ข่าวประชาสัมพันธ์

rmutt-20131119-09

เครื่องกล มทร.ธัญบุรี คว้าชัยการแข่งขันยานยนต์ประหยัดพลังงาน Eco Challenge 2013-14

More >

rmutt-7

คอลัมน์ กอสซิพริมรั้ว

** นี่ก็เก่งไม่แพ้กัน ทีม “RT56 ธัญบุรี” ที่ประกอบด้วย “ธวัชชัย ล่านาลาว, สมเจตน์ เกียรติไพบูลย์, บุญมา มียวน, จุมพฎ งิ้วลาย, ทศพร พาลิตา, พิเชษฐ์ เทพประสิทธิ์, สันติ มีสุข, อดิศักดิ์ แสงสุข, ภาณุพงษ์ สอนชา และ วรท ผาพิมพ์” ปี 2 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคว้ารางวัลชนะเลิศ ECON CHALLENGE 2013-14 ประเภทวิ่งในเมือง (Urban Concept) พลังงานไฟฟ้า จัดโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย งานนี้คณะกรรมการถึงกับยกนิ้วโป้งแสดงความชื่นชม เพราะนอกจากผลงานจะสามารถตอบโจทย์แนวคิดของพลังงานทดแทนได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังส่งเสริมเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ไอเดียเจ๋งๆ แบบนี้เห็นทีอนาคตรุ่งชัวร์ ** More >

rmutt-8

คอลัมน์ U station: ประชุมวิชาการนานาชาติเทคโนโลยีสี

คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับ สมาคมสีแห่งเอเชีย (Asia Color Association) และศูนย์วิจัยสีแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ ภายใต้ชื่องาน “The 1st Asia Color Association Conference, ACA 2013 Thanyaburi” วัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพทางด้านการวิจัย ได้พบปะพูดคุยกับนักวิจัยอาวุโส และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักวิจัยรุ่นใหม่ในการคิดค้นสร้างสรรค์งานวิจัยให้ตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ต่อสังคม มีการนำเสนอผลงานวิจัย เช่น Color Vision ,Color Psychology ,Color Design, Color Application และ Color Technology เป็นต้น กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 14 ธันวาคม 2556 ณ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.ธัญบุรี สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0 2549 4500 ,0 2549 4505 More >

rmutt-4

วัยโจ๋มทร.ธัญบุรี ร่วมใจ”สืบศิลป์ถิ่นอีสาน”สู่”น้องน้อย” ฟื้นเสน่ห์ดนตรีพื้นบ้าน

นายว้าก/รายงาน

“ในยามเกิดวิกฤติทางความคิด ขอให้เราระลึกถึงการมีมิตราภาพไมตรีจิตความเป็นญาติพี่น้องความประนีประนอมช่วยเหลือกัน เมื่อเราเป็นญาติพี่น้องย่อมระลึกถึงประโยชน์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง รักษาความสงบของชาติใช้สติปัญญาความเป็นพลเมืองเป็นที่ตั้ง และการทำสิ่งใดต้องทำด้วยเจตนาแห่งความเมตตา รู้จักให้อภัย ปรับความเข้าใจตั้งมั่นอยู่บนความรักสามัคคี คือ ต้องรักษาตนเองไว้ให้ดีด้วยกัน การที่จะมาทำลายกันเองลงไปเท่ากับเป็นการทำลายกำลังของชาตินั่นเอง”

เห็นสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายเพียงเพราะมีความคิดเห็นแตกต่างทางความคิดจนอาจจะนำไปสู่การใช้กำลังเข้าห้ำหันประหัตประหารกัน “นายว้ากขอนำคำพูดของ พระศาคยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธัมมสากิโย) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งได้น้อมนำพระโอวาทในสมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2516 ในขณะที่มีเหตุการณ์ 14 ตุลาคม เพื่อมาเตือนสติคนไทย

หยุดเรื่องเครียดๆ กลับลำกันแบบ 180 อาศา พาไปชมกิจกรรมดีๆ ที่สร้างสรรค์ที่ ชมรมอีสานราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี ได้ไปถ่ายทอดความเป็นศิลปะและดนตรีอีสานให้กับน้องๆ เยาวชนโรงเรียนบ้านวังยาววิทยายน หมู่บ้านวังยาว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม กันบ้าง

ว่าแล้ว “นายว้าก” ไม่รอช้าที่จะไปเจ๊าะแจ๊ะกับหนุ่มๆ สาวๆ ชามชมรมอีสานราชมงคลธัญบุรีกันเลย

เริ่มที่ “ตาล พิชามรช์ สืบสิงห์ ปี 2 สาขา นาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ ประธานชมรมอีสานราชมงคลธัญบุรี เล่าถึงที่มาที่ไปของกิจกรรมโดนๆ ในครั้งนี้ว่า “กิจกรรมที่ทำในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สืบศิลป์ถิ่นอีสาน” และถือเป็นการออกค่ายของชมรมอีสานราชมงคลธัญบุรี ครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกได้ออกค่ายที่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเวลา 7 วัน กิจกรรมที่ทำกัน มีทั้งการสอนดนตรีพื้นบ้านอีสานให้กับน้องๆ ในพื้นที่ โดยในส่วนของโรงเรียนบ้านวังยาววิทยา มีเครื่องดนตรีโปงลางอยู่แล้ว สมาชิกในค่ายจึงสอนการเล่นเครื่องดนตรีโปงลาง และการฟ้อนรำ โดยส่วนตัวเป็นลูกชาวอีสานอยากให้ลูกหลานชาวอีสานได้เรียนรู้วัฒนธรรมและศิลปะแขนงนี้ไว้เพราะการปลูกฝังรากเหง้าวัฒนธรรมไทยต้องเริ่มจากเยาวชนในท้องถิ่น”

ขณะที่หนุ่มร่างบอกบาง “บิว” อรรถชัย อุคำปี 3 สาขานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ส่งเสียงดังฟังชัดว่า “มีส่วนรับผิดชอบในการสอนน้องๆ รำประกอบจังหวะโปงลางสอนรำบายศรีสู่ขวัญ ฟ้อนภูไทสามเผ่า ฟ้อนนครจำปาศรี และเซิ้งบ้องไฟซึ่งความรู้เหล่านี้ผมเองก็ได้รับการประสิทธิ์ประสาทมาจากครู อาจารย์ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากบรรดาลูกศิลย์ตัวน้อยเป็นอย่างดี ส่วนตัวรู้สึกประทับใจที่ได้ออกค่ายในครั้งนี้ นอกจากวิชาชีพที่ได้รับจากการออกไปสอนน้องๆ ในการเตรียมตัวเป็นคุณครูแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวบ้านวังยาว ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีแห่กฐินของชาวบ้าน ซึ่งผมรับหน้าที่เป็น “หมอลำแคน” งานกฐินสร้างรอยยิ้มและเรียกเสียงปรบมือจากชาวบ้านวัฒนธรรมไทยที่ดีๆ หรือแม้กระทั้งนาฏศิลป์ไทย ถ้าวันหนึ่งหายไปสังคมไทยคงไม่น่าอยู่เหมือนเช่นทุกวันนี้”

