ข่าวประชาสัมพันธ์

rmutt_news-11

สวธ.เฟ้น10ศิลปินอิสระเปิดโลกศิลปะอเมริกา

ลุล่วงไปกับงานถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติผู้เข้าอบรมผลงานดีเด่นได้รับการคัดเลือกให้ไปเผยแพร่ผลงานที่สหรัฐอเมริกา

ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)กล่าวว่า โครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติประจำปี 2557 เมื่อวันที่ 1-4 มีนาคม หออัครศิลปิน คลองหลวง ปทุมธานี เป็นการสืบทอดและรักษาภูมิปัญญา อันล้ำค่าของศิลปินแห่งชาติ ให้คงอยู่คู่ประเทศและเป็นการส่งเสริม ศึกษาค้นคว้า วิจัย ฟื้นฟูอนุรักษ์ พัฒนาให้แก่บุคลากรในวงการศิลปะต่อยอดทักษะ เสริมสร้างประสบการณ์ทางศิลปะให้แก่ผู้เข้าอบรม โดยมีผลงานดีเด่นที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปเผยแพร่ร่วมกับสภาศิลปกรรมไทยแห่งสหรัฐอเมริกา ณ ประเทศสหรัฐฯ เป็นการเปิดโลกทัศน์ ซึ่งผู้เข้าอบรมสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับนำไปถ่ายทอดสู่เยาวชนและสังคมในวงกว้าง

อัจฉราพร พงษ์ฉวี ผู้อำนวยการหออัครศิลปิน กล่าวว่า ปีนี้มีศิลปินอิสระ ครูผู้สอนศิลปะจากสถาบันต่างๆ ที่ผ่านการคัดเลือกและได้เข้ารับการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ60 คน จากผู้สมัคร 95 คน โดยศิลปินแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิสาขาทัศนศิลป์ 16 ท่าน อาทิ ถวัลย์ ดัชนี, กมลทัศนาญชลี, เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ, นนทิวรรธน์ จันทนผะลิน, เดชา วราชุน, อิทธิพล ตั้งโฉลก, ปรีชา เถาทอง, ช่วงมูลพินิจ เป็นวิทยากร ถ่ายทอดองค์ความรู้ และได้คัดเลือกผู้มีผลงานดีเด่น 10 คนเรียบร้อยแล้ว ตามรายชื่อดังนี้ More >

rmutt_news-19

คอลัมน์ กอสซิพริมรั้ว

** คงไม่ช้าเกินไปที่จะแสดงความยินดีกับ 2 ฝาแฝดหนุ่มชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเกษตรคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี “บอย” ศุกณัฐ และ “บิ๊ก” สุกฤษฎิ์ สร้อยแม้นที่คว้ารางวัลชนะเลิศด้านการนำเสนอโครงการเรื่อง “การออกแบบและสร้างเครื่องแยกเนื้อตาลสุก” ภาคบรรยาย จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการโครงงานวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 20 ณ หอประชุม มทร.ธัญบุรี 2 แฝดหนุ่ม เผยเคล็ดลับการออกแบบและสร้างเครื่องแยกเนื้อตาลสุกว่า จะช่วยลดเวลาและแรงงานในการแยกเนื้อตาลสุก ทั้งช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งด้วย ไอเดียบรรเจิดแบบนี้เห็นทีอนาคตรุ่งชัวร์ ** More >

rmutt_news-10

คอลัมน์ ข่าวย่อยกีฬาโลก: กระต่ายจับมือ มทร.ธัญบุรีพัฒนากีฬา

บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ทำความร่วมมือกันทางด้านการกีฬา เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต และได้เปิดโอกาสให้กับเยาวชนที่มีความสนใจและมีความสามารถในกีฬาฟุตบอลชายและกีฬาวอลเลย์บอลหญิง เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัยฯ โดยทาง บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ร่วมกันประชาสัมพันธ์และเปิดรับสมัครคัดเลือกผู้มีความสามารถในกีฬาฟุตบอลชายและกีฬาวอลเลย์บอลหญิงจากทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 10-14 มี.ค.57 เพื่อเข้าเป็นนักกีฬาของ มหาวิทยาลัยฯ และก้าวสู่ความเป็นอาชีพต่อไป

โดยสมัครทางอินเตอร์เน็ต หรือส่งใบสมัครด้วยตนเองภายในวันที่ 10-14 มี.ค. โดยกีฬาฟุตบอลชายคัดเลือกตั้งแต่วันที่ 17-19 มี.ค. ที่สนามลีโอ สเตเดี้ยม (รังสิต คลอง 3) ในเวลา 09.00-16.00 น. ของทุกวัน

ส่วนกีฬาวอลเลย์บอลหญิง คัดเลือกตั้งแต่วันที่ 17-19 มี.ค. ที่โรงยิมเนเซียม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (รังสิต คลอง 6) ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ของทุกวัน ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในวันที่ 20 มี.ค.57 ทาง www.bangkokglassfc.com โดยฟุตบอลชายส่งใบสมัครที่ charin.n@bgiglass.com โทร.08-94972431 (ริน) วอลเลย์บอลหญิงส่งใบสมัครที่ thanapon.s@bgiglass.com โทร. 09-09701482 (แจ๊ค) More >

rmutt_news-15

คอลัมน์ นวัตกรรมสร้างโอกาส: เครื่องแยกเนื้อตาลสุก ลดเวลา-แรงงานคน

porntavan@insightaec.com

ทุกส่วนของตาลโตนดล้วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น อย่างแรกที่รู้กันดีที่สุด คือ ตาลโตนดเป็นพืชให้น้ำหวาน ได้ผลผลิตออกมาหลากหลาย เช่น น้ำตาลโตนด น้ำตาลสด ลูกตาล น้ำตาลปึก หรือประยุกต์เป็นเมนูอื่นๆ อาทิ ขนมตาล, พายลูกตาล, ตาลลอยแก้ว ส่วนรากของต้นตาลก็เอามาทำเป็นยาขับปัสสาวะ ลดการกระหายน้ำได้ หากแต่วิธีการแยกเนื้อตาลสุกเพื่อจำหน่ายในปัจจุบัน คือ การนำเต้าตาลสุกมาแยกเนื้อที่ติดอยู่ในเส้นใยของตาล โดยใช้ตะกร้าหรือช้อนในการขยี้หรือขูดเพื่อแยกเนื้อตาลสุกออกมา จากนั้นนำเนื้อตาลที่ได้ไปแปรรูปหรือจำหน่าย โดยขั้นตอนดังกล่าวยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก ทำให้เสียเวลาและแรงงานในการแยกเนื้อตาลสุก ดังนั้น ผศ.ดร.จตุรงค์ ลังกาพินธุ์ และผศ.ภูรินทร์ อัครกุลธร ร่วมกับนายศุภณัฐและนายสุกฤษฎิ์ สร้อยแม้น นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ออกแบบและสร้างเครื่องแยกเนื้อตาลสุกขึ้นมาเพื่อลดข้อจำกัดในเรื่องดังกล่าว

