-08-07_01

“อ่าวพร้าวใส” เกือบ100% แล้ว ยันอาหารทะเลปลอดภัยไร้พิษ

ยันอาหารทะเล ปลอดภัยไร้พิษ

ชาวระยองรวมพลังจัดคลีนนิ่งเดย์ ฟื้นฟูชายหาดหลังคราบน้ำมันดิบลอยมาติดเกาะ สร้างภาพลักษณ์แหล่งอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่งทีมตรวจเฝ้าดูระบบนิเวศหวั่นเสียหายในระยะยาว ภาครัฐเร่งรวบรวมความเสียหายส่งให้ ปตท.รับผิดชอบ ขณะที่ รมว.พลังงานยันน้ำมันดิบไหลลงทะเล 5 หมื่นลิตร รอผลตรวจหาสาเหตุจาก พฐ. More >

rmutt_news_2013-08-07_03

มทร.ธัญบุรีเผยแนวทางจัดระเบียบสังคมน.ศ.

รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวถึงความคืบหน้าแนวคิดที่จะกำหนดพื้นที่ 300 เมตรรอบมหาวิทยาลัยเป็นเขตควบคุมการจำหน่ายสุรา เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า เรื่องดังกล่าวได้นำไปปรึกษากับนายอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี แล้ว แต่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากยังไม่มีพระราชบัญญัติรองรับ หากดำเนินการใดๆ จึงอาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ อย่างไรก็ตามมีแนวทางที่คิดว่าจะดำเนินการอย่างแน่นอน คือให้นักศึกษาใหม่ของมหา วิทยาลัยทุกคนที่มาจากต่างจังหวัดย้ายทะเบียนบ้านมาเข้ากับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะให้แล้วเสร็จในปีการศึกษา 2557 โดยการย้ายทะเบียนของนักศึกษาจะส่งผลให้นักศึกษาไม่ได้เป็นประชากรแฝงในเขตพื้นที่นี้ จะส่งผลดีต่อเรื่องการขอเพิ่มอัตรากำลังตำรวจ งบประมาณที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการจัดระเบียบสังคม

ผู้ช่วยอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า ส่วนปัญหาสิ่งเสพติดและอบายมุขรอบมหาวิทยาลัย ได้ติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยตั้งคณะกรรมการสิ่งเสพติด ของมึนเมา อบายมุขและความปลอดภัยในทรัพย์สินขึ้น ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ของจังหวัด ตำรวจ นายอำเภอ ตัวแทนทุกคณะของ มทร.ธัญบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการประชุมในทุกเดือน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวดและกวดขันลงพื้นที่ตรวจสอบให้สถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย สำหรับในส่วนของทุกคณะภายในมหาวิทยาลัยก็ได้จัดโครงการ 3 ส. เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ถึงโทษและ พิษภัยของสิ่งเสพติดและอบายมุข More >

rmutt_news_2013-08-07_04

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด: เรือดำน้ำ

โดย…น้าชาติ ประชาชื่น

nachart@yahoo.com

สวัสดีน้าชาติ รู้ไปโม้ด อยากทราบการทำ งานของเรือดำน้ำ และการอยู่ในเรือดำน้ำเป็นเวลานานๆ

โต้ง 46 ตอบ โต้ง 46

ได้ความรู้จากเว็บไซต์ของภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่า เรือดำน้ำลอยและจมได้เพราะแรงลอยตัวซึ่งเกิดจากน้ำมีค่าเท่ากับน้ำหนักของน้ำที่ถูกแทนที่ตามกฎแรงลอยตัวของอาร์คีมีดีส แรงยกนี้มีทิศตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงซึ่งพยายามดึงเรือให้จมลง แต่เรือดำน้ำสามารถควบคุมขนาดของแรงลอยตัวได้ โดยจะให้ลอยอยู่ในระดับใต้น้ำลึกเท่าไรก็ได้

เรือดำน้ำใช้ถังบัลลาสต์ (ballast) ควบคุมการลอยตัว ถ้าต้องการให้เรือดำน้ำลอยอยู่บนผิวน้ำ ต้องไล่น้ำออกจากถังบัลลาสต์ แล้วอัดอากาศเข้าไปแทนที่ ทำให้ความหนาแน่นทั้งหมดของเรือดำน้ำมีค่าน้อยกว่าน้ำ (แรงลอยตัวเป็นบวก) มันจึงลอยน้ำ

แต่ถ้าต้องการให้เรือดำน้ำจม จะอัดน้ำเข้าไปในถังบัลลาสต์ แล้วระบายอากาศออกจนความหนาแน่นของเรือดำน้ำมากกว่าน้ำ (แรงลอยตัวเป็นลบ) มันก็จะจม อากาศที่ใช้ในการอัดได้มาจากถังบรรจุที่อัดด้วยความดันสูง ซึ่งอากาศนี้ใช้สำหรับการหายใจด้วย