เช่นเดียวกับ “บอย” วีรพงศ์ สูงรัมย์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนของบิง บอกว่า “คำชื่นชมที่ได้รับจากชาวบ้านทำให้ประทับใจมาก ผมเป็นลูกหลานชาวอีสานต้องการให้ศิลปะพื้นบ้านอีสานอยู่คู่กับอีสานตนอดไป ดนตรีและการละเล่นของอีสานมีเสน่ห์ ซึ่งก็เหมือนกับภาคอื่นๆ ช่วยจรรโลงใจน้องๆ ไม่ให้หลงลืมในวัฒนธรรมของตนเอง ทั้งที่ทุกวันนี้จะรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาแทนมาก เอกลักษณ์ของลูกหลานชาวอีสานต้องอยู่กับสังคมอีสาน เครื่องดนตรรีที่ถูกปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้รับการเรียนการสอนหรือแม้กระทั่งการแสดงชนิดอื่นที่ประกอบกับวงโปงลาง ถ้าไม่ได้รับการพัฒนาสักวันหนึ่งก็จะสูญหายไปจากชาวอีสานอย่างแน่นอน”

ปิดท้ายที่ “กลอฟ์” วนาลีวัฒนวิจารณ์ ซีเนียร์ สาขาดุริยางค์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ ส่งเสียงใสๆมาร่วมแจมอีกคนว่า “มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับเครื่องดนตรีวงโปงลางเริ่มต้นด้วยการให้น้องๆ เรียนรู้เรื่องของโน้ต 2 วันจึงลงในส่วนของเพลงเช่น การต่อเพลงเป็นต้น เครื่องดนตรีของแต่ละภาคมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันสำเนียงของดนตรีที่เสนาะหู จุดเด่นของเครื่องดนตรีอีสานอยู่ที่แคน โปงลางโหวด พิณ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนอีสานแต่รักในดนตรีของแต่ละภาค ซึ่งตนเองเรียนรู้ดนตรีของแต่ละภาคมาตั้งแต่มัธยมตอนต้น ร.ร.อำมาตย์พานิชนุกูล จังหวัดกระบี่ ผูกพันและรักในเสียงดนตรีมาตลอด ดีใจที่ได้ออกไปสอนน้องๆ ในครั้งนี้ได้ฝึกสอนก่อนออกฝึกสอนจริงในเทอมหน้า ได้ใกล้ชิดกับชุมชนของชาวบ้านวังยาว ชาวบ้านน่ารักและมีความเป็นกันเองเหมือนตนเองเป็นลูกหลานอีสานคนหนึ่ง”

เห็นรอยยิ้ม และเสียงปรบมือของชาวบ้านหมู่บ้านวังยาวที่ได้ชมศิลปะการแสดงที่ลูกๆ หลานๆ ได้แสดงให้ชมแล้ว “นายว้าก” ต้องขอปรบมือดังๆ เป็นกำลังใจให้กับผู้อยู่เบื้องหลังอย่างหนุ่มๆ สาวๆ ชาวชมรมอีสานราชมงคลธัญบุรีทุกๆคน

อย่างน้อยศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นของภูมิภาคไหน ล้วนช่วยจรรโลงโลกให้มีรอยยิ้มให้กันและกัน

โดยเฉพาะสังคมไทยที่ “รอยยิ้ม” และ “มิตรภาพ” นับวันจะมีให้กันน้อยลงไปทุกที…!!!! More >

rmutt-2

คอลัมน์ ช่องทางทำกิน: ‘ข้าวมันส้มตำ’ ‘สูตรโบราณ’ทำไม่ยาก

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ :รายงาน/สุทธิภัทร พฤกษ์เจริญสุข :ภาพ

“ข้าวมันส้มตำ” เป็นอาหารที่มีมาแต่สมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันก็มีร้านอาหารหลายร้านที่หยิบนำมาทำเป็นเมนูในร้าน ซึ่งก็อาจจะมีการดัดแปลงสูตรการทำที่หลากหลาย และวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีสูตรการทำ “ข้าวมันส้มตำสูตรโบราณ” จากคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มาให้พิจารณากัน…

อาจารย์สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม คือผู้ที่จะมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ โดยเริ่มจากบอกว่า เมนูข้าวมันส้มตำนั้นมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอาหารว่างในวัง ซึ่งข้าวมันในสมัยนั้นเป็นการหุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำ และส้มตำก็ไม่ใช่ส้มตำแบบที่ขายกันในร้านอาหารอีสานในปัจจุบัน แต่ส้มตำที่ทานกับข้าวมันนั้นจะเป็นการคลุกเคล้าเส้นมะละกอกับน้ำยำที่ทำขึ้นมา ซึ่งข้าวมันส้มตำแบบชุดใหญ่สมัยโบราณนั้นนอกจากจะมีข้าวมัน ส้มตำ ก็ยังมีแกงเผ็ดไก่ใส่มะเขือ น้ำพริกมะขามเปียก กระเทียมเผา พริกชี้ฟ้าแห้ง กุ้งหรือปลาแห้ง

“ปัจจุบันข้าวมันส้มตำหากินได้ยาก ซึ่งเป็นเมนูที่ทำไม่ยาก น่าจะสามารถทำขายได้ดีไม่แพ้อาหารอื่น ๆ ทำเป็นชุด มีข้าวมัน ส้มตำ หมูฝอย คิดว่าเป็นอีกเมนูที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาช่องทางค้าขายอาหาร” อ.พงษ์ศักดิ์ กล่าว

อุปกรณ์หลัก ๆ ที่ใช้ในการทำ ก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำครัวทั่ว ๆ ไป ที่ส่วนใหญ่ก็น่าจะมีอุปกรณ์เหล่านี้อยู่แล้ว เช่น เตาแก๊ส, กระทะ, ทัพพี, เขียง, มีด, ครก, สาก, กะละมัง ฯลฯ และอุปกรณ์ที่ควรต้องมีด้วยคือ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