ผศ.ดร.จตุรงค์ ลังกาพินธุ์ หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยผลงานชิ้นนี้ เล่าว่า จากการศึกษาข้อมูล ขนาดของพันธุ์ตาลที่จำหน่ายในท้องตลาด มุมของแรงเสียดทานภายในลูกตาล ปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในการแยกเนื้อตาลสุกในการแปรรูปและจำหน่าย ได้นำมาเป็นแนวคิดในการออกแบบเครื่องต้นแบบ โดยใช้หลักทางวิศวกรรมและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งโครงสร้างเครื่องประกอบด้วยส่วนหลัก คือ ชุดแยกเนื้อตาล ซึ่งชุดแยกเนื้อตาลจะมีลักษณะเป็นตะแกรงหมุนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 450 มิลลิเมตร, ช่องป้อนลูกตาล, ช่องทางออกเนื้อตาลสุกและลูกตาล รวมถึงระบบส่งกำลัง โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1 แรงม้าเป็นต้นกำลัง และจากการสุ่มวัดลูกตาลสุกจำนวน 50 ลูก พบว่าลูกตาลสุกมีลักษณะรูปวงรี โดยขนาดความกว้างเฉลี่ยของลูกตาลสุกมีค่าเท่ากับ 80 mm และความยาวเฉลี่ยของลูกตาลสุกเท่ากับ 120 mm และความหนาเฉลี่ยของลูกตาลสุกเท่ากับ 50 mm ซึ่งจากลักษณะดังกล่าวจึงได้ออกแบบรูของชุดถังแยกเนื้อตาลสุกให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าขนาดของลูกตาลสุก

ส่วนหลักการทำงานของเครื่องเริ่มจากผู้ทำงานป้อนลูกตาลสุกเข้าในช่องป้อนลูกตาลทางช่องหน้าของเครื่องและเติมน้ำสะอาดเข้าไปในเครื่อง หลังจากนั้นลูกตาลสุกจะเข้าสู่ชุดแยกเนื้อตาล เนื้อตาลสุกที่ผ่านการแยกเนื้อตาลจะถูกลำเลียงลงทางช่องหน้าของเครื่องและจากการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมพบว่า เมื่อใช้เครื่องต้นแบบทำงาน 1,440 ชั่วโมงต่อปี มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของเครื่อง 3 บาทต่อกิโลกรัม ระยะเวลาคืนทุน 40 วัน และการใช้งานที่จุดคุ้มทุน 32 ชั่วโมงต่อปี

“หลังจากการทดสอบความเร็วที่ใช้ขับชุดแยกเนื้อตาลสุก 220,250,และ280 รอบต่อนาที ตามลำดับ โดยแต่ละการทดลองจะทำซ้ำ 3 ครั้ง ความเร็วรอบขับชุดแยกเนื้อตาลสุกที่เหมาะสมที่สุดในการทำงาน คือ 280 รอบต่อนาที มีความสามารถในการทำงานของเครื่อง 37.9 กิโลกรัมต่อชั่วโมง หรือคิดเป็น 303.2 กิโลกรัมต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับเกษตรกรในการแยกที่ทำงานได้ 43.2 กิโลกรัมต่อวัน ที่มีทั้งความเหนื่อยล้าและไม่ปลอดภัย เช่น เกิดอุบัติเหตุจากคมของตะกร้าบาดมือ แสดงให้เห็นว่าเครื่องที่สร้างขึ้นสามารถทำงานได้มากกว่าเกษตรกรถึง 260 กิโลกรัมต่อวัน และมีเปอร์เซ็นต์การแยกเนื้อตาลสุกต่ำกว่าการแยกโดยเกษตรกร ซึ่งชุดแยกเนื้อตาลสุกมีเปอร์เซ็นต์การแยกเนื้อตาล 96.8 มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า 0.72 กิโลวัตต์ชั่วโมง”

เครื่องแยกเนื้อตาลสุกต้นแบบนี้ถือเป็นนวัตกรรมภูมิปัญญาไทย ที่สามารถช่วยให้เกษตรกรหรือผู้ประกอบการไทยนำมาปรับใช้ เพื่อประหยัดเวลาและลดการใช้แรงงานคนได้ ที่สำคัญคือช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนของปะเทศไทยให้มีความเข้มแข็งต่อไป

“เมื่อใช้เครื่องต้นแบบทำ งาน 1,440 ชั่วโมงต่อปี มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของเครื่อง 3 บาทต่อกิโลกรัม ระยะเวลาคืนทุน 40 วัน และการใช้งานที่จุดคุ้มทุน 32 ชั่วโมงต่อปี”

More >

rmutt_news-13

คอลัมน์ หุ่นยนต์อัจฉริยะปรับสภาพดิน

ในการปลูกพืชโดยทั่วไป ต้องเริ่มต้นจากการเลือกพื้นที่ทำการปลูกและการจัดการดิน แต่ในการตรวจและปรับสภาพดินในปัจจุบัน ต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่างดินมาตรวจสภาพก่อนแล้วค่อยทำการ ปรับสภาพ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก ทำให้เสียเวลาและแรงงานคน จากเหตุผลดังกล่าวนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประกอบด้วย “เก่ง” จตุรงค์ กิติศักดิ์ ,”เทพ” สุเทพ บูรณะโอสถ , “ดอง” ยุทธศักดิ์ จิตรพิศาล และ “แอม” อิศราภรณ์ เนตรภักดี โดยมี ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ เป็นที่ปรึกษาในการคิดค้นเจ้าหุ่นยนต์ดังกล่าว

เก่ง เล่าว่า ในการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติ เนื่องจากอยากช่วยลดเวลาและแรงงานของเกษตรกรในการตรวจสภาพดิน และปรับปรุงดิน ซึ่งตนเองและเพื่อนในกลุ่มได้ทำการคิดค้นหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติขึ้น

หุ่นยนต์ต้นแบบโดยประกอบด้วย โครงสร้างหุ่นยนต์ที่เป็นอลูมิเนียม เพราะจะได้มีน้ำหนักเบา ชุดสไลด์ สำหรับตรวจวัดสภาพดิน (NPK เซนเซอร์) ชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ ระบบจ่ายน้ำยาปรับสภาพดิน หลักการทำงานของหุ่นยนต์ง่าย เริ่มจากผู้ทำการตรวจสภาพหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติ ให้พร้อมกับการทำงาน ทำการเติมน้ำยาปรับสภาพดินลงในกระบอกเก็บน้ำยาของหุ่นยนต์ทั้งสองข้างให้เต็ม นำหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและ ปรับสภาพดินอัตโนมัติติดตั้งให้ค่อมร่องเกษตรที่ต้องการปรับสภาพดิน และทำการเซตค่า

จากนั้นการทำงานจะเป็นไปในแบบอัตโนมัติ โดยชุดควบคุมการทำงานของ หุ่นยนต์จะสั่งงานให้ชุดสไลด์ของหุ่นยนต์ ตรวจวัดสภาพดินที่ทำการเจาะลงไป และส่งผ่านข้อมูลมายังชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ หลังจากนั้นชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ จะทำการวิเคราะห์ข้อมูล และสั่งให้ระบบจ่ายน้ำยาปรับ สภาพดิน เพื่อปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการเพราะปลูก ทั้งนี้การสั่งการให้หุ่นยนต์ขับเคลื่อนและทำการตรวจทุกๆ 0.50 เมตร กลไกการทำงานของหุ่นยนต์ทำงานง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากเกินไป และผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติได้สะดวกและมีความปลอดภัย ซ่อมบำรุงง่าย อุปกรณ์ชิ้นส่วนหากชำรุด ถอดเปลี่ยนได้ง่ายและมีจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด

More >

rmutt_news-21

‘มองใหม่ด้ายไหม’

เกิดความสงสัยมานานกับเสื้อกันกระสุนที่ทำมาจากเส้นไหม ว่าแท้จริงแล้วทำได้จริงหรือ เส้นด้ายที่ก่อเกิดผ้าลวดลายสวยงาม มีคุณสมบัติแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่งนี้ได้อย่างไร และแล้วเราก็ได้คำเฉลยในนิทรรศการ “มองใหม่ด้ายไหม” จัดโดยสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) กระตุ้นให้คนรุ่นใหม่รู้จักและเข้าใจรากเหง้าความเป็นไทย ผ่านนิทรรศการหมุนเวียนที่ทันสมัย นำเสนอความเป็นมาของการใช้ประโยชน์จากเส้นไหมในหลากหลายอารยธรรมที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ

นิทรรศการจัดในรูปแบบ “Lifestyle Shop” แบรนด์ “Cocoon & Co” (โคคูน แอนด์ โค) สินค้าไลฟ์สไตล์จากไหม แบ่งโซนต่างๆ ได้แก่ Cocoon Beauty, Cocoon Caf, Cocoon Recreation, Cocoon Sound, Cocoon Home & Decoration และ Cocoon Art & Draft และนิทรรศการคิดนอกกรอบของ Opinion Leaders ที่จะกระตุ้นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมนำกลับไปคิดต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมเกี่ยวกับไหม More >

rmutt_news-23

คอลัมน์ สังคมชัดลึก

“เสี่ยเหน่ง” ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ แจ้งข่าว บมจ.บางกอกกล๊าส เตรียมทำสัญญา “เอ็มโอยู” ความร่วมมือด้านกีฬากับ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมมงคลอุบล อาคารสำนักอธิการบดี ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (รังสิต คลอง 6) More >

rmutt_news-25

มทร.ธัญบุรีรับตรงนักศึกษาใหม่

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรีกล่าวว่า ขณะนี้ มทร.ธัญบุรี กำลังเปิดรับสมครนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2557 ประเภท รับตรง โดยจะเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นการรับผ่านเว็บไซต์ ซึ่งขณะนี้มีผู้สมัครผ่านทางระบบนี้ 32,000 คน แต่ชำระเงินเรียบร้อยแล้วกว่า 15,000 คน คาดว่าจนกว่าจะถึงวันปิดรับสมัครจะมีผู้สมัครสอบไม่น้อยกว่า 25,000 คน มากกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา 2,000 คน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมีแผนที่จะรับนักศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 7,040 คน โดยขณะนี้ดำเนินการรับในส่วนของนักเรียนโควตาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะรับนักศึกษาผ่านการสอบตรง จำนวนจำนวน 4,184 คน และจะรับผ่านระบบแอดมิชชั่นอีก 1,195 คน
ทั้งนี้ สำหรับการรับตรงนักศึกษาแบ่งเป็นการรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ม.6 ปวช. และ ปวส.โดยผู้สำเร็จ ปวส.จะเป็นหลักสูตรเทียบโอนใน 4 คณะ 26 หลักสูตร ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ใช้เวลาเรียน 3 ปี คณะบริหารธุรกิจ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ใช้เวลาเรียน 2-2.5 ปี ขึ้นอยู่กับวิชาพื้นฐานที่นักศึกษาเรียนมาในระดับ ปวส. โดยแต่ละคณะศิลปะศาสตร์ รับ 300 คน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม รับ 210 คน คณะเทคโนโลยีการเกษตรรับ 230 คน คณะวิศวกรรมศาสตร์รับ 1,060 คน คณะบริหารธุรกิจ รับ 1,115 คณะเทคโนโลยี คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ 169 คน คณะศิลปกรรมศาสตร์รับ 295 คน คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 490 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 190 คน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 85 คน และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย 40 คน
อธิการบดี กล่าวต่อว่า ทุกระดับจะสอบในวันที่ 15-16 มีนาคม 2557 นอกจากนี้ผู้ที่สมัครสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ จะต้องทำการสอบความถนัดในวิชาชีพในวันที่ 16 มีนาคม 2557 แต่ในส่วนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ของ มทร.ธัญบุรี ใน ปีนี้จะไม่มีการเลือกสาขาวิชาในชั้นปีที่ 1 มทร. ธัญบุรี จะเปิดให้นักศึกษาที่สอบเข้าได้ เลือกสาขาวิชาเรียนในชั้นปีที่ 2 สอบถามได้ที่ โทร. 08-1450-6919, 0-2549-3613-15 หรือ www.info.rmutt.ac.th, www.oreg.rmutt.ac.th More >

Binder1_Page_3

ช่องทางทำกิน: ‘แก้วแฟนตาซี’ ไอเดียแบบนี้ก็ ‘ทำเงิน’

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

‘แก้วแฟนตาซี” เป็นงานแฮนด์เมดอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นการนำแก้วไวน์มาทำการตกแต่งให้สวยงาม เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเดิม โดยการนำผ้าลูกไม้มาตกแต่งทำเป็นชุดสวมใส่แก้ว ใช้เป็นของขวัญของชำร่วย เป็นไอเดียและผลงานของนักศึกษาปี 1 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ซึ่งชิ้นงานแก้วรูปแบบนี้ก็สามารถใช้เป็น ‘ช่องทางทำกิน”ได้ วันนี้ก็ลองมาดูข้อมูลกัน…

สุภิตา จันทร์ยุคันโท, น้องหนึ่ง จันทร์ยุคันโท, ดาริกา เจริญสุข กลุ่มนักศึกษาชั้นปี 1 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ มทร.ธัญบุรี ร่วมกันบอกเล่าว่า งานตกแต่งแก้วนี้ เริ่มต้นมาจากที่ นักศึกษาชั้นปี 4 ได้จัดงานสัมมนาวิชาชีพคหกรรมศาสตร์ เรื่อง The Wedding Souvenirs โดยมี นพรัตน์ ศึกษากิจ เจ้าหน้าที่ บริษัท เรนฟอเรสท์ เดอะเวดดิ้ง เป็นวิทยากร ซึ่งในการสัมมนาครั้งนี้จะเน้นการตกแต่งแก้วไวน์ เพื่อไว้ใช้เป็นของที่ระลึกงานแต่งงาน โดยการใช้ผ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ มาตัดตกแต่งทำเป็นชุดเจ้าบ่าว ชุดเจ้าสาว สวมใส่แก้วไวน์

หลังจากที่นักศึกษาทั้ง 3 คนได้เข้าร่วมสัมมนา เห็นแล้วก็เกิดความคิด เกิดไอเดีย ว่าน่าจะนำมาต่อยอดทำชิ้นงานได้หลากหลาย โดย สุภิตา มีความคิดว่า น่าจะทำชุดอื่น ๆ ใส่ตกแต่งแก้วได้มากกว่าการที่จะเป็นแค่ชุดแต่งงาน อย่างเช่นเป็นชุดแม่บ้าน (ชุดเมด) แนวน่ารัก ๆ สไตล์ญี่ปุ่น และ ชุดแฟนซี ต่าง ๆ พอมีแนวคิด มีไอเดีย จึงจับกลุ่มกับเพื่อน ๆ ทดลองทำชุดอื่น ๆ ตามจินตนาการของตัวเอง และตามความต้องการของเพื่อน ๆ ที่อยากได้ บางคนอยากได้ชุดอย่างที่ต้องการแบบใดก็เอารูปชุดมาให้ดู แล้วก็ทำให้เหมือนในรูป

รูปแบบชุดต่าง ๆ ที่นำมาทำนั้น จะใช้แบบจากชุดที่ใส่ได้จริง นำมาดัดแปลง ตัดเย็บตกแต่งใส่บนแก้ว

เมื่อนักศึกษากลุ่มนี้ทดลองทำกันได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็เริ่มนำออกจำหน่าย ซึ่งบางคนทางบ้านก็ทำงานแฮนด์เมด ขายผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่าง เฟซ บุ๊ก และทาง ไลน์ อยู่แล้ว จึงนำลงจำหน่ายในโซเชียลเน็ตเวิร์กของทางบ้าน ซึ่งหลังจากที่ลงขายก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี สามารถสร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี

วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ทำ หลัก ๆ ประกอบด้วย…แก้วไวน์ทรงต่าง ๆ, มุกเส้น, ริบบิ้นสีต่าง ๆ, ผ้าลูกไม้, ผ้าโปร่ง, กรรไกร, เข็มเย็บผ้า, ด้าย, กาว, มุกเม็ดซีก, เพชรเม็ดซีก เป็นต้น

การทำงานการตกแต่งแก้วเป็นชุดแฟนซีต่าง ๆ นั้น ใช้ทุนเบื้องต้นประมาณไม่เกิน 1,000 บาท สำหรับใช้เป็นค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนทุนวัสดุต่อชิ้นอยู่ที่ประมาณ 40% ของราคาขาย ซึ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะผ้าลูกไม้นั้น เลือกซื้อได้ที่ตลาดสำเพ็ง ในกรุงเทพฯ จะได้ราคาที่ถูก และที่สำคัญมีลวดลายให้เลือกมากมายหลากหลายลายอีกด้วย

สำหรับขั้นตอนการทำนั้น จะไม่มีการวางแบบ ไม่มีแพตเทิร์น การทำนั้นจะดูจากรูปภาพแล้วก็ทำการตัดเย็บตกแต่งให้เหมือนรูปภาพที่เป็นแบบ

อย่างเช่นการทำชุดแม่บ้านญี่ปุ่น (ชุดเมด) ขั้นตอนการทำมีดังนี้คือ… เริ่มจากการหารูปชุดแม่บ้านญี่ปุ่นจากในอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็นำมาดูเป็นแบบ เมื่อได้แบบที่ต้องการจะทำแล้วก็เริ่มจากการเลือกผ้าลูกไม้หรือผ้าโปร่งที่มีลวดลายตามที่ต้องการนำมาทำการเย็บเนาผ้า หลังจากที่เย็บเนาผ้าได้ระยะ หนึ่งแล้วก็นำไปวัดรอบแก้วที่ต้องการจะตกแต่ง วัดให้ได้ขนาดที่ต้องการ คือ วัดให้ได้รอบแก้ว จากนั้นก็ทำการตัดผ้าตามขนาดที่วัดไว้ นำริบบิ้นเย็บติดกับ ผ้าที่ตัดไว้

เมื่อทำการเย็บตกแต่งเสร็จแล้วก็นำผ้าที่เย็บเตรียมไว้ไปสวมใส่แก้ว แล้วทำการรูดขอบผ้าส่วนบนที่เย็บเนาไว้ให้แน่นติดแก้ว จัดตกแต่งจับให้เป็น กระโปรง ยึดด้วยกาวให้แน่น จากนั้นก็ทำการตกแต่งด้วยเม็ดมุก ริบบิ้น ผ้าลูกไม้ ให้ออกมาเหมือนรูปที่เป็นแบบ

สำหรับการทำชุดเมดของผู้ชาย เริ่มจาก…ดูแบบจากรูป จากนั้นก็ทำการตัดริบบิ้น (ใช้ริบบิ้นสีตามรูปแบบ)

ตัดให้เท่ากับความยาวของแก้ว จากนั้นก็ให้นำริบบิ้นสี ดำอีกชิ้นหนึ่งมาทำการตัด เพื่อทำเป็นโบ (หูกระต่าย) ยึดติดด้วยกาวให้แน่นหนา (ก็จะได้แก้วที่เหมือนกำลังใส่สูตรผู้ชายผูกหูกระต่าย) ที่เหลือก็เป็นการตกแต่งให้สวยงาม ด้วยการติดตกแต่งด้วยลูกไม้เส้น ประดับตกแต่งด้วยเม็ดมุก เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

แก้วตกแต่งเป็นชุดแฟนซีต่าง ๆ นี้ ตั้งราคาขายได้ประมาณ 100-300 บาทต่อใบ โดยราคานั้นขึ้นอยู่กับขนาดของแก้วที่ใช้ทำ รวมถึงรายละเอียดความยากง่ายของ ชิ้นงาน และเครื่องประดับที่ใช้ในการประดิษฐ์ตกแต่ง

More >

Binder1_Page_5

คอลัมน์ รอบรั้วการศึกษา: พี่สอนน้อง..เรื่องง่ายๆ ชีวเคมีในชีวิตประจำวัน

edusiamrath@gmail.com

นักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(มทร.ธัญบุรี) กว่า 200 คน ลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้เชิงบูรณาการเรียนการสอนใน “โครงการชีวเคมีในชีวิตประจำวันจากพี่สู่น้อง” นำความรู้ที่ได้ค้นคว้าจากภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ไปเผยแพร่ และยังเป็นการเสริมความรู้ด้านชีวเคมีเบื้องต้นให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ โรงเรียนธัญรัตน์โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ และโรงเรียนวัดเขียนเขตโดยแต่ละโรงเรียนแบ่งเนื้อหาออกเป็น 7 เรื่อง กับนักศึกษา 7 กลุ่ม

“ภัทรีชา คล้ายนาค” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตร พูดถึงกิจกรรมพี่สอนน้อง ว่าเนื้อหาที่นำมาบูรณาการความรู้ในวิชาเคมีทั่วไปแก่นักเรียน แบ่งออกเป็น 7 เรื่องได้แก่ การศึกษาพอลิฟินอลออกซิเดสในผลไม้, การหาโปรตีนและแป้งในถุงมือแพทย์และถุงยางอนามัย, การวัด pHจากกระหล่ำปลีม่วง, การแยกและวิเคราะห์กรดนิวคลีอิก, การทดสอบสมบัติของลิปิด (การทดสอบความไม่อิ่มตัวทดสอบการเหม็นหืน), การทดสอบคลอเรสเตอรอลในอาหารสัตว์ และเรื่องสุดท้าย การหาปริมาณโปรตีนในน้ำนม น้ำเต้าหู้ ซึ่งน้องๆ ต่างให้ความสนใจ และซักถามข้อสงสัยทุกกลุ่ม

ด้าน”กิตติภาพ ศรยิงไกล” ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องที่ 5 การทดสอบสมบัติของลิปิด (การทดสอบความไม่อิ่มตัวทดสอบการเหม็นหืน) เสริมว่า ก่อนที่จะไปสอนน้องๆ ได้ ทุกคนต้องเตรียมพร้อม มีการเสนอข้อมูลอาจารย์ ค้นคว้าหาข้อมูล โดยเมื่อไปที่โรงเรียนตอนแรกรู้สึกตื่นเต้น แต่น้องๆ น่ารักมีข้อสงสัยมาถามมากมายรู้สึกว่าได้เรียนการสอนแบบบูรณาการ มีประโยชน์ทั้งต่อตนเองและต่อน้องๆ นอกจากตนเองจะได้รู้เรื่องที่ได้ไปนำเสนอแล้วน้องๆ ยังสามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนได้

กิจกรรมนี้ดูจะถูกใจน้องๆ นักเรียนโรงเรียนธัญรัตน์ เป็นอย่างมากอย่าง”ณัฐชยาคำยอด” นักเรียนชั้น ม.4 บอกว่า ในห้องเรียนอาจารย์จะสอนเนื้อหาเยอะต่างกับที่รุ่นพี่มาสอนเพราะเน้นการทดลอง ทำให้รู้จักชื่อสารเคมี ซึ่งไม่รู้จักสารนี้มาก่อน พี่ๆ ทั้ง 7 กลุ่ม เตรียมตัวมาดี ทำให้การทดลองไม่ติดขัดความรู้ที่ได้ของแต่ละกลุ่ม สามารถนำไปปรับใช้ในวิชาเรียนได้ รุ่นพี่สอนสนุก อยากให้มาสอนอีก

