ข่าวประชาสัมพันธ์

อนันตนาคราช ความภาคภูมิใจ นศ.ศิลปกรรม คว้ารางวัลระดับโลก

“อนันตนาคราช” ผลงานสุดเจ๋งของเด็กไทยคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะระดับโลก ในงานเทศกาลหิมะน้ำแข็งนานาชาติ ประจำปี 2557 “6 th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2014” ณ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บิน เมืองฮารบิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย “อั๋น” นายจักรกฤษ ผิวจันทร์ “บีม” นายไพบูลย์ งามวงษ์ “โอ๊ด” นายศุภชัย ทานะเวช นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ (อาทร์) นายสาธิต กระเทศ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาประติมากรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยมีทีมทั้ง 61 ทีมจาก 13 ประเทศเข้าแข่งขัน ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา คว้ารางวัลชนะเลิศ First Prize จากการแข่งขัน in the Fifth 2013 International Collegiate Snow sculpture Contest ณ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บิน

เมืองฮารบิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

อั๋น เล่าว่า จากโจทย์ในการแข่งขันให้ขนาดของหิมะมาสูง 3.5 เมตร กว้าง 3 เมตร เป็นก้อนสี่เหลี่ยม ในทีมและอาจารย์จึงได้ออกแบบเป็นผลงานชื่อ “อนันตนาคราช” ความเป็นมาคือ อนันตนาคราชพระยานาคสามเศียรสง่างามดุจดังเทพบุตรผู้ซึ่งปกครองท้องทะเล มีลำตัวที่ยาวเหมือนคลื่นในท้องสมุทรอันกว้างใหญ่แสดงถึงพลังที่แข็งแรงและในทางตรงกันข้ามก็นิ่มนวล อนันตนาคราชเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความสมบูรณ์ของประเทศไทย เป็นหนึ่งในสิบสองนักสัตว์ ลักษณะงานเป็นนาคราช 3 เศียร โดนใช้เทคนิคพิเศษต่อเติมหิมะขึ้นไป 6.99 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่สูงที่สุดในการแข่งขันในครั้งนี้ โดยเป็นประติมากรรมเน้นความเป็นไทยผสมผสานสากล แสดงถึงความมีพลัง การเคลื่อนไหวของพญานาคราช เก็บลายละเอียดด้วยลายกนก

อาท เล่าว่า รับผิดชอบในส่วนคิดแบบของลวดลาย และแกะตามแบบของลวดลายที่ได้คิด ยกตัวอย่าง ใส่ลายกนกของหัวนาคแกะลายกนกหางไหล อุปสรรคในการทำงานครั้งนี้ ลายกนกมีความซับซ่อน และต้องมีการต่อก้อนหิมะ ต้องทำงานแข่งกับการละลายของหิมะ ที่สำคัญพื้นที่ในการทำงานน้อย เพราะว่า หัวนาคราชสูงขึ้นไปจากพื้นมาก ต้องใช้บันไดต่อขึ้นไปแกะถึง 2 ชั้น “กลัวความสูง และยังต้องกังวลการแตกหักของหิมะ”

โอ๊ต เล่าว่า รับผิดชอบในการตัดต่อหิมะ ต้องเสี่ยงกับความสูง โดยในการตัดต่อต้องอาศัยเทคนิคพิเศษที่ได้เรียนมาใช้ “ต้องถอดถุงมือเพื่อต่อน้ำกับหิมะ และใช้น้ำเป็นตัวเชื่อม ต้องจับและใช้เวลาค่อยข้างนานให้ติด” เครื่องมือที่ใช้เป็นเครื่องมือพิเศษที่เตรียมและดัดแปลงเอง เช่น ในการตัดหิมะ ทะลายหิมะ ต้องอาศัยเครื่องมือที่แข็งแรง โดยเครื่องมือดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนต่างชาติที่เข้ามาแข่งขัน

บีม เล่าว่า รับผิดชอบในส่วนของการเก็บลายละเอียดลำตัว เนื่องจากในช่วงของลำตัวนาคราช แสดงถึงการเคลื่อนไหว ต้องมีความกลมกลืน เพื่อเป็นการโชว์ผลงาน ต้องการให้แสงตกมากระทบ แล้วสะท้อน พยายามเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ซึ่งก่อนที่จะลงมือแกะได้มีการวางแผนในทีมว่าจะให้ผลงานที่ออกมามีลักษณะเด่นอย่างไร แสงเป็นอีกองค์ประกอบที่เมื่อกระทบกับหิมะจะทำให้ผลงานดูโดดเด่น

ขอบคุณทางผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี รวมถึง ผศ.ดร.ไชยพจน์ หวลมานพ ผศ.นฤพนธ์ บูรณะบัญญัติ อาจารย์ดิษฐวัฒน์ อินนุพัฒน์ อาจารย์ทรงศักดิ์ นามโพธิ์ และอาจารย์นันทวรรณ หวลมานพ ที่ปรึกษาและให้คำแนะนำระหว่างการแข่งขัน และต้องขอขอบคุณทีมงานน้องคณะศิลปกรรมทุกคน ที่ได้ช่วยกันก่อบล็อกดินเหนียวผสมทรายผสมปูนปลาสเตอร์ เพื่อให้ทีมซ้อมแกะ ก่อนไปทำการแข่งขัน อั๋น หัวหน้าทีมกล่าวทิ้งท้าย

More >

Binder1_Page_8

ภาพข่าว: พัฒนาบุคลากร

ผศ.ดร.สิริแข พงษ์สวัสดิ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประสงค์ หงษ์ทอง กรรมการผู้จัดการบริษัทบี.อี.มารูบิซิ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ More >

Binder1_Page_5

อนันตนาคราช ความภาคภูมิใจนศ.ศิลปกรรม คว้ารางวัลระดับโลก

“อนันตนาคราช” คืออนันตนาคราชพระยานาคสามเศียรสง่างามดุจดังเทพบุตรผู้ซึ่งปกครองท้องทะเลมีลำตัวที่ยาวเหมือนคลื่นในท้องสมุทรอันกว้างใหญ่แสดงถึงพลังที่แข็งแรงและในทางตรงกันข้ามก็นิ่มนวล อนันตนาคราชเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความสมบูรณ์ของประเทศไทย

“อนันตนาคราช” ผลงานสุดเจ๋งของเด็กไทยคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะระดับโลก ในงานเทศกาลหิมะน้ำแข็งนานาชาติ ประจำปี 2557 “6 th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2014″ ณ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บินเมืองฮารบิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย “อั๋น” นายจักรกฤษ ผิวจันทร์ “บีม” นายไพบูลย์ งามวงษ์ “โอ๊ด” นายศุภชัย ทานะเวช นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ (อาทร์) นายสาธิต กระเทศนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาประติมากรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี โดยมีทีมทั้ง 61 ทีมจาก 13 ประเทศเข้าแข่งขัน ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา คว้ารางวัลชนะเลิศFirst Prize จากการแข่งขัน in the Fifth 2013 International Collegiate Snow sculpture Contest ณ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บินเมืองฮารบิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