เริ่มจาก “การหุงข้าวมัน” ก่อน วัตถุดิบที่ใช้ ตามสูตรก็มี ข้าวสาร 1ฝ 1/2 ถ้วย (300 กรัม), มะพร้าว (สำหรับคั้นน้ำกะทิ) 300 กรัม, น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ, เกลือ 2 ช้อนชา วิธีทำนั้น เมื่อมีหม้อหุงข้าวไฟฟ้าก็ง่ายมาก เริ่มจากนำข้าวสารมาซาวด้วยน้ำสะอาด เอาสิ่งที่ปะปนมากับข้าวสารออกไป โดยซาวข้าวเพียงครั้งเดียวแล้วใส่กระชอนพักไว้

จากนั้นก็คั้นน้ำกะทิ นำมะพร้าวขูดใส่ในกะละมัง ใส่น้ำสะอาดลงไปประมาณ 2ฝ 1/2 ถ้วย ใช้มือคั้นมะพร้าวให้ได้กะทิ 3 ถ้วย เมื่อได้กะทิแล้วก็ให้นำเอาน้ำตาลทรายและเกลือเทผสมลงไปในกะทิ ทำการคนให้น้ำตาลและเกลือละลาย แล้วก็เทใส่ลงในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เวลาเทกะทิลงห้อหุงข้าวไฟฟ้าต้องเทผ่านผ้าขาวบางเพื่อทำการกรองเอาเศษสิ่งที่ปะปนออกด้วย จากนั้นก็นำข้าวสารที่ซาวเตรียมไว้มาใส่ลงในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า คนให้เข้ากัน ปิดฝาหม้อ กดสวิตช์หุงข้าว รอไฟหม้อหุงข้าวตัดข้าวก็สุก เปิดฝาเอาทัพพีคุ้ยข้าวหน่อย แล้วปิดฝาให้ข้าวมันระอุ เท่านี้ก็ได้ข้าวมันสำหรับทานกับส้มตำ

“ส้มตำมะละกอ” สำหรับทานกับข้าวมัน ใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุง ดังนี้… มะละกอดิบ 1 ผล, กระเทียม 6 กลีบ, พริกแห้งแช่น้ำ 1 เม็ด, พริกไทย 7 เม็ด, น้ำส้มมะขาม 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ, กุ้งแห้งป่น ผ1/4 ถ้วย (ปั่นในเครื่องปั่น หรือใช้ครกโขลก), มะนาวหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ผ 1/4 ถ้วย ขั้นตอนการทำก็เริ่มด้วยการนำมะละกอดิบมาปอกเปลือกแล้วล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นทำการขูดหรือสับมะละกอให้เป็นเส้นเล็ก ๆ ให้ได้ประมาณ 4-5 ถ้วย

แล้วนำไปใส่ในครก ทำการโขลกเบา ๆ พอให้เส้นมะละกอช้ำ ๆ ก็ทำการตักขึ้นมาพักเตรียมไว้ก่อน

จากนั้นก็ทำน้ำปรุงรส โดยนำเอาน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ใส่หม้อตั้งไฟ คนพอละลาย พอเดือดให้ยกลงพักทิ้งไว้ให้เย็น แล้วจึงเทน้ำมะนาวผสมลงไปคนให้เข้ากัน ก็จะได้น้ำปรุงเตรียมไว้ ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำกระเทียม พริกแห้ง พริกไทย ใส่ลงในครกแล้วโขลกให้ส่วนผสมทั้งหมดละเอียด นำน้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ใส่กะละมัง เทพริกกระเทียมที่โขลกไว้ผสมลงไป คนส่วนผสมทั้งสองให้เข้ากัน นำเส้นมะละกอที่เตรียมไว้ใส่ลงคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำปรุงรส จากนั้นก็ใส่กุ้งแห้งป่น มะนาวที่หั่นไว้ ตามลงไป คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี เท่านี้ก็ได้ส้มตำสำหรับไว้ทานกับข้าวมัน

การทำ “หมูฝอยผัดหวาน” ที่ใช้ทานกับข้าวมันส้มตำ ใช้ส่วนประกอบ ดังนี้… เนื้อหมู 250 กรัม, น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม, น้ำมันพืช 50 มิลลิลิตร, น้ำสะอาด 50 มิลลิลิตร, หอมแดงซอย 80 กรัม, เกลือ 2 ช้อนชา วิธีทำก็ต้มเนื้อหมูประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจนกระทั่งเปื่อยนุ่ม นำขึ้นพักไว้ให้เย็น นำเนื้อหมูมาทุบแล้วฉีกให้เป็นเส้นฝอยพักไว้ จากนั้นก็เจียวหอมแดง โดยนำกระทะตั้งไฟ เทน้ำมันลงไป พอร้อนก็โรยหอมแดงซอยลงไปเจียวพอให้เป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

ส่วนน้ำมันที่ผ่านการเจียวหอมแดงนั้นให้นำหมูที่ฉีกเป็นฝอยเตรียมไว้ใส่ลงไปคั่วด้วยไฟอ่อนจนกรอบ แล้วตักขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วให้เทน้ำมันในกระทะออก ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำสะอาด เกลือ ลงไปเคี่ยวให้ละลายจนข้น จากนั้นก็เอาหมูและหอมเจียวที่เตรียมไว้ผสมลงไป ทำการคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าชอบแบบหมูนุ่ม ๆ ให้ลดเวลาคั่วหมูลง ส่วนความเค็มถ้าชอบกลิ่นของซอสปรุงรสก็ให้ใส่ได้ แต่ต้องลดปริมาณเกลือลงด้วย

สำหรับการขายนั้น ให้จัดเสิร์ฟเป็นชุด ก็จะมี ข้าวมัน ส้มตำ หมูฝอยผัดหวาน โดยมีผักกาดหอม, ใบชะพลู ใบทองหลาง เป็นผักแนม ขายในราคาชุดละ 50 บาท โดยมีต้นทุนประมาณ 50% จากราคาขาย

ใครสนใจทำ “ข้าวมันส้มตำ” เป็น “ช่องทางทำกิน” ต้องการสอบถามเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ได้ที่ สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี โทร.08-9600-0993. More >

rmutt-1

คอลัมน์ เคล็ดลับสุขภาพดี: อิ่มท้องได้คุณประโยชน์กับ’เมนูสุขภาพวันพ่อ’

ทีมวาไรตี้

ในช่วงบรรยากาศที่อบอวลไปด้วย ความรักเนื่องในเทศกาลวันพ่อที่กำลังเวียน มาถึง หลายครอบครัวคงกำลังเตรียมเมนูอาหารแสนอร่อยไว้สำหรับวันพิเศษกันอย่างสุขสันต์ วันนี้เคล็ดลับสุขภาพดีเลยไม่พลาดที่จะมีส่วนร่วมแนะนำเมนูอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุให้ปรุงรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารที่มาก ด้วยคุณประโยชน์แล้วอาหารทุกจานยังใช้วัตถุดิบที่มีชื่อช่วยเสริมมงคลกันทั้งครอบครัวมาฝาก ด้วยค่ะ

ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนามอาจารย์ประจำสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อธิบายว่า อาหารสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุคนโบราณมักเน้นชื่ออาหารที่ชื่อเป็นมงคลเพื่อให้คนรับประทานมีความสุขใจ โดยมีเมนูที่จะแนะนำ เช่น แกงคูน มีความหมายว่า ทวีคูณขึ้นไป แกงดอกขจร เมื่อ รับประทานแล้วจะมีชื่อเสียงขจรไกล น้ำพริกเห็ด 3 อย่าง มีความเชื่อว่าเมื่อรับประทานเห็ด 3 ชนิดรวมกันแล้วถือเป็นยาอย่างดี ปลากะพงทอดตะไคร้ ปลากะพงถือเป็นปลาสุดยอดน้ำทะเลลึกบวกกับตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีชื่อช่วยปรับสมดุล ส่วนขนมได้แก่ ถั่ว 5 สี ซึ่งถั่วสีต่าง ๆ ทั้ง 5 สีเปรียบเสมือนมณีสีต่าง ๆ ที่มีความหมายดีอยู่ในตัว ส่วนผลไม้ ได้แก่ ส้ม มีความหมายว่าอยู่เย็นเป็นสุข ส้มโอ มีความใหญ่โต ชมพู่ มีคนสรรเสริญเยินยอ ชื่นชม

เริ่มกันที่ข้าวควรใช้ข้าวหอมนิล เมล็ดมีสีม่วงดำ มีสารแอนโทไซยานินที่มีรายงานวิจัยพบว่าสามารถช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือดที่หัวใจและสมอง บรรเทาโรคเบาหวาน บำรุงสายตา ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง วิธีหุงใช้ข้าวหอมนิล 1 ถ้วย และน้ำเปล่า 2 ถ้วยจะได้ข้าวหอมนิลที่เหนียวนุ่มกำลังดี สำหรับ เมนูปลากะพงทอดตะไคร้ เตรียมเนื้อปลากะพง 250 กรัม ตะไคร้ซอยโขลก 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียมโขลก 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยเมล็ดโขลก ครึ่งช้อนชา รากผักชีโขลก 2 ราก เกลือ ครึ่งช้อนชา และน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนวิธีทำผสมตะไคร้ กระเทียม พริกไทย รากผักชี เกลือ น้ำมัน คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมัก 10 นาที และนำไปทอดหรือจี่ในกระทะพอสุก

เมนูต่อมาเป็น น้ำพริกเห็ด 3 อย่าง เตรียมหอมแดงคั่ว 1/4 ถ้วย กระเทียมคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ ข่าคั่ว 1/4 ช้อนชา พริกหนุ่มคั่ว 5 เม็ด เห็ดฟางย่าง 3 ดอก เห็ดนางฟ้าย่าง 3 ดอก เห็ดหอมย่าง 3 ดอก เนื้อปลาทูย่างครึ่งตัว ผักชี ต้นหอมซอย และน้ำปลา วิธีทำโขลกข่าให้ละเอียด ใส่หอม กระเทียม พริกหนุ่ม และโขลกให้ละเอียด ใส่เห็ดทั้ง 3 อย่างโขลกให้เข้ากันใส่ปลาทูย่าง ปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยด้วยผักชีต้นหอม ตักใส่ถ้วยรับประทานกับผักต้มสุก เช่น ฟักทอง ถั่วฝักยาว มะเขือต่าง ๆ ซึ่งสรรพคุณของเห็ดฟางช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ เห็ดนางฟ้า รักษาหวัด ทำให้เลือดลมดี แก้โรคหัวใจ และเห็ดหอม มีสรรพคุณทางยา ได้แก่ ป้องกันโรคหัวใจ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น ช่วยบำรุงปอด

สำหรับ ขนมถั่ว 5 สี มีส่วนผสมได้แก่ ถั่วแดงหลวง ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วขาว ถั่วลิสง ทั้งหมดนำมาต้มสุกชนิดละ 50 กรัม แป้งข้าวเจ้า 3/4 ถ้วย แป้งมัน 1/4 ถ้วย น้ำตาลปี๊บ ครึ่งถ้วย น้ำเต้าหู้ 200 กรัม และเนื้อฟักทองนึ่งสุก 100 กรัม

วิธีทำถั่ว 5 สี ให้ผสมส่วนผสมทุกอย่างรวมกันนวดให้เข้ากันเทใส่ถาดขนาด 8 คูณ 8 นิ้ว นึ่งให้สุก 25 นาที ยกลงทิ้งให้เย็น ตัดขนมให้ เป็นชิ้นพอดีคำ ขนมจานนี้มีสรรพคุณเริ่มจาก ถั่วแดงหลวง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด โรคเส้นเลือดสมองปริแตก ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ถั่วดำ ช่วยบำรุงโลหิต บำรุงสายตา ขจัดพิษในร่างกาย ถั่วเขียว ช่วยขับร้อน ถอนพิษ ลดความดันโลหิต ถั่วขาว ช่วยยับยั้งการย่อยของคาร์โบไฮเดรต ป้องกันไม่ให้เกิดอาการหิวบ่อย และถั่วลิสง ช่วยบำรุงปอดและกระเพาะอาหาร แก้ไอ ขับปัสสาวะ

เมื่อทราบอย่างนี้แล้วใคร ๆ ที่เตรียมฉลองวันพ่อ อย่าลืมนำเมนูเพื่อสุขภาพและเสริมมงคลดี ๆ อย่างนี้ไปทดลองทำรับประทานกันดู เพราะนอกจากจะอร่อยได้คุณค่าแล้วยังถือเป็นมงคลกับครอบครัวอีกด้วย.