เรือดำน้ำมีปีกทำหน้าที่เหมือนปีกเครื่องบิน เรียกว่า ไฮโดรเพลน (hydroplanes) มีไว้สำหรับการเคลื่อนที่ เช่น ปักหัวลงทำมุม 45 องศา หรือเบนหัวเรือขึ้น เพื่อให้เรือดำน้ำลอยอยู่ในระดับความลึกที่ต้องการ

ผู้ควบคุมจะต้องรักษาปริมาตรของอากาศและน้ำในถังบัลลาสต์จนกระทั่งความหนาแน่นของเรือเท่ากับความหนาแน่นของน้ำ ขณะที่ขับเคลื่อนเรือไป

ข้างหน้า ปีกไฮโดรเพลนมีหน้าที่รักษาระดับให้การเคลื่อนที่ยังอยู่ในแนวระดับเสมอ หรือถ้าปรับปีกของไฮโดรเพลนให้ทำมุมกับแนวระดับ จะทำให้เรือเชิด หัวขึ้น หรือดิ่งลง ทั้งนี้ เรือดำน้ำสามารถเลี้ยวไปมาโดยอาศัยหางเสือด้านหลัง บางรุ่นมีมอเตอร์ที่หมุนได้รอบ 360 องศา ไว้สำหรับช่วยแรงขับของเครื่องยนต์

ถ้าต้องการให้เรือดำน้ำพุ่งขึ้นที่ผิวน้ำจะอัดอากาศจากถังเก็บเข้าไปในถังบัลลาสต์จนกระทั่งความหนาแน่นของเรือน้อยกว่าน้ำ ขณะที่เรือเคลื่อนที่ให้ปรับปีกไฮโดรเพลนทำมุมกับระดับจนเกิดแรงซึ่งมีลักษณะเหมือนกับแรงยกตัวของปีกเครื่องบิน กดท้ายลงและหัวพุ่งขึ้นทำให้มันพุ่งขึ้นเหนือน้ำ ในกรณีฉุกเฉินสามารถบรรจุอากาศเข้าไปในถังบัลลาสต์อย่างรวดเร็ว ทำให้เรือพุ่งขึ้นอย่างทันทีทันใดได้

ส่วนการดำรงชีวิตภายในเรือดำน้ำต้องมีสิ่งสำคัญ 3 สิ่ง คือ อากาศ น้ำบริสุทธิ์ และอุณหภูมิ

อากาศประกอบด้วยก๊าซสำคัญ 4 ชนิด คือ ไนโตรเจน (78%) ออกซิเจน (21%) อาร์กอน (0.94%) และ คาร์บอนไดออกไซด์ (0.04%) เมื่อหายใจอากาศเข้าไปร่างกายจะดูดกลืนออกซิเจนและเปลี่ยนเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ขณะที่หายใจออกมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา 4.5% เทียบกับก๊าซทั้งหมด ส่วนก๊าซไนโตรเจนกับอาร์กอน ร่างกายไม่ได้ใช้ จึงหายใจออกมาทั้งหมด มีหลัก 3 ประการที่จะรักษาอากาศภายในเรือดำน้ำสำหรับหายใจ ถ้าจำนวนเปอร์เซ็นต์ออกซิเจนลดลงต้องคอยเติมก๊าซออกซิเจน อยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นคนที่ปฏิบัติงานภายในจะหายใจไม่ออก ขณะที่ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นต้องคอยดูดซับก๊าซ นี้ออก ความชื้นจากการหายใจต้องถูกดูดซับออกเช่นเดียวกัน

น้ำบริสุทธ์ เรือดำน้ำขนาดใหญ่มีเครื่องกลั่นน้ำที่สามารถทำน้ำจืดจากน้ำทะเลได้ เรือดำน้ำทั่วไปสามารถกลั่นน้ำจืดได้ 38,000-150,000 ลิตรต่อวัน ส่วนอุณหภูมิของน้ำทะเลโดยรอบประมาณ 39 องศาฟาเรนไฮต์ (4 องศาเซลเซียส) เพราะโลหะที่ใช้ทำตัวเรือเป็นตัวนำความร้อนที่ดี จึงทำให้อุณหภูมิภายในเรือลดลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีตัวทำความร้อนที่เพิ่มอุณหภูมิภายในเรือให้อยู่ในระดับที่ต้องการได้ More >

rmutt_news_2013-08-07_05

ภาพข่าว: สังคมสยามรัฐ: รับมอบ

ดร.วิชัย พยัคฆโส คณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รับมอบบันทึกข้อตกลงในการได้รับการคัดเลือกจากเลขาธิการกสทช. ให้เป็นหน่วยงานฝึกอบรมและทดสอบหลักสูตรการเป็นผู้ประกาศวิทยุและโทรทัศน์ของ กสทช. เมื่อวันก่อน More >

rmutt_news_2013-08-07_06

‘ผดุง’อึ้งผลงานวิจัยม.ราชมงคลธัญบุรี เตรียมต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์OTOP

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.56 นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะเยี่ยมชมผลงานวิจัยและพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีการผลิตระดับชุมชน ในการส่งเสริมและพัฒนาสินค้า หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 48 พระชันษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมี นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายวิรัช โหตระไวศยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีให้การต้อนรับ และได้รับฟังบรรยายสรุปรายงานผลการดำเนินงานภายใต้โครงการ OTOP ที่มีต่อรัฐบาล ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยนายทวีวัฒน์ อารีย์พงศาที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และผู้อำนวยการหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ เป็นผู้กล่าวรายงาน

นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อเยี่ยมชมผลงานวิจัยและการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการโครงการ OTOP ร่วมกับภาครัฐมามากกว่า 11 ปี โดยมีการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ต้นแบบในการผลิต การนำเอกลักษณ์ ทักษะ และภูมิปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ การสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการบริโภคแนวใหม่ และเป็นที่ปรึกษาและดำเนินการให้กับหน่วยงานต่างๆ ภายใต้โครงการOTOP และเป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษาแนะนำแก่ชุมชนในท้องถิ่นที่มีวิทยาเขต โดยมีสถานที่ปฏิบัติการ LAB และ WORK SHOP เป็นศูนย์พัฒนาและผลิตสินค้า OTOP ต้นแบบกระจายอยู่ทั่วประเทศ (9 มหาวิทยาลัยราชมงคล 35 วิทยาเขต) เพื่อให้บริการให้คำปรึกษาแนะนำช่วยเหลือผู้ประกอบการ OTOP ให้องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจสมัยใหม่ รวมทั้งการส่งเสริมการใช้ IT ในธุรกิจ ซึ่งมีผลงานด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มากมาย เช่น ประเภทอาหาร/เครื่องดื่ม ได้แก่ แครกเกอร์ธัญพืช ผลไม้เคลือบช็อกโกแลต ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร (สปา) ได้แก่ เครื่องสำอางจากทองคำ/ผงไหม เจลขัดผิวจากผลไม้ ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ได้แก่ผ้าไหมกันน้ำ ผ้าไหมซักเครื่อง ผ้าไหมไมโครแคปซูลชนิดมีกลิ่น และการผลิตเครื่องมืออุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีการผลิตและบรรจุ การปกป้องและยืดอายุอาหาร เช่น ตู้ควบคุมยืดอายุผัก ผลไม้ เครื่องป้องกันกลิ่นหืนแบบตู้โลหะ เป็นต้น

โดยภาครัฐจะนำความรู้และเทคโนโลยีที่สถาบันการศึกษาได้ช่วยกันคิดค้นและพัฒนาเข้าไปส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ OTOP ทั้งด้านเทคโนโลยี เทคนิควิธีการ การผลิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านอาหารที่จะต้องมีความสะอาด ปลอดภัย ต้องมีการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ได้นานยิ่งขึ้นโดยกระบวนการผลิตจะต้องรักษารสชาติของอาหารไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีมาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า OTOP ของไทยให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้ต่อไป More >

rmutt_news_2013-08-05_12

ชักโครกน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้า ไอเดียประหยัดน้ำจากมทร.ธัญบุรี

ทราบกันไหมว่า เมื่อเปรียบเทียบการใช้น้ำของชักโครกกับเครื่องซักผ้า ปริมาณการใช้น้ำของเครื่องซักผ้าสิ้นเปลืองการใช้น้ำมากกว่าชักโครกอยู่ประมาณ 20-40 เท่า ขึ้นอยู่กับปริมาตรความจุของเครื่องซักผ้า เช่นครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 3-5 คน ซักผ้ารวมกันตอนเช้าวันละครั้งด้วยเครื่องซักผ้าขนาดถังความจุ 9 กิโลกรัมใช้น้ำ 70 ลิตร การซักผ้าของเครื่องซักผ้า 1 ครั้งจะใช้น้ำสำหรับการซัก 1 รอบ สำหรับการล้าง 2 รอบ รวมเป็น 3 รอบใช้น้ำเท่ากับ 210 ลิตร ในขณะที่การกดชักโครก 1 ครั้งใช้น้ำ 5-6 ลิตร ดังนั้นหากนำน้ำจากเครื่องซักผ้ามาใช้ในการชักโครกจะสามารถใช้ได้ถึง 35 ครั้งซึ่งหากสมาชิกในบ้านจำนวน 5 คน จะสามารถใช้ชักโครกได้คนละ 7 ครั้งต่อวัน แล้วยังพบว่าเพียงพอต่อการดำเนินกิจกรรมและยังเหลือน้ำไว้ใช้สอยสำหรับวันต่อไปที่ไม่ได้ซักผ้าหรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้อีก

ด้วยจุดประสงค์ในการอนุรักษ์น้ำ นายเผด็จ รัตนะจินดา นายศรัณย์ ชุ่มกลัดนักศึกษา นายประชุม คำพุฒและว่าที่ร้อยโทกิตติพงษ์ สุวีโร อาจารย์ที่ปรึกษาจาก ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้คิดค้นระบบ นำน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้ามาใช้ใหม่ในโถสุขภัณฑ์เพื่ออนุรักษ์น้ำขึ้น