อั๋น เล่าว่า จากโจทย์ในการแข่งขันให้ขนาดของหิมะมาสูง 3.5 เมตร กว้าง 3 เมตร เป็นก้อนสี่เหลี่ยม ในทีมและอาจารย์จึงได้ออกแบบเป็นผลงานชื่อ “อนันตนาคราช”ความเป็นมาคือ อนันตนาคราชพระยานาคสามเศียรสง่างามดุจดังเทพบุตรผู้ซึ่งปกครองท้องทะเล มีลำตัวที่ยาวเหมือนคลื่นในท้องสมุทรอันกว้างใหญ่แสดงถึงพลังที่แข็งแรงและในทางตรงกันข้ามก็นิ่มนวล อนันตนาคราชเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความสมบูรณ์ของประเทศไทย เป็นหนึ่งในสิบสองนักสัตว์ ลักษณะงานเป็นนาคราช 3 เศียร โดนใช้เทคนิคพิเศษต่อเติมหิมะขึ้นไป 6.99 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่สูงที่สุดในการแข่งขันในครั้งนี้โดยเป็นประติมากรรมเน้นความเป็นไทยผสมผสานสากล แสดงถึงความมีพลัง การเคลื่อนไหวของพญานาคราช เก็บลายละเอียดด้วยลายกนก

อาท เล่าว่า รับผิดชอบในส่วนคิดแบบของลวดลาย และแกะตามแบบของลวดลายที่ได้คิด ยกตัวอย่าง ใส่ลายกนกของหัวนาคแกะลายกนกหางไหล อุปสรรคในการทำงานครั้งนี้ ลายกนกมีความซับซ่อน และต้องมีการต่อก้อนหิมะ ต้องทำงานแข่งกับการละลายของหิมะ ที่สำคัญพื้นที่ในการทำงานน้อย เพราะว่า หัวนาคราชสูงขึ้นไปจากพื้นมาก ต้องใช้บันไดต่อขึ้นไปแกะถึง 2 ชั้น “กลัวความสูง และยังต้องกังวลการแตกหักของหิมะ”

โอ๊ต เล่าว่า รับผิดชอบในการตัดต่อหิมะ ต้องเสี่ยงกับความสูง โดยในการตัดต่อต้องอาศัยเทคนิคพิเศษที่ได้เรียนมาใช้ “ต้องถอดถุงมือเพื่อต่อน้ำกับหิมะ และใช้น้ำเป็นตัวเชื่อม ต้องจับและใช้เวลาค่อยข้างนานให้ติด” เครื่องมือที่ใช้เป็นเครื่องมือพิเศษที่เตรียมและดัดแปลงเอง เช่น ในการตัดหิมะทะลายหิมะ ต้องอาศัยเครื่องมือที่แข็งแรง โดยเครื่องมือดังกล่าวสร้างความ

ประหลาดใจให้กับเพื่อนต่างชาติที่เข้ามาแข่งขัน

บีม เล่าว่า รับผิดชอบในส่วนของการเก็บลายละเอียดลำตัว เนื่องจากในช่วงของลำตัวนาคราชแสดงถึงการเคลื่อนไหว ต้องมีความกลมกลืน เพื่อเป็นการโชว์ผลงาน ต้องการให้แสงตกมากระทบ แล้วสะท้อน พยายามเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ซึ่งก่อนที่จะลงมือแกะได้มีการวางแผนในทีมว่าจะให้ผลงานที่ออกมามีลักษณะเด่นอย่างไร แสงเป็นอีกองค์ประกอบที่เมื่อกระทบกับหิมะจะทำให้ผลงานดูโดดเด่น

ขอบคุณทางผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี รวมถึง ผศ.ดร.ไชยพจน์หวลมานพ ผศ.นฤพนธ์ บูรณะบัญญัติ อาจารย์ดิษฐวัฒน์ อินนุพัฒน์ อาจารย์ทรงศักดิ์ นามโพธิ์และอาจารย์นันทวรรณ หวลมานพ ที่ปรึกษาและให้คำแนะนำระหว่างการแข่งขัน และต้องขอขอบคุณทีมงานน้องคณะศิลปกรรมทุกคน ที่ได้ช่วยกันก่อบล็อกดินเหนียวผสมทรายผสมปูนปลาสเตอร์ เพื่อให้ทีมซ้อมแกะ ก่อนไปทำการแข่งขัน อั๋น หัวหน้าทีมกล่าวทิ้งท้าย More >

Binder1_Page_2

อาจารย์ มทร.ธัญบุรี รับรางวัล Good Practice ด้านการเรียนการสอนกับการบริการทางวิชาการ

“การให้บริการทางวิชาการถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของสถาบันการศึกษา ซึ่งสาขาวิชาการตลาดเองได้เล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้ จึงจัดให้มีการพัฒนาความรู้ด้านบริหารธุรกิจแก่ผู้ประกอบการและชุมชนต่างๆ อยู่เสมอ เช่น การอบรมการเขียนแผนการตลาด ซึ่งนอกจากจะเป็นการให้บริการทางวิชาการแก่สังคมตรงตามภารกิจแล้ว ทางสาขาวิชาเองยังสามารถนำองค์ความรู้ได้ที่จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเราและผู้ประกอบการ มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่นักศึกษาได้อีกด้วย จัดว่ายังเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่ายในลักษณะ win-win”

หลักการและแนวความคิดในการบูรณาการการเรียนการสอนของ อาจารย์ สลิตตา สาริบุตร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนวิชากลยุทธ์การตลาดและการวางแผน จนประสบความสำเร็จ คว้ารางวัล Good Practice ด้านการเรียนการสอนกับการบริการทางวิชาการ ในการแข่งขันทักษะทางวิชาการด้านบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั่วประเทศ

อาจารย์สลิตตา เล่าว่า สาเหตุที่เลือกการให้บริการทางวิชาการด้านการจัดทำแผนการตลาดมาบูรณาการกับการเรียนการสอนในรายวิชากลยุทธ์การตลาดและการวางแผน เนื่องจากจุดมุ่งหมายรายวิชาของวิชานี้ คือ นอกจากนักศึกษาจะต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านการตลาดเป็นอย่างดีแล้ว นักศึกษาจะต้องสามารถจัดทำแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงวิเคราะห์และเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย ซึ่งการนำเอาองค์ความรู้ที่ได้จากการให้บริการทางวิชาการด้านการเขียนแผนการตลาดแก่ผู้ประกอบการมาประยุกต์เข้ากับรายวิชานี้ จะยังประโยชน์ให้แก่นักศึกษาผู้เรียนได้มาก ทั้งในแง่ของประสบการณ์จากผู้เข้าอบรม ประเด็นปัญหาจริงที่ผู้ประกอบการประสบ และวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ซึ่งการเรียนการสอนจะวางแผนเป็นขั้นตอนทั้งหมด 4 ขั้นตอน ตามหลัก PDCA โดยแต่ละขั้นตอนเน้นให้นักศึกษาปฏิบัติจริง โดยเริ่มจาก

ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Plan) วางแผนการจัดอบรมด้านการเขียนแผนการตลาด รวบรวมเนื้อหาจากการอบรม วิเคราะห์ และนำองค์ความรู้ที่ได้ มาให้ความรู้เพิ่มเติมแก่นักศึกษาในรายวิชากลยุทธ์การตลาดและการวางแผน กำหนดแผนงานให้นักศึกษา เพื่อให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้สู่ชุมชน และเนื่องจากต้องการให้แผนธุรกิจที่นักศึกษาจัดทำขึ้นมีคุณภาพ เป็นที่น่าเชื่อถือในระดับประเทศ จึงบังคับให้นักศึกษาทุกคนต้องส่งแผนเข้าประกวดในเวทีระดับประเทศ เช่น BrandAge Award, กรุงไทยต้นกล้าสีขาว ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินงาน (Do) จัดทำเอกสารเพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษาในรายวิชากลยุทธ์การตลาดและการวางแผน อบรมให้ความรู้แก่นักศึกษา ให้นักศึกษาลงพื้นที่ชุมชนเพื่อค้นหาปัญหาของผู้ประกอบการ และดำเนินการวางแผนแก้ปัญหา เลือกเน้นให้นักศึกษาเลือกชุมชนที่ใกล้มหาวิทยาลัยฯ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืนที่สุด เมื่อได้ลงพื้นที่แล้ว จากนั้นนักศึกษาจัดทำแผนการตลาดเพื่อส่งเข้าประกวดในเวทีระดับประเทศ

ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบ (Check) ตรวจสอบจำนวนแผนการตลาดที่นักศึกษาส่งเข้าประกวด เพื่อประเมินความคิดเห็นของนักศึกษาในชั้นเรียน ขั้นตอนที่ 4 การปรับปรุงแก้ไข (Act) นำเสนอผลสัมฤทธิ์ในที่ประชุมคณะ เพื่อหาข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงในปีต่อไป จากนั้นทำการเผยแพร่องค์ความรู้สู่ชุมชน ผ่าน KM Blog ของทางมหาวิทยาลัย

ยกตัวอย่างผลงานของนักศึกษาที่ได้เรียนวิชานี้ และรับรางวัลในระดับประเทศ เช่น “โครงการแผนพัฒนาธุรกิจขนมหม้อแกงถ้วยทองสูตรโบราณ” กลุ่มแม่บ้านขนมไทยศูนย์ OTOP คลองสาม จ.ปทุมธานี ของนักศึกษา RMUTT 33 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับภูมิภาค (ภาคกลาง) One-2-Call! BrandAge Award โครงการประกวดแผนพัฒนาธุรกิจ (ปีที่ 5)

รูปแบบในการดำเนินงานของนักศึกษาเองยังคงยึดหลัก PDCA ขั้นที่ 1.การวางแผน (Plan) ตั้งโจทย์ว่า สาเหตุที่ขนมไทยได้รับความนิยมลดน้อยลง จากการสอบถามข้อมูล พบว่าชุมชนอยากได้ขนมที่มีความทันสมัย แต่อยากให้คงเอกลักษณ์ความเป็นขนมหม้อแกงถั่วสูตรโบราณไว้ เนื่องจากเป็นสูตรอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวมอญ ขั้นตอนที่ 2.การดำเนินงาน (Do) คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของชุมชน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดผู้บริโภค ทางกลุ่มจึงได้นำเสนอ “ขนมหม้อแกงถั่วถ้วยทองสูตรโบราณ”

โดยขนมหม้อแกงถั่วถ้วยทองสูตรโบราณ ขนมไทยประยุกต์ที่นำแป้งอเนกประสงค์มาดัดแปลงให้เป็นถ้วยบรรจุขนมหม้อแกงที่รับประทานได้พร้อมกับตัวขนมหม้อแกง ซึ่งขนมหม้อแกงถั่วเป็นสูตรโบราณของกลุ่มแม่บ้าน จะมีความอร่อย กลมกล่อม แตกต่างจากขนมหม้อแกงไข่ เนื่องจากเน้นส่วนผสมของถั่วเป็นหลัก ไม่ใช้ไข่แดงจึงมีปริมาณแคลอรี่ต่ำ ส่วนตัวแป้งพายมีรสเค็มเล็กน้อย มีกลิ่นหอมของเนยสดและกลิ่นหอมของแป้งอบอย่างเบเกอรี่ซึ่งผสมผสานกันอย่างลงตัว เป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในด้านความสะดวกในการรับประทานที่สามารถทานได้ง่าย สะดวกกว่าแบบถาดหม้อแกงขนาดเล็ก รวมถึงยังเป็นการลดการใช้ถาดหม้อแกงซึ่งปัจจุบันมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่สามารถใช้แป้งอเนกประสงค์ทดแทนซึ่งมีราคาที่ต่ำกว่า สามารถขยายกลุ่มลูกค้าไปสู่กลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มวัยรุ่น หรือเป็นขนมเบรกระหว่างประชุม หลังจากนั้นมีการทำ จัดทำ fanpage ให้กลุ่มแม่บ้านเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ผลิต และผู้บริโภค

ขั้นที่ 3.การตรวจสอบ (Check) นำเสนอต่อชุมชน ร่วมกันนำเสนอข้อคิดเห็น พัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ และให้ลูกค้าได้ทดลองชิม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากลุ่มลูกค้า ขั้นที่ 4.การปรับปรุงแก้ไข (Act) ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ตามข้อคิดเห็น จากนั้นนำความรู้ที่ได้มาเผยแพร่ผ่านทาง KM ของมหาวิทยาลัย

“จริงๆ แล้วทางภาควิชาไม่ได้มุ่งเน้นว่านักศึกษาจะต้องได้รางวัลในระดับประเทศ แต่ที่พยายามผลักดันให้ส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับประเทศนั้น ก็เพื่อให้นักศึกษามีความตั้งใจในการทำงาน ได้เรียนรู้ผลงานจากเพื่อนมหาวิทยาลัยอื่นๆ และที่สำคัญข้อเสนอแนะที่ได้รับเป็นข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ตัวนักศึกษาเองในอนาคต และที่สำคัญการได้ลงพื้นที่จริง พบเจอปัญหาจริงๆ และร่วมมือกันระหว่างนักศึกษาและชุมชนเพื่อแก้ปัญหาจริงๆ ภายใต้การให้คำปรึกษาของอาจารย์ผู้สอน ซึ่งจะคอยดูอยู่ห่างๆ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในชั้นเรียน ซึ่งตัวนักศึกษาเองจะเกิดความภาคภูมิใจ และผูกพันกับชุมชนรอบๆ มหาวิทยาลัยฯ และเกิดการสร้างความสัมพันธ์อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนระหว่างชุมชนและมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผู้สอนเองมีความเชื่อว่าครูอาจจะไม่ใช่ lecturer ผู้รู้ทุกเรื่อง แต่ครูจะต้องเป็น facilitator ที่สามารถสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ที่ดีที่สุดให้แก่นักศึกษา” อ.สลิตตา กล่าวทิ้งท้าย More >

rmutt_news_Page_03

ภาพข่าว: สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) จัดโครงการสัมมนาประชาพิเคราะห์มาตรฐานวิชาชีพโลจิสติกส์ โดย มทร.ธัญบุรี ได้รับมอบหมายเป็นที่ปรึกษา ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ More >

rmutt_news_Page_02

ศูนย์ทดสอบเครื่องเกี่ยวข้าว

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากการผลิตภาคเกษตรกรรมมีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของโครงสร้างและการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทย ประกอบกับกระบวนการผลิตทางการเกษตรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากมีความพร้อมเรื่องนี้ก็จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ ประกอบกับในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน (AEC) ซึ่งจะมีการขยายการส่งออกและนำเข้าเครื่องจักรกลการเกษตรจำนวนมาก และจะส่งทั้งผลดีและเสียกับภาคเกษตรกรรมและเกษตรกร ดังนั้นสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย จึงได้เร่งศึกษาและจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรกรรม ทั้งยังร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมเกษตร มทร.ธัญบุรี จัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเกษตรขึ้นถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทย. More >

rmutt_news_Page_05

สารพัน’ดอกไม้’ใยสับปะรดหัตถกรรมรีไซเคิลสร้างรายได้

ปริมาณกากใยสับปะรดในโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปบางแห่ง ที่มีปริมาณมากถึง 200 ตันต่อวัน ซึ่งนอกจากโรงงานจะกำจัดของเหลือเหล่านี้ให้หมดไปด้วยจำหน่ายให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปผสมกับอาหารสัตว์แล้ว ล่าสุดมวลกากใยซึ่งดูเหมือนจะไร้ค่า ได้ถูกนำมารีไซเคิลผลิตเป็น กระดาษเชิงหัตถกรรม เพื่อนำมาประดิษฐ์เป็นไม้ดอกไม้ประดับ เป็นการเพิ่มมูลค่าอีกทาง ดังแนวคิดของ ผศ.สุจยา ฤทธิศร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ซึ่งได้สรรค์สร้างผลงานเพื่อสร้างอาชีพเสริมให้แก่ผู้สนใจ เพราะมองว่าทุกส่วนของสับปะรดนำมาดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ได้