More >

ครุศาสตร์ มทร.ธัญบุรี รับเจ้าหน้าที่ 13 อัตรา

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มีความประสงค์รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเป็นลูกจั่วคราว จำนวน 13 อัตรา ได้แก่ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ จำนวน 4 อัตรา เจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 5 อัตรา นักวิชาการศึกษา จำนวน 3 อัตรา เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป จำนวน 1 อัตรา ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ในวันและเวลาราชการ ณ งานบุคลากร อาคารคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ชั้น 1 สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 0-2549-4703

เครื่องกล มทร.ธัญบุรี คว้าชัยการแข่งขันยานยนต์ประหยัดพลังงาน Eco Challenge 2013-14

ทีม “RT56 ธัญบุรี” ประกอบด้วย “บิ๊ก” นายธวัชชัย ล่านาลาว “ตูน“ นายสมเจตน์ เกียรติไพบูลย์ “หมอก” นายบุญมา มียวน “จู” นายจุมพฎ งิ้วลาย “เอ็ม” นายทศพร พาลิตา “เชษ” นายพิเชษฐ์ เทพประสิทธิ์ “สัน” นายสันติ มีสุข “บอล” นายอดิศักดิ์ แสงสุข “ณุ” นายภาณุพงษ์ สอนชา และ “แม็ค” นายวรท ผาพิมพ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 (หลักสูตรต่อเนื่อง) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมี ดร.สถาพร ทองวิค ดร.มนูศักดิ์ จานทอง และ ผศ.ประยุทธ ดวงคล้าย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา คว้ารางวัลชนะเลิศ ECO CHALLENGE 2013-14 ประเภทรถวิ่งในเมือง (Urban Concept) พลังงานไฟฟ้า จัดโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย

บิ๊ก หัวหน้าทีม เล่าว่า เมื่อทราบโจทย์ในการแข่งขันโครงการยานยนต์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน Eco Challenge 2013-14 ทีมเราได้ร่วมกันออกแบบ สร้าง และพัฒนายานยนต์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม จากแนวคิดว่าในสภาวะโลกร้อนมลพิษที่เกิดขึ้นในเมือง และเชื้อเพลิงที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันกำลังน้อยลงทุกที พลังงานไฟฟ้าสามารถผลิตจากพลังงานสะอาดได้หลายวิธีทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม การนำมาใช้เป็นการช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงปิโตรเลียมและเป็นการช่วยลดมลพิษได้มากกว่าการใช้เชื้อเพลิงแบบปกติ โดยจากการศึกษาข้อมูล พบว่าการใช้งานของรถยนต์ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้ในเมืองมากกว่าการเดินทางไกลๆ จึงเหมาะสมกับการใช้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าทั้งประหยัดพลังงาน ต้นทุนต่ำกว่า และยังปล่อยมลพิษน้อยกว่า ทางทีม RT56 ธัญบุรี จึงช่วยกันคิดค้น “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดขึ้น ลดมลพิษที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงปิโตรเลียม ประหยัดพลังงานและที่สำคัญสามารถนำไปใช้งานได้จริง

เทคนิคในการออกแบบควบคุมด้วย ระบบไฟฟ้า และระบบทางกล โดยระบบไฟฟ้าประกอบด้วย วงจรภาคควบคุม (Control Circuit) วงจรภาคกำลัง (Power Circuit) โดยวงจรภาคกำลังทำหน้าที่ ควบคุมการทำงานในส่วนของมอเตอร์ขับ 3 เฟสแบบไร้แปรงถ่าน (BLDC Motor) โดยมีส่วนประกอบหลักที่มีหน้าที่ต่าง ๆ ในวงจรภาคกำลัง ประกอบด้วย แบตเตอรี่แบบลิเทียม (Lithium Battery) มีขนาด 48V ทำหน้าที่ จ่ายแรงดัน (แรงดันวัดสูงสุดไม่เกิน 52V) ให้แก่มอเตอร์ขับ BLDC ระบบแสดงผลสถานะแบตเตอรี่ (Battery Monitoring System) ทำหน้าที่แสดงสถานะจ่ายไฟของแบตเตอรี่ เพื่อควบคุมและป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ไหม้หรือระเบิด เครื่องวัดพลังงาน (Energy Meter or Joule Meter) เป็นเครื่องวัดพลังงานที่มอเตอร์ขับใช้ไป และเครื่องควบคุมมอเตอร์ BLDC (BLDC Motor Controller) ทำหน้าที่สร้างแรงดันและความถี่ที่เหมาะสมให้แก่มอเตอร์ขับ BLDC โดยมีส่วนสั่งการทำงานในสภาวะต่าง ๆ ดังนี้ เกียร์สวิตช์ (Gear Switch) ตัวควบคุมความเร็ว (Speed Control) มอเตอร์ขับ 3 เฟส แบบไร้แปรงถ่าน (Brushless DC Motor, BLDC) คอนแทคเตอร์ (Contactor 48V)

“รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” เป็นนวัตกรรมที่ผลิตขึ้นเพื่อพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยลดมลพิษจากเชื้อเพลิงปิโตรเลียม สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพต่อไป แนวคิดเจ๋งๆ ที่ต้องการนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มาใช้ได้จริง ปรบมือให้กับน้องนักศึกษา มทร.ธัญบุรี ทั้ง 10 คน More >

rmutt-20131119-02

3 นักวิจัย คิดค้น รถเข็นคนพิการแบบขึ้น-ลงบันได

รถเข็นคนพิการแบบขึ้น-ลงบันได ผลงานวิจัยร่วม 3 สถาบัน ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ผศ.ดร.เบญจลักษณ์ เมืองมีศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ และ พ.อ.ผศ.นพ.อารมย์ ขุนภาษี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พ.อ.รศ.นพ.สุธี พานิชกุล วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ได้ร่วมประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม รถเข็นคนพิการแบบขึ้น-ลงบันได ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถขึ้นลงได้สะดวกยิ่งขึ้น

ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม เปิดเผยว่า ในปัจจุบันผู้ป่วย หรือผู้พิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งบางครั้งมีความจำเป็นต้องย้ายผู้ป่วยจากห้องพักชั้นบนมายังชั้นล่าง และบางครั้งต้องเคลื่อนย้ายจากชั้นล่างขึ้นไปชั้นบน เพื่อให้ผู้ป่วยได้เปลี่ยนอิริยาบถในการพักผ่อน ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยการยก หรืออุ้มผู้ป่วย ค่อนข้างจะลำบากและอันตรายในการขึ้นลงบันได ดังนั้นทางทีมวิจัยจึงได้คิดค้นนวัตกรรมดังกล่าวขึ้นมา

โดยหลักการทำงาน คล้ายกับรถเข็นคนพิการทั่วไป แต่จะมีชุดเกียร์ทดอยู่ด้านหลังของตัวรถ ซึ่งได้ยึดติดกับโซ่ โดยสามารถเคลื่อนที่หมุนตามเข็มนาฬิกา เพื่อเกาะบันไดให้เคลื่อนที่ขึ้น และหมุนทวนเข็มนาฬิกา ให้เกาะบันไดเพื่อให้ผู้ป่วยเคลื่อนที่ลง สำหรับชุดควบคุมประกอบด้วย ไมโครคอนโทรลเลอร์ และดีซีไดร์ฟ เพื่อขับมอเตอร์ พลังงานจะใช้แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ 2 ลูก ต่ออนุกรมกัน เพื่อให้ได้แรงขับ 24 โวลต์

