เมล็ดทุเรียนทอดอบแห้ง

เมล็ดทุเรียนทอดอบแห้ง

ทุเรียนนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นราชาของผลไม้และเป็นผลไม้ฤดูร้อนที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่มีหนามแหลมมาก รสชาติที่หวานมัน กลิ่นหอมหวานและแรง จึงมีหลายๆ คนที่ติดใจในทุเรียน และอีกหลายคนมีไม่ชอบกลิ่นของทุเรียนและทุเรียนก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารมากมาย เช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอดกรอบ ข้าวเหนียวทุเรียน ส้มตำทุเรียน ทุเรียนเชื่อม ในประเทศฟิลิปปินส์นำทุเรียนมาทำขนมหวานมากกว่าที่จะทำอาหารคาว ชาวมาเลเซียได้นำทุเรียนมาดองและแช่อิ่ม

ผศ.สุชาดา งามประภาวัฒน์ กับน้องโอ

ผศ.สุชาดา งามประภาวัฒน์ กับน้องโอ

“โอ” นายณัฐชรัฐ แพกุล

“โอ” นายณัฐชรัฐ แพกุล

น้อยคนที่จะรู้ว่าเมล็ดทุเรียนก็สามารถทานได้เหมือนเมล็ดของขนุน เมล็ดทุเรียนนำมานึ่ง คั่วหรือทอดในน้ำมันมะพร้าว เนื้อข้างในจะมีลักษณะคล้ายเผือก หรือมันเทศ แต่เหนียวกว่า ในเกาะชวาจะหั่นเมล็ดทุเรียนบางๆ และปรุงด้วยน้ำตาลเหมือนขนมฉาบน้ำตาล แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับ เนื้อของทุเรียนที่นำมามาแปรรูปด้วยการทอดและกวน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเมล็ดทุเรียน หลังจากที่เอาเนื้อไปทำประโยชน์ก็จะทิ้งเมล็ดเป็นของไร้ค่า กลายเป็นขยะ “โอ” นายณัฐชรัฐ แพกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงได้คิดค้นเมนู “บิสกิตหน้าเมล็ดทุเรียนกรอบ ” ขึ้นมา โดยมี ผศ.สุชาดา งามประภาวัฒน์ เป็นที่ปรึกษา

โอ บอกว่า ในเมล็ดทุเรียน1 เมล็ด มีสารอาหารมากมาย อาทิเช่น พลังงาน 254.5 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 2.9 กรัม ไขมัน 2.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 56 กรัม ใยอาหาร 1.9 กรัม น้ำ 47.8 มิลลิกรัม เถ้า 1.3 มิลลิกรัม นอกจากสารอาหารที่ได้รับแล้ว ยังเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับกลุ่มแม่บ้านที่ได้แปรรูปผลิตภัณฑ์ทุเรียน

  • สำหรับส่วนผสมของบิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบ ประกอบด้วย
  • ส่วนผสมของบิสกิต

  1. แป้งเอนกประสงค์ตราว่าว 220 กรัม
  2. เนยสด 100 กรัม
  3. น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 15 กรัม
  4. ผงฟู 3 กรัม
  5. เกลือป่น 3 กรัม
  6. น้ำเย็น 45 กรัม
  7. นมสด 30 กรัม
  • วิธีทำตัวบิสกิต เริ่มจาก
  1. ร่อนแป้ง น้ำตาลไอซ์ซิ่ง ผงฟู และเกลือป่น ใส่อ่างพักไว้
  2. นำ เนยหั่นเป็นชิ้นเล็กใส่ลงในแป้ง ใช้ที่ตัดเนย ตัดเนยรวมกับแป้งจนเป็นเม็ดเท่าถั่วเขียว ใส่น้ำเย็นทีละน้อย (เพื่อไม่ให้เนยละลาย เวลาที่เกิดความร้อนขณะที่นวดแป้ง เวลาอบถ้าเนยละลาย บิสกิตจะไม่ฟูติดเป็นแผ่นแข็ง) จนหมด นำมาทำเป็นก้อนกลมรวมกัน พักไว้ 15 นาที
  3. นำมาคลึงบนกระดาษไข ให้มีความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร ใช้พิมพ์กดขนมบนกระดาษไข ยาว 2 นิ้ว กว้าง 1.30 เซนติเมตร วางบนถาดอบที่ทาด้วยเนย ตามสูตรจะได้บิสกิตทั้งหมด 75 แผ่น
  4. ทาหน้าบิสกิตด้วยนมสดให้ทั่ว ใช้ส้อมจิ้มหน้าขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซสเซียส พอสุกใช้ที่แซะขนม นำมาพักบนตะแกรง รอให้เย็น
ร่อนแป้ง

