นางสาวณัฐินี ปัญญาวงศ์พิทักษ์ หรือ แนน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นักศึกษาทุนเพชรบัวสวรรค์ “ไม่มีคำว่าสาย ชีวิตพร้อมเริ่มใหม่เสมอ” บนเส้นทางชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ชีวิตต้องผ่านช่วงมรสุมพัดเข้ามา ซึ่งเธอไม่ได้ตั้งตัว แต่ด้วยเป้าหมายชีวิตที่เธอได้ตั้งไว้ เธอจึงได้เพียงบอกว่าต้องสู้

แนน เล่าว่า พ่อและแม่ของเธอ หย่าร้างกันตั้งแต่เธอเด็กๆ เธอต้องอยู่กับยาย จนอายุ 5 ขวบ เธอจึงย้ายมาอยู่กับแม่ และพ่อเลี้ยง ที่บ้านคลอง 11 สำเร็จการศึกษา (สายวิทย์-คณิต) มาจากโรงเรียนธัญรัตน์ หลังจากนั้นสอบเข้าเรียนสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะว่า ชอบเรียนชีววิทยา และตั้งใจที่จะเข้าทำงานที่ศูนย์วิจัยทะเลจังหวัดกระบี่ ตอนนั้นตนเองมีความสุขมากที่ได้เข้ามาเรียนในสาขาวิชาที่ตนเองชอบ ช่วงปี 3 มีปัญหาทางครอบครัว (มีปัญหากับพ่อเลี้ยง) ตนเองจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่หอพัก เนื่องจากแม่ของตนเองเป็นแม่บ้านไม่มีรายได้ ในการส่งเสียตนเองในเรื่องของการเรียน ช่วงที่ตนเองเรียนพ่อเลี้ยงเป็นคนหาเงินส่งเรียน ชีวิตตนเองจึงมีปัญหาทางด้านการเงิน จึงต้องหางานทำ เพื่อหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งค่าเทอม และการกินอยู่ประจำวัน

งานแรกที่ตนเองทำ คือ การรับล้างจาน ร้านโจ๊ก ทำงานตั้งแต่ 17.00 – 03.00 น. ซึ่งป้าเจ้าของร้านให้วันละ 120 บาท/วัน ด้วยความสงสารป้าขึ้นเงินให้ 200 บาท/วัน แต่ด้วยความที่ตนเองเรียนแล็ปชีววิทยา บางวันต้องเฝ้าแล็ป ทำให้เวลาในการเลิกเรียนไม่ตรงกับเวลาที่ต้องไปทำงาน ด้วยความเกรงใจป้า จึงไม่ได้ไปทำงานร้านโจ๊ก มีรุ่นพี่แนะนำให้ไปทำงานร้านไอศกรีมเซเว่นเซ้น ช่วงเลิกเรียน และวันที่ไม่มีเรียน ได้ชั่วโมงละ 25 บาท ประมาณ 8,000 บาท/เดือน และเมื่อร้านไอศกรีมปิด ทำงานที่เป๋าตุ๋งกุ้งย่าง (คลอง 2) เป็นพนักงานเชียร์เครื่องดื่ม ได้วันละ 300 บาท (ได้ค่าฝาเครื่องดื่ม ฝาละ 3 บาท) ช่วงนั้นทำงาน 2 ที่ เมื่อขึ้นชั้นปีที่ 3 ต้องออกฝึกงานซึ่งตอนนั้นไม่มีรายได้ เพราะว่า ฝึกงานไม่มีเงิน โชคดีที่ฝึกงานให้เงินด้วย “เขาคงสงสารหนู” ซึ่งได้ชั่วโมงละ 25 บาท วันละ 8 ชั่วโมง 6,000 บาท/วัน ด้วยค่าใช้จ่ายค่าหอ แต่เทอมที่จะมาถึงไม่มีค่าเทอม ช่วงนั้นตนเองไม่ได้ปรึกษาใคร “ตอนนั้นยอมรับว่าไม่ได้คิดอะไรเลย คิดเพียงแต่ว่าต้องหยุดเรียน จึงหยุดเรียน” ทำงานเก็บเงิน และคิดเสมอว่า “จะกลับมาเรียนอีกครั้ง” เมื่อมีความพร้อมทางการเงิน