ผศ.สุจยา ฤทธิศร อาจารย์ประจำสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี บอกถึงที่มาของการนำกากใยสับปะรดมาผลิตเป็นกระดาษเชิงหัตถกรรมว่า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่กากใยสับปะรด สร้างรายได้เพิ่มให้แก่โรงงาน และส่งเสริมเป็นอาชีพเสริมแก่ชาวบ้านที่สนใจ เนื่องจากกระดาษ 1 แผ่น ใช้เยื่อการผลิตไม่มาก แต่สามารถขายได้ในราคาที่สูง โดยกระดาษเชิงหัตถกรรมส่วนใหญ่จะจำหน่ายแผ่นละ 10-25 บาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าการจำหน่ายกากใยสับปะรดโดยตรง ที่ปัจจุบันจำหน่ายให้เกษตรกรไปผสมเป็นอาหารสัตว์ ในราคา 40 สตางค์ต่อกิโลกรัม ถึง 2.25 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับลักษณะของกากใย และปริมาณน้ำที่ผสมอยู่ในกากใย

ผศ.สุจยา กล่าวอีกว่า ที่คิดนำกากใยสับปะรดที่เหลือจากโรงงานมาผลิตเป็น กระดาษ ก็เพราะว่า ใบสับปะรดมีลักษณะเส้นใยที่ยาว จึงสามารถนำมาผลิตเป็นกระดาษได้ดี ส่วนเปลือกสามารถนำไปทำน้ำหมักชีวภาพและเป็นอาหารสัตว์ได้ แต่เปลือกสับปะรดจากอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรดส่วนใหญ่จะมีการบีบเอาน้ำหรือเนื้อที่ติดอยู่กับเปลือกออกจน

หมด จึงทำให้เปลือกเหลือเพียงส่วนที่เป็นเส้นใย ทำให้เปลือกสับปะรดจากโรงงานจึงมีปริมาณสารอาหารที่เหลือในเปลือกน้อย

“ในการผลิตกระดาษกากใยสับปะรดเชิงหัตกรรมเริ่มจากการนำกากใยสับปะรดมาตากแดดจนแห้ง ในการตากแดดเพื่อให้เก็บเอาไว้ได้นาน จากนั้นนำมาแช่ในน้ำประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำไปต้มด้วยโซเดียม ไฮดรอกไซด์ 2 ชั่วโมง ในอุณหภูมิ 80-90 องศาเซสเซียส หลังจากนั้นนำมาล้างในน้ำจนเยื่อหายลื่น นำมาฟอกด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และล้างด้วยน้ำจนหายลื่นอีกครั้ง สุดท้ายนำมาเยื่อมาขึ้นเป็นกระดาษขนาด 40×60 เซนติเมตร” ผศ.สุจยา แจง คุณสมบัติพิเศษของกระดาษกากใยสับปะรดเชิงหัตกรรม เหนียว เรียบ ใส ลักษณะคล้ายกระดาษแก้ว มีลวดลายสวยงามจากกากใยสับปะรด เนื่องจากกากใยของสับปะรดมีลักษณะเฉพาะตัว ที่สำคัญเป็นกระดาษเชิงหัตถกรรมจะมีคุณภาพมากกว่ากระดาษที่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรม โดยกระดาษ 1 แผ่น สามารถขายได้ในราคา 20 บาท หรือสามารถนำมารังสรรค์เป็นของขวัญได้มากมาย เช่น นำมาผลิตเป็น ดอกกุหลาบ และ สารพันไม้ดอกประดิษฐ์ ที่สามารถวางจำหน่ายได้ในท้องตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กระดาษ เป็นช่องทางเลือกใหม่

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มแม่บ้าน หรือประชาชนผู้สนใจ ผศ.สุจยา บอกยินดีให้ข้อมูลรายละเอียด หรือเป็นวิทยากรพิเศษในการอบรมให้ความรู้ โดยติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.0-2549-4177 หรือทาง www.rmutt.ac.th

More >

rmutt_news_Page_15

ตั้งศูนย์ทดสอบเครื่องจักร

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ภาคเกษตรกรรมมีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของโครงสร้าง และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ ผนวกกับกระบวนการผลิตเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากมีความพร้อมในเรื่องนี้ก็จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้ ซึ่งในปี 2558 ไทยจะต้องเข้าสู่อาเซียน ซึ่งจะขยายการส่งออก และนำเข้าเครื่องจักรกลทางการเกษตรจำนวนมาก ผลที่ตามมาคือ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร จะมีมาตรฐานการผลิตที่หลากหลาย มีคุณภาพที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ผลการผลิตทั้งที่มีคุณภาพ และด้อยคุณภาพปนกันไป

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย จึงเร่งศึกษาและจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับการเกษตรกรรม ร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ก่อนจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเกษตรขึ้นที่ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร มทร.ธัญบุรี เพื่อตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร โดยมีห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นหน่วยงานตรวจสอบผลิตภัณฑ์เครื่องเกี่ยวนวดข้าว รวมถึงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเกษตรชนิดอื่นๆ โดยศูนย์ดังกล่าวถือเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย More >

rmutt_news_Page_13

คอลัมน์ สี่แยกข่าวย่อย: มทร.ธัญบุรีเปิดบ้านโชว์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี จัดงาน”Open House” ในโอกาสครบรอบ 9 ปี สถาปนามหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 18-20 ม.ค. 2557 ณ มทร.ธัญบุรี (คลอง 6) จ.ปทุมธานี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และครูจากโรงเรียนต่าง ๆ ได้เข้ามาสัมผัสการเรียนการสอน เยี่ยมชมนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ จากศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่า และอาจารย์ของมหาวิทยาลัย สนใจสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.0-2549-4990-2 More >

rmutt_news-0011

ภาพข่าว: กอล์ฟการกุศล

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรีร่วมแข่งขันกอล์ฟการกุศลราชมงคล ประจำปี 2556 ที่สนามเมืองเอกวิสต้า กอล์ฟคอร์ส จ.ปทุมธานี เมื่อเร็วๆ นี้ More >

rmutt_news-0003

ชนะประกวดจัดสวนสานต่องานพ่อสร้าง

“ก้าว 1 รอยเท้า 1 ตัวอักษร ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่านที่ได้ทรงย่างก้าวไป เปรียบเสมือนอักษรที่ถูกบันทึกจนกลายเป็นบรรทัด และหากเราลองมองย้อนไปในอดีตจนถึงปัจจุบัน ตัวอักษรที่ถูกร้อยเรียงขึ้นจากย่างก้าว คงมากเท่ากับตัวหนังสือหลายร้อยเล่ม ซึ่งในแต่ละบรรทัด แต่ละตัวอักษร จะประกอบไปด้วยพระราชกรณียกิจมากมายที่ท่านได้ทรงทำไว้เพื่อคนไทย

ดังนั้น สวนบันทึกรอยเท้าของเราจึงสะท้อนถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านในแต่ละก้าว ถ่ายทอดผ่านพรรณไม้ที่พระองค์ได้มีพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาให้แก่คนไทยเราตามแนวคิดที่ว่า Tread of story บันทึกรอยเท้า”

แนวคิดในการจัดสวนแนวดิ่งของทีมบันทึกรอยเท้า นำทีมโดยอาจารย์พิศาล ตันสิน นางสาว นัชพร ไหลตวงธนา นางสาวเดือนฉาย หน่ายคอน นางสาวกุลธรา มหาวงษ์ นายตรัณย์ เชื้อมุข และนายชวลิต อ่อนศรี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ทีมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รางวัลชนะเลิศการประกวดจัดสวนหย่อมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระดับอุดมศึกษา ในงาน “ฟิวเจอร์พาร์ค สานต่องานพ่อสร้าง” ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

สมาชิกทั้ง 5 เล่าว่า การจัดสวนเป็นการจัดสวนแนวดิ่ง ลักษณะเป็นเสาสูง 2 เมตร 20 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร 40 เซนติเมตร โครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยมทั้ง 4 ด้าน บนไม้อัด ภายใต้หัวข้อในการประกวด “หนังสือในสวนของพ่อ” ในการออกแบบสวน อยากให้ผู้ที่เข้ามาใช้สามารถใช้งานได้จริง พักผ่อนได้เต็มที่

โดยออกแบบเป็นมุมอ่านหนังสือ โดยมีชั้นวางหนังสือซ่อนอยู่ มีป้ายชื่อต้นไม้ติดบนต้นไม้ ใช้พรรณไม้ที่สามารถอยู่ในร่มและดูแลง่าย ไม่เน้นไม้ใหญ่ เน้นสีสันที่หลากหลาย เช่น สีขาวของหญ้าน้ำพุ สีชมพูและสีแดงของสับปะรดสี สีม่วงของผักกาดปูเล่ สีฟ้าของกนกนารี ประดับด้วยเคราฤๅษี เพื่อให้เข้ากับมุมสวนที่มีสีสันของพรรณไม้ประดับให้มีมิติและจัดวางองค์ประกอบ

บางส่วนเป็นพรรณไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ประชาชน และพรรณไม้อื่นๆ อาทิเช่น เฟิร์นประเภทต่างๆ มันเทศญี่ปุ่น เป็นต้น ส่วนด้านหน้าที่ยื่นออกมาจากสวน เป็นพื้นทางเดินบล็อกสามเหลี่ยมปูด้วยกรวดแม่น้ำสลับกับหญ้ามาเลเซีย ด้านข้างมีบ่อปลาที่มีน้ำไหลมาจากด้านบนเพิ่มองค์ประกอบความสวยงามด้านหญ้าแฝกเป็น Foreground อยู่ด้านหน้าสวน

“กว่า 4 ปีที่พวกเราเรียนสาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้เรียนรู้กับต้นไม้ชนิดต่างๆ ขอแนะนำสำหรับคนที่รักต้นไม้ ในการเลือกซื้อต้นไม้ควรเลือกต้นไม้ที่เหมาะสม รักต้นไม้จริงๆ ซื้อมาแล้วต้องดูแลรักษาได้ เพราะถ้าซื้อมาแล้วไม่มีเวลาดูแลไม่ควรจะซื้อมา ต้นไม้ทุกต้นเป็นสิ่งมีชีวิต” ใครที่สนใจในการจัดสวน เริ่มต้นจากมุมเล็กๆ ของบ้าน ถ้าบริเวณบ้านมีต้นไม้ อากาศจะสดชื่น สมาชิกทั้ง 5 กล่าวทิ้งท้าย สำหรับผู้ที่สนใจต้องการจัดสวน หรือชื่นชอบสไตล์ในการจัดสวนของน้องๆ สามารถติดต่อได้ที่ทางร้านละมุน โทร. 08-9928-4824. More >

rmutt_news-0009

Tread of story บันทึกรอยเท้าสวนแนวดิ่ง ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

“ก้าว 1 รอยเท้า 1 ตัวอักษร ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่านที่ได้ย่างก้าวไป เปรียบเสมือนอักษร ที่ถูกบันทึกจนกลายเป็นบรรทัดและหากเราลองมองย้อนไปในอดีตจนถึงปัจจุบัน ตัวอักษรที่ถูกร้อยเรียงขึ้นจากย่างก้าว คงมากเท่ากับตัวหนังสือหลายร้อยเล่ม ซึ่งในแต่ละบรรทัดแต่ละตัวอักษรจะประกอบไปด้วยพระราชกรณียกิจมากมายที่ท่านได้ทำไว้เพื่อคนไทย ดังนั้นสวนบันทึกรอยเท้าของเราจึงสะท้อนถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านในแต่ละก้าวถ่ายทอดผ่านพรรณไม้ที่พระองค์ได้ทรงพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาให้แก่คนไทยเราตามแนวคิดที่ว่า Tread of story บันทึกรอยเท้า”แนวคิดในการจัดสวนแนวดิ่ง ของทีมบันทึกรอยเท้า นำทีมโดย อาจารย์พิศาลตันสิน “นัช” นางสาวนัชพร ไหลตวงธนา “แคร์” นางสาวเดือนฉายหน่ายคอน “ปุ้ย” นางสาวกุลธรา มหาวงษ์ “แจ็ค” นายตรัณย์ เชื้อมุขและ “แมน” นายชวลิต อ่อนศรี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี ทีมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร รางวัลชนะเลิศการประกวดจัดสวนหย่อมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระดับอุดมศึกษา ในงาน”ฟิวเจอร์พาร์ค สานต่องานพ่อสร้าง” ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค สมาชิกทั้ง 5 เล่าว่า ในการจัดสวนเป็นการจัดสวนแนวดิ่ง ลักษณะเป็นเสา สูง 2 เมตร 20 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร 40 เซนติเมตรโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยมทั้ง 4 ด้าน บนไม้อัด ภายใต้หัวข้อในการประกวด “หนังสือในสวนของพ่อ” ในการออกแบบสวนอยากให้ผู้ที่เข้ามาใช้สามารถใช้งานได้จริง พักผ่อนได้เต็มที่ โดยออกแบบเป็นมุมอ่านหนังสือโดยมีชั้นวางหนังสือซ่อนอยู่ มีป้ายชื่อต้นไม้ ติดบนต้นไม้ ใช้พรรณไม้ที่สามารถอยู่ในร่มและดูแลง่ายไม่เน้นไม้ใหญ่ เน้นสีสันที่หลากหลายเช่น สีขาว ของหญ้าน้ำพุ สีชมพูและสีแดง ของสับปะรดสี สีม่วงของผักกาดปูเล่ สีฟ้า ของกนกนารี ประดับด้วยเคราษี เพื่อให้เข้ากับมุมสวนที่มีสีสันของพรรณไม้ ประดับให้มีมิติและจัดวางองค์ประกอบบางส่วนเป็นพรรณไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ประชาชนและพรรณไม้อื่นๆ เช่น เฟิรน์ประเภทต่างๆ มันเทศญี่ปุ่น เป็นต้น ส่วนด้านหน้าที่ยื่นออกมาจากสวน เป็นพื้นทางเดินบล็อกสามเหลี่ยมปูด้วยกรวดแม่น้ำสลับกับหญ้ามาเลเซียด้านข้างมีบ่อปลาที่มีน้ำไหลมาจากด้านบนเพิ่มองค์ประกอบความสวยงามด้านหญ้าแฝกเป็น Foreground อยู่ด้านหน้าสวน

