ข่าวประชาสัมพันธ์

กระเบื้องยางพารา ทน คุ้มค่า ไอเดียคนไทย

จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำในปัจจุบัน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวเกษตรกรชาวสวนยางพาราจำนวนมาก โดยปัจจุบันยางพาราได้นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย เช่น ล้อรถยนต์ ยางรัดของ ถุงมือ ที่นอนฟองน้ำ เพื่อเป็นอีกทางเลือกในเชิงพาณิชย์ ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ นักวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้นำยางพารามาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิต “กระเบื้องยางปูสนามภายนอกอาคาร”

ดร.วารุณี เล่าว่า เนื่องจากเหตุการณ์ปัจจุบันราคายางพาราตกต่ำ สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อเป็นทางเลือกในการนำยางพารามาแปรรูป จึงได้เกิดไอเดียนี้ขึ้นมา บวกกับกระเบื้องเซรามิกที่วางขายตามท้องตลาดมีราคาแพง โดยลักษณะของกระเบื้องยางปูสนามนอกอาคาร ได้คิดค้นสูตรและเทคนิค ยางธรรมชาติคอมโพสิต นำขี้เลื่อยจากยางพาราที่เหลือจากกระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์มาผสมกับยางพารา จากผลการวิจัย พบว่า สูตรที่เหมาะสมคือการเติมขี้เลื่อยในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ แผ่นกระเบื้องยางปูพื้นที่ได้ มีขนาด 25x25x25 ซม.

แผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฉลุลวดลายสวยงาม ลักษณะเป็นจิกซอว์ สามารถรับแสงได้ดี ทนต่อสภาวะอากาศการใช้งานภายนอกอาคาร ไม่แตกหักง่าย เหมือนกระเบื้องเซรามิก เนื่องจากความยืดหยุ่นของยางพารา

ในการทดสอบพบว่า การใช้ขี้เลื่อยผสมลงในยางมากกว่า 50 ส่วนนั้นมีความเป็นไปได้ในการนำไปผลิตทางการค้า สามารถช่วยลดต้นทุนของเนื้อยางเนื่องจากขี้เลื่อยเป็นวัสดุเหลือใช้จากโรงงาน นอกจากนี้นักวิจัยได้พัฒนาต่อยอดงานวิจัยด้านการใช้เคลือบผิวเพื่อเพิ่มความคงทนต่อสภาวะอากาศของแผ่นกระเบื้องยางปูพื้นสนามหญ้า 1 ตร.ม.ใช้ 16 แผ่น ให้ความสวยงาม ผู้ใช้สามารถประกอบได้เอง สำหรับทางเดินหรือทำสนามหญ้า กันลื่น ทนต่อสภาวะอากาศในการใช้งานภายนอกอาคารได้ โดยจากการทดสอบผ่านเครื่องบ่มเร่งสภาวะ QUV, cycle 7 พบว่าแผ่นกระเบื้องปูสนามหญ้าที่ผ่านการเคลือบผิวจะให้สมบัติด้านการทนต่อแรงดึงเพิ่มขึ้นสองเท่า (จาก 2.5 MPa เป็น 5.1 MPa) ค่าโมดุลัสเพิ่มขึ้น (จาก 83.5 MPa เป็น 154.2 MPa)

“กระเบื้องยางปูสนามภายนอกอาคาร” ผลงานการวิจัยของ ดร.วารุณี ไม่ได้มีวางจำหน่ายในท้องตลาด ถ้าสถานประกอบการใดสนใจ ต้องการทำเป็นเชิงพาณิชย์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.วารุณี โทร.080-0435178 หรือทาง www.rmutt.ac.th

ชลธิชา ศรีอุบล กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 02-549-4994 More >

rmutt_news_2013-10-03_04

ธัญบุรีรับโควต้า’เรียนดี-นักกีฬา’1.6พันคน

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรีเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในระบบโควต้าประจำปีการศึกษา 2557 แบ่งเป็นโควต้ากลุ่มนักเรียนเรียนดีและโควต้านักกีฬา จำนวนรวม 1,651 คน โดยผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิและคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือก สามารถดูรายละเอียดได้ทาง www.rmutt.ac.th หรือ www.oreg.rmutt.ac.th ซึ่งจะปิดรับสมัครในวันที่ 7 ตุลาคม และประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ มทร.ธัญบุรีในวันที่ 25 ตุลาคม นอกจากนี้ได้วางแผนจัดติวให้กับนักเรียนที่จะสอบเข้า มทร.ธัญบุรี โดยจะเริ่มติวประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2557 โดยจะเปิดติวในวิชาพื้นฐานทั่วไป คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ รวมถึงวิชาในสาขาช่างพื้นฐานที่จะสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ซึ่งทุกวิชามหาวิทยาลัยสอนให้ฟรี โดยจะประกาศรับสมัครผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยในเดือนตุลาคมนี้ More >

rmutt_news_2013-10-03_02

จบปวส.มีทางไปต่อมทร.ธัญบุรีเปิดรับปริญญาตรีต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.56 นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่าตามที่ รมว.ศึกษาธิการ มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และ มทร.ธัญบุรี ทำการวิจัยสถานการณ์อาชีวศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาของประเทศ ทำให้ทราบว่าขณะนี้ปัญหาสำคัญของการอาชีวะ คือเรื่องบุคลากรที่ขาดแคลนอัตรากำลัง เนื่องจากมีแนวโน้มครูที่มีความเชี่ยวชาญจะเกษียณอายุราชการเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันก็มีปัญหาครูอาชีวะ ไม่ค่อยได้รับการอบรมเพื่อเพิ่มทักษะความชำนาญเท่าที่ควรซึ่งอาจเป็นเพราะขาดงบประมาณสนับสนุน

