มณีรัตน์ ปัญญพงษ์ กองประชาสัมพันธ์ราชมงคลธัญบุรี

โดยปกติ กรรมวิธีผลิตน้ำมันจากพืช จะมีวิธีการให้ได้น้ำจากเมล็ดพืชที่ให้น้ำมันออกมา ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสกัด ซึ่งใช้เวลาน้อย แต่การสกัดก็มีผลเสียคือ บางครั้งอาจมีสารตกค้างจากกระบวนการผลิตหลงเหลืออยู่ อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกากของเสียและสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต

ทั้งนี้ ในการผลิตน้ำมันจากพืชก็ยังมีวิธีการอีกวิธีคือ กระบวนการบีบอัด ซึ่งจะได้น้ำมันพืชที่มีความบริสุทธิ์ สะอาด ปราศจากสารปนเปื้อนและสารตกค้างอื่นๆ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ปรากฏสารเคมีอันตรายในการผลิต ด้วยเหตุนี้ ทำให้นักวิจัยซึ่งนำทีมโดย ผศ.ชลิตต์ มธุรสมนตรี ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ (นักวิจัย) อ.ประจักษ์ อ่างบุญตา และนักศึกษาผู้ช่วยนักวิจัย คือ นายยุทธนา สมมูล นายสุชาติ แก่นนาค นายปิยะพงษ์ เชื้อพราหมณ์ จากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ศึกษา พัฒนา และประดิษฐ์เครื่องบีบอัดน้ำมันจากเมล็ดพืชแบบเกลียวคู่ จนสามารถนำออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสมบูรณ์

ความสำเร็จนี้ ไดhดรับการเปิดเผยจากเจ้าของผลงานว่า ก่อนหน้านี้ พวกตนได้เคยสร้างเครื่องบีบอัดเมล็ดพืชแบบเกลียวเดี่ยวขึ้น เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมในชุมชน ซึ่ง เครื่องเกลียวเดี่ยวก็สามารถนำไปใช้งานได้เป็นอย่างดี แต่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องให้มีความสามารถมากขึ้น เราจึงศึกษาและพัฒนาเครื่องบีบอัดชนิดเกลียวคู่ขึ้น ซึ่งมีประสิทธิภาพในการบีบอัดมากขึ้น สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่า และได้ผลผลิตที่สูงขึ้น อีกทั้งเครื่องบีบอัดแบบเกลียวคู่ยังสามารถบีบอัดน้ำมันจากเมล็ดพืชที่ให้น้ำมันได้ทุกชนิด ในขณะที่เครื่องบีบอัดทั่วๆ ไป อาจจะสามารถบีบอัดได้เฉพาะกับบางเมล็ดพืชเท่านั้น

ส่วนตัวเครื่องบีบอัดน้ำมันแบบเกลียวคู่ที่ประดิษฐ์ขึ้น ผู้วิจัยเล่าว่า ในการทดลองกับเมล็ดพืช พวกตนได้ใช้เมล็ดพืชในการทดลอง 5 ชนิดด้วยกัน คือ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงาขาว เมล็ดฟักทอง เมล็ดถั่วลิสง และเมล็ดถั่วเหลือง ซึ่งผลที่ได้หลังจากศึกษาและกำหนดปัจจัยที่มีผลต่อการบีบอัดน้ำมัน 2 ปัจจัย คือ ความเร็วรอบและขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางช่องคายกาก ในการทดลองแต่ละครั้งจะใช้เมล็ดพืช 500 กรัม ผลที่ได้คือ

เมล็ดทานตะวัน ปริมาณน้ำมันที่ได้สูงสุด 53% : น้ำหนัก ที่ความเร็วรอบ 25 รอบต่อนาที ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางช่องคายกาก 10 มิลลิเมตร

เมล็ดงาขาว ปริมาณน้ำมันที่ได้สูงสุด 83% : น้ำหนัก ที่ความเร็วรอบ 25 รอบต่อนาที ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางช่องคายกาก 10 มิลลิเมตร

เมล็ดฟักทอง ปริมาณน้ำมันที่ได้สูงสุด 52% : น้ำหนัก ที่ความเร็วรอบ 15 รอบต่อนาที ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางช่องคายกาก 15 มิลลิเมตร

เมล็ดถั่วลิสง ปริมาณน้ำมันที่ได้สูงสุด 52% : น้ำหนัก ที่ความเร็วรอบ 25 รอบต่อนาที ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางช่องคายกาก 10 มิลลิเมตร

เมล็ดถั่วเหลือง ปริมาณน้ำมันที่ได้สูงสุด 14% : น้ำหนัก ที่ความเร็วรอบ 20 รอบต่อนาที ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางช่องคายกาก 10 มิลลิเมตร

อย่างไรก็ตาม เมล็ดพืชทั้ง 5 ชนิด เป็นเมล็ดพืชที่กำหนดขึ้นมาทดลองเท่านั้น ผู้วิจัยได้ยืนยันว่า เมล็ดพืชที่ให้น้ำมันนอกเหนือจาก เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงาขาว เมล็ดฟักทอง เมล็ดถั่วลิสง และเมล็ดถั่วเหลือง ก็สามารถนำมาใช้กับเครื่องบีบอัดแบบเกลียวคู่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

C-120520018021