“กว่า 4 ปีที่พวกเราเรียนสาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้เรียนรู้กับต้นไม้ชนิดต่างๆ ขอแนะนำสำหรับคนที่รักต้นไม้ ในการเลือกซื้อต้นไม้ ควรเลือกต้นไม้ที่เหมาะสม รักต้นไม้จริงๆ ซื้อมาแล้วต้องดูแลรักษาได้ เพราะถ้าซื้อมาแล้ว ไม่มีเวลาดูแล ไม่ควรจะซื้อมา ต้นไม้ทุกต้นเป็นสิ่งมีชีวิต” ใครที่สนใจในการจัดสวน เริ่มต้นจากมุมเล็กๆของบ้าน ถ้าบริเวณบ้านมีต้นไม้ อากาศจะสดชื่น สมาชิกทั้ง 5 กล่าวทิ้งท้าย สำหรับผู้ที่สนใจต้องการจัดสวน หรือชื่นชอบสไตล์ในการจัดสวนของน้องๆ สามารถติดต่อได้ที่ทางร้านละมุน โทร. 08-9928-4824 More >

คณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการนานาชาติ

ผศ.ดร.อำนาจ ศีลวัตร คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยคณะเทคโนโลยีการเกษตร และสถาบันวิจัยและพัฒนา ร่วมกับ International Society of Environmental and Rural Development (ISERD) และ Institute of Environment Rehabilitation and Conservation (ERECON) ประเทศญี่ปุ่น จะได้จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 5 (The 5th ICERD) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และแนวคิดในการพัฒนางานวิจัยในสาขาวิชาต่างๆ ระหว่างนักวิจัย คณาจารย์ นักวิชาการจากสถาบันต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สื่อมวลชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ตลอดจนเป็นเวทีให้นักวิจัยเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ และระดับชาติ และเพื่อเป็นการพัฒนาผลงานทางวิชาการ และสร้างงานวิจัยใหม่ร่วมกันต่อไปในอนาคต โดยกิจกรรมของงาน จะเป็นการนำเสนอผลงานภาคบรรยายและภาคโปสเตอร์

ขอบข่ายของเนื้อหาการนำเสนอ ประกอบด้วย 5 กลุ่มเรื่อง ดังนี้ 1. Education for Sustainable Rural Development (Environmental education, Food and agricultural education, Participatory approach, Capacity building, Community empowerment, Agricultural extension, etc.) 2. Rural Development (Marketing, Partnership, Value added product, Community development, Access to technology, Cultural preservation, etc.) 3. Environmental Management (Bio-diversity, Soil degradation and land conservation, Water quality conservation, Deforestation and sustainable forest management, Environmental management, etc.) 4. Agricultural Systems (Organic farming, Conservation tillage, Mechanization, Irrigation and drainage, Nutrient and pest management, Agro-forestry, Indigenous technology, Animal management, Tropical feed resource, Aquaculture, etc. 5. Infrastructural Systems (Water resource development, Land reclamation, Road construction, etc.) โดยการประชุมจะจัดระหว่างวันที่ 18-19 มกราคม 2557 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.ดร.อำนาจ 081-8529094

 

มทร.ธัญบุรี จัดตั้งกองทุนพิเศษ สนับสนุนนักศึกษาทำกิจกรรมตปท.

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี ได้จัดตั้งกองทุนนักศึกษา เพื่อใช้สำหรับทำกิจกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยในเบื้องต้น มหาวิทยาลัย ได้นำเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย 2% หรือประมาณ 8 ล้านบาท ในการจัดตั้งกองทุน ซึ่งวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้กับมหาวิทยาลัย หรือฝึกงานกับสถานประกอบการในต่างประเทศที่มทร.ธัญบุรีได้มีการลงนามความร่วมมือ ซึ่งตามระเบียบราชการไม่สามารถเบิกจ่ายเงินในเรื่องดังกล่าวได้

สำหรับสาเหตุที่ มทร.ธัญบุรีมีการจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้นมานั้น เพราะที่ผ่านมามทร.ธัญบุรีได้มีการส่งนักศึกษาแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศตลอดเวลา แต่พบว่าสัดส่วนการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างกันมีจำนวนที่แตกต่าง โดยนักศึกษาต่างชาติที่แลกเปลี่ยนจะมีประมาณ 20-30 คนต่อสาขา แต่ของมทร.ธัญบุรีที่ส่งไปยังต่างประเทศมีเพียง 5-10 คนต่อสาขา ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาเรื่องของภาษา ซึ่งในเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาให้กับนักศึกษา มีการสอนพิเศษเพิ่มขึ้น และปัญหาเรื่องความพร้อมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งนักศึกษาบางรายไม่มีความพร้อมในเรื่องดังกล่าว แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะมีการออกให้ครึ่งหนึ่งก็ตาม ส่วนค่าลงทะเบียนเรียนและค่าที่พักนั้น มหาวิทยาลัยที่ลงนามความร่วมมือระหว่างกันจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

อธิการบดีมทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กองทุนดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงการทำกิจกรรม หรือแลกเปลี่ยนอาจารย์ในแต่ละคณะที่มีความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยนักศึกษาหรืออาจารย์ที่ต้องไปแลกเปลี่ยน จะต้องทำโครงงานเสนอต่อมหาวิทยาลัย เพื่อขอจัดสรรงบประมาณ  ทั้งนี้ งบประมาณที่มีนั้น มหาวิทยาลัยจะพยายามให้ครอบคลุมทุกคณะ แต่หากไม่เพียงพอ ตนก็พร้อมที่จะหาเงินสนับสนุนกองทุนในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม

“มหาวิทยาลัยหวังว่ากองทุนนี้จะมีส่วนช่วยให้นักศึกษามีประสบการณ์ในต่างประเทศ ทั้งด้านการเรียนและสังคม รวมถึงจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาได้ทำงานในต่างประเทศ ซึ่งต่อไปนั้นมทร.ธัญบุรี จะเน้นการจัดการศึกษาให้มีทักษะวิชาชีพมากกว่าหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติ นอกจากนี้ในหลายปีที่ผ่านมา ได้การเตรียมความพร้อมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะมีการจัดหลักสูตร และการส่งเสริมให้เด็กรู้จักภาษา สังคม มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวัฒนธรรมระหว่างกัน ซึ่งจุดนี้ถือได้ว่ามทร.ธัญบุรีได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษา เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวในที่สุด

rmutt_news-0008

คอลัมน์ Next Gen: พาบุหงาไทยโกอินเตอร์’เฟรม’ คว้ารางวัลเอเชียสตาร์

นภาพร พานิชชาติ napapornp@dailynews.co.th

“บุหงา”เครื่องหอมไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณ ถูกจับแต่งตัวใหม่โดยออกแบบให้มีความทันสมัย และคงอัตลักษณ์ความเป็นไทย เตรียมโกอินเตอร์ เพราะเพิ่งได้รับรางวัลการประกวดบรรจุภัณฑ์ระดับเอเชีย “Asia Star Packaging Award 2013 ” ประเภทนักศึกษา ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซียมาหมาด ๆ

