รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงนโยบายส่งเสริมการพัฒนาภาษาอังกฤษของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศธ.ว่า เป็นนโยบายที่ดีเพราะจะผลักดันให้ผู้เรียนและสถานศึกษาสนใจการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมากขึ้น ซึ่งมาตรฐานระดับสากลจะใช้โทอิค โทเฟล ไอเอลต์ส เป็นตัวประเมิน แต่ในส่วนของไทย ตนมองว่า น่าจะเริ่มต้นใช้มาตรฐานของสถานศึกษาในการขับเคลื่อน เพราะทุกมหาวิทยาลัยมีการสอนภาษาอังกฤษอยู่แล้ว โดยให้จัดทำข้อสอบกลางภาษาอังกฤษของสถานศึกษานั้นๆ ให้มีมาตรฐานข้อสอบเทียบเท่า ซียู-เท็ปของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะหากกำหนดมาตรฐานที่สูงกว่านี้อาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ด้วยขีดความสามารถต่อการเรียนการใช้ภาษา ซึ่งไม่ใช่ภาษากลางจะทำให้ไม่คุ้นเคยและเป็นปัญหาใหญ่ จึงควรมีมาตรฐานกลางภาษาอังกฤษเทียบเท่าที่ใช้ในไทยก่อน และหลังจากนั้นหากเด็กคนไหนมีความตั้งใจ มีประสบการณ์ด้านภาษาอังกฤษมากขึ้น ก็จะไปฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพและไปสอบมาตรฐานระดับสากลต่อไป

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่า ในส่วนของ มทร.ธัญบุรี มีการเรียนภาษาอังกฤษผ่านทางระบบออนไลน์ และจัดฝึกอบรมให้กับนักศึกษาตลอด จัดทำข้อสอบภาษาอังกฤษ เรียกว่า อาร์ที-เทสต์ เป็นมาตรฐานภายในเทียบเท่าซียู-เท็ป ซึ่งหากนักศึกษาผ่านตามเกณฑ์ 500-550 คะแนนตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัย ก็จะส่งไปสอบโทอิค โทเฟล ไอเอลต์สต่อไป

“อยากให้รัฐจัดทำข้อสอบกลางเพื่อทดสอบนักเรียนในทุกช่วงชั้น เพื่อให้เด็กคุ้นชิน รัฐควรสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการทดสอบภาษาอังกฤษตามมาตรฐานสากล ให้ต่ำลง หรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อลดภาระให้กับผู้ที่ต้องการสอบ ส่วนการกำหนดผลการเรียนภาษาอังกฤษลงในทรานสคริปต์ อยากให้ตระหนักว่า หากทำเช่นนั้นอาจเป็นความด่างพร้อยของนักศึกษาบางคน เพราะบางคณะอาจไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมากนัก ควรทำเป็นประกาศนียบัตรควบคู่แทน คะแนนที่ระบุในใบทรานสคริปต์อาจจะไม่ใช่ตัวบ่งชี้ความสำเร็จในชีวิต แต่ทักษะทางสังคมกับความสามารถจะเป็นตัวบ่งบอกมากกว่า” อธิการบดี มทร.ธัญบุรีกล่าว

C-151016037076