เจ้าของผลงานเปิดเผยถึงขั้นตอนการทำงานของระบบว่า เริ่มจากนำน้ำที่เหลือจากเครื่องซักผ้ามาเก็บไว้ในถังเก็บและทำการบำบัดสารเคมี จากนั้นทำการกรองให้สะอาด ทำการฆ่าเชื้อ ดับกลิ่น ในขั้นตอนนี้มีทั้งระบบใช้น้ำบำบัดแล้วจากเครื่องซักผ้าร่วมกับระบบใช้น้ำสะอาดจากภายนอกในกรณีที่น้ำเก็บไว้ไม่เพียงพอ แล้วปล่อยลงสู่โถสุขภัณฑ์ ซึ่งในทุกขั้นตอนจะมีวาล์วน้ำสำหรับปิด-เปิด กำหนดปริมาณน้ำได้ตามต้องการ

ในส่วนของน้ำจากเครื่องซักผ้า เมื่อผ่านกระบวนการบำบัดด้วยการกรองและฆ่าเชื้อ น้ำจึงสะอาดพอที่จะไม่รู้สึกรังเกียจเมื่อนำมาหมุนเวียนใช้เป็นน้ำสำหรับกดชักโครก ทำให้ลดการใช้น้ำชักโครกและอาจเปรียบได้ว่าไม่มีการใช้น้ำสำหรับชักโครกเลยก็เป็นได้ จึงประหยัดน้ำได้ถึง ร้อยละ 50 จุดมุ่งหมายอีกประการหนึ่งคือ การมุ่งเน้นที่จะประดิษฐ์นวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างเครื่องซักผ้ากับสุขภัณฑ์ส้วมชักโครกให้ใช้งานได้เหมือนกับเครื่องซักผ้าและส้วมชักโครกทั่วไป สามารถติดตั้งสะดวก มีวิธีการทำงานไม่ยุ่งยากซับซ้อน เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ชุมชน หรือผู้อยู่อาศัยสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง หรือสามารถจัดเป็นชุดอุปกรณ์สำเร็จรูปสำหรับจำหน่ายเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลายทั้งในชุมชนและภาคอุตสาหกรรม More >

อาจารย์สถาปัตย์ มทร.ธัญบุรี พัฒนาเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุผสมเยื่อกระดาษ

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ได้ให้ความสำคัญกับวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขึ้นมาทดแทนวัสดุก่อสร้างเดิม เช่น แผ่นไม้อัด แผ่นไม้ปาร์ติเคิล นักวิจัยต่างศึกษาและพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนจากแหล่งวัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถผลิตทดแทนได้ในเวลาที่รวดเร็ว โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้เส้นใยธรรมชาติเป็นวัสดุผสม

จากศักยภาพของเส้นใยนี้เองที่ทำให้ อาจารย์ วชิระ แสงรัศมี อาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำเยื่อกระดาษเหลือใช้ที่มีอยู่จำนวนมากในทุกพื้นที่ ทดแทนเส้นใยจากพืชผลทางการเกษตรที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่จะได้เส้นใยที่พร้อมใช้งาน ส่วนประกอบของกระดาษมากกว่าร้อยละ 90 เป็นเยื่อ/เส้นใยจากต้นไม้และพืช ที่สามารถปลูกทดแทนได้ปริมาณมากในเวลาที่รวดเร็ว

อ.วชิระเปิดเผยว่าโครงการนี้เป็นการนำเส้นใยที่เหลือใช้มาเป็นส่วนผสมเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เยื่อกระดาษเหลือใช้ผสมกับปูนซีเมนต์ ยิบซัม ทราย และน้ำ ผลิตเฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่ง โดยค้นหาสมบัติทางกายภาพ ทางกลและประสิทธิภาพในการผลิตวัสดุผสมเยื่อกระดาษในปริมาณต่างๆและการใช้ตาข่ายพลาสติกเสริมการรับแรง

จากการศึกษาพบว่า การใช้เยื่อกระดาษเป็นวัสดุผสมส่งผลให้วัสดุมีศักยภาพที่ดีขึ้น กล่าวคือ การเพิ่มปริมาณกระดาษจะทำให้ค่าความหนาแน่นต่ำลง(มวลเบา) วัสดุสามารถตัด เจาะ ยึด และตกแต่งได้ง่ายขึ้น การใช้ตาข่ายพลาสติกเสริมในวัสดุทำให้สามารถรับแรงดัดได้เพิ่มขึ้น เมื่อทดลองผลิตเก้าอี้สาหรับเด็กที่เสริมแกนกลางด้วยขวดน้ำพลาสติก สามารถช่วยลดปริมาณวัสดุ ลดน้ำหนักและเพิ่มการรับแรงอัดได้ประสิทธิภาพและสมรรถนะตามต้องการ แผ่นตกแต่งเสริมด้วยตาข่ายพลาสติกมีสมบัติของวัสดุเทียบเท่าไม้เนื้ออ่อนและไม้อัด การประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ทดแทนไม้อัดทำได้ผลดีและมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ สมบัติในการพองตัวเมื่อแช่น้ำมีค่าต่ำกว่าไม้อัดทั่วไปในท้องตลาด สามารถนำไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งในบ้านเรือนอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางของ โต๊ะ เก้าอี้ ของเล่นต่างๆ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการส่งเสริมและพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้อย่างสบาย