เช่นเดียวกับ”ไชยวัฒน์ จานสาง”เพื่อนร่วมชั้นเรียน ที่เล่าว่า ชอบเรียนเคมีเป็นทุนอยู่แล้ว และสนุกมากที่มีรุ่นพี่มาสอน ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบกลุ่มการหาปริมาณโปรตีนในอาหาร ทำให้รู้ว่านมชนิดไหนมีโปรตีน สามารถเลือกดื่มได้ อย่างนมยี่ห้อที่ตนดื่มทุกวัน มีเขียนปริมาณไว้ข้างกล่อง แต่แท้ที่จริงมีปริมาณของโปรตีนไม่ถึง

“ขอบคุณพี่ๆ ที่มาเตรียมการทดลองใหม่ๆ มาสอนและเป็นการเรียนรู้ที่เป็นกันเองมาก”

ด้าน”ครูสกลศักดิ์ มหาพรหม”ครูชำนาญการกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนธัญรัตน์ พูดถึงกิจกรรมนี้ว่า เคมีพื้นฐานเป็นวิชาเรียนสำหรับนักเรียนมัธยมปลาย โดยกิจกรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนกระบวนการทดลองที่หลากหลาย และบางเรื่องไม่มีในบทเรียน ซึ่งภาพสะท้อนโดยรวมนักเรียนต่างกระตือรือร้น สนใจที่จะเรียนรู้อย่างมาก ยกตัวอย่างในการตรวจสอบสารอาหารสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เห็นคุณค่าประโยชน์ ซึ่งในวิชาสารและสมบัติของสาร ที่นักเรียนชั้นม.4 สายศิลป์-คำนวณ ต้องเรียน นักเรียนจะได้เกิดความเข้าใจ มีเจตคติที่ดีในวิชาต่อวิทยาศาสตร์ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ฟังการบรรยายหน้าชั้นเรียน แต่ทุกคนได้ลงมือปฏิบัติกับรุ่นพี่ที่มาสอน

…เสียงตอบรับดีอย่างนี้ และก็ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เห็นทีว่าโครงการน้ำดีเช่นนี้คงต้องขยายเครือข่ายจากรุ่นสู่รุ่นเป็นแน่ More >

Binder1_Page_1

ทำดี 1 วัน อิ่มบุญกันถ้วนหน้า

เพราะตระหนักว่าการให้สามารถสร้างสุขและอนาคตให้ผู้อื่นไม่รู้จบ ผู้บริหารใจบุญ กมลรัตน์ เอี่ยมธาราชัย รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต และ อัมพร โชติรัชสกุล กรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและเทคโนโลยีธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย จึงสานต่อแคมเปญการกุศล “แบ่งปันความสุขได้ทุกวัน” นำผู้บริหารและทีมงาน ร่วมกิจกรรมเดินสายเยี่ยมเยียนแบ่งปันความสุขให้กับน้องๆ ทั้ง 3 องค์กรการกุศล ภายใน 1 วัน เรียกว่าบุญและสุขใจกันเต็มที่

กมลรัตน์ เอี่ยมธาราชัยเผยถึงโครงการความร่วมมือกับ 3 องค์กรการกุศล ว่าสำหรับแคมเปญนี้เปิดโอกาสให้สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้แบงก์สามารถร่วมทำบุญกับแคมเปญนี้ได้ง่ายๆ เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ตามเงื่อนไขโดยซิตี้แบงก์ จะบริจาคเงินคืนสู่สังคม ด้วยการมอบ 5% ของมูลค่ารีวอร์ด พ้อยท์ของ สมาชิกบัตรฯ จากการใช้จ่ายใน 3 หมวด ได้แก่ หมวดร้านอาหาร สมทบทุนโครงการอาหารเช้าเพื่อน้องมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจนซี.ซี.เอฟ.ฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, หมวดรักษาพยาบาล สมทบทุนโครงการพัฒนาอาคารและจัดหาเครื่องมือแพทย์เพื่อผู้ป่วยยากไร้ มูลนิธิรามาธิบดีและ หมวดการศึกษา สมทบทุนโครงการทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษายากจนในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ

โดย สิทธิศักดิ์ อมรศักดิ์ ผู้พิการ แขนซ้าย นักเรียนทุนสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ที่ได้รับทุนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 2 ปัจจุบันกำลังศึกษาชั้นปี 5 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ดุริยางค์สากล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เผยความรู้สึกที่ได้รับทุนจากสภาสงเคราะห์ฯ มาเป็นระยะเวลาถึง 16 ปี ว่าโชคดีกว่าเด็กหลายๆ คน ที่ได้เงินของแผ่นดินเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี

“แต่ละปีทุนการศึกษาที่ได้รับสามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งจะนำไปจ่ายค่าลงทะเบียน ซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน นอกจากนี้เพื่อเป็นการหารายได้เพิ่มเติม ตอนเรียนปริญญาตรีมีความรู้เรื่องดนตรีพอสมควร ก็จะไปรับสอนพิเศษ ช่วง เสาร์-อาทิตย์ และทำงานรับจ้างที่พอทำได้ อย่างเป็นเด็กปั๊ม เป็นยาม แจกใบปลิว เป็นต้น ที่ผ่านมาผมไม่เคยย่อท้อ เพราะมีเป้าหมายคือ ต้องเรียนหนังสือให้จบปริญญาตรีที่จะทำให้มีงานที่มั่นคง ในอนาคตตั้งใจจะทำงานข้าราชการครูเพื่อตอบแทนแผ่นดินให้ได้” สิทธิศักดิ์ กล่าว

ส่วน ศิริวัฒนา สุ่นจันทร์ ครูเอกชน ผู้ป่วย มะเร็งเต้านม ระยะ 3 ซึ่งได้รับรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี บอกเล่าถึงกำลังใจที่ได้รับเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายว่า ทันที่ที่รู้ว่าเป็นมะเร็งน้ำตาก็ไหลออกมาไม่รู้ตัว พอกลับไปทำงานสอนหนังสือเสร็จเดินไปเข้าห้องน้ำร้องไห้ทุกวัน เป็นแบบนี้อยู่หนึ่งสัปดาห์ถึงทำใจได้ว่าเราต้องสู้ เพราะถ้าเราไม่ช่วยเหลือตัวเองใครก็ช่วยเราไม่ได้ ที่สำคัญเพื่อนรอบข้างก็ให้กำลังใจมากจนกลับใจมาต่อสู้กับโรคอีกครั้ง อย่าคิดว่าเราจะมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้ เพราะถ้าเราสู้ กำลังใจเราดี ย่อมต้องผ่านพ้นโรคภัยไปจนได้ More >

Binder1_Page_7

บันเทิง สยามรัฐ ร่วมสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษา MCT’S got talent ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“บันเทิง สยามรัฐ” โดย หนึ่งธนาธรหัวหน้าข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ยังดำเนินนโยบาย สนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง รับเชิญเป็น คอมเมนเตเตอร์การประกวดMCT’S got talent ของสาขาวิชาการจัดกิจกรรมพิเศษทางการตลาด ของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และนักศึกษาหลักสูตรเทียบโอนชั้นปีที่ 2 สาขาเทคโนโลยีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์ชั้น 2 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

โดยคุณหนึ่ง ธนาธร ตัวแทนจาก”บันเทิง สยามรัฐ” ร่วมเป็นคอมเมนเตเตอร์ร่วมกับ คุณอุ๊บ วิริยะ นักปั้นมือทอง ผู้ปลุกปั้นศิลปินดารามากมาย อาทิอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ, เอ๊ะ-อิศริยาสายสนั่น, เวย์ ไทเทเนี่ยม ฯลฯ ล่าสุดที่กำลังโด่งดังในขณะนี้คือเพ็ชร-ฐกฤตตะวันพงศ์พร้อมด้วยคุณอ้น เดอะ วอยซ์และครูหวาน ครูสอนเต้นค่ายแกรมมี่