ร่อนแป้ง

ใส่แป้ง

ใส่แป้ง

ใส่เนยลงไปในแป้ง

ใส่เนยลงไปในแป้ง

ใส่เนยลงไปในแป้ง

ใส่เนยลงไปในแป้ง

ใส่น้ำเย็นทีละน้อย

ใส่น้ำเย็นทีละน้อย

  • หลังจากที่ได้บิสกิตเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมเมล็ดทุเรียนทอด เริ่มจาก
  1. นำเมล็ดทุเรียนมาปลอกเปลือกนอกออก แช่น้ำ
  2. นำเมล็ดทุเรียนที่ปลอกเปลือกมาผ่าครึ่งตามแนวยาว แล้วหั่นในแนวขวางบางประมาณ 1 ม.ม.
  3. นำเมล็ดทุเรียนที่หั่นแล้วมาลวกในน้ำเดือด 30 วินาทีในน้ำเดือด เทใส่กระชอน เปิดน้ำเย็นให้ไหลผ่านทิ้งให้เสด็จน้ำ นำใส่ถาดเกลี่ยให้บาง นำเข้าตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 65 องศาเซสเซียส 5 ชั่วโมง (ถ้าไม่มีตู้อบรมร้อนให้ตากแดด 1 วัน)
  4. นำเมล็ดทุเรียนอบแห้ง 100 กรัมใส่น้ำ 250 มล. และเติมน้ำส้มสายชู 15 กรัม ทิ้งไว้ 2 นาที เทใส่กระชอนทิ้งให้เสด็จน้ำ
  5. นำเมล็ดทุเรียนที่ได้ลงทอดในน้ำมันไฟแรงปานกลางประมาณ 3 นาที ตักขึ้นใส่กระดาษซับมันทิ้งให้เย็น
  • เมื่อได้ทั้งส่วนแล้วขั้นตอนต่อไป การเตรียมบิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบ
  • ส่วนผสม

  1. แผ่นบิสกิต
  2. เมล็ดทุเรียนทอดกรอบ
  3. ลูกเกด 20 กรัม
  4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบกรอบ 40 กรัม น้ำตาลทราย 150 กรัม
  5. เกลือป่น 5 กรัม
  6. ครีมออฟทาร์ทาร์ 5 กรัม (เพื่อไม่ให้น้ำตาลจับตัวเป็นก้อน)
  7. แป้งสาลีเอนกประสงค์ตราว่าว 20 กรัม
  8. น้ำ 80 กรัม
  • กรรมวิธี
  1. นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ตราว่าวละลายกับน้ำ 30 กรัม ใส่หม้อตั้งไฟอ่อนๆ ต้มจนแป้งสุกใส
  2. ใส่น้ำตาลทราย เกลือ ครีมออฟทาร์ทา น้ำส่วนที่เหลือ เคี่ยวจนละลายจนหมด คนเล็กน้อย วัดอุณหภูมิให้ได้ 114 องศาเซสเซียส (ถ้าไม่มีเทอร์มิเตอร์ สังเกตจากฟองจะละเอียด)
  3. นำน้ำเชิ่มที่ได้มาทาที่บิสกิตบางๆ แต่งหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมาพานต์ ลูกเกด และเมล็ดทุเรียนทอดกรอบ ราดหน้าด้วยน้ำเชื่อมอีกเล็กน้อย นำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซสเซียส 10 นาที แค่ก็ได้ บิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบ หอมกรุ่น แสนอร่อย เก็บไว้ทานเล่น
ใส่เกลือลงไป

ใส่เกลือลงไป

ใส่น้ำ

ใส่น้ำ

แช่น้ำ

แช่น้ำ

ปลอกเปลือก

ปลอกเปลือก

หั่นเมล็ดทุเรียนแนวขว้าง

หั่นเมล็ดทุเรียนแนวขว้าง

เอาใส่ในออก

เอาใส่ในออก

บิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบเก็บไว้ได้ 1 อาทิตย์ (อุณหภูมิห้อง) และ 1 เดือน เก็บไว้ในตู้เย็น ไอเดียที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเมล็ดทุเรียน น้องโอเจ้าของไอเดีย ไม่หวงสูตร และอยากให้กลุ่มแม่บ้านนำไปทำผลิตภัณฑ์จำหน่ายออกสู่ท้องตลาด เนื่องจากเจ้าของไอเดีย คิดสูตรนี้เพื่อนำมาเผยแพร่ หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดได้ที่ น้องโอ โทร.089-2521300

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 0-2549-4994

บิสกิตหน้าเมล็ดทุเรียนกรอบ เพิ่มของเหลือเป็นของขบเคี้ยว

ทุเรียนนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นราชาของผลไม้และเป็นผลไม้ฤดูร้อนที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่มีหนามแหลมมาก รสชาติที่หวานมัน กลิ่นหอมหวานและแรง จึงมีหลายๆ คนที่ติดใจในทุเรียน และอีกหลายคนมีไม่ชอบกลิ่นของทุเรียนและทุเรียนก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารมากมาย เช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอดกรอบ ข้าวเหนียวทุเรียน ส้มตำทุเรียน ทุเรียนเชื่อม ในประเทศฟิลิปปินส์นำทุเรียนมาทำขนมหวานมากกว่าที่จะทำอาหารคาว ชาวมาเลเซียได้นำทุเรียนมาดองและแช่อิ่ม

น้อยคนที่จะรู้ว่าเมล็ดทุเรียนก็สามารถทานได้เหมือนเมล็ดของขนุน เมล็ดทุเรียนนำมานึ่ง คั่วหรือทอดในน้ำมันมะพร้าว เนื้อข้างในจะมีลักษณะคล้ายเผือก หรือมันเทศ แต่เหนียวกว่า ในเกาะชวาจะหั่นเมล็ดทุเรียนบางๆ และปรุงด้วยน้ำตาลเหมือนขนมฉาบน้ำตาล แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับเนื้อของทุเรียนที่นำมาแปรรูปด้วยการทอดและกวน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเมล็ดทุเรียน หลังจากที่เอาเนื้อไปทำประโยชน์ก็จะทิ้งเมล็ดเป็นของไร้ค่า กลายเป็นขยะ “โอ” นายณัฐชรัฐ แพกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงได้คิดค้นเมนู “บิสกิตหน้าเมล็ดทุเรียนกรอบ” ขึ้นมา โดยมี ผศ.สุชาดา งามประภาวัฒน์ เป็นที่ปรึกษา

โอ บอกว่า ในเมล็ดทุเรียน 1 เมล็ด มีสารอาหารมากมาย อาทิเช่น พลังงาน 254.5 กิโลแคลอรี โปรตีน 2.9 กรัม ไขมัน 2.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 56 กรัม ใยอาหาร 1.9 กรัม น้ำ 47.8 มิลลิกรัม เถ้า 1.3 มิลลิกรัม นอกจากสารอาหารที่ได้รับแล้ว ยังเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับกลุ่มแม่บ้านที่ได้แปรรูปผลิตภัณฑ์ทุเรียน สำหรับส่วนผสมของบิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบ ประกอบด้วย ส่วนผสมของบิสกิต 1.แป้งเอนกประสงค์ตราว่าว 220 กรัม 2.เนยสด 100 กรัม 3.น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 15 กรัม 4.ผงฟู 3 กรัม 5.เกลือป่น 3 กรัม 6.น้ำเย็น 45 กรัม 7.นมสด 30 กรัม

วิธีทำตัวบิสกิต เริ่มจาก 1.ร่อนแป้ง น้ำตาลไอซ์ซิ่ง ผงฟู และเกลือป่น ใส่อ่างพักไว้ 2.นำเนยหั่นเป็นชิ้นเล็กใส่ลงในแป้ง ใช้ที่ตัดเนย ตัดเนยรวมกับแป้งจนเป็นเม็ดเท่าถั่วเขียว ใส่น้ำเย็นทีละน้อย (เพื่อไม่ให้เนยละลาย เวลาที่เกิดความร้อนขณะที่นวดแป้ง เวลาอบถ้าเนยละลาย บิสกิตจะไม่ฟูติดเป็นแผ่นแข็ง) จนหมด นำมาทำเป็นก้อนกลมรวมกัน พักไว้ 15 นาที 3.นำมาคลึงบนกระดาษไข ให้มีความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร ใช้พิมพ์กดขนมบนกระดาษไข ยาว 2 นิ้ว กว้าง 1.30 เซนติเมตร วางบนถาดอบที่ทาด้วยเนย ตามสูตรจะได้บิสกิตทั้งหมด 75 แผ่น 4.ทาหน้าบิสกิตด้วยนมสดให้ทั่ว ใช้ส้อมจิ้มหน้าขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซสเซียส พอสุกใช้ที่แซะขนม นำมาพักบนตะแกรง รอให้เย็น

หลังจากที่ได้บิสกิตเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมเมล็ดทุเรียนทอด เริ่มจากนำเมล็ดทุเรียนมาปลอกเปลือกนอกออก แช่น้ำ 2.นำเมล็ดทุเรียนที่ปลอกเปลือกมาผ่าครึ่งตามแนวยาว แล้วหั่นในแนวขวางบางประมาณ 1 ม.ม. 3.นำเมล็ดทุเรียนที่หั่นแล้วมาลวกในน้ำเดือด 30 วินาทีในน้ำเดือด เทใส่กระชอน เปิดน้ำเย็นให้ไหลผ่านทิ้งให้เสด็จน้ำ นำใส่ถาดเกลี่ยให้บาง นำเข้าตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 65 องศาเซสเซียส 5 ชั่วโมง (ถ้าไม่มีตู้อบรมร้อนให้ตากแดด 1 วัน) 4. นำเมล็ดทุเรียนอบแห้ง 100 กรัมใส่น้ำ 250 มล. และเติมน้ำส้มสายชู 15 กรัม ทิ้งไว้ 2 นาที เทใส่กระชอนทิ้งให้เสด็จน้ำ 5. นำเมล็ด ทุเรียนที่ได้ลงทอดในน้ำมันไฟแรงปานกลางประมาณ 3 นาที ตักขึ้นใส่กระดาษซับมันทิ้งให้เย็น

ขั้นตอนต่อไป การเตรียมบิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบ ส่วนผสม 1.แผ่น บิสกิต 2.เมล็ดทุเรียนทอดกรอบ 3.ลูกเกด 20 กรัม 4.เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบกรอบ 40 กรัม น้ำตาลทราย 150 กรัม 4. เกลือป่น 5 กรัม 5.ครีมออฟทาร์ทาร์ 5 กรัม (เพื่อไม่ให้น้ำตาลจับตัวเป็นก้อน) 6.แป้งสาลีเอนกประสงค์ตราว่าว 20 กรัม 7.น้ำ 80 กรัม กรรมวิธี 1.นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ตราว่าวละลายกับน้ำ 30 กรัม ใส่หม้อตั้งไฟอ่อนๆ ต้มจนแป้งสุกใส 2.ใส่น้ำตาลทราย เกลือ ครีมออฟทาร์ทาร์ น้ำส่วนที่เหลือ เคี่ยวให้ละลายจนหมด คนเล็กน้อย วัดอุณหภูมิให้ได้ 114 องศาเซสเซียส (ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ สังเกตจากฟองจะละเอียด) 3.นำน้ำเชื่อมที่ได้มาทาที่ บิสกิตบางๆ แต่งหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมาพานต์ ลูกเกด และเมล็ดทุเรียนทอดกรอบ ราดหน้าด้วยน้ำเชื่อมอีกเล็กน้อย นำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซสเซียส 10 นาที แค่นี้ก็ได้บิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบหอมกรุ่นแสนอร่อย เก็บไว้ทานเล่น

บิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบเก็บไว้ได้ 1 อาทิตย์ (อุณหภูมิห้อง) และ 1 เดือน เก็บไว้ในตู้เย็น ไอเดียที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเมล็ดทุเรียน น้องโอเจ้าของไอเดีย ไม่หวงสูตร และอยากให้กลุ่มแม่บ้านนำไปทำผลิตภัณฑ์จำหน่ายออกสู่ท้องตลาด เนื่องจากเจ้าของไอเดีย คิดสูตรนี้เพื่อนำมาเผยแพร่ หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดได้ที่ น้องโอ โทร.08-9252-1300

เพิ่มคุณค่าเมล็ดทุเรียนดีกว่าทิ้งเป็นขยะ

ทุเรียนขึ้นชื่อว่าเป็นราชาของผลไม้และ เป็นผลไม้ฤดูร้อนที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่มีหนามแหลมมาก รสชาติที่หวานมัน กลิ่นหอมแรง จึงมีหลายคนที่ติดใจทุเรียนและอีกหลายคนไม่ชอบกลิ่นทุเรียน และทุเรียนสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้มาก มาย เช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอดกรอบ ข้าวเหนียวทุเรียน ส้มตำทุเรียน ทุเรียนเชื่อม ในประเทศฟิลิปปินส์นำทุเรียนมาทำขนมหวานมากกว่าจะทำอาหารคาว ชาวมาเลเซียนำทุเรียนมาดองและแช่อิ่ม

น้อยคนที่จะรู้ว่าเมล็ดทุเรียนก็สามารถบริโภคได้เหมือนเมล็ดขนุน เมล็ดทุเรียนนำมานึ่ง คั่วหรือทอดในน้ำมันมะพร้าว เนื้อข้างในจะมีลักษณะคล้ายเผือกหรือมันเทศ แต่เหนียวกว่า ในเกาะชวาจะหั่นเมล็ดทุเรียนบางๆ และปรุงด้วยน้ำตาลเหมือนขนมฉาบน้ำตาล แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับเนื้อของทุเรียนที่นำมาแปรรูปด้วยการทอดและกวน

เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเมล็ดทุเรียน หลังจากที่เอาเนื้อไปทำประโยชน์ก็จะทิ้งเมล็ดเป็นของไร้ค่า กลายเป็นขยะ นายณัฐชรัฐ แพกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จึงได้คิดเมนู “บิสกิตหน้าเมล็ดทุเรียนกรอบ” ขึ้นมา โดยมี ผศ.สุชาดางามประภาวัฒน์ เป็นที่ปรึกษา

นายณัฐชรัฐกล่าวว่า ในเมล็ดทุเรียนมีสาร อาหารมากมาย อาทิเช่น พลังงาน 254.5 กิโลแคลอรี โปรตีน 2.9 กรัม ไขมัน 2.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 56 กรัม ใยอาหาร 1.9 กรัม น้ำ 47.9 มิลลิกรัม เถ้า 1.3 มิลลิกรัม นอกจากสารอาหารที่ได้รับแล้วยังเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับกลุ่มแม่บ้านได้แปรรูป สำหรับส่วนผสมประกอบด้วย ส่วนผสมของบิสกิต 1.แป้งอเนกประสงค์ตราว่าว 220 กรัม 2.เนยสด 100 กรัม 3.น้ำตาลไอซิ่ง 15 กรัม 4.ผงฟู 3 กรัม 5.เกลือป่น 3 กรัม 6.น้ำเย็น 45 กรัม 7.นมสด 30 กรัม

วิธีทำตัวบิสกิตเริ่มจาก 1.ร่อนแป้ง น้ำตาลไอซิ่ง ผงฟู และเกลือป่นใส่อ่างพักไว้ 2.นำเนยหั่น เป็นชิ้นเล็กใส่ลงในแป้ง ใช้ที่ตัดเนยตัดเนยรวมกับแป้งจนเป็นเมล็ดเท่าถั่วเขียว ใส่น้ำเย็นทีละน้อย (เพื่อไม่ให้เนยละลายเวลาที่เกิดความร้อนขณะที่นวดแป้ง เวลาอบถ้าเนยละลาย บิสกิตจะไม่ฟูติดเป็นแผ่นแข็ง) จนหมด นำมาทำเป็นก้อนรวมกันพักไว้ 15 นาที 3.นำมาคลึงบนกระดาษไขให้มีความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร ใช้พิมพ์กดขนมบนกระดาษไขยาว 2 นิ้ว กว้าง 1.30 เซนติเมตร วางบนถาดอบที่ทาด้วยเนย ตามสูตรนี้จะได้บิสกิตทั้งหมด 75 แผ่น 4.ทาหน้าบิสกิตด้วยนมสดให้ทั่ว ใช้ส้อมจิ้มหน้าขนม เข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส พอสุกใช้ที่แซะขนมนำมาพักบนตะแกรงรอให้เย็น

หลังจากได้บิสกิตแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เตรียมเมล็ดทุเรียนทอด เริ่มจากนำเมล็ดทุเรียนมาปอกเปลือกนอกออกแล้วแช่น้ำ 2.นำเมล็ดทุเรียนที่ปอก เปลือกแล้วมาผ่าครึ่งตามแนวยาว แล้วหั่นแนวขวางประมาณ 1 มม. 3.นำไปลวกในน้ำเกลือ 30 วินาทีในน้ำเดือด เทใส่กระชอนเปิดน้ำเย็นให้ไหลผ่าน ทิ้งให้สะเด็ดน้ำ นำใส่ถาดเกลี่ยให้บาง นำเข้าตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส 5 ชั่วโมง (ถ้าไม่มีตู้อบให้ตากแดด 1 วัน) 4.นำเมล็ดทุเรียนอบแห้ง 100 กรัม ใส่น้ำ 250 มล. และเติมน้ำส้มสายชู 15 กรัม ทิ้งไว้ 2 นาที เทใส่กระชอนทิ้งให้สะเด็ดน้ำ 5.นำเมล็ดทุเรียนที่ได้ลงทอดในน้ำมันไฟแรงปานกลางประมาณ 3 นาที เทใส่กระชอนทิ้งให้สะเด็ดน้ำ 5.นำเมล็ดทุเรียนที่ได้ลงทอดในน้ำมันไฟแรงปานกลางประมาณ 3 นาที ตักขึ้นใส่กระดาษซับน้ำมันทิ้งให้เย็น

จากนั้นนำแป้งสาลีอเนกประสงค์ตราว่าวละลายน้ำ 30 กรัม ใส่หม้อตั้งไฟอ่อนๆ จนแป้งสุกใส ใส่น้ำตาลทราย เกลือ ครีมออฟทาร์ทา น้ำส่วนที่เหลือเคี่ยวจนละลายฟองละเอียด นำน้ำเชื่อมที่ได้มาทาบิสกิตบางๆ แต่งหน้าด้วยเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ลูกเกดและเมล็ดทุเรียนทอดกรอบ ราดหน้าด้วยน้ำเชื่อมอีกเล็กน้อย นำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส 10 นาทีก็จะได้บิสกิตเมล็ดทุเรียนกรอบไว้รับประทาน โดยเก็บไว้ได้ 1 อาทิตย์ในอุณหภูมิห้อง และ 1 เดือนในตู้เย็น ผู้สนใจหากมีข้อสงสัยสอบถามไปได้ที่ โทร.08-9252-1300.