เมื่อผู้ป่วยต้องการขึ้น-ลงบันได พี่เลี้ยงหรือผู้ดูแลจะอุ้มผู้ป่วยขึ้นรถเข็น หลังจากนั้นพี่เลี้ยงจะอยู่ด้านหลังตัวรถเข็น โดยจะกดปุ่มขึ้น-ลง เพื่อให้อุปกรณ์เกาะยึดกับบันได ในการพาผู้ป่วยขึ้น-ลงบันไดทุกครั้งจะต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแลและช่วยเข็นรถอยู่ด้านหลังตลอดเวลา ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยและไม่มีความกังวลใดๆ

เป็นการคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วย อีกนวัตกรรมหนึ่ง เพื่อความสะดวกของผู้ป่วยในการเคลื่อนย้าย โดยไม่ต้องยกหรืออุ้มผู้ป่วย ช่วยผ่อนแรงคนที่ดูแลผู้ป่วย ถือเป็นสิ่งดีๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้จริง ในวงการแพทย์ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ดร.เดชฤทธิ์ 08-6882-1475 More >

rmutt-20131119-02

มทร.ธัญบุรี เผยทิศทางการดำเนินงานมุ่งสู่เออีซี พัฒนาหลักสูตร-บุคลากร รองรับตลาดอาเซียน

More >

rmutt-20131119-06

หนุนปรับรับตรงสกัดเด็กวิ่งรอกสอบ

รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ล้านนาในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดี มทร.9 แห่ง กล่าวถึงแนวนโยบายของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ปรับปรุงระบบการรับตรงนักศึกษา เพื่อลดปัญหาการวิ่งรอกสอบของเด็กนักเรียนว่า เห็นด้วยกับแนวนโยบายของรมว.ศึกษาธิการ โดยที่ผ่านมาทางอธิการบดี มทร.9 แห่งได้มีการพูดคุยเรื่องนี้และถึงขนาดเคยแก้ไขปัญหา โดยการจับสอบพร้อมกัน ให้นักเรียนสามารถเลือกอันดับ มทร.ที่ตัวเองชอบได้ แต่ปรากฎว่าก็มีปัญหาติดๆ ขัดๆ ตามมา อาทิ นักเรียนส่วนใหญ่เลือก มทร.ธัญบุรี เป็นอันดับ 1 และเลือก มทร.อื่นๆ เป็นอันดับ 2 และ 3 ทำให้ มทร.อื่นๆ รู้สึกว่าตัวเองได้รับเด็กที่เหลือจาก มทร.ธัญบุรี และอาจจะไม่ใช่เด็กหัวกะทิ ที่สำคัญเด็กกลุ่มนี้ยังสละสิทธิ์อีกจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับ มทร.อื่นๆ สุดท้ายจึงไม่มีความร่วมมือที่จะจัดสอบตรงร่วมกันในปีต่อๆ มาอีก

“อย่างไรก็ตาม หากจะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อให้ มทร.ทั้ง 9 แห่งรับตรงร่วมกันอีกครั้งก็อาจจะมีความเป็นได้ แต่ทั้งนี้คงต้องมีการพูดคุยกันในรายละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในครั้งที่แล้วก่อน อีกทั้งผู้บริหารระดับนโยบายควรได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์และแนวทางปฏิบัติร่วมกับผู้ปฏิบัติอย่างมหาวิทยาลัยด้วย จะให้แต่อธิการบดี มทร.9 แห่งคุยและหาทางออกแค่นี้ไม่ได้” อธิการบดี มทร.ล้านนากล่าว

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวถึงแนวทางการรับนักศึกษาปีการศึกษา 2557 ว่า มทร.ธัญบุรียังคงรับนักศึกษาในรูปแบบเดิม คือ 1.ระบบโควตา ที่ให้กับโรงเรียนที่อยู่ในเครือข่ายและท้องถิ่น โดยนักเรียนโควตาที่รับเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมีผลการเรียนดี 2.ระบบสอบตรงของมหาวิทยาลัย 3.ระบบแอดมิชชั่น More >

rmutt-20131119-01

ชวนกลุ่มมทร.ฟื้นรับตรงร่วม

รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดี มทร. 9 แห่ง กล่าวถึงแนวนโยบายของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ปรับปรุงระบบการรับตรงนักศึกษา เพื่อลดปัญหาการวิ่งรอกสอบของนักเรียน ว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว โดยที่ผ่านมาอธิการบดี มทร.9 แห่ง เคยหารือถึงปัญหาการรับตรง และแก้ไขปัญหาโดยการจัดสอบพร้อมกัน ให้นักเรียนสามารถเลือกอันดับ มทร.ที่ตัวเองชอบได้ แต่ปรากฏว่าก็มีปัญหาติด ๆ ขัด ๆ ตามมา อาทิ นักเรียนส่วนใหญ่เลือก มทร.ธัญบุรี เป็นอันดับ 1 และเลือก มทร.อื่นๆ เป็นอันดับ 2 และ 3 ทำให้ มทร.อื่น ๆ รู้สึกว่าตัวเองได้รับเด็กที่เหลือจาก มทร.ธัญบุรี ที่สำคัญเด็กกลุ่มนี้ยังสละสิทธิอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับ มทร. อื่น ๆ สุดท้ายจึงไม่มีความร่วมมือที่จะจัดสอบตรงร่วมกันในปีต่อ ๆ มาอีก อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าหากจะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อให้ มทร.ทั้ง 9 แห่ง รับตรงร่วมกันอีกครั้งก็อาจจะมีความเป็นได้ แต่ทั้งนี้คงต้องมีการพูดคุยกันในรายละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก่อน

ด้าน รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า การรับนักศึกษาปีการศึกษา 2557 มทร.ธัญบุรี รับนักศึกษาจาก 3 ระบบ คือ 1.ระบบโควตา จะให้โควตาแก่นักเรียนโรงเรียนที่อยู่ในเครือข่ายและท้องถิ่น 2.ระบบสอบตรงของมหาวิทยาลัย 3.ระบบแอดมิชชั่น ส่วนข้อเสนอที่จะให้ มทร.ทั้ง 9 แห่งรับตรงร่วมกันอีกครั้งนั้นตนเห็นด้วย. More >

rmutt-20131119-05

คอลัมน์ เคาะประตูแคมปัส: ไอเดียแฟชั่นสุดชิกมทร.ธัญบุรีซิวที่หนึ่ง

เจ้าของไอเดียสุดชิก “happiness of frog” นายพีรพล คล้ายสอน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาออกแบบแฟชั่นและศิลปะสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ จากเวทีการประกวด EASY TEE CONTEST 3rd NEXT TOP DESIGNER การออกแบบเสื้อยืดธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเสื้อยืดที่แปลกแหวกแนว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Singing in the Rain” จัดโดย ST.ANDREWS