“จากที่ไปเดินตามตลาด สังเกตเห็นว่าบุหงาที่วางขายใส่ถุงพลาสติกธรรมดา ซึ่งต้องแกะถุงพลาสติกออกถึงจะได้กลิ่น ผมจึงอยากทำให้บุหงาสามารถเปิดใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องทิ้งบรรจุภัณฑ์ ประดับตกแต่งตั้งโชว์ได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม”

“เฟรม-นายรณชัย คล้อยนาค” เจ้าของรางวัลเอเชียสตาร์ กล่าวถึงแรงบันดาลใจ ในการคิดแปลงโฉม บุหงา โดยบอกว่า บุหงา คือ การนำดอกไม้มา อบแห้งแต่ยังคงกลิ่นเฉพาะตัวของแต่ละชนิด เครื่องหอมที่นิยมในปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์ของบุหงายังเป็นลักษณะของถุงพลาสติก แต่เฟรมเห็นว่าบรรจุภัณฑ์ที่มีอยู่ธรรมดาเกินไป แถมถุงพลาสติกที่ใส่ยังถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ และกลายเป็นขยะ จึงได้คิดผลิตบรรจุภัณฑ์บุหงา โดยเห็นว่าเนื่องจากบุหงาได้นำเอาดอกไม้ชนิดต่าง ๆ มาเป็นส่วนผสม จึงนำเอาความเป็นดอกไม้มาออกแบบเป็นบรรจุภัณฑ์ ให้สามารถบรรจุตลอดจนเปิดใช้และโชว์ได้ในตัว More >

rmutt_news-0015

คอลัมน์ เด็กเด็ดเด็ด

อุ๊ยตายว้ายกรี๊ดดดดดด

เด็กเด็ดเด็ดของ “มาดามดีดี้” อาทิตย์นี้เป็นหนุ่มมาดเซอร์ นิกเนมว่า “อั๋นเมาเหรอ” เอ๊ยไม่ช่ายยยย อั๋น…จักรกฤษ ผิวจันทร์

อั๋น เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาประติมากรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็น หัวหน้าทีมแกะสลักหิมะที่คว้ารางวัลชนะเลิศ First Prize จากการแข่งขัน in the Fifth 2013 International Collegiate Snow sculpture Contest และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะระดับโลกในงานเทศกาลหิมะน้ำแข็งนานาชาติประจำปี2014 “6th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2014″ ณ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บิน เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

เรียกได้ว่าเป็น “เด็กกิจกรรม” ตั้งแต่เรียนอยู่วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี เริ่มเป็นตัวแทนประกวดแข่งขันทักษะวาดภาพตามด้วยการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งหิมะระดับโลก ในงานเทศกาลหิมะน้ำแข็งนานาชาติปี 2010 และ 2011 ที่เมืองฮาร์บินกวาดแชมป์ 2 ปีซ้อน เป็นหนึ่งคนพันธ์ R ที่มีคุณภาพจนได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริฐยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ชั้นที่ 5 เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ในฐานะผู้ทำประโยชน์สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

เมื่อเข้ามาเรียนรั้วราชมงคลธัญบุรี อั๋น ยังได้รับเชิญไปเป็น “โค้ช” ให้รุ่นน้องอาชีวะสระบุรีในการแข่งขันแกะสลักหิมะน้ำแข็งนานาชาติปี 2012 ที่ฮาร์บิน ก่อนที่จะมาสร้างชื่อให้กับรั้วธัญบุรี

ด้วยส่วนสูง 190 เซนติเมตร อั๋นอยากจะใช้ส่วนสูงให้เป็นประโยชน์ จึงตัดสินใจเข้าประกวดนายแบบและนางแบบของสาขาออกแบบแฟชั่นและศิลปะสิ่งทอที่คณะได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 และนี่คือจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการนายแบบ

แต่ด้วยความที่รักงานแกะสลักน้ำแข็งเป็นชีวิต อั๋น จึงรับแกะสลักน้ำแข็งตามงานเลี้ยงต่างๆควบคู่ไปกับการเดินแบบ “งานแกะสลักน้ำแข็งเป็นงานศิลปะที่รัก ส่วนการเดินแบบเป็นอะไรที่ท้าทาย” อั๋นทิ้งท้าย

ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง แถมชอบอะไรที่ท้าทายยังงี้ มาดามช้อบ ชอบ

More >

rmutt_news-0019

กระดาษกากใยสับปะรดหัตถกรรม มทร.ธัญบุรี

สับปะรดเป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อน มีแหล่งกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ สำหรับประเทศไทยมีการปลูกสับปะรดกระจายอยู่ทั่วไป สับปะรดในประเทศไทยมีหลายพันธุ์ ปลูกทั่วทั้งประเทศ พันธุ์ที่ใช้ปลูกนั้นขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ จึงทำให้สับปะรดแต่ละสายพันธุ์มีรสชาติที่แตกต่างกัน สำหรับการผลิตเพื่อแปรรูปในอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรดกระป๋องขยายเพิ่มขึ้น จนในปัจจุบันประเทศไทยผลิตสับปะรดได้มากเป็นลำดับต้นๆ ของโลก มีปริมาณการผลิตผลสับปะรดได้ประมาณ 2 ล้านตันต่อปี ผลผลิตเหล่านี้ส่วนหนึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสับปะรดกระป๋อง ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกชนิดหนึ่ง โดยมีความสามารถในการผลิตมากกว่า 5 แสนตันต่อปี นอกจากการนำไปผลิตเป็นสับปะรดกระป๋องแล้ว สับปะรดยังเป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมรับประทานเป็นทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน นอกจากการนำเนื้อสับปะรดมารับประทานแล้ว ทุกส่วนของสับปะรดยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ More >

rmutt_news-0023

ก้าวสู่ปีที่ 40 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดบ้านโชว์ผลงานครั้งยิ่งใหญ่

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่ามหาวิทยาลัยฯ กำหนดการจัดงานเปิดบ้าน Open house ขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 20 มกราคม 2557 ในแนวคิด “เทคโนโลยีลั้เลิศ ก่อเกิดนวัตกรรม ศิลปวัฒนธรรมกั้วไกล” แนวคิดการจัดงานครบรอบวันสถาปนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 40 มหาวิทยาลัยฯ ที่ผลิตบัณฑิต นักปฏิบัติออกสู่สังคมไทย บนเส้นทางการศึกษา มทร.ธัญบุรี จึงเปิดบ้านโชว์ศักยภาพ ผ่านกิจกรรมมากมาย โดยผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ต้อนรับผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมบ้านหลังนี้ ซึ่งในงานประกอบด้วยโครงการฝึกอบรมวิชาชีพ ให้กับชุมชน การประกวดทางวิชาการ การจัดแสดงนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม พบผู้ปกครองร่วมด้วยช่วยกันพัฒนา แนะแนวหลักสูตร และการศึกษาต่อ มทร.ธัญบุรี การขายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านสินค้าราคาถูก ถนนสายวัฒนธรรม และกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