มณีรัตน์ ปัญญพงษ์

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี

มทร.ธัญบุรี จับมือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เตรียมจัดทำมาตรฐานวิชาชีพสาขาโลจิสติกส์

ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า ขณะนี้มทร.ธัญบุรี ได้เข้าไปมีบทบาทในด้านบริการงานวิชาการให้กับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ โดยมทร.ธัญบุรีได้รับมอบหมายให้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพสาขาโลจิสติกส์ ซึ่งในปัจจุบันสาขาดังกล่าวมีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและความต้องการระดับสากล สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จึงเล็งเห็นว่าควรมีการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพในสาขานี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้การดำเนินการของมทร.ธัญบุรีนั้น ในเบื้องต้นจากการเข้าประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้กำหนดสายงานที่จะดำเนินการมี 7 สายงาน ได้แก่ สายงานจัดซื้อ และจัดจ้าง สายงานการจัดการขนส่งและการกระจายสินค้า สายงานการส่งออกและนำเข้า สายงานสินค้าคงคลังและจัดการสินค้า สายงานการบริการลูกค้า สายงานสนับสนุนโลจิสติกส์ และสายงานการจัดการโลจิสติกส์ โดยหลังจากนี้ มทร.ธัญบุรี จะร่วมมือกับสมาคม สมาพันธ์ และกลุ่มสถาบันที่เกี่ยวข้องกับงานโลจิสติกส์ ซึ่งจะทำหน้าที่ให้ข้อมูลกับมทร.ธัญบุรี เพื่อแยกตำแหน่งหน้าที่ ความสามารถของบุคลากร นำมาเขียนเป็นมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์ ใช้ในการวัดระดับความสามารถต่อไป โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้กำหนดไว้ 9 ระดับ แต่ในบ้างสาขาการวัดระดับความสามารถอาจไม่ถึง 9 ระดับ ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาชีพนั้น และหลังจากการมาตรฐานวิชาชีพสำเร็จแล้ว จะนำไปออกเป็นข้อสอบ เพื่อใช้วัดผล โดยใช้หลักการCompetence ซึ่งประกอบด้วย 1.ความรู้ 2.ทักษะ 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยมทร.ธัญบุรีจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด และสามารถวัดผลได้ทุกสายงานโลจิสติกส์ เพราะในปี 2558 การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การรับบุคลากรเข้าทำงาน มาตรฐานวิชาชีพจะช่วยวัดบุคลากรที่จะเข้าทำงานตรงนี้ได้

รองอธิการบดีมทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า หลังจากเขียนเป็นแกนกลางมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ สถาบันคุณวิชาชีพจะให้มทร.ธัญบุรีไปดำเนินการดู Code of Conduct ของกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อจัดรหัสให้ตรงกับ International Labor Organization ต่อไป ในส่วนของสถาบันการศึกษา หากมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ จะช่วยให้สถานศึกษาที่ต้องการเปิดสาขาโลจิสติกส์ สามารถนำไปกำหนดในเนื้อหาหลักสูตรได้เลย เพราะรายงานชิ้นนี้จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการบุคคลากรในสาขาวิชาชีพนี้

“ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้มอบหมายให้มทร.ธัญบุรีดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งในมทร.ธัญบุรีเองได้มีการสอนวิชาโลจิสติกส์เช่นกัน และการดำเนินงานในครั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้คณาจารย์ในคณะบริหารธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยให้อาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้รับประสบการณ์และความรู้ในเรื่องโลจิสติกส์จากผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนการสอนนักศึกษาในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพโลจิสติกส์นั้น ขณนี้ประเทศไทยเป็นจุดศุนย์กลางโลจิสติกต์ด้านการขนส่งทางอากาศและทางบนอยู่แล้ว หากเราสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ดีจะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก” ผศ.ดร.ปานเพชร กล่าวในที่สุด

rmutt_news_2013-08-01_01

ภาพข่าว: ชมบูธกองทุนฯสตรี

พิสันต์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เยี่ยมชมบูธกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมถ่ายภาพหมู่ร่วมกับนักแสดงจากละคร “ผู้ดีอีสาน” และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เนื่องในโอกาสเป็นประธานเปิดโครงการสร้างภาพลักษณ์กรมการพัฒนาชุมชน ด้วยการประชาสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ : พช.สัมพันธ์สัญจร Road Show มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี More >

rmutt_news_2013-07-30_03

ภาพข่าว: รวมความรู้

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี อบรมถ่าย ทอดความรู้การรวบ รวมองค์ความรู้การเรียนการสอน-การวิจัย โดยมี ผศ. สมควร สนองอุทัย ผศ.ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ เป็นวิทยากร More >

เสนอขอโปรดเกล้า “ประเสริฐ” นั่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี คนใหม่ หลังไร้ผู้คัดค้าน

ดร.สุเมธ แย้มนุ่น นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ มทร.ธัญบุรี ได้กำหนดให้มีการคัดเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี คนใหม่แทน รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี คนปัจจุบันซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 14 ส.ค.2556 โดยในการประชุมสภามหาวิทยาลัยฯ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการลงมติ และคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์เลือก รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ เป็นอธิการบดี มทร.ธัญบุรี คนใหม่ แต่เพื่อความมั่นใจในกระบวนการสรรหา ตนได้มอบหมายให้ทางมหาวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นว่ากระบวนการสรรหา ในครั้งนี้ขัดกับกฏระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัยสามารถยื่นคัดค้านการ สรรหาอธิการบดี มทร.ธัญบุรี ได้ ภายใน 15 วันนั้น ล่าสุดครบกำหนด 15 วันแล้ว ซึ่งไม่พบว่ามีผู้ยื่นคัดค้าน รศ.ดร.ประเสริฐ และกระบวนการสรรหาอธิการบดี มทร.ธัญบุรี ในครั้งนี้แต่อย่างใด ดังนั้นตนในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยฯจึงได้ลงนามเสนอชื่อ รศ.ดร.ประเสริฐ เป็นอธิการบดี มทร.ธัญบุรี ไปแล้ว

“ผมคิดว่าเนื่องจากกระบวนการสรรหาในทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส ประกอบกับ รศ.ดร.ประเสริฐ ได้รับคะแนนจากสภามหาวิทยาลัย สูงถึง 18 เสียง คะแนนที่ได้ถือเป็นคะแนนเอกฉันท์ ดังนั้นจึงไม่มีใครยื่นคัดค้านการสรรหาอธิการบดี มทร.ธัญบุรี ครั้งนี้ และเท่าที่สอบถามเจ้าหน้าที่ก็เห็นว่าผู้ได้รับการสรรหาเข้ามาทั้งสองท่านมี ความเหมาะสม เพราะล้วนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นไม่ว่าใครจะได้รับการคัดเลือกก็ยอมรับได้”

นายกสภา มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ทางมหาวิทยาลัยจะเสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ ของ รศ.ดร.ประเสริฐ ว่าเป็นไปตามระเบียบและข้อกำหนดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบกระบวนการสรรหาต่างๆ ในทุกขั้นตอน ก่อนเสนอรายชื่อให้ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาลงนามเพื่อเสนอขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป.

มทร.ธัญบุรีมีแนวคิดกำหนดพื้นที่ห้ามจำหน่ายสุรารอบมหาวิทยาลัย

รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวถึงปัญหาสิ่งเสพติดและอบายมุขรอบมหาวิทยาลัย ว่า เรื่องดังกล่าวตนมีแนวคิดที่จะดำเนินการไป ในลักษณะเดียวกับมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ที่ได้มีการกำหนดพื้นที่300 เมตรรอบมหาวิทยาลัย เป็นเขตควบคุมการจำหน่ายสุรา ซึ่งในส่วนของมทร.ธัญบุรีนั้น ตนได้รายงานเรื่องนี้ให้นายวิรัช โหตระ ไวศยะ รองอธิการบดีมทร.ธัญบุรีได้รับทราบและทำหนังสือเชิญผู้ประกอบการร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อขอประชามติร่วมกัน ให้มีการกำหนดพื้นที่ให้ชัดเจนว่าควรเป็น 300-500 เมตรห้ามจำหน่ายสุรา ซึ่งในเบื้องต้น ตนได้มีการหารือกับนายนำศักดิ์ อุทัยศรีสม นายก อบต. คลองหก ซึ่งดูแลสิ่งก่อสร้างในพื้นที่คลอง 6 ได้ทราบข้อมูลว่ามีการขออนุญาตปลูกสร้างที่อยู่อาศัย แต่มีการดัดแปลงเป็นร้านเหล้า ซึ่งนายกอบต.คลองหกได้รับปากว่าจะเข้าไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

“ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องทำงานในแบบบูรณการ ทำงานร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ชี้แจ้งให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดลงมือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อลำพังไม่ได้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ตนต้องขอขอบคุณสุวิทย์ คำดี นายอำเภอคลองหลวงที่ลงมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง”

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมหน่วยงานราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องของการจัดระเบียบหอพักให้มีการแยกชาย-หญิง ตามพ.ร.บ.หอพัก 2507 เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาการลักทรัพย์ ปัญหาทะเลาะวิวาท ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่าหน่วยงานพัฒนาสังคมและมนุษย์ (พมจ.) จะต้องเข้ามามีบทบาท เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป

ชักโครกน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้าไอเดียประหยัดน้ำจาก มทร.ธัญบุรี

ทราบกันไหมว่า เมื่อเปรียบเทียบการใช้น้ำของชักโครกกับเครื่องซักผ้า ปริมาณการใช้น้ำของเครื่องซักผ้าสิ้นเปลืองการใช้น้ำมากกว่าชักโครกอยู่ประมาณ 20-40 เท่า ขึ้นอยู่กับปริมาตรความจุของเครื่องซักผ้า เช่นครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 3-5 คน ซักผ้ารวมกันตอนเช้าวันละครั้งด้วยเครื่องซักผ้าขนาดถังความจุ 9กิโลกรัมใช้น้ำ 70 ลิตร การซักผ้าของเครื่องผ้า 1ครั้งจะใช้น้ำสำหรับการซัก 1 รอบ สำหรับการล้าง 2 รอบ รวมเป็น 3 รอบใช้น้ำเท่ากับ 210 ลิตร ในขณะที่การกดชักโครก 1 ครั้งใช้น้ำ 5-6 ลิตร ดังนั้นหากนำน้ำจากเครื่องซักผ้ามาใช้ในการชักโครกจะสามารถใช้ได้ถึง 35 ครั้งซึ่งหากสมาชิกในบ้านจำนวน 5 คน จะสามารถใช้ชักโครกได้คนละ 7 ครั้งต่อวัน แล้วยังพบว่าเพียงพอต่อการดำเนินกิจกรรมและยังเหลือน้ำไว้ใช้สอยสำหรับวันต่อไปที่ไม่ได้ซักผ้าหรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆได้อีก

ด้วยจุดประสงค์ในการอนุรักษ์น้ำ นายเผด็จ รัตนะจินดา นายศรัณย์ ชุ่มกลัด นักศึกษา นายประชุม คำพุฒและว่าที่ร้อยโทกิตติพงษ์ สุวีโร อาจารย์ที่ปรึกษาจาก ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้คิดค้นระบบนำน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้ามาใช้ใหม่ในโถสุขภัณฑ์เพื่ออนุรักษ์น้ำขึ้น

เจ้าของผลงานเปิดเผยถึงขั้นตอนการทำงานของระบบว่า เริ่มจากนำน้ำที่เหลือจากเครื่องซักผ้ามาเก็บไว้ในถังเก็บและทำการบำบัดสารเคมี จากนั้นทำการกรองให้สะอาด ทำการฆ่าเชื้อ ดับกลิ่น ในขั้นตอนนี้มีทั้งระบบใช้น้ำบำบัดแล้วจากเครื่องซักผ้าร่วมกับระบบใช้น้ำสะอาดจากภายนอกในกรณีที่น้ำเก็บไว้ไม่เพียงพอ แล้วปล่อยลงสู่โถสุขภัณฑ์ ซึ่งในทุกขั้นตอนจะมีวาล์วน้ำสำหรับปิด-เปิด กำหนดปริมาณน้ำได้ตามต้องการ

ในส่วนของน้ำจากเครื่องซักผ้า เมื่อผ่านกระบวนการบำบัดด้วยการกรองและฆ่าเชื้อ น้ำจึงสะอาดพอที่จะไม่รู้สึกรังเกียจเมื่อนำมาหมุนเวียนใช้เป็นน้ำสำหรับกดชักโครก ทำให้ลดการใช้น้ำชักโครกและอาจเปรียบได้ว่าไม่มีการใช้น้ำหรับชักโครกเลยก็เป็นได้ จึงประหยัดน้ำได้ถึง ร้อยละ 50 จุดมุ่งหมายอีกประการหนึ่งคือ การมุ่งเน้นที่จะประดิษฐ์นวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างเครื่องซักผ้ากับสุขภัณฑ์ส้วมชักโครกให้ใช้งานได้เหมือนกับเครื่องซักผ้าและส้วมชักโครกทั่วไป สามารถติดตั้งสะดวก มีวิธีการทำงานไม่ยุ่งยากซับซ้อน เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ชุมชน หรือผู้อยู่อาศัยสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง หรือสามารถจัดเป็นชุดอุปกรณ์สำเร็จรูปสำหรับจำหน่ายเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลายทั้งในชุมชนและภาคอุตสาหกรรม

 

มณีรัตน์ ปัญญพงษ์

กองประชาสัมพันธ์ราชมงคลธัญบุรี

 

rmutt_news_2013-07-29_11

ภาพข่าว: สัมมนาอาจารย์

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการจัดทำรายละเอียดรายวิชา (มคอ.3) หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต ผศ.สมควร สนองอุทัย เป็นวิทยากร More >

rmutt_news_2013-07-29_08

มทร.ธัญบุรีทำวิชาชีพโลจิสติกส์

ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า ขณะนี้ มทร.ธัญบุรี ได้ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกี่ยวกับสาขาโลจิสติกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและความต้องการระดับสากล ในเบื้องต้นได้กำหนดสายงานที่จะดำเนินการมี 7 สายงาน ได้แก่ สายงานจัดซื้อ และจัดจ้าง สายงานการจัดการขนส่งและการกระจายสินค้า สายงานการส่งออกและนำเข้า สายงานสินค้าคงคลังและจัดการสินค้า สายงานการบริการลูกค้า สายงานสนับสนุนโลจิสติกส์ และสายงานการจัดการโลจิสติกส์

โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้กำหนดไว้ 9 ระดับ แต่ในบางสาขาการวัดระดับความสามารถอาจไม่ถึง 9 ระดับ ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาชีพนั้น และหลังจากการมาตรฐานวิชาชีพสำเร็จแล้ว จะนำไปออกเป็นข้อสอบ เพื่อใช้วัดผล โดยใช้หลักการ Competence ซึ่งประกอบด้วย 1.ความรู้2.ทักษะ 3.คุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดย มทร.ธัญบุรีจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด และสามารถวัดผลได้ทุกสายงานโลจิสติกส์ เพราะในปี 2558 การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การรับบุคลากรเข้าทำงาน มาตรฐานวิชาชีพจะช่วยวัดบุคลากรที่จะเข้าทำงานตรงนี้ได้

รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า หลังจากเขียนเป็นแกนกลางมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ สถาบันคุณวิชาชีพจะให้ มทร.ธัญบุรีไปดำเนินการดู Code of Conduct ของกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อจัดรหัสให้ตรงกับ International Labor Organization ต่อไป ในส่วนของสถาบันการศึกษา หากมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ จะช่วยให้สถานศึกษาที่ต้องการเปิดสาขาโลจิสติกส์ สามารถนำไปกำหนดในเนื้อหาหลักสูตรได้เลย เพราะรายงานชิ้นนี้จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการบุคลากรในสาขาวิชาชีพนี้

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพโลจิสติกส์นั้น ขณะนี้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางโลจิสติกส์ด้านการขนส่งทางอากาศและทางบนอยู่แล้ว หากเราสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ดีจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก More >

rmutt_news05

มทร.ธัญบุรีจับมือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จัดทำมาตรฐานวิชาชีพสาขาโลจิสติกส์

ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า ขณะนี้ มทร.ธัญบุรี ได้เข้าไปมีบทบาทในด้านบริการงานวิชาการให้กับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ โดย มทร.ธัญบุรีได้รับมอบหมายให้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพสาขาโลจิสติกส์ ซึ่งในปัจจุบันสาขาดังกล่าวมีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและความต้องการระดับสากล สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จึงเล็งเห็นว่า ควรมีการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพในสาขานี้ด้วยเช่นกัน

ผศ.ดร. ปานเพชร กล่าวอีกว่า การดำเนินการของ มทร.ธัญบุรีนั้น ในเบื้องต้นจากการเข้าประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้กำหนดสายงานที่จะดำเนินการมี 7 สายงาน ได้แก่ สายงานจัดซื้อ และจัดจ้าง สายงานการจัดการขนส่งและการกระจายสินค้า สายงานการส่งออกและนำเข้า สายงานสินค้าคงคลังและจัดการสินค้า สายงานการบริการลูกค้า สายงานสนับสนุนโลจิสติกส์ และสายงานการจัดการโลจิสติกส์ โดยหลังจากนี้ มทร.ธัญบุรี จะร่วมมือกับสมาคม สมาพันธ์ และกลุ่มสถาบันที่เกี่ยวข้องกับงานโลจิสติกส์ ซึ่งจะทำหน้าที่ให้ข้อมูลกับ มทร.ธัญบุรี เพื่อแยกตำแหน่งหน้าที่ ความสามารถของบุคลากร นำมาเขียนเป็นมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์ ใช้ในการวัดระดับความสามารถต่อไป โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้กำหนดไว้ 9 ระดับ แต่ในบ้างสาขาการวัดระดับความสามารถอาจไม่ถึง 9 ระดับ ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาชีพนั้น และหลังจากการมาตรฐานวิชาชีพสำเร็จแล้ว จะนำไปออกเป็นข้อสอบ เพื่อใช้วัดผล โดยใช้หลักการ Competence ซึ่งประกอบด้วย 1.ความรู้ 2.ทักษะ 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดย มทร.ธัญบุรีจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด และสามารถวัดผลได้ทุกสายงานโลจิสติกส์ เพราะในปี 2558 การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การรับบุคลากรเข้าทำงาน มาตรฐานวิชาชีพจะช่วยวัดบุคลากรที่จะเข้าทำงานตรงนี้ได้

รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า หลังจากเขียนเป็นแกนกลางมาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ สถาบันคุณวิชาชีพจะให้ มทร.ธัญบุรีไปดำเนินการดู Code of Conduct ของกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อจัดรหัสให้ตรงกับ International Labor Organization ต่อไป ในส่วนของสถาบันการศึกษา หากมาตรฐาน วิชาชีพโลจิสติกส์แล้วเสร็จ จะช่วยให้สถานศึกษาที่ต้องการเปิดสาขาโลจิสติกส์ สามารถนำไปกำหนดในเนื้อหาหลักสูตรได้เลย เพราะรายงานชิ้นนี้ จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการบุคคลากรในสาขาวิชาชีพนี้

“รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้มอบหมายให้ มทร.ธัญบุรีดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งใน มทร.ธัญบุรีเองได้มีการสอนวิชาโล จิสติกส์เช่นกัน และการดำเนินงานในครั้งนี้ จะช่วยให้อาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้รับประสบการณ์และความรู้ในเรื่องโลจิสติกส์จากผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนการสอนนักศึกษาในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพโลจิสติกส์นั้น ขณะนี้ประเทศไทยเป็นจุดศุนย์กลางโลจิสติกต์ด้านการขนส่งทางอากาศและทางบนอยู่แล้ว หากเราสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ดี จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก” ผศ.ดร.ปานเพชร กล่าวในที่สุด More >