มนสิกุล โอวาทเภสัชช์

 

อีกประมาณ 2 เดือนกว่าๆ ก็จะถึงการพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วง 14-20 ธันวาคม 2558

พระวรชัย ทมวโร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการ จัดงานบำเพ็ญกุศลพระศพฯ เล่าถึงความคืบหน้าให้ ‘เนชั่นสุดสัปดาห์’ ฟังว่า ในส่วนของการบำเพ็ญกุศลครบ 102 ปี นับแต่ประสูติกาล และครบ 2 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่วันที่ 3-15 ตุลาคม 2558

“โดยในเช้าวันที่ 3 ตุลาคม 2558 มีพิธีทำบุญตักบาตร ในเวลา 07.00 น. บริเวณถนนพระสุเมรุ หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่ง ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีด้วย หลังจากนั้นก็เดินทางมาถวายพานพุ่มสักการะ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีทำถวายในนามพุทธศาสนิกชนชาวไทย ซึ่งก็เหมือนกับปีที่แล้ว ที่ถวายพวงมาลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปีนี้ก็ถวายพานพุ่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อน้อมถวายเป็นอภิสัมมานสักการะ จากนั้นในช่วง 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ในการบำเพ็ญกุศลครบ 102 ปี นับแต่ประสูติกาล ณ ตำหนักเพ็ชร พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์

“และวันที่ 24 ตุลาคม 2558 ในเวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการหล่อพระรูป เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ณ ลานพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาในเวลา 14.00 น. ก็เป็นพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 2 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ ณ ตำหนักเพ็ชร เรื่อยไปจนเสร็จพิธี แล้วในวันที่ 25 ตุลาคม ก็มีพิธีบำเพ็ญกุศลอีก ซึ่งในรายละเอียดก็รอฟังแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ที่จะชี้แจงให้ประชาชนทราบอีกครั้งหนึ่ง”

อีกกิจกรรมหนึ่งที่พระวรชัย ขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมงาน ซึ่งได้จัดทำต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาก็คือ โครงการปฏิบัติธรรมญาณสังวรบูชา ครบ 2 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์

“โครงการนี้ เมื่อปีที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชน ทางองค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สนับสนุนโครงการนี้กันมาก เนื่องด้วยทางวัดได้อนุวัตพระจริยาในส่วนที่เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่านได้เดินทางไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ในสมัยที่ท่านยังทรงแข็งแรงอยู่ ทางคณะศิษยานุศิษย์ ก็เลยจัดโครงการนี้เพื่ออนุวัตพระจริยาตรงนี้มา

“โดยในปีนี้จัดตลอดเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน รวม 16 ครั้งด้วยกัน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ทางวัดและเจ้าภาพก็ได้อาราธนาพ่อแม่ครูบาอาจารย์ในสายวิปัสสนากรรมฐานมาแสดงธรรม และนำปฏิบัติธรรม ทุกวันเสาร์-อาทิตย์

ในเวลา 16.45-18.30 น. และต่อด้วยการสวดพระอภิธรรม ก็ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนมาร่วมฟังธรรมและปฏิบัติธรรมกัน เพราะเป็นปีสุดท้ายที่เราจะทำถวายเจ้าพระคุณสมเด็จฯ โดยพร้อมเพรียงกัน

“วันแรก คือวันที่ 3 ตุลาคม 2558 หลวงปู่อุทัย สิริธโร วัดเขาใหญ่ญาณสัมปันโน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ที่มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเป็นลูกศิษย์ลูกหากันอยู่ ท่านก็เมตตามาแสดงธรรมและนำปฏิบัติธรรม ก็เป็นความอัศจรรย์หลายๆ อย่าง ที่ตอนแรกไปนิมนต์นั้นเราไม่ทราบว่าท่านเกี่ยวข้องกับเจ้าพระคุณสมเด็จอย่างไร เราไม่ได้คิดตรงนั้น เราทราบแต่ว่า พ่อแม่ครูบาอาจารย์เหล่านี้มีภูมิรู้ ภูมิธรรม เราก็นิมนต์ท่านมาแสดง เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ เมื่อท่านมาแสดงธรรมแล้ว พ่อแม่ครูบาอาจารย์เหล่านี้ ต่างได้เคยถวายงานก็ดี ได้เคยพบปะกับพระองค์ท่านก็ดี ได้เคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่านก็ดีโดยบังเอิญมาแล้ว

“คือเราไม่รู้หรอก เพราะเราไม่ได้คัดเฉพาะที่รู้จักกับท่าน ว่าท่านเคยไปวัด ไม่ใช่ แต่พระกรรมฐานเหล่านี้ก็เคยเป็นลูกศิษย์ลูกหา พ่อแม่ครูบาอาจารย์ รุ่นเก่าๆ เคยอุปัฏฐากอยู่ข้างๆ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่มรณภาพไปแล้ว และบัดนี้ลูกศิษย์ลูกหาก็ขึ้นมาเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ในรุ่นปัจุบัน เป็นที่น่าอัศจรรย์ เพราะหลายๆ รูปมาพูดในพระตำหนักนี้ว่า เคยได้ถวายงานท่าน หรือเคยได้พบปะกับท่าน และสิ่งสำคัญก็คือ ทุกรูปมีความศรัทธาในองค์สมเด็จพระสังฆราชมาก ด้วยพระจริยวัตรที่พระองค์ทรงปฏิบัติด้วยมุ่งมั่น เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ก็เลยทำให้โครงการเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ

“คำว่าประสบความสำเร็จก็คือ เราสามารถอนุวัตพระจริยาได้ส่วนหนึ่ง และได้ทำให้พุทธศาสนิกชนนั้น ได้มาปฏิบัติธรรมโดยพร้อมเพรียงกัน” พระวรชัยกล่าว

พระโสภณคณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการอำนวยการจัดงานบำเพ็ญกุศลพระศพฯ อธิบายเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น งานหลักของวัดบวรนิเวศวิหารที่หลายๆ ฝ่ายเกี่ยวข้องก็คