ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักวิจัยสตรี ที่จัดขึ้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้ชื่องาน Korea International Women’s Invention Exposition 2010(KIWIE 2010) ที่ผ่านมามีนักวิจัยสตรีจากหลายประเทศส่งผลงานเข้าประกวดรวมทั้งประเทศไทย ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยหลายรางวัล หนึ่งในนั้น มีสิ่งประดิษฐ์ที่นอกจากจะไปคว้าเหรียญเงิน มาได้แล้ว ยังมีความโดดเด่นของชิ้นงานที่ น่ากล่าวถึง นั่นคือการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุด ในที่นี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ยางพารา’คือพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย

สิ่งประดิษฐ์ที่กล่าวถึงข้างต้น คือ แผ่นกระเบื้องยางปูสนามภายนอกอาคาร ทำจากวัสดุยางธรรมชาติคอมโพสิต ผลงานของ ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ และนางสาวธัญนันท์ วรเศรษฐพงษ์ นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

เจ้าของผลงานเปิดเผยว่า ผลงานที่คิดค้นขึ้น มีจุดประสงค์เพื่อผลิตวัสดุที่มีต้นนทุนต่ำขึ้นมาเป็นทางเลือกนอกจากกระเบื้องเซรามิค ที่วางขายในตลาดที่มีราคาแพง อีกทั้งยังเห็นว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลุกยางพารา ส่งออกยาง และมีผลิตภัณฑ์จากยางพาราส่งออกเป็นอันดับต้นๆของโลก ดังนั้นในเมื่อวัตถุดิบในประเทศมีมากอยู่แล้วดังนั้นจึงเป็นอีกทางที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาพืชเศรษฐกิจและทรัพยากรในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย แผ่นกระเบื้องยางปูสนามนอกอาคาร ดังกล่าว เกิดจากการคิดค้นสูตรและเทคนิคการใช้ยางธรรมชาติคอมโพสิต โดยนำขี้เลื่อยจากยางพาราซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์มาผสมกับยางพาราซึ่ง ผลการวิจัยพบว่า สูตรที่เหมาะสมในการนำไปผลิตทางการค้าคือสูตรที่เติมขี้เลื่อยในอัตราส่วนที่เหมาะสมคือมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ แผ่นกระเบื้องยางปูพื้นที่ได้มีขนาด 25x25x25 ซม. มีความสวยงามสามารถต่อเป็นจิ๊กซอและสามารถรับแสงได้ดี ทนต่อสภาวะอากาศการใช้งานภายนอกอาคาร

จากการทดสอบพบว่า แผ่นกระเบื้องยางปูสนาม มีค่าคุณสมบัติการทนต่อแรงดึงเท่ากับ4014MPa ค่าทนทานต่อแรงดึงหลังจากทำการบ่มเร่งสภาวะที่อุณหภูมิ 100 องสาเซลเซียส นาน22 ชั่วโมงคือ 5.45 MPs ค่าความแข็งเท่ากับ91.8 shor A ค่าการทนทานต่อการขัดถู 100 รอบ คือ 0.431 คุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีค่าสูงกว่ายางธรรมชาติบริสุทธิ์ และเปอร์เซ็นต์การดูดซับน้ำคือ 4.5 %

เจ้าของผลงานเล่าอีกว่า ในการคิดค้นก่อนจะประสบความสำเร็จ ได้พิจารณาและคำนึงปัจจัยหลายๆปัจจัย ได้แก่ ความทนทานต่อสภาวะอากาศ สามารถรับน้ำหนักได้ ไม่ลื่น สามารถเปลี่ยนรูปแบบการวางและง่ายต่อการจัดการดูแลรักษา ตลอดจนสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ทั้งยังเหมาะกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทยที่มีผลต่ออายุการใช้งานและการบำรุงรักษา อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนบริเวณภายนอกอาคารจะร้อนมาก ดังนั้นวัสดุควรมีลักษณะเป็นฉนวนไม่นำความร้อนทำให้เราสามรถเดินบนสนามหญ้าได้ ไม่อุ้มน้ำ รักษาสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญราคาต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับเซรามิคที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป

ผู้ใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 083-923-9790

มณีรัตน์ ปัญญพงษ์

กองประชาสัมพันธ์ราชมงคลธัญบุรี

RMUTT creates flooring rubber from sawdust of rubber tree

From the contest of work of lady researcher held in Seoul, Korea under the name of Korea International Women’s Invention Exposition 2010 (KIWIE 2010), there are many ladies who work as researchers from many countries including Thailand, sending their works to compete. As the result, lady researchers from Thailand have gained many awards and one of them is the invention made from nature. It is not only the award to express the reputation but it also tells the story about the way to utilize the natural resource efficiently. Rubber which is an economical plant is mentioned.

This work is flooring rubber made from natural composite which is belonging to Dr. Warunee Ariyawiriyanan and Ms. Thanyanan Woraseatapong, researchers from Faculty of Engineering, Rajamangala University of Technology Thanyaburi.

The owners of this work revealed that “this work is aiming to produce alternative products which use less cost of production comparing to ceramic which is sold at expensive price. Moreover, Thailand is the country to grow rubbers and export them and their products relevant to other countries as the top export of the world as well.

It is acknowledged that Thailand also has sufficient inputs which it can also be another alternative to promote and develop potentially the ability to use economic plants and natural resource in order to create highest value. This flooring rubber is made by composite method and uses the sawdust from rubber tree from production of the furniture and finally mixes with the rubbers. From this experimentation, it is found that the appropriate formula to mix this compound component is at its ratio about 50% of filling rubber tree sawdust with the size of the flooring rubber at 25x25x25 cm2. This will help it look beautiful and combine each other. Moreover, it can also be well applied with the light and it has high resistance to use outdoor.

Furthermore, Tensile Strength of flooring rubber equals at 4014 MPa and 5.45 MPs after heating the temperature at 100 Degree Celsius lasting 22 hours. Its strength is at 91.8 shor A. Its scrub resistance with 100 rounds is at 0.431. The above qualifications has the force according to compare to the pure natural rubber and percentage of water absorb is at 4.5%.

The owners of work also added about being successful, this has to be considering many factors such as resistance to the weather condition, weight, slithering, and need of changing its place and it is easy to manage through easy to clean. Besides that, it also has long duration of usage.  According to the tropical climate like Thailand, the temperature outsides the building will be very high, therefore, it is needed the equipment with having no . In addition, it is comfortable when walking on. This has the qualification of to not absorb water, friendly to the environment and low cost of production comparing to ceramic products sold in the markets. If there is any interested, please call for more information at 08-3923-9790.

Translated by Mr. Suraporn Onputtha

ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ขี้เลื่อยยางพารายางพาราIMG_0027IMG_003205ทดสอบความแข็งแรง


คอลัมน์ ฉลาดคิด: จากขี้เลื่อยยางพาราสู่แผ่นยางปูพื้นสนามหญ้า

ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักวิจัยสตรี ที่จัดขึ้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มีนักวิจัยสตรี ที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยหลายรางวัล หนึ่งในนั้น นอกจากจะได้เหรียญเงิน ยังมีความโดดเด่นของชิ้นงานที่นำเอาทรัพยากรที่มีในประเทศมาใช้ให้เกิด ประโยชน์และคุณค่าสูงสุด

สิ่งประดิษฐ์ที่กล่าวถึงข้างต้น คือแผ่นกระเบื้องยางปูสนามภายนอกอาคาร ทำจากวัสดุยางธรรมชาติคอมโพสิต ผลงานของดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ และนางสาวธัญนันท์ วรเศรษฐพงษ์ นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เจ้าของผลงานเปิดเผยว่า ผลงานที่คิดค้น มีจุดประสงค์เพื่อผลิตวัสดุที่มีต้นทุนต่ำเป็นทางเลือกนอกจากกระเบื้อง เซรามิก ที่วางขายในตลาดที่มีราคาแพง ทั้งยังเห็นว่าประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารา ส่งออกยาง และมีผลิตภัณฑ์จากยางพาราส่งออกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ดังนั้นในเมื่อวัตถุดิบในประเทศมีมากอยู่แล้วดังนั้นจึงเป็นอีกทางที่ช่วย ส่งเสริมและพัฒนาพืชเศรษฐกิจและทรัพยากรในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยแผ่นกระเบื้องยางปูสนามนอกอาคาร เกิดจากการคิดค้นสูตรและเทคนิคการใช้ยางธรรมชาติคอมโพสิต โดยนำขี้เลื่อยจากยางพาราซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์มาผสมกับยางพารา ผลการวิจัยพบ ว่า สูตรที่เหมาะสมในการนำไปผลิตทางการค้า คือสูตรที่เติมขี้เลื่อยในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือมากกว่า50 เปอร์เซ็นต์แผ่นกระเบื้องยางปูพื้นที่ได้ มี ขนาด25x25x25 ซม. มีความสวย งามสามารถต่อเป็นจิ๊กซอว์และสามารถรับแสงได้ดี ทนต่อสภาวะอากาศการใช้งานภายนอกอาคาร

จากการทดสอบพบว่า แผ่นกระเบื้องยางปูสนาม มีค่าคุณสมบัติการทนต่อแรงดึงเท่ากับ 4014 MPa ค่าทนทานต่อแรงดึงหลังจากทำการบ่มเร่งสภาวะที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 22 ชั่วโมงคือ 5.45 MPs ค่าความแข็งเท่ากับ 91.8 shor A ค่าการทนทานต่อการขัดถู 100 รอบ คือ0.431 คุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีค่าสูงกว่ายางธรรมชาติบริสุทธิ์ และเปอร์เซ็นต์การดูดซับน้ำคือ 4.5%

เจ้าของผล งานเล่าว่า ได้พิจารณาและคำนึงปัจจัยหลาย ๆ ปัจจัย ได้แก่ ความทนทานต่อสภาวะอากาศ สามารถรับน้ำหนักได้ไม่ลื่น สามารถเปลี่ยนรูปแบบการวางและง่ายต่อการจัดการดูแลรักษา ตลอดจนสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ทั้งยังเหมาะกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทยที่มีผลต่ออายุการใช้ งานและการบำรุงรักษา อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนบริเวณภายนอกอาคารจะร้อนมาก วัสดุควรมีลักษณะเป็นฉนวนไม่นำความร้อนทำให้เราสามารถเดินบนสนามหญ้าได้ ไม่อุ้มน้ำ รักษาสิ่งแวดล้อม

ที่สำคัญราคาต้นทุนต่ำเมื่อเทียบ กับเซรามิกที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป สอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 08-3923-9790. C-100707004043_Page_1
C-100707004043_Page_2

C-100707035169_Page_1
C-100707035169_Page_1

C-100805037112

B-100805012085

แผ่นยางปูพื้นสนามหญ้าจากขี้เลื่อยยางพารา

ควันหลงจากเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักวิจัยสตรี Korea International Women’s Invention Exposition 2010 (KIWIE 2010) ที่จัดขึ้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเร็วๆ นี้ นอกจากจะมีนักวิจัยสตรีผู้ปราดเปรื่องมากหน้าหลายตาจากทั่วโลกส่งผลงานเด็ดๆ มาประชันฝีมือกันแล้ว ยังมีผลงานจากประเทศไทยที่สามารถสร้างชื่อเสียงได้อีกหลายรางวัล

หนึ่งในนั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์จากฝีมือนักวิจัยชาวไทยที่สามารถคว้าเหรียญเงินมาได้ ด้วยความโดดเด่นของชิ้นงานที่ได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวาง จากการนำเอา “ยางพารา”พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยมาใช้ให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่า สูงสุด

สิ่งประดิษฐ์ที่กล่าวมาข้างต้น ก็คือ แผ่นกระเบื้องยางปูสนามภายนอกอาคาร ทำจากวัสดุยางธรรมชาติคอมโพสิต ผลงานของ ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ และน.ส.ธัญนันท์ วรเศรษฐพงษ์ นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