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อไปว่าคณะผู้วิจัยทั้ง 4 สถาบันได้มีความเห็นร่วมกันว่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการพัฒนาครูอาชีวะ ทั้งการเรียนต่อระดับปริญญาตรีโท และเอก รวมถึงเป็นพี่เลี้ยงฝึกอบรมเฉพาะทางและการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา เพราะเห็นความจำเป็นที่จะต้องเร่งยกระดับและพัฒนาครูอาชีวะ ให้ได้เรียนต่อสายตรง หรือเข้ารับการอบรมเฉพาะทางให้มากขึ้น นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลยังมีเสียงเรียกร้องให้ มทร.ธัญบุรีเปิดหลักสูตรต่อเนื่องระดับปริญญาตรี ในสายเทคโนโลยี/สายวิชาชีพ (ปฏิบัติการ)เพื่อรับผู้ที่จบหลักสูตร ปวส. ได้เรียนต่อระดับปริญญาตรี ในระหว่างที่สถาบันการอาชีวศึกษา ยังไม่พร้อม ซึ่งได้รับปากที่จะช่วยดูแล โดยจะเริ่มในปีการศึกษา 2557 นี้ทันที

“วันนี้เด็กจบ ปวส.มีเส้นทางการเรียนต่อน้อย ทำให้เด็กไม่ค่อยอยากเรียนอาชีวะประกอบกับหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหรือสถาบันเทคโนโลยีเกือบทุกแห่ง รวมถึงมทร.ธัญบุรี จะเน้นรับเด็ก ม.6 จึงมีการเรียกร้องให้เราเปิดเส้นทางให้ จนกว่าสถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่งที่ตั้งขึ้นจะมีความพร้อม” นายประเสริฐ กล่าว More >

rmutt_news_2013-10-03_01

มทร.ธัญบุรีเปิดรับปวส.ต่อป.ตรี

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มอบให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ มทร.ธัญบุรี ทำการวิจัยสถานการณ์อาชีวศึกษาไทย ทำให้ทราบว่าปัญหาสำคัญ คือ เรื่องบุคลากรที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนอัตรากำลัง มีแนวโน้มครูที่มีความเชี่ยวชาญจะเกษียณอายุราชการเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันครูอาชีวะไม่ค่อยได้รับการอบรมเพื่อเพิ่มทักษะความชำนาญ ทางคณะผู้วิจัยทั้ง 4 สถาบันเห็นร่วมกันว่า พร้อมที่จะให้การสนับสนุนการพัฒนาครูอาชีวะทั้งการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี โท เอก รวมถึงเป็นพี่เลี้ยงในการฝึกอบรมเฉพาะทางและพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา เพราะเห็นความจำเป็นที่จะต้องเร่งยกระดับและพัฒนาครูอาชีวะให้ได้เรียนต่อสายตรง หรือเข้ารับการอบรมเฉพาะทางมากขึ้น

รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า เสียงสะท้อนจากการลงพื้นที่ประการหนึ่ง คือ วันนี้เด็กที่จบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) จากอาชีวศึกษามีเส้นทางการเรียนต่อน้อย ทำให้เด็กไม่ค่อยอยากเรียนอาชีวะ ประกอบกับหลายปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัย หรือ สถาบันเทคโนโลยีเกือบทุกแห่ง รวมถึงมทร.ธัญบุรี จะเน้นรับเด็กที่จบม.6 จึงมีเสียงเรียกร้องให้ มทร.ธัญบุรี เปิดหลักสูตรต่อเนื่องระดับปริญญาตรี ในสายเทคโนโลยี/สายวิชาชีพ(ปฏิบัติการ) เพื่อรับผู้ที่จบ ปวส.ให้ได้เรียนต่อระดับปริญญาตรี ในระหว่างที่สถาบันการอาชีวศึกษายังไม่พร้อม ซึ่งมทร.ธัญบุรีก็รับปากที่จะช่วยดูแล โดยจะเริ่มในปีการศึกษา 2557 นี้ทันที.

More >

เปิดใจ เจ้าของผลงาน คลิปลุงสุดเฟี้ยวที่สาวๆ ใจละลาย คลิปที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ในโลกออนไลน์ Young-at-heart Uncle’s Forever Romance: Video Clip Goes Viral Overnight with Over 140,000 “likes” on YouTube

“คลิปลุงสุดเฟี้ยวที่สาวๆ ใจละลาย” ยอดกดไลท์กว่า 140,000 ไลค์ใน youtube เพียงข้ามคืนได้รับการแชร์กว่า 10,000 แชร์ ในแฟนเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ถูกกล่าวถึงในเว็บไซต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Kapook , Sanook , Mthai จนได้รับเสียงชื่นชมในความสามารถ ซึ่งบางคนไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของนักศึกษา ซึ่งใครที่ได้ชมคลิปคิดว่าสร้างสรรค์โดยบริษัทโฆษณา ซึ่งเจ้าของคลิปดังกล่าวได้แก่ “ยอร์ช” นายสรศาสตร์ วิเศษสินธุ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 และ “แฟกซ์” นายคณิตกรณ์ ศรีมากรณ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 นักศึกษาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

เจ้าของไอเดียทั้งสอง เล่าว่า 1 เดือนในการเขียนบทเมื่อได้โจทย์ในการประกวดคลิปมา ซึ่งเป็นการประกวดหมึกพิมพ์ Compute ตนเองนึกถึงของสีหมึกพิมพ์ ที่ไม่มีวันจืดจาง เขียนเรื่องมา 3 เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ 1. วิธีเรียกแท็กซี่ให้อยู่มัด เรื่องที่ 2. การขอแต่งงานที่ห่วยที่สุดในโลก เรื่องที่ 3. วิธีเอาตัวรอดจากวินมอเตอร์ไซต์สุดซิ่ง ซึ่งทั้ง 3 เรื่อง ยังไม่โดนใจ เหมือนขาดอะไรหายไป ซึ่งตอนนั้นตั้งโจทย์ต่อไปอีกว่า อะไรที่ไม่จืดจาง “ความรัก” ก็พุ่งเข้ามาในหัว ความรักของคู่รักที่อยู่กันนาน “นานแค่ไหนไม่เคยจืดจาง” ตรงกับโจทย์ในการประกวด ในความเป็นคู่รักมีอะไรพิเศษในเรื่องของความรัก มีอะไรที่เซอร์ไพรส์ ตรงจุดสนใจของมนุษย์ทุกคน เพราะมนุษย์ทุกคนมีความรัก และเพราะรักคือการเติมเต็มให้ชีวิตมีคุณค่า เราจึงอยากที่จะมีรักและรักษารักไว้ให้นานที่สุด แต่การรักษาความรักไม่ให้จืดจางนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การได้เห็นคู่รักที่รักกันจนแก่ จึงเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ และแอบน่าอิจฉาอยู่ไม่น้อย จึงเป็นที่มาของ “ลุงเฟี้ยวที่สาวๆ ใจละลาย” More >