แรงบันดาลใจจากเนื้อหาขำขันเพลงที่ร้องว่า “ฝนเอ๋ยทำไมจึงตก ก็เพราะว่ากบมันร้อง กบเอ๋ยทำไมถึงร้องก็เพราะว่าฝนจะตก” โดยการสร้างลวดลายเสื้อยืด คือเจ้ากบตัวเขียวที่กำลังร้องเพลงอย่างมีความสุข ท่ามกลางฝนตก โดยนำเสนอผ่านเทคนิคสีน้ำ และถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกให้ง่ายต่อการรับรู้ สามารถสวมใส่ได้ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องประดับ หรือเครื่องแต่งกายชิ้นอื่น เสื้อยืดที่ออกแบบเป็นลุกส์ของผู้ชาย มีความเท่ เน้นที่ตัวเสื้อยืด ใส่แล้วรู้สึกสบาย

หลังจากมีประสบการณ์หรือถ้ามีโอกาสอยากจะสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง “สำหรับคนที่มีความฝัน เข้าประกวดแล้วผิดหวังจากการประกวด ไม่ต้องท้อใจ ให้คิดว่าความล้มเหลวเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จ ไม่เริ่ม ไม่ล้มเหลว ไม่สำเร็จ” More >

C-131126018114

คอลัมน์ ข่าวย่อยศึกษา: มทร.ธัญบุรีจัดประชุม

คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับ สมาคมสีแห่งเอเชีย (Asia Color Association) และศูนย์วิจัยสีแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ ภายใต้ชื่องาน “The 1 st Asia Color Association Conference, ACA 2013 Thanyaburi” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพทางด้านการวิจัย ได้พบปะพูดคุยกับนักวิจัยอาวุโส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักวิจัยรุ่นใหม่ในการคิดค้นสร้างสรรค์งานวิจัยให้ตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ต่อสังคม มีการนำเสนอผลงานวิจัย ของนักวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศ ประกอบด้วยหัวข้อที่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสี เช่น Color Vision, Color Psychology, Color Design, Color Application และ Color Technology เป็นต้น ทั้งนี้การประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 1 “The 1 st Asia Color Association Conference, ACA 2013 Thanyaburi” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 ธันวาคม 2556 ณ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.ธัญบุรี สำหรับนักวิจัยหรือบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ ท่านสามารถสำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2549-4500, 0-2549-4505 ในวันและเวลาราชการ
More >

3 นักวิจัย คิดค้น รถเข็นคนพิการแบบขึ้น-ลง บันได

รถเข็นคนพิการแบบขึ้น-ลง บันได ผลงานวิจัยร่วม 3 สถาบัน ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ผศ.ดร.เบญจลักษณ์ เมืองมีศรี มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ และ พ.อ.ผศ.นพ.อารมย์ ขุนภาษี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พ.อ.รศ.นพ.สุธี พานิชกุล วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ได้ร่วมประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม รถเข็นคนพิการแบบขึ้น-ลง บันได ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถขึ้นลงได้สะดวกยิ่งขึ้น

ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม เปิดเผยว่า ในปัจจุบันผู้ป่วย หรือ ผู้พิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งบางครั้งมีความจำเป็นต้องย้ายผู้ป่วยจากห้องพัก ชั้นบน มายังชั้นล่าง และบางครั้งต้องเคลื่อนย้ายจากชั้นล่าง ขึ้นไปชั้นบน เพื่อให้ผู้ป่วยได้เปลี่ยนอิริยาบถในการพักผ่อน ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยการยก หรือ อุ้มผู้ป่วย ค่อนข้างจะลำบากและอันตราย ในการขึ้นลงบันได ดังนั้นทางทีมวิจัยจึงได้คิดค้นนวัตกรรมดังกล่าวขึ้นมา

โดยหลักการทำงาน คล้ายกับรถเข็นคนพิการทั่วไป แต่จะมีชุดเกียรทดอยู่ด้านหลังของตัวรถ ซึ่งได้ยึดติดกับโซ่ โดยสามารถเคลื่อนที่หมุนตามเข็มนาฬิกา เพื่อเกาะบันไดให้เคลื่อนที่ขึ้น และหมุนทวนเข็มนาฬิกา ให้เกาะบันไดเพื่อให้ผู้ป่วยเคลื่อนที่ลง สำหรับชุดควบคุมประกอบด้วย ไมโครคอนโทรลเลอร์ และดีซีไดร์ฟ เพื่อขับมอเตอร์ พลังงานจะใช้แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ 2 ลูก ต่ออนุกรมกัน เพื่อให้ได้แรงขับ 24 โวลต์

เมื่อผู้ป่วยต้องการขึ้น-ลงบันได พี่เลี้ยงหรือผู้ดูแลจะอุ้มผู้ป่วยขึ้นรถเข็น หลังจากนั้นพี่เลี้ยงจะอยู่ด้านหลังตัวรถเข็น โดยจะกดปุ่มขึ้น-ลง เพื่อให้อุปกรณ์เกาะยึดกับบันได ในการพาผู้ป่วยขึ้น-ลง บันไดทุกครั้งจะต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแลและช่วยเข็นรถอยู่ด้านหลังตลอดเวลา ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยและไม่มีความกังวลใดๆ

เป็นการคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วย อีกนวัตกรรมหนึ่ง เพื่อความสะดวกของผู้ป่วยในการเคลื่อนย้าย โดยไม่ต้องยกหรืออุ้มผู้ป่วย ช่วยผ่อนแรงคนที่ดูแลผู้ป่วย ถือเป็นสิ่งดีๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้จริง ในวงการแพทย์ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ดร.เดชฤทธิ์ 086-882-1475

 