ตนเองกลับไปทำงานที่ร้านเซเว่นเซ้น และร้านเป้าตุ้ง ประสบการณ์ในการทำงานสอนอะไรหลายๆ อย่างให้ตนเอง ทำให้ตนเองเรียนรู้คนหลายๆ รูปแบบ เมื่อทำงานเก็บเงิน มีค่าเทอมเรียน ตนเองจึงอยากกลับมาเรียนอีกครั้ง ด้วยมีพี่แนะนำและพี่ที่เป็นญาติกัน “สังเกตว่าตนเอง สามารถขายบัตรและทำยอดบัตรสมาชิกเยอะ” แนะนำให้เรียนสาขาวิชาการตลาด จึงกลับมาสอบตรงเข้าสาขาวิชาการตลาด “เมื่อกลับมาเรียน ตนเองจึงปฏิญาณกับตนเอง ต้องให้จบการศึกษา ตั้งใจเรียน” เกรดเฉลี่ยสะสมของตนเองอยู่ที่ 4.0 ซึ่ง(ตอนที่ตนเองเรียนสาขาวิชาชีววิทยาตนเองได้เกรดเฉลี่ยสะสม 2.8)  ส่งผลให้ตนเองได้รับทุนเพชรบัวสวรรค์ ทุนเพชรบัวสวรรค์ คือ ทุนการศึกษาให้เปล่ากับนักศึกษาทุกคณะ ที่มีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 3.5 ของทุกภาคการเรียน ไม่มีเกรด D และเป็นนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสูงสุดของคณะ

เมื่อได้รับทุนการศึกษาตนเองจึงไม่ต้องเสียค่าเทอม หาเพียงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าหอ ค่าเครื่องอุปกรณ์ทางการเรียน ปัจจุบันทำงานร้านเช่าการ์ตูนแถวมหาวิทยาลัย ได้ชั่วโมงละ 20 บาท หลังเลิกเรียน และเวลาที่ว่าง ส่วนวันเสาร์-วันอาทิตย์ หรือเวลาว่าง ทำงาน PC สินค้า ได้งานละ 600 – 800 บาท/งาน ทั้งสองงานรายได้ต่อเดือน 8,000 – 10,000 บาท “ทำงานร้านเช่าการ์ตูนมีเวลาในการอ่านหนังสือมากขึ้น” ด้วยความเคยชินตนเองไม่เคยนอนก่อนตีสอง เวลาตื่น คือ 08.00 น. เงินที่ได้จากการทำงานจะพยายามเก็บไว้ และประหยัดให้ได้มากที่สุด จะหุงข้าว และทำกับข้าวมาทานที่มหาวิทยาลัย หุงข้าว และทำกับข้าวตอนเช้า และแช่เย็นไว้ ทานตอนเย็น

เคล็บลับในการเรียนของตนเอง “ตั้งใจเรียนในห้องเรียน พยายามจดประเด็นที่สำคัญ จะอ่านหนังสือสอบก่อนสองอาทิตย์ พยายามหาคลิปการสอนในยูทูป”หลังจากสำเร็จการศึกษาตนเองอยากทำงานธนาคาร หรือไมก็พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ตนเองรู้สึกกังวลว่า อายุของตนเองจะเกิน และตามสถานที่ต่างๆ จะไม่รับเข้าทำงาน ตนเองจึงต้องขยันกว่าคนอื่น ครั้งแรกที่ตนเองย้ายออกมาจากบ้าน ตอนนั้นไม่มีแม้แต่ทีวี “กลับมาจากการทำงาน ก็นอน” เวลาที่ท้อ “ร้องไห้ เดียวก็หาย” ส่วนใหญ่จะคุยกับเพื่อนสมัยมัธยม สำหรับเพื่อนๆ หรือใครที่มีปัญหาคล้ายๆ กับตนเอง อยากให้คิด หรือเข้าหาอาจารย์ที่ปรึกษา ปัจจุบันเวลาที่ตนเองมีปัญหาจะปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา

ปัจจุบันแม่ตนเองเป็นอัมพาตช่วยเหลือตนเองไม่ได้ (พ่อเลี้ยงจ้างพยาบาลดูแล) และน้องชายมีอาการป่วยทางประสาท ทุกวันที่มีเวลาว่าง ตนเองจะไปเยี่ยมแม่และน้องชายที่บ้านคลอง 11 “ไปให้กำลังใจแม่” ตนเองอยากอยู่กับแม่มากที่สุด แต่เมื่อโชคชะตาไม่เอื้ออำนวย ในอนาคตอยากมีบ้าน และเลี้ยงดูแม่ พยายามเรียนให้สูงที่สุด เท่าที่จะทำได้  “ความตั้งใจ สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของตนเอง ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ล้วนเกิดจากตัวเรา” ขอให้ทุกคนที่หมดหวังท่องจำไว้เสมอว่า “ไม่มีคำว่าสาย ชีวิตพร้อมเริ่มใหม่เสมอ ”แนน นักศึกษาทุนเพชรบัวสวรรค์ มทร.ธัญบุรี

0000ชลธิชา ศรีอุบล กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 025494994