นศ.ธัญบุรี คว้ารางวัล จากแดนอาทิตย์อุทัย

นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โชว์ความสามารถคว้ารางวัลจากเวทีการประกวดที่ประเทศญี่ปุ่น

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รองอธิการบดี(ด้านวิชาการและวิจัย) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Hokkaido Information University เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือกันระหว่างสองมหาวิทยาลัย และได้มีการดำเนินกิจกรรมการประกวดการออกแบบเว็บไซต์ระหว่างทั้งสองมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องทุกๆ โดยในปีนี้มีจัดการประกวดเว็บไซต์และภาพยนตร์สั้น เพื่อเฟ้นหานักศึกษาที่มีความสามารถเข้ารับการฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการเทคนิคการผลิตเว็บไซต์และภาพยนตร์สั้น ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ Hokkaido Information University ประเทศญี่ปุ่น More >

rmutt-news-2013-09-30-08

คอลัมน์ U station: แชมป์ประกวดออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อชุมชน

mbabanana@nationgroup.com

 

กิตติชัย ไกรก่อกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัดกล่าวว่า บริษัทได้สนับสนุนและร่วมตัดสินผู้ชนะในโครงการ Built It First Competition 2013 by B-1 Magazine & SOSUCO

รางวัลชนะเลิศคือ “L Scape” ออกแบบโดย ภูมิภัทร เมฆมัลลิกา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน “Growth To Gether” โดย ชนะชล มีเพียร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญญบุรี

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อ “Under Book” ของกิตติ จูพานิชย์ และ อรรถพร ปาละวัธนะกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะ สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะถูกส่งมอบให้ทางเขตห้วยขวาง เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการปรับปรุงภูมิทัศน์ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนาต่อไป More >

rmutt-news-2013-09-30-13

การพัฒนาระบบการขนส่งกับระบบราชการ

More >

rmutt-news-2013-09-26-02

ภาพข่าว: นักศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่

นักศึกษา คราจารย์ และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นจำนวน ร่วมกันบริจาคโลหิตให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ที่มารับการบริจาคถึงมหาวิทยาลัย. More >

rmutt-news-2013-09-25-_03

มทร.ธัญบุรีรับ นศ.โควตานักกีฬาเป็นครั้งแรก จาก นร.ม.6-ปวช.-ปวส.

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ มทร.ธัญบุรี กำลังเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในระบบโควตา ประจำปีการศึกษา 2557 แบ่งเป็นโควตากลุ่มนักเรียนเรียนดี และโควตานักกีฬา ซึ่งเป็นปีแรกที่มหาวิทยาลัยเปิดรับในกลุ่มหลังนี้ รวมทั้งสิ้น 1,651 คน โดยได้ทำการส่งรายละเอียดการ รับสมัครนักศึกษา ไปยังโรงเรียนที่มหาวิทยาลัยจัดสรรโควตาให้ สำหรับจำนวนรับนักศึกษาในระบบโควตา จะแบ่งเป็น คณะศิลปศาสตร์ จำนวน 90 คน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 130 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตร จำนวน 170 คน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปวช. และปวส. จำนวน 305 คน คณะบริหารธุรกิจ ทั้งระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปวช. และปวส. จำนวน 420 คน คณะเทคโนโลยีคหกรรม ทั้งระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปวช.และปวส. จำนวน 201 คน คณะศิลปกรรมศาสตร์ จำนวน 120 คน คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน จำนวน 100 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 65 คน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จำนวน 25 คน และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย จำนวน 25 คน ทั้งนี้ ทางสถาบันได้วางแผนที่จะจัดติวให้กับนักเรียนที่จะสอบเข้ามทร.ธัญบุรี โดยจะเริ่มติวประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2557 ในวิชาพื้นฐานทั่วไป คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ รวมถึง วิชาในสาขาช่างพื้นฐาน More >

rmutt-news-2013-09-25-_05

นศ.ศิลปากรคว้ารางวัล ออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อชุมชน

ในการประกวดโครงการ Built It First Competition 2013 by B-1 Magazine & SOSUCO ที่จัดโดยบริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง “โสสุโก้” เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษาผู้มีใจรักการออกแบบได้มีเวทีแสดงออกความคิดสร้างสรรค์และร่วมทำประโยชน์ให้กับสังคม โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะถูกส่งมอบให้ทางเขตห้วยขวาง เพื่อนำไปใช้เป็นต้นแบบในการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนาต่อไป

ผลการประกวดปรากฏว่า นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรคว้ารางวัลชนะเลิศ ชื่อผลงาน “L Scape” ออกแบบโดย นายภูมิภัทร เมฆมัลลิกา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และทุนการศึกษาเพิ่ม 10,000 บาท จากโสสุโก้

รองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน “Growth To Gether” ออกแบบโดย นายชนะชล มีเพียร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท และทุนการศึกษาเพิ่ม 5,000 บาท จากโสสุโก้

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน “Under Book” ออกแบบโดยนายกิตติ จูพานิชย์ และนายอรรถพร ปาละวัธนะกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะ สถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท และทุนการศึกษาเพิ่ม 3,000 บาท จากโสสุโก้

กิตติชัย ไกรก่อกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัด กล่าวถึงการประกวดว่า ผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมชิ้นแรกในชีวิตของคนคนหนึ่ง จะเกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นจริง และเป็นประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก ทั้งในด้านการส่งเสริมการศึกษาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน นับเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และหวังว่าการประกวดครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่คนหนุ่มสาวในการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง ควบคู่ไปกับการใช้ความสามารถที่มีอยู่ในการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า เพื่อความเจริญก้าวหน้าและความสุขอย่างยั่งยืนของสังคมไทย