“เมย์เจอร์” นางสาวกนกวรรณ ตันสาร นักศึกษา ชั้นปีที่ 4 สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เล่าว่า ในวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี ตรงกับวันสถาปนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ซึ่งทาง มหาวิทยาลัยฯ ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เทคโนโลยีล้ำเลิศ ก่อเกิดนวัตกรรม ศิลปวัฒนธรรมก้าวไกล” การเปิดบ้านต้อนรับผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชม อาทิเช่น open house ต้อนรับน้องๆ เปิดสาขาวิชาต่างๆ ให้น้องๆ จากโรงเรียนต่างๆ เข้าเยี่ยมชม นิทรรศการแสดง ผลงานทางวิชาการ นวัตกรรมของอาจารย์และนักศึกษา สาธิตและอบรมวิชาชีพ ถนนสายวัฒนธรรม รวมไปถึงการรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรี-โท

“แนน” นางสาวยุวเรศ พิริยอกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ นายกสโมสรนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เล่าว่า ทางคณะรับผิดชอบในส่วนของถนนสายวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “พหุลักษณ์ในสันติวัฒนธรรม” โดยแบ่งกิจกรรมเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ 1. กิจกรรมทำร่วมกันของนักศึกษา คือ การสาธิตอาชีพของแต่ละคณะและสาขา เช่น สาขาเทคโนโลยีการพิมพ์ มีการสาธิตการสกรีนเสื้อ 2. กิจกรรมทำร่วมกับชุมชน มีการจัดแสดงวัฒนธรรมของชุมชนในจังหวัดปทุมธานี เช่น ชุมชน 1 ศตวรรษ ซึ่งเป็นเชื้อสายจีนโบราณ แสดงถึงการดำเนินชีวิต โดยนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลกิจกรรม

ในครั้งนี้ มีการแบ่งงานและมีการแชร์ไอเดียร่วมกัน “เอ็ม” นายวิเชียร ขาวดาษ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมพลาสติก คณะวิศวกรรมศาสตร์เล่าว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์รับผิดชอบในส่วนการจัดแสดงนวัตกรรมการวิจัยของอาจารย์และนักศึกษาในหอประชุม มทร.ธัญบุรี และสาธิตอบรมตามสาขาวิชา ซึ่งในหอประชุมนำผลงานของอาจารย์และนักศึกษาแต่ละสาขามาจัดแสดง เช่น เครื่องฉีดพลาสติก PLA (Polylactic acid) โดยเป็นพลาสติกที่ย่อยสลายได้, การทำคอนกรีต, เครื่องทำปุ๋ย, การแสดงรถไฟฟ้าขนาดเล็ก, การแปรอักษรด้วยดอกทานตะวัน, สาธิตการทำเรือโดยเครื่องหมุนเหวี่ยง เรือพลาสติกที่สามารถนำมาใช้ได้ช่วงน้ำท่วม

“ต้น” นายพรหมพันธ์ เอกคช นักศึกษา ชั้นปีที่ 3 สาขาเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เล่าว่า

มีการออกบู๊ทของนักศึกษา

คณะบริหารธุรกิจ การแสดงผลงานซอฟต์แวร์ของนักศึกษา การแสดง ผลงานประกวดของนักศึกษา การจัดเสวนาโดยศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สัมมนาให้ ความรู้ด้านภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อสื่อสารธุรกิจ อบรมเทคนิคการประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ การแข่งขันตอบปัญหาเกี่ยวกับบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ ในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทยกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

“เทคโนโลยีล้ำเลิศ ก่อเกิด

นวัตกรรม

“ศิลปวัฒนธรรมก้าวไกลณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จัดขึ้นในวันที่ 18 – 20 มกราคม 2557

ถนนรังสิต-นครนายก (คลองหก) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2549-3010-1, อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110 0-2549-4990 หรือทาง www.rmutt.ac.th

More >

rmutt_news_Page_10

อาจารย์ มทร.ธัญบุรีคว้ารางวัล Good Practice การบูรณาการการเรียนการสอนของผู้ประกอบการ

อาจารย์สลิตตา สาริบุตร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คว้ารางวัล Good Practice ด้านการเรียนการสอนกับการบริการ ทางวิชาการ ในการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ด้านบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั่วประเทศซึ่งได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนวิชากลยุทธ์การตลาดและ การวางแผน จนประสบความสำเร็จ เปิดใจถึงการได้รับรางวัลนี้ว่า การให้บริการทางวิชาการถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของสถาบันการศึกษา ซึ่งสาขาวิชาการตลาดเองได้เล็งเห็นความสำคัญ ในส่วนนี้ จึงจัดให้มีการพัฒนาความรู้ด้านบริหารธุรกิจแก่ ผู้ประกอบการและชุมชนต่างๆ อยู่เสมอ เช่น การอบรมการเขียน แผนการตลาด นอกจากจะเป็นการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ตรงตามภารกิจแล้ว ทางสาขาวิชาเองยังสามารถนำองค์ความรู้ได้ที่จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเราและผู้ประกอบการ มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่นักศึกษา ได้อีกด้วย จัดว่ายังประโยชน์ทั้งสองฝ่ายในลักษณะ win-win” More >

rmutt_news_Page_17

คอลัมน์ ช่องทางทำกิน: ‘น้ำพริกอ่อง’ ใส่ ‘ข้าวโพดต้ม’ น่าสน

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ :รายงาน

สุทธิภัทร พฤกษ์เจริญสุข :ภาพ

“น้ำพริกอ่อง” อาหารของทางภาคเหนือ เป็นประเภทเครื่องจิ้ม ทานคู่กับผักสด ผักต้ม ปัจจุบันเป็นอาหารที่แพร่หลายทั่วไป มีการทำที่หลากหลายสูตร เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทาง ผศ.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ อาจารย์ประจำวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี ได้คิดค้นสูตร ‘น้ำพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม” เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้มากยิ่งขึ้น และวันนี้ทีม ‘ช่องทางทำกิน” ได้นำสูตรการทำน้ำพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้มมาบอกต่อ เผื่อว่าใครจะสนใจลองนำสูตรนี้ไปฝึกทำขายกัน…

ผศ.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ ผู้ที่คิดสูตรน้ำพริกอ่องใส่ข้าวโพดต้ม ให้ข้อมูลว่า เป็นสูตรที่เกิดจากการสอนเรื่องการจัดการอาหาร โดยมีโจทย์เป็นอาหารเฉพาะบุคคล เป็นการทำอาหารที่ควบคุมการรับประทานของบุคคลไม่ให้กินแคลอรี่ต่อวันเกินระดับที่เหมาะสม เมนูน้ำพริกอ่องที่เป็นอาหารของทางภาคเหนือ ถือว่าเป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม ที่มีรสชาติไม่เผ็ดมาก ที่สำคัญมีประโยชน์ทางโภชนาการที่สูง เป็นอาหารอีกหนึ่งเมนูที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้รับประทาน ซึ่งการที่คิดสูตรที่ใส่ข้าวโพดต้มเข้าไปด้วย ก็เพื่อเป็นการเพิ่มกากใยอาหารและทำให้มีกลิ่นหอม ที่สำคัญเพิ่มประโยชน์ด้านโภชนาการเข้าไปอีก นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มสีสันให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น ทำให้เด็กสนใจและชอบทานกันมากขึ้น More >