ชลธิชา ศรีอุบล กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 02-549-4994 More >

rmutt-5

ภาพข่าว: รถเข็นคนพิการ

ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ทดสอบผลงานรถเข็นคนพิการแบบขึ้น-ลง บันได ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วม 3 สถาบัน สามารถใช้งานได้จริง สนใจสอบถามเพิ่มเติมโทร. 08-6882-1475 More >

rmutt-4

ภาพข่าว: แยก…พัฒนาการ: เลี้ยงยินดี

ดร.สุเมธ แย้มนุ่น นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) และรศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี (มทร.) ร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับบัณฑิตกิตติมศักดิ์ของ มทร.ธัญบุรี อาทิ อาทิตย์ สุวรรณประเทศ ขันธ์ชัย เกียรติศรีธนกร และสุนทรอรุณานนท์ชัย ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ More >

rmutt-2

คิดค้นรถคนพิการป่ายปีนขึ้นลงบันได ไทยเจ๋งประดิษฐ์รถเข็นปีนบันได

นักวิจัยไทยสร้างชื่อ คิดค้นรถเข็นคนพิการสามารถขึ้นลงบันไดได้เป็นคันแรกของโลก ใช้โซ่เป็นตัวยึดกับพื้นบันไดก่อนกดปุ่มควบคุมให้รถหมุนขึ้น-ลงอย่างนุ่มนวลทุ่นแรงพี่เลี้ยงผู้ป่วยและผู้สูงอายุ

ไทยโพสต์ * นักวิจัยไทยสุดเจ๋ง คิดค้นรถเข็นคนพิการที่สามารถขึ้น-ลงบันไดได้เป็นคันแรกของโลก โดยมีโซ่เป็นตัวยึดกับพื้นบันไดเอาไว้ก่อนกดปุ่มควบคุมให้รถหมุนขึ้น-ลงอย่างนุ่มนวล ช่วยทุ่นแรงพี่เลี้ยงคนพิการ คนป่วย และผู้สูงอายุ เล็งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ตนร่วมกับ ผศ.ดร.เบญจลักษณ์ เมืองมีศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ พ.อ.ผศ.นพ.อารมย์ ขุนภาษี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และ พ.อ.รศ.นพ.สุธี พานิชกุล วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ได้ร่วมกันคิดค้นประดิษฐ์รถเข็นสำหรับคนพิการที่สามารถใช้ขึ้น-ลงบันไดได้เป็นคันแรกของโลก ซึ่งทำให้การเคลื่อนย้ายผู้พิการ รวมไปถึงผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะผู้พิการที่มีความต้องการอุปกรณ์ในการดำเนินชีวิตมากกว่ากลุ่มอื่น สามารถขึ้นและลงบันไดได้สะดวกยิ่งขึ้น

ดร.เดชฤทธิ์กล่าวว่า สำหรับรถเข็นคันนี้จะทำให้ผู้พิการสามารถเคลื่อนที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น เนื่องจากมีชุดเกียร์ทดอยู่ด้านหลังของตัวรถที่ยึดติดอยู่กับโซ่ ซึ่งเป็นตัวยึดเกาะกับพื้นบันได เพื่อให้รถเข็นคันนี้พาผู้พิการขึ้น-ลงบันไดได้ โดยการเคลื่อนที่หมุนไปตามเข็มนาฬิกาให้เกาะบันไดเพื่อเคลื่อนที่ขึ้น และหมุนทวนเข็มนาฬิกาให้เกาะบันไดเพื่อเคลื่อนที่ลง ทั้งนี้ สำหรับชุดควบคุมประกอบด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์และดีซีไดรฟ์เพื่อขับมอเตอร์ ในส่วนของพลังงานนั้นใช้แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ 2 ลูก เพื่อให้ได้แรงขับ 24 โวลต์ ขณะที่บันไดที่รถเข็นคันนี้สามารถขึ้น-ลงได้คือ มีความสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร และขณะใช้งานจำเป็นต้องมีพี่เลี้ยงอยู่ด้านหลังตัวรถ เพื่อคอยกดปุ่มบังคับการขึ้น-ลง เพื่อให้ผู้พิการรู้สึกปลอดภัยด้วย รถเข็นคันดังกล่าวจะช่วยผ่อนแรงให้กับพี่เลี้ยงหรือคนดูแลผู้ป่วยได้มาก เพราะไม่ต้องยกหรืออุ้มผู้ป่วยเหมือนที่ผ่านมา

“รถเข็นขึ้น-ลงบันไดคันนี้คิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในงานด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลที่ติดต่อมาและอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ผู้ที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อกับทางผู้วิจัยได้โดยตรง (ดร.เดชฤทธิ์ 08-6882-1475) ซึ่งขณะนี้ยังคงมีราคาสูงอยู่คือราวๆ 30,000 บาทขึ้นไป แต่อนาคตหากมี บริษัทใดสนใจขอซื้อลิขสิทธิ์เพื่อไปผลิต ทางผู้วิจัยก็ยินดีเพื่อให้ผู้พิการทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ถูกลง อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยจะได้มีการเปิดตัวนวัตกรรมรถเข็นคันนี้อีกครั้ง” ดร.เดชฤทธิ์กล่าว.

More >

มทร.ธัญบุรี จัดประชุมวิชาการนานาชาติเทคโนโลยีสี

คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับ สมาคมสีแห่งเอเชีย (Asia Color Association) และศูนย์วิจัยสีแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ ภายใต้ชื่องาน “The 1st Asia Color Association Conference, ACA 2013 Thanyaburi” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีที่สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพทางด้านการวิจัย ได้พบปะพูดคุยกับนักวิจัยอาวุโส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักวิจัยรุ่นใหม่ในการคิดค้นสร้างสรรค์งานวิจัยให้ตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ต่อสังคม มีการนำเสนอผลงานวิจัย ของนักวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศ ประกอบด้วยหัวข้อที่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสี เช่น Color Vision ,Color Psychology ,Color Design, Color Application และ Color Technology เป็นต้น

ประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 1 “The 1st Asia Color Association Conference, ACA2013 Thanyaburi” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 14 ธันวาคม 2556 ณ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.ธัญบุรี สำหรับนักวิจัยหรือบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ ท่านสามารถสำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2549-4500 ,0-2549-4505 ในวันและเวลาราชการ

 

Binder1-2

คอลัมน์ แวดวงการศึกษา: ร่วมมือวิศวะสิ่งทอ

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ได้เดินทางไป สาธารณรัฐเช็กและประเทศเยอรมนี เพื่อลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างภาควิชาวิศวกรรมสิ่งทอกับ Technical University of Liberec สาธารณรัฐเช็ก โดยในเดือนธันวาคม จะมีอาจารย์ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ส่วน Hof University ประเทศเยอรมนี ได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างกันเมื่อ 4 ปีที่แล้วและล่าสุดได้ลงนามใน รายละเอียดเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมสิ่งทอซึ่งนัก ศึกษาแลกเปลี่ยนอาจได้รับปริญญา 2 ใบระหว่าง มทร.ธัญบุรี กับ Hof University ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทางด้านสิ่งทอ More >