“โครงการประกวด Built It First Competition 2013 ของนิตยสาร B-1 ที่บริษัท โสสุโก้ ให้ความสนับสนุน เนื่องจากมีนโยบายให้สำคัญกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ และต้องการส่งเสริมนิสิต-นักศึกษาที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาได้มีโอกาสนำความรู้ความสามารถด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมในสถานที่จริงเป็นครั้งแรก และยังเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มน้องๆ ก่อนวัยเรียนได้มีพื้นที่การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนใกล้เคียง ที่สามารถมาใช้ประโยชน์ในสถานที่แห่งนี้ร่วมกันได้อีกด้วย” กิตติชัยกล่าว. More >

Happiness of frog ไอเดียสุดชิค เจ้ากบตัวเขียว คว้ารางวัลชนะเลิศ

“ฝนเอ๋ยทำไมจึงตก ก็เพราะว่ากบมันร้อง กบเอ๋ยทำไมถึงร้องก็เพราะว่าฝนจะตก” แรงบันดาลใจ “happiness of frog” เจ้ากบตัวเขียวไอเดียสุดชิค ของ “เพียว” นายพีรพล คล้ายสอน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาออกแบบแฟชั่นและศิลปะสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คว้ารางวัลชนะเลิศ จากเวทีการประกวด Easytee Contest 3rd EASY TEE CONTEST 3rd NEXT TOP DESIGNER การออกแบบเสื้อยืดธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเสื้อยืดที่แปลกแหวกแนว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Singing in the Rain” จัดขึ้นโดย ST.ANDREWS

เพียว เล่าว่า “happiness of frog” ได้แรงบันดาลใจมากจาก เพลงตอนเด็กๆ ที่มีเนื้อหาขำขัน ที่ร้องว่า “ฝนเอ๋ยทำไมจึงตก ก็เพราะว่ากบมันร้อง กบเอ๋ยทำไมถึงร้องก็เพราะว่าฝนจะตก” โดยการสร้างลวดลายเสื้อยืด คือเจ้ากบตัวเขียวที่กำลังร้องเพลงอย่างมีความสุข ท่ามกลางฝนตก โดยนำเสนอผ่านเทคนิคสีน้ำ และถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก ให้ง่ายต่อการรับรู้ สามารถสวมใส่ได้ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องประดับ หรือเครื่องแต่งกายชิ้นอื่น จนทำให้การแต่งกายดูเยอะเกินไป โดยเสื้อยืดที่ออกแบบเป็นลุคของผู้ชาย มีความเท่ เน้นที่ตัวเสื้อยืด เมื่อผู้สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย มีความโดดเด่น ด้วยเจ้ากบตัวเขียว เมื่อตอนสมัยเด็กๆ

ดีใจที่ได้รับรางวัลจากการประกวด เนื่องจากชอบเข้าร่วมการประกวด ทุกการแข่งขันที่เข้าประกวดจำพยายาม พยายามทำให้สุดความสามารถ ท้อแท้บ้าง แต่ไม่ถอยเพราะว่ามีเพื่อนๆ เป็นกำลังใจ “ประสบการณ์จากการเข้าประกวด จะทำให้เราไปถึงเป้าหมาย และนำมาพัฒนาตัวเราได้” ด้วยความชอบทางด้านดีไซน์ จึงเป็นแรงผลักดันให้ชื่นชอบในเรื่องของแฟชั่น “เรื่องของแฟชั่น” เป็นตามสมัยนิยม มุมมองในการมองแฟชั่นไม่เหมือนกัน “คนหนึ่งมองว่าสวยว่าใช่ แต่อีกคนอาจจะมองไม่ใช่” ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคน ยกตัวอย่าง ในการแต่งตัวของตนเอง จะชอบที่ความคล่องตัวมากกว่า ไม่มองในเรื่องของแบรนด์เสื้อผ้าเท่าไร

และอีกแรงผลักดันในตนเองรักในงานดีไซน์ เนื่องจากตนเองได้มีโอกาสเข้าประกวด ในโครงการทอฟ้าผ้าไทย ซีซั่น 1 เข้ารอบ 50 คน สุดท้าย และได้มีโอกาสได้เห็นผลงานของ“พี่ไอซ์” ศรุต วุฒิพชรธร ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ประทับใจในความสามารถของพี่ไอซ์และเป็นไอดอลตลอดมา โดยในอนาคตหลังจากเรียนจบ อยากจะเข้าไปทำงานในฐานะดีไซน์ หาประสบการณ์ ได้ออกแบบเสื้อผ้าให้ผู้คนได้สวมใส่ หลังจากมีประสบการณ์หรือถ้ามีโอกาส อยากจะสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง “สำหรับคนที่มีความฝัน เข้าประกวดแล้วผิดหวังจากการประกวด ไม่ต้องท้อใจ ให้คิดว่า ความล้มเหลวเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จ ไม่เริ่ม ไม่ล้มเหลว ไม่สำเร็จ”

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 0-2549-4994 More >

rmutt_news_2013-09-23_07

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี ที่ร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์

ไปที่เรื่องอื่นกันบ้าง เริ่มจาก รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี ที่ร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการแข่งขันหุ่นยนต์ ซีอาร์ยู โรบอทเกมส์ ระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา ครั้งที่ 4..ก็ต้องขอชื่นชมและปรบมือได้ด้วยนะจ๊ะ More >

rmutt_news_2013-09-23_13

นศ.ครุศาสตร์ มทร.ธัญบุรีผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของการยีตาล ใช้ในครัวเรือน

จากสภาวะปัจจุบันราคาก๊าซหุงต้มมีการปรับราคาที่สูงขึ้นทุกเดือน เดือนละห้าสิบสตางค์ต่อกิโลกรัม และมีแนวโน้มที่จะปรับไปถึง 12 เดือน ซึ่งส่งผลทำให้ภาระค่าครองชีพของครัวเรือนจึงสูงมากขึ้นตามไปด้วย จากปัญหาดังนั้นคณะวิจัยประกอบด้วย “เต๋า” นายธำรงศักดิ์ โพธิ์ศรีรหัส “บรีส”