“ผลงานที่คิดค้นมาชิ้นนี้มีจุดประสงค์เพื่อผลิตวัสดุที่มีต้นทุนต่ำเป็นทาง เลือก นอกจากกระเบื้องเซรามิกที่วางขายในตลาดซึ่งมีราคาแพง และอีกอย่างยังเห็นว่าประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารา ส่งออกยาง และมีผลิตภัณฑ์จากยางพาราส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้นเมื่อวัตถุดิบในประเทศมีมากอยู่แล้ว จึงเป็นอีกทางที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาพืชเศรษฐกิจและทรัพยากรในประเทศให้ เกิดประโยชน์สูงสุด”

“แผ่นกระเบื้องยางปูสนาม เกิดจากการคิดค้นสูตรและเทคนิคการใช้ยางธรรมชาติคอมโพสิต โดยนำขี้เลื่อยจากยางพาราซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต เฟอร์นิเจอร์มาผสมกับยางพารา ซึ่งผลการวิจัยบอกว่าสูตรที่เหมาะสมในการนำไปผลิตทางการค้า คือสูตรที่เติมขี้เลื่อยในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือมากกว่า 50% แผ่นกระเบื้องยางปูพื้นที่ได้มีขนาด 25x25x25 ซม. มีความสวยงามสามารถต่อเป็นจิ๊กซอว์และสามารถรับแสงได้ดี ทนต่อสภาวะอากาศการใช้งานภายนอกอาคาร”ดร.วารุณี นักวิจัยหญิงคนเก่ง หนึ่งในเจ้าของผลงานเปิดเผย

ดร.วารุณี เล่าต่อว่า จากการทดสอบพบว่า แผ่นกระเบื้องยางปูสนาม มีค่าคุณสมบัติการทนต่อแรงดึงเท่ากับ 4014 MPa ค่าทนทานต่อแรงดึงหลังจากทำการบ่มเร่งสภาวะที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 22 ชั่วโมงคือ 5.45 MPs ค่าความแข็งเท่ากับ 91.8 shor A ค่าการทนทานต่อการขัดถู 100 รอบ คือ 0.431 คุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีค่าสูงกว่ายางธรรมชาติบริสุทธิ์ และเปอร์เซ็นต์การดูดซับน้ำคือ 4.5%

กว่าจะสำเร็จกลายมาเป็น สิ่งประดิษฐ์ผลงานชิ้นใหม่ที่ได้มาจากวัสดุธรรมชาติเหลือใช้ น.ส.ธัญนันท์ นักวิจัยอีกคนหนึ่งบอกว่าต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ มากมาย

“ระหว่างการคิดค้นก่อนจะประสบความสำเร็จ เราได้พิจารณาและคำนึงปัจจัยหลายๆ ปัจจัย ได้แก่ ความทนทานต่อสภาวะอากาศ สามารถรับน้ำหนักได้ ไม่ลื่น สามารถเปลี่ยนรูปแบบการวางและง่ายต่อการจัดการดูแลรักษา ตลอดจนสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ทั้งยังเหมาะกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทยที่มีผลต่ออายุการใช้ งานและการบำรุงรักษา อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อน บริเวณภายนอกอาคารจะร้อนมาก ดังนั้นวัสดุควรมีลักษณะเป็นฉนวนไม่นำความร้อน ทำให้เราสามารถเดินบนสนามหญ้าได้ ไม่อุ้มน้ำรักษาสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญราคาต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับเซรามิกที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป” นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าว

แผ่น ยางปูพื้นสนามหญ้าจากขี้เลื่อยยางพารา สิ่งประดิษฐ์ที่น่ายกย่องของสองนักวิจัยไทยชิ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศมาใช้ให้เกิด ประโยชน์และคุณค่าสูงสุด

งานนี้ขอเป็นตัวแทนคนไทยปรบมือให้ดังๆ แก่ความยอดเยี่ยมของทั้งคู่ด้วย

อินทรชัย พาณิชกุล


แผ่นยางปูพื้นสนามหญ้า ฝีมือนักวิจัย มทร.ธัญบุรี