การประกวดดำเนินไปอย่างสนุกสนานเฮฮานักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันกันอย่างคึกคัก โดยบรรดาคอมเมนเตเตอร์ คอมเมนต์กันอย่างดุเดือด เฮฮา ซึ่งคอมเมนเตเตอร์ต่างตั้งใจจะให้ข้อมูลกับบรรดาผู้เข้าประกวดนำไปใช้ปรับปรุงสำหรับการตามฝันต่อไปในอนาคต โดยทางคณาจารย์ผู้ริเริ่มโครงการประกวดนี้บอกว่า ตั้งใจจะเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษาได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ More >

Binder1_Page_3

สวธ.เฟ้นสุดยอดผลงานคนศิลปะ

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่หออัครศิลปิน กรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม (สวธ.) มีการพิจารณาตัดสินผลงานโครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ ปี 2557 โดยรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมีดังนี้ น.ส.หทัยรัตน์ มณีรัตน์ น.ส.หทัยรัตน์ มณีรัตน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง น.ส.สุริวัลย์ สุธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา นายชัยพร ระวีศิริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี น.ส.กมลชนก ผลงาม ศิลปินอิสระ นายวิสุทธ์ ยิ้มประเสริฐ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ นายทรงฤทธิ์ เหมือนพรม ศิลปินอิสระ นายภานุ สรวยสุวรรณ มหาวิทยาลัยบูรพา นายสุวัฒน์ บุญธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร น.ส.จิรัชยา พริบไหว ศิลปินอิสระ น.ส.พรสรรค์ จันทร์สุข จาก ชบาอาร์ต ซึ่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ไปเผยแพร่ผลงานร่วมกับศิลปินสภาศิลปกรรมไทยแห่งสหรัฐอเมริกา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ More >

Binder1_Page_4

ภาพข่าว: สังคมชัดลึก: ขอบคุณ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี ม.เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มอบเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 30 “อีสานเกมส์” ในงานเลี้ยงขอบคุณนักกีฬา ที่มทร.ธัญบุรี เมื่อเร็วๆ นี้ More >

พี่น้องชาววิศวะโยธา คลองหก ชวนกันปลูกป่าชายเลน

นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรสงคราม จัดโครงการปลูกป่าชายเลน ฟื้นฟูสภาพดินและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บรรเทาการกัดเซาะชายฝั่ง สร้างแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 86 พรรษา

“บูม” นายนัฐสิน นิลละออ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมสำรวจ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่า เนื่องจากเป็นโครงการต่อเนื่อง ในการทำคุณประโยชน์ต่อสังคม โดยเป็นการทำกิจกรรมของพี่น้องชาววิศวกรรม ชั้นปี 2 – 4 กิจกรรมคือการปลูกป่าชายเลน ต้นโกงกางจำนวน 3,000 ต้น ซึ่งมีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ประมาณ 160 คนเข้าร่วมกิจกรรม ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่และน้อง โดยภาควิชาวิศวกรรมโยธา มีทั้งหมด 3 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาวิศวกรรมสำรวจ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา และสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม More >

ชีวเคมีในชีวิตประจำวัน จากพี่สู่น้อง

นักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 260 คนถ่ายทอดความรู้บูรณาการเรียนการสอน โครงการชีวเคมีในชีวิตประจำวันจากพี่สู้น้อง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิตยา โง้ววัฒนา เล่าว่า ทางคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดการเรียนการสอนวิชาชีวเคมีทั่วไปและปฏิบัติการชีวเคมีทั่วไป ให้กับนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยเนื้อหาในรายวิชามีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับกระบวนการของสิ่งมีชีวิต ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในกระบวนการเรียนแบ่งกลุ่มนักศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการ และนำเสนอในชั้นเรียน เพื่อให้เกิดประโยชนต่อผู้เรียน และเป็นการบูรณาการการสอนกับการบริการวิชาการ จึงได้จัดโครงการ “ชีวเคมีในชีวิตประจำวันจากพี่สู่น้อง” นำความรู้ที่ได้ค้นคว้าจากภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติได้นำไปเผยแพร่ความรู้ และยังเป็นการเสริมความรู้ด้านชีวเคมีเบื้องต้นให้แก่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนใกล้เคียง ได้แก่ โรงเรียนธัญรัตน์ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ และโรงเรียนวัดเขียนเขต โดยแต่ละโรงเรียนแบ่งเนื้อหา ออกเป็น 7 เรื่อง กับนักศึกษา 7 กลุ่ม More >

rmutt_news-0001

“ปากน้ำ” เพิ่มทักษะกลุ่มสินค้าแปรรูปปลาสลิด

ผู้สื่อข่าวรายงานที่ภัตตาคารชมทะะเลง้วนเฮง อ.เมืองสมุทรปราการ สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.สมุทรปราการ จัดโครงการฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการการออกแบบบรรจุภัณฑ์และตราสินค้าแปรรูปปลาสลิดของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลางเพื่อส่งเสริมให้ได้มาตรฐาน OTOP และส่งเสริมการส่งออก โดยมีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงและแปรรูปปลาสลิดซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ บริการปลาสลิดบางบ้อ สมาชิกสหกรณ์ปลาสลิดและสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา จำกัด และผู้ประกอบการสินค้า OTOP กว่า 100 คน เข้าอบรม โดยมี ดร.ขนิษฐา กาษจนรังสีนนท์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติและศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคตะวันออกเป็นวิทยกรในการบรรยายให้ความรู้ ด้านนางสาวศันสนีย์ ทาสม พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการกล่าวว่า การฝึกอบรมเพื่อสร้างความรู้และทักษะด้านบริหารจัดการ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์การสร้างตราสินค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากปลาสลิดรูปแบบต่างๆตามความต้องการของตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้รองรับกับการเตรียมจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และแปรรูปปลาสลิดของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง ณ บ้านสีล้ง หมู่ 12 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ ในอนาคตต่อไป. More >

rmutt_news-0006

คอลัมน์ นิวเจนพลัส: ‘ปลาย’ มทร.ธัญบุรี นักกีฬาเพาะกายมืออาชีพ

“ตัวเล็ก เตี้ย อยากหุ่นดีและมีสุขภาพแข็งแรง พี่ในยิมจึงแนะนำให้เล่นกีฬาประเภทนี้”คำบอกเล่าของ”ปลาย”สุวิชชา จันทรสงคราม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาออกแบบภายใน คณะศิลปกรรมศาสตร์ นักเพาะกายเยาวชน กวาดรางวัลจากเวที ต่างๆ ทั่วประเทศ

ปลายเล่าว่า เริ่มสนใจกีฬาประเภทนี้ตอนอายุ 14 ปี ตอนนั้นสูงเพียง 156 ซม. ถือว่าเตี้ยมาก บวกกับบุคลิกภาพไม่ดีจึงอยากหากีฬาที่ทำให้สูงและมีรูปร่างที่ดีเริ่มเข้ายิม และได้เจอกับพี่จุ๋ม วิไลพรวรรณกลาง นักเพาะกายหญิงทีมชาติไทยแนะนำให้ลองยกเวทสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ตอนนั้นเป้าหมายคืออยากสูงและมีรูปร่างที่ดี ไม่ได้จริงจัง แต่เมื่อเล่นไปซักระยะ รู้สึกว่ารูปร่างและสุขภาพเริ่มดีขึ้น จึงเล่นมาเรื่อยๆ และได้มีโอกาสเข้าชมรมเพาะกายของยิมและที่โรงเรียน

จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้าร่วมชมการแข่งขันเพาะกายเวทีหนึ่ง ตอนนั้นเห็นนักเพาะกายมายืนบนเวที ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอะไรที่ตะลึงมีแรงกระตุ้น และมีกำลังใจอยากที่จะยืนบนนั้น อยากมีร่างกายที่พร้อม สวยงาม และก้าวสู่วงการนักเพาะกายที่ประสบความสำเร็จเหมือนนักกีฬาที่อยู่บนเวที จึงฝึกหัดอย่างจริงจังและเล่นมาจนถึงปัจจุบัน ก้าวเข้าสู่นักกีฬาเพาะกายในรุ่นเยาวชนการแข่งขันรายการแรกๆ จะตกรอบตลอด เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์ กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงแต่ไม่เคยคิดเสียใจ กลับมาจากการแข่งขันพยายามสร้างกำลังใจให้ตนเอง และพยายามซ่อมและสร้างกำลังใจเรื่อยมา

7 ปี ที่เป็นนักกีฬาเพาะกาย ใช้เวลากว่าที่กล้ามเนื้อรูปร่างจะสมบูรณ์แบบปัจจุบันส่วนสูงอยู่ที่ 172 เซนติเมตร น้ำหนัก 82 กิโลกรัม เป็นกีฬาส่วนน้อยที่คนให้ความสนใจ ต้องมีทักษะในการเล่น อีกทั้งทักษะในการแข่งขัน ต้องอาศัยความอดทน ความชอบ มีแรงบันดาลใจ กีฬาเพาะกายทำให้มีรูปร่างและส่วนสูง บุคลิกภาพที่ดี นอกจากนี้ยังฝึกในส่วนของความมีระเบียบ ระเบียบในเรื่องของการทานอาหารระเบียบในการออกกำลังกาย ในเรื่องของข้อเสียถ้าฝึกซ้อมหนักจะเกิดอาการอักเสบ กล้ามเนื้อฉีก กระดูกและเอ็นทำงานแทนกล้ามเนื้อ

ด้วยความมุ่งมั่น จากนักกีฬาเยาวชนตอนนี้ได้กลายเป็นนักกีฬาเพาะกาย รุ่นประชาชนทั่วไป Atletic Physic ฝึกซ้อมเตรียมตัวเข้าร่วมแข่งขันรายการต่างๆปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาออกแบบภายใน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ด้วยเกรดเฉลี่ยสะสม 3.05 ทุกวันนี้หลังเลิกเรียน เวลา 06.30-21.30 น. จะเข้ายิม ฝึกซ้อม “ความฝันของผมทั้งสองอย่าง งานออกแบบตกแต่งภายใน นักกีฬาเพาะกาย” อยากให้ทุกคนเล่นกีฬา ไม่จำเป็นต้องเป็นเพาะกาย เล่นกีฬาชนิดอื่นก็ได้เอาเวลาที่ว่างๆ มาเล่นกีฬา เครียดจากการเรียนหรือการทำงาน อาจจะเข้ายิม เล่นกีฬาจะทำให้มีสังคม ได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมายมีสังคมเพิ่มขึ้นอีกสังคมหนึ่ง More >

rmutt_news-0007

คอลัมน์ กอสซิพริมรั้ว

“โรคอ้วน” ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทย โดยเฉพาะ”เด็กไทย” ในยุคที่ฟาสต์ฟู้ดเฟื่องฟู หมี…บุญมีสงวนทอง หนุ่มเก่งสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ รั้วราชมงคลธัญบุรี จึงปิ๊งไอเดียเด็ดด้วยการระดมพลพรรคเพื่อนร่วมคณะไปลองวิชาเริ่มจากการบุก โรงเรียนอนุบาลสาธิตราชมงคลธัญบุรี จับตาการกินอาหารพร้อมประเมินภาวะโภชนาการของบรรดาน้องน้อย

จากนั้นก็ มาวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุที่ก่อให้เด็ก ๆ เกิดโรคอ้วน ก่อนที่จะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับโภชนาการอาหารให้น้อง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการกินอาหารครบ 5 หมู่ และการกินผักผลไม้เยอะ ๆ …ได้ต้นแบบหุ่นเฟิร์มหน้าใสกิ๊กอย่าง “พี่หมี” มาเป็น “เทรนเนอร์” คอยดูแล “ขาเม้าท์” รับรองว่าน้อง ๆ อยากเอาอย่างชัวร์!!!

ดีใจกับความสำเร็จของน้อง ๆ ทีม The Dimond จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ฝ่าด่าน180ทีมคว้าแชมป์ “สิงห์ อิงลิช ชาเลนจ์” เวทีแข่งขันโชว์ทักษะและความสามารถด้านภาษาอังกฤษพร้อมทั้งความรู้ในอาเซียน จัดโดยผู้ใหญ่ใจดี บริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ บริติชเคาน์ซิล รับทุนการศึกษาไปตุนในกระเป๋าก่อนจะบินลัดฟ้าไปเพิ่มเติมประสบการณ์ที่ สิงคโปร์เร็ว ๆ นี้

งานนี้ มิ้น…รวิพร แรงผลสัมฤทธิ์ จูเนียร์คณะเศรษฐศาสตร์รั้วจามจุรี ตัวแทนทีมบอกว่าถ้าอยากให้ประเทศแข่งขันกับคนอื่นได้ ต้องหัดฟุดฟิดฟอไฟให้เก่ง ๆ เพราะใครพูดภาษาอังกฤษได้ดีย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่น…แหม! พูดจาคมคายสมชื่อทีมจริงๆ

วิทยาลัยนานาชาติ รั้วเชียงใหม่ สวมบท “เจ๊ดัน” ส่งLauren Pelaia นักศึกษาแลกเปลี่ยนจาก Messiah College สหรัฐอเมริกา ในโครงการ SSTCMU2014 มนุษยศาสตร์ มช.เข้าประกวดเวทีงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ประจำปี 2557 …ต้องชมพี่เลี้ยงที่เลือกชุดไทยให้ใส่ได้สวยงามสมตัวจนซิวรางวัล Runner-UpMiss International Flower Bloom มาครอง

เมื่อได้รับโอกาสที่ดี ก็อยากส่งต่อโอกาสดีให้น้องๆ เจมส์…พงศษ์ธร อาจผักปัง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ รั้วบางมด วิทยาเขตราชบุรี จึงรวมเป็น “มดป่าอาสา” จัดค่าย “พี่สอนน้อง” ช่วยติวความรู้เพื่อเพิ่มคะแนนโอเน็ตของน้อง ๆ ม.3ในดรงเรียนใกล้มหา’ลัย ข่าวว่าผลออกมาดีเกินคาดเพราะนอกจากโอเน็ตของน้อง ๆ จะขยับสูงขึ้นแล้วยังเพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีไปถึงชุมชน “พี่เจมส์” ในฐานะผู้คิดโครงการจึงหน้าบานฝุดฝุด

แหม! กำลังเม้าท์มอยมันส์ปาก หมดสัมปทานพื้นที่ซะงั้น ก่อนแยกย้ายสลายโตว๋ “ขาเม้าท์” ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ แล้วเจอกันใหม่อาทิตย์หน้า เทคแคร์ค่าทุกคน

ขาเม้าท์

More >

rmutt_news-0005

แรงบันดาลใจ ความฝันปลาย มทร.ธัญบุรี นักกีฬาเพาะกายมืออาชีพ

“ตัวเล็ก เตี้ย อยากหุ่นดีและมีสุขภาพแข็งแรง พี่ในยิมจึงแนะนำให้เล่นกีฬาประเภทนี้” คำบอกเล่าของ “ปลาย” นายสุวิชชา จันทรสงคราม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาออกแบบภายใน คณะศิลปกรรมศาสตร์ นักเพาะกายเยาวชน กวาดรางวัลจากเวทีต่างๆ ทั่วประเทศ