นายกรกฤษ เชื้อชัยนาท “อาท” นายธงชัย มิดชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาครุศาสตร์อุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม โดยมีอาจารย์ชัยรัตน์ หงส์ทอง เป็นที่ปรึกษา เกิดแนวคิดที่จะนำน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการยีตาลมาผลิตก๊าซเพื่อใช้ในครัวเรือน

เต๋า ตัวแทนคณะผู้วิจัย เล่าว่า เนื่องจากที่บ้านมีอาชีพยีตาลเพื่อเอาเนื้อตาลไปขาย กระบวนการในการยีตาลต้องมีน้ำเสียทิ้งทุกวัน โดยทิ้งน้ำเสียไว้ในบ่อหลังบ้านโดยไม่ทราบถึงคุณค่าที่มีอยู่ภายในของบ่อน้ำเสียเลย จากการศึกษาและสังเกตบ่อน้ำเสียจะมีก๊าซเกิดขึ้น น่าจะสามารถทำประโยชน์ได้ คณะผู้วิจัยจึงได้คิดโครงงาน “การผลิตก๊าซชีวภาพที่ได้จากบ่อน้ำเสียของกระบวนการยีตาล” ขึ้น ขั้นตอนในการผลิตก๊าซเริ่มจาก

1.สังเกตบ่อน้ำเสียจากการยีตาลว่ามีขนาดเท่าไร โดยขนาดของบ่อน้ำเสียในการวิจัยในครั้งนี้มีขนาด 4×4 เมตร 2.จากนั้นนำผ้าใบมาทำการตัดให้ได้ขนาดกับบ่อน้ำเสียที่ได้จากการยีตาลและคลุมลงไปบนบ่อน้ำเสีย เพื่อเก็บก๊าซที่ลอยขึ้นมา โดยก๊าซที่ลอยขึ้นมาเรียกว่า “ก๊าซชีวภาพ” 3.นำท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว มาเจาะรู (เพื่อให้น้ำเข้าไปในท่อ) จากนั้นเอาท่อที่เจาะรู ยึดติดกับผ้าใบทั้ง 4 ด้าน ของขอบผ้าใบ เป็นการกดไว้บริเวณขอบของผ้าใบ เพื่อไม่ให้ก๊าซที่เกิดขึ้นไหลออกไปจากบ่อก๊าซที่เราทำขึ้น 4.ทำการต่อท่อและสายลำเลียงก๊าซไปใช้ในครัวเรือน 5.ปล่อยให้เกิดกระบวนการเกิดก๊าซชีวภาพ ประมาณ 7 วัน ต่อจากนั้นสามารถนำก๊าซที่ได้ไปใช้ในครัวเรือน ขอแนะนำหัวแก๊สที่จะใช้ ต้องเป็นหัวแก๊สพิเศษที่ใช้สำหรับก๊าซชีวภาพ มีขายตามท้องตลาดทั่วไป

นางประนอม โพธิ์ศรี ผู้ปกครองของนายธำรงศักดิ์ โพธิ์ศรี และเจ้าของบ้านที่ได้ทดลองใช้ ก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของการยีตาลเล่าว่า หลังจากที่ได้ทดลองใช้ก๊าซชีวภาพเป็นเวลา 3 เดือน ลดค่าใช้จ่ายได้มาก เนื่องจากก๊าซหุงต้มที่ใช้ปกติจะใช้ 1 ถัง/1 เดือน บวกกับราคาก๊าซที่ขึ้นทุกเดือน ถือว่าเป็นการประหยัดและสามารถนำน้ำเสียจากการยีตาลมาใช้ประโยชน์ เพราะว่า ที่บ้านต้องยีตาล เพื่อเอาเนื้อตาลส่งตลาดทุกวัน ภูมิใจที่ลูกชายนำความรู้ที่เรียนมา มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยที่เพื่อนบ้านในหมู่บ้านได้ชื่นชม และอยากให้มีใช้ในครัวเรือนบ้าง นอกจากก๊าซชีวภาพที่สามารถนำมาใช้ได้แล้ว ยังเป็นการลดกลิ่นของน้ำเสียอีกด้วย

ผลจากการเก็บข้อมูลพบว่าในครัวเรือนจะใช้ก๊าซหุงต้มเฉลี่ย 31 วันต่อถัง 15 กิโลกรัม ดังนั้นจึงนำก๊าซชีวภาพที่ได้มาทำการประกอบอาหารแทนก๊าซหุงต้ม เมื่อนำมาคิดถึงค่าใช้จ่ายในการที่ต้องจัดซื้อก๊าซหุงต้มสามารถประหยัดได้เดือนละ 310 บาท ใน 1 ปีสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 3,720 บาทต่อปี เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อก๊าซหุงต้มที่มีราคาสูงขึ้น รวมทั้งเป็นการนำเอาของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยค่าวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของการยีตาล ประมาณ 2,000 บาท ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ นายธำรงศักดิ์ โพธิ์ศรี โทร.08-5231-3747 More >

rmutt_news_2013-09-23_12

มทร.ธัญบุรีบุกโรงงานจัดหลักสูตรสอนพนง.ยกระดับอุตสาหกรรม

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวถึงแนวทางการรับนักศึกษาปีการศึกษา 2557 ว่า มทร.ธัญบุรียังคงดำเนินการรับนักศึกษาในรูปแบบเดิม ซึ่งมีอยู่ 3 ระบบ คือ 1.ระบบโควตา จะให้โควตากับโรงเรียนที่อยู่ในเครือข่ายและท้องถิ่น โดยนักเรียนโควตาที่ดำเนินการรับเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย มีผลการเรียนดี 2.ระบบสอบตรงของมหาวิทยาลัย 3.ระบบแอดมิชชั่นส์

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ มทร.ธัญบุรี ได้เริ่มดำเนินการรับพนักงานจากโรงงานอุตสาหกรรมเข้าศึกษาต่อ โดยคนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่หลุดจากวงจรการศึกษา เนื่องจากก่อนหน้านี้อาจประสบปัญหาด้านการเงินจึงไม่สามารถศึกษาต่อได้ ต้องออกมาทำงาน แต่ในขณะนี้มีความพร้อม ดังนั้น มทร.ธัญบุรี จึงเปิดรับพนักงานที่อยู่ในภาคโรงงานอุตสาหกรรมเข้าศึกษาต่อ เพื่อต่อยอดให้สามารถมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันได้เริ่มทำการเรียนการสอนในหลายโรงงาน และมีการเทียบโอนประสบการณ์ความรู้ ของผู้เรียน เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรียน เนื่องจากผู้เรียนที่อยู่ในโรงงานมีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว แต่อาจจะเพิ่มเติมความรู้ในส่วนอื่นๆ ให้แทน และคนกลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มที่ผลักดันนักอุตสาหกรรมประเทศให้เข้มแข็ง

“การรับพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมเรียนต่อนั้น ได้เริ่มดำเนินการกับบริษัทไทยซัมมิท กรุ๊ป ซึ่งมีบริษัทอยู่ในเครือ 30 แห่ง โดยได้มีการสำรวจและมีการลงนามความมือกัน โดยที่ผ่านมานั้น บริษัทไทยซัมมิทมีบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาระดับประถมจำนวนหนึ่ง และบริษัทได้สนับสนุนให้เรียนต่อ กศน. เพื่อเพิ่มความรู้สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ก็จะเป็นแรงผลักดันให้บุคลากรเรียนต่อ ซึ่งการจัดการศึกษาให้กลุ่มคนกลุ่มนี้ อาจไม่ได้เข้าสู่สาขาที่เป็นวิศวกร แต่อาจเป็นปริญญาตรีด้านเทคนิคการผลิต หรือปริญญาตรีที่เกี่ยวข้องกับสายงานของเขา ซึ่งการที่ มทร.ธัญบุรี เข้าไปพัฒนาคนกลุ่มนี้ขึ้นมา จะทำให้ศักยภาพของแรงงานสูงขึ้น ผลผลิตของบริษัทก็จะมีคุณภาพสูงขึ้นเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ก็ต้องขอร้องให้ภาคอุตสาหกรรมให้โอกาสบุคลากรได้รับการศึกษา และ มทร.ธัญบุรีพร้อมที่จะช่วยทำหลักสูตรให้เช่นกัน” อธิการบดีกล่าวในที่สุด More >

rmutt_news_2013-09-23_02

คอลัมน์ พระมหากรุณาธิคุณ: เยาวชนไปดู…’เลี้ยงกบเงินล้าน’-'เห็ดเงินแสน’ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือคือ’ไม่โลภ’

เสกสรร สิทธาคม seksan2493@yahoo.com

“เยาวชนจะได้เรียนรู้ทฤษฎีจากวิทยากร ได้ศึกษาทดลองกับปราชญ์ชาวบ้านที่ยึดหลักตามแนวพระราชดำริที่พระราชทานไว้ไปเป็นเครื่องมือดำเนินการแล้วประสบความสำเร็จ ที่เยาวชนต้องคำนึงถึงอย่างสำคัญคือความขยัน อดทน ไม่โลภ ต้องสามัคคีกัน แบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันแล้วก็รู้จักอดออม ต้องมั่นในกตัญญู เป็นต้น นี่เป็นหัวใจของแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงคนใดที่เก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ครั้งนี้ได้มากย่อมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในทางดีงามได้ แล้วจะประสบความสำเร็จมีความสุขอย่างแน่นอน แม้แต่ในการใช้กับการเรียนหนังสือ”เป็นคำกล่าวทิ้งของนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการ กปร. ที่เดินทางมาเป็นประธานเป็นขวัญกำลังใจแก่เยาวชน พร้อมๆ กับให้ศีลให้พรอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ตลอดจนพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มาเป็นสิริมงคลจงบันดาลดลให้เยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายรู้งานสืบสานพระราชดำริครั้งนี้ประสบความสุขความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจแข็งแกร่งน้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินชีวิตให้ตัวเองและชาติบ้านเมืองตลอดจนช่วยเป็นกำลังสำคัญทำงานถวายต่างพระเนตรพระกรรณเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณสู่วงกว้างต่อไป More >

rmutt_news_2013-09-23_01

คอลัมน์ เก็บภาพไว้ในความทรงจำ: พิพิธภัณฑ์ บัว

เรื่อง/ภาพ…นพพล ชูกลิ่น

พิพิธภัณฑ์บัวก่อตั้งจากพระราชดำริของสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่เหล่าบัณฑิต ทรงเห็นว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีอยู่ในเขต จ.ปทุมธานี ซึ่งมีดอกบัวและรวงข้าวเป็นสัญลักษณ์ จึงพระราชทานแนวพระราชดำริของพระองค์ลงมาว่าเราน่าจะทำ “พิพิธภัณฑ์บัว”

พิพิธภัณฑ์บัว จึงดำเนินการจัดตั้งในปี 2543 อยู่ใน การดูแลของสำนักงานโครงการภูมิทัศน์ และสำนักงาน กิจการพิเศษ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรวบรวมพันธุ์บัวทั้งพันธุ์ไทยพันธุ์เทศ และพันธุ์ลูกผสม เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ค้นคว้าวิจัย ขยายพันธุ์บัว เป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อศึกษาเรื่องการนำส่วนต่างๆของบัวไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

อีกทั้งเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยคุณประโยชน์ของบัวมีมากมาย เริ่มตั้งแต่เหง้าบัว อาทิ เหง้าบัวหลวงสามารถเป็นอาหาร ยาบำรุงกำลัง แก้ร้อนใน แก้ท้องร่วง แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ริดสีดวงทวาร จากการเริ่มต้นด้วยบัวเพียง 40 กระถาง มาวันนี้บัวที่ปลูกในพิพิธภัณฑ์บัวมีมากกว่า 500 กระถาง มีความหลากหลายมากกว่า 100 สายพันธุ์ รวมทั้งบัวที่ชื่อว่ามังคลอุบล บัวที่ได้รับรางวัล Best New Hardy Waterlily 2004 ในการประกวดบัวโลกครั้งที่ 19 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

พิพิธภัณฑ์บัวเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก นักถ่ายภาพมือใหม่น่าจะต้องมีประสบการณ์ในการไปถ่ายภาพนะครับ ซึ่งเวลาที่เหมาะสมที่จะดูดอกบัวบานเต็มที่คือเวลาตั้งแต่ 9 โมงเช้าเป็นต้นไป บัวแทบทุกสาย

พันธุ์จะแย่งกันบานอวดสีสันแห่งความงดงามที่บัวแต่ละสายพันธุ์อวดสีเกสรที่มีความฉูดฉาดสวยงามมากๆ ซึ่งผมลองเอาภาพมาให้ดูเป็นตัวอย่าง เผื่อผู้อ่านท่านใดได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนยังสถานที่แห่งนี้จะเกิดไอเดียในการถ่ายภาพสวยๆ กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ดีนะครับ More >

rmutt_news_2013-09-23_17

“เพชรราชมงคลธัญบุรี”ตะลุยแดนไต้หวัน เติมวิสัยทัศน์”อินเตอร์”

“ไต้หวัน” ประเทศเล็กๆ ที่มีการพัฒนาที่ก้าวหน้า ทั้งยังโดดเด่นในด้านเทคโนโลยี ขณะที่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาก็น่าสนใจ

จึงเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี นำโดย ดร.วิสิทธิ์ ล้อธรรมจักร ผู้ช่วยอธิการบดี ดร.ไพบูลย์ ใสยาวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจ รวมทั้ง ผศ.สมพงษ์ อังศุภโชติ ผอ.กองพัฒนานักศึกษา ได้นำนักศึกษาแกนนำด้านกิจกรรม รวมถึงกลุ่มไอคิวเฉียบทางวิชาการและภาษาต่างประเทศ ซึ่งผ่านการเจียระไนคัดเลือกให้เป็น “เพชร” จำนวน 37 ชีวิต ลัดฟ้าไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ภายใต้ โครงการเปิดโลกทัศน์นักศึกษา “เพชรราชมงคลธัญบุรี” สู่สังคมยุคใหม่

เรียกว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาเรียนรู้นอกตำราที่บรรดา “เพชร” แต่ละเม็ดได้มีโอกาสเรียนรู้แง่มุม การจัดการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติไทเป และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน ทั้งยังได้ร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาไต้หวัน นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวไต้หวัน รวมถึงเพิ่มอรรถรสกับการเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

“ยายรหัส” ได้มีโอกาสร่วมกับคณะไปร่วมเรียนรู้ถึงแดนไกลไทเปด้วย เรียกว่าทั้ง ฟิน กับความรู้ ที่ได้รับและประทับใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่ได้เห็น และเชื่อว่าน้องๆ ก็คงเอ็นจอยใช่ย่อย แต่จะ แซ่บเว่อร์จุงเบย ขนาดไหนต้องขอไปเปิดวง เม้าท์มอย กันซะหน่อย

เริ่มที่สาวใสอินดี้ “แพ๊ตตี้” ณัฏฐ์นิดา ปิติมล ปี 4 คณะบริหารธุรกิจ โครงการภาษาอังกฤษ บอกว่า “การเดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ ทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิต รวมไปถึงเรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ใหม่ๆ และความคิดที่หลากหลาย ซึ่งสิ่งที่แพ๊ตตี้ประทับใจในไต้หวันคือการวางผังเมืองที่แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่มีความใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคุณค่าของน้ำที่มีการนำมาหมุนเวียนใช้อย่างคุ้มค่า สิ่งสำคัญคือการรู้เข้าใจและใช้สิทธิของตนเองอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่อยากให้คนไทยได้รู้สิทธิและใช้อย่างเหมาะ สมเช่นกัน”

ส่วนว่าที่คุณครู มีนกาญจน์ แจ่มพงษ์ “รีน” ปี 5 คณะครุศาสตร์ เล่าความรู้สึกว่า “ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ประเทศไทยไม่มี ทั้งระบบการทำงาน วิถีชีวิต รวมถึงได้เห็นถึงความใส่ใจของภาครัฐบาลและเอกชนต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะระบบการศึกษาของไต้หวัน ซึ่งมีการปลูกฝังเรื่องวินัยผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เขาให้ความสำคัญกับเด็กมาก รวมถึงการให้เด็กได้เลือกเรียนตามความถนัดความสนใจ รวมถึงการส่งเสริมให้เรียนต่อในระดับสูง สิ่งเหล่านี้เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ได้เกิดเฉพาะในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นทุกที่โดยเฉพาะนอกห้องเรียนที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง”

ขณะที่ ณัฐพล พัฒนเลี่ยมไพบูลย์ “เอ็ม” บัณฑิตหมาดๆ จากคณะบริหารธุรกิจ บอกว่า “ได้มองโลกในมุมมองที่กว้างขึ้น ทั้งศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน สถาปัตยกรรม รวมถึงการได้ใช้ภาษาสื่อสารกับผู้คน สิ่งที่ผมประทับใจคนไต้หวันคือความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และอยากให้มหาวิทยาลัยต่อยอดโครงการดีๆ เช่นนี้ไปต่อเนื่อง เพื่อให้โอกาสน้องๆ นักศึกษาได้เรียนรู้โลกกว้างมากขึ้น นำสิ่งดีๆ กลับพัฒนาตนเอง มหาวิทยาลัย และพัฒนาชาติมากขึ้น”

ด้านสาวศิลปกรรมศาสตร์ปี 4 วนิดา วัฒนวิจารณ์ “กิ๊ฟ” กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “เป็นโครงการที่ดีที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เปิดโลกทัศน์มุมมองที่กว้างขึ้น เห็นได้ว่าส่วนใหญ่นักศึกษาที่เก่งวิชาการ ภาษามักจะมีโอกาสไปต่างประเทศมากกว่า แต่ มทร.ธัญบุรีได้เปิดกว้างให้นักศึกษากิจกรรมได้มาเรียนรู้ต่างประเทศด้วย ซึ่งกิ๊ฟเองถือว่าเป็นการเดินทางมาต่างประเทศครั้งแรก จึงประทับใจและดีใจอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาส ซึ่งการที่เราได้ไปเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยว นักศึกษาสาขาวิชาต่างๆ ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งที่เรียนรู้กลับมาพัฒนาตนเองและมหาวิทยาลัย ให้ดียิ่งขึ้น”