“ปลาย” เล่าว่า เริ่มสนใจกีฬาประเภทนี้ตอนอายุ 14 ปี ตอนนั้นสูงเพียง 156 ซม. ถือว่าเตี้ยมาก บวกกับบุคลิกภาพไม่ดี จึงอยากหากีฬาที่ทำให้สูงและมีรูปร่างที่ดี เริ่มเข้ายิม และได้เจอกับ “พี่จุ๋ม” วิไลพร วรรณกลาง นักเพาะกายหญิงทีมชาติไทย แนะนำให้ลองยกเวตสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ตอนนั้นเป้าหมายคืออยากสูงและมีรูปร่างที่ดี ไม่ได้จริงจัง แต่เมื่อเล่นไปซักระยะ รู้สึกว่ารูปร่างและสุขภาพเริ่มดีขึ้น จึงเล่นมาเรื่อยๆ และได้มีโอกาสเข้าชมรมเพาะกายของยิมและที่โรงเรียน

จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้าร่วมชมการแข่งขันเพาะกายเวทีหนึ่ง ตอนนั้นเห็นนักเพาะกายมายืนบนเวที ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอะไรที่ตะลึง มีแรงกระตุ้นและมีกำลังใจอยากที่จะยืนบนนั่น อยากมีร่างกายที่พร้อม สวยงาม และก้าวสู่วงการนักเพาะกายที่ประสบความสำเร็จเหมือนนักกีฬาที่อยู่บนเวที จึงฝึกหัดอย่างจริงจังและเล่นมาจนถึงปัจจุบัน ก้าวเข้าสู่นักกีฬาเพาะกายในรุ่นเยาวชน การแข่งขันรายการแรกๆ จะตกรอบตลอด เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์ กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรง แต่ไม่เคยคิดเสียใจ กลับมาจากการแข่งขัน พยายามสร้างกำลังใจให้ตนเอง และพยายามซ่อมและสร้างกำลังใจเรื่อยมา

รางวัลชนะเลิศ ในรุ่นเพาะกายเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี งาน Siam Classic 2012 ชิงแชมป์ประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ชนะเลิศ ในรุ่นเพาะกายจังหวัดลพบุรี งานประเพณีลอยกระทง 2555 ชนะเลิศ ในรุ่นเพาะกายเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี งาน Phuket Classic 2013 จังหวัดภูเก็ต ชนะเลิศอันดับ 3 รุ่น น้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม งาน Phuket Classic 2013 จังหวัดภูเก็ตชนะเลิศอันดับที่ 3 รายการหนุ่มกายงาม สาวกล้ามสวย โดย สสส. ศูนย์การค้ารอยัล บีช พัทยา จังหวัดชลบุรี ชนะเลิศอันดับที่ 4 รายการ Latchford Classic 2013 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพมหานคร ชนะเลิศอันดับที่ 5 งาน Fitwhey by Siam Classic 2013 กรุงเทพมหานคร

กีฬาเพาะกายจะเน้นโชว์ในเรื่องของกล้ามเนื้อและรูปร่าง ดังนั้นสิ่งที่ปฏิบัติและเคร่งครัดคงหนีไม่พ้นในเรื่องของอาหาร การควบคุมอาหาร รับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ และต้องพักผ่อนให้เพียงพอ โดยการรับประทานอาหารจะแบ่งเป็น 4-6 มื้อ เน้นโปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ ต้องทำการศึกษาหลักโภชนาการอาหาร และมีตารางในการรับประทานอาหารประจำวัน นอกจากนี้จะเข้ายิมทุกวันหลังเลิกเรียน ประมาณวันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ

กติกาในการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 7 ท่า ได้แก่ 1.ท่าแสดงกล้ามเนื้อ ไบเซบด้านหน้าทั้งสองข้าง (FRONT DOUBLE BICEPS) 2.ท่าแสดงกล้ามเนื้อปีกด้านหน้า (FRONT LAT SPREAD) 3.ท่าแสดงกล้ามเนื้ออกด้านข้าง (SIDE CHEST) 4.ท่าแสดงกล้ามเนื้อไบเซบด้านหลัง (REAR DOUBLE BICEPS) 5.ท่าแสดงกล้ามเนื้อปีกหรือสีข้างด้านหลัง (REAR LAT SPREAD) 6.ท่าแสดงกล้ามเนื้อไทรเซบ (SIDE TRICEPS) 7.ท่าแสดงกล้ามท้องและต้นขา (ABDOMINALS AND THIGHS) โดยท่าที่แสดงกล้ามเนื้ออกด้านข้าง (SIDE CHEST) เป็นท่าที่ชอบมากที่สุด เพื่อนและกรรมการชมว่าตนเองมีจุดเด่น แข็งแรงและสมบูรณ์กว่าคู่ต้อสู้คนอื่น

แน่นอนว่าในการยืนบนเวทีจะมีความตื่นเต้น สำหรับตนเองมีเคล็ดลับ “ต้องมีสติ คนมาดูเยอะ จะมีเสียงตะโกน เข้ามา ต้องฟังเสียงกรรมการให้ทัน เพราะว่า กรรมการเป็นคนสั่งให้โพสท่า นอกจากนี้ต้องมีสมาธิ ไม่ควรมองคู่ต่อสู้ ต้องไม่กลัว ไม่กังวล ถ้ากังวลกลัวจะทำให้ขาดความกล้า จะแสดงออกมาไม่เต็มที่” เมื่อไฟส่องมาที่ตนเอง ต้องพยายามควบคุมสติ สมาธิ ฟังเสียงกรรมการ ไม่เกรงกลัว

7 ปีที่เป็นนักกีฬาเพาะกาย ใช้เวลากว่าที่กล้ามเนื้อรูปร่างจะสมบูรณ์แบบปัจจุบัน ส่วนสูงอยู่ที่ 172 เซนติเมตร น้ำหนัก 82 กิโลกรัม เป็นกีฬาส่วนน้อยที่คนให้ความสนใจ ต้องมีทักษะในการเล่น อีกทั้งทักษะในการแข่งขัน ต้องอาศัยความอดทน ความชอบ มีแรงบันดาลใจ กีฬาเพาะกายทำให้มีรูปร่าง ส่วนสูง และบุคลิกภาพที่ดี นอกจากนี้ยังฝึกในส่วนของความมีระเบียบ ระเบียบในเรื่องของการทานอาหาร ระเบียบในการออกกำลังกาย ในเรื่องของข้อเสียถ้าฝึกซ้อมหนักจะเกิดอาการอักเสบ กล้ามเนื้อฉีก กระดูกและเอ็นทำงานแทนกล้ามเนื้อ

ด้วยความมุ่งมั่นจากนักกีฬาเยาวชน ตอนนี้ได้กลายเป็นนักกีฬาเพาะกาย รุ่นประชาชนทั่วไป Atletic Physic ฝึกซ้อม เตรียมตัวเข้าร่วมแข่งขันรายการต่างๆ ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขา ออกแบบภายใน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ด้วยเกรดเฉลี่ยสะสม 3.05 ทุกวันนี้หลังเลิกเรียน เวลา 06.30-21.30 น. จะเข้ายิมฝึกซ้อม “ความฝันของผมทั้งสองอย่าง งานออกแบบตกแต่งภายใน และนักกีฬาเพาะกาย” อยากให้ทุกคนเล่นกีฬา ไม่จำเป็นต้องเป็นเพาะกาย เล่นกีฬาชนิดอื่นก็ได้ เอาเวลาที่ว่างๆ มาเล่นกีฬา เครียดจากการเรียนหรือการทำงาน อาจจะเข้ายิม เล่นกีฬาจะทำให้มีสังคม ได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมาย มีสังคมเพิ่มขึ้นอีกสังคมหนึ่ง More >