ปิดท้ายกันที่หนุ่มกิจกรรมตัวยง ธรรมนูญ ทองอ่อน “ตาหนึ่ง” คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 3 เม้าท์อย่างออกรสว่า “ได้เรียนรู้มุมมองแนวคิดการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยในไต้หวัน การใช้ชีวิตของผู้คน และสภาพแวดล้อมการวางผังเมืองให้สอดรับกับประเทศที่เป็นเกาะ ผมมองว่าวิศวกรไต้หวันพัฒนามากกว่าบ้านเรา ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดในอนาคต ขณะที่บ้านเราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่มีการวางแผน สำหรับโครงการนี้เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับนักศึกษา ซึ่งผมมองว่าการที่ผมมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่เรียนจบแล้วเดินออกไป แต่ผมต้องทำอะไรให้กับมหาวิทยาลัยผ่านกิจกรรมต่างๆ ผมอาจจะเป็น แค่มดตัวเล็กๆ ที่ช่วยขนน้ำตาล ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ขาดมดไม่ได้ มหาวิทยาลัยจะมีแต่คนที่หยิบน้ำตาลออกไปไม่ได้ แต่ต้องมีมดที่เป็นนักกิจกรรมคอยเติมความหวาน คือมี ทั้งคนเก่งวิชาการและนัก กิจกรรมที่เหมือนน้ำคนละครึ่งแก้วมาผสมจนเต็มแก้วที่มีคุณภาพเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย”

“ยายรหัส” เชื่อมั่นว่า วิชาความรู้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ครูบาอาจารย์สามารถหยิบยื่นให้ แต่กิจกรรมประสบการณ์นอกรั้วมหาวิทยาลัยเป็นอีกสิ่งสำคัญซึ่งอยู่ที่ตัวนักศึกษาว่าจะกอบโกยเติมเต็มปัญญาได้ขนาดไหน

เพื่อสร้างมูลค่าให้กับความเป็น “เพชร” ที่มีคุณภาพ.

ยายรหัส/รายงาน More >

rmutt-news-2013-09-24_06

คอลัมน์ สกู๊ปหน้า 1: สังคมเปลี่ยนยิ่งสำคัญ ‘บ้านผู้สูงอายุ’ ไทยไม่ใส่ใจไม่ได้แล้ว!

กระแส ‘สังคมผู้สูงอายุ” ในประเทศไทย กำลังเชี่ยวกรากขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่อัตราส่วนประชากรของประเทศไทยนับวันจะมีในส่วนที่เป็นผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีความไม่พร้อมในด้านใด ๆ ในการ ‘รองรับ” สังคมผู้สูงอายุ ก็จะเป็นทั้งปัญหาในจุดนั้น ๆ และนำมาซึ่งปัญหาต่อเนื่อง…

ในที่นี้ก็หมายรวมถึง ‘บ้าน-ที่อยู่อาศัย”

ที่กับ “ผู้สูงอายุ” ต้อง ‘มีความเหมาะสม”

ทั้งนี้ ทางองค์การสหประชาชาติ ระบุไว้ว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนเกินร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าประเทศนั้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) เมื่อสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ

สำหรับประเทศไทย จากรายงานสำรวจประชากรปี 2550 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประชากรสูงอายุในไทยมีประมาณ 7 ล้านคน หรือร้อยละ 11 ของประชากรทั้งประเทศราว 65.6 ล้านคน ซึ่งบ่งชี้ว่าประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และคาดว่าในอีก 15-20 ปีไทยจะมีสัดส่วนประชากรสูงอายุเกือบร้อยละ 25 หรือเฉลี่ยแล้วในประชากร 4 คน จะเป็นผู้สูงอายุ 1 คน หรือไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์เกินเกณฑ์ด้วยซ้ำ More >

rmutt-news-2013-09-24_04

มทร.ธัญบุรีฟิตพร้อมออกนอกระบบ มุ่งเน้นพัฒนาบุคลากร

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ในปี 2559 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้กำหนดให้ มทร.ธัญบุรีก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายหนึ่งที่สภามหาวิทยาลัยได้เร่งผลักดัน และที่ผ่านมามหาวิทยาลัยก็ได้ดำเนินการเป็น 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 เตรียมความพร้อมด้วยการสร้างความเข้าใจกับบุคลากรให้ทราบว่า มทร.ธัญบุรีกำลังจะเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ บุคลากรเริ่มมีความเข้าใจแนวทางที่กำลังจะเดินไปข้างหน้า เมื่อบุคลากรมีความเข้าใจแล้วทุกคนจะต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพ เพราะหลังการออกนอกระบบมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องหารายได้เลี้ยงตัวเอง แม้ว่าส่วนหนึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐ

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า ระยะที่ 2 เตรียมที่จะมอบอำนาจให้คณะต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งการปรับกฎระเบียบมุ่งเน้นให้อาจารย์สามารถรับงานภายนอกเข้าสู่มหา วิทยาลัยได้ โดยรายได้หลักที่น่าจะทำได้ คือการทำงานวิจัย หรือการรับงานภายนอก เช่น การฝึกอบรมให้บุคคลภายนอก ซึ่งขณะนี้ได้พยายามปรับโครงสร้างการบริหารเพื่อเอื้อให้ทุกคณะสามารถบริหารการจัดการรายได้ได้เอง ส่วนระยะที่ 3 เมื่ออาจารย์มีความพร้อม มีศักยภาพ กฎระเบียบก็เอื้ออำนวย ถึงวันนั้นจริงๆ การออกนอกระบบจะกลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนสามารถก้าวไปพร้อมๆ กัน

“การออกนอกระบบของ มทร.ธัญบุรี จะไม่ได้ทำแค่เรื่องการจัดการศึกษาอย่างเดียว แต่อาจมีการจัดตั้งอุตสาหกรรมขนาดเล็กขึ้นในมหาวิทยาลัยเพื่อหารายได้เข้าสู่สถาบัน” อธิการบดี มทร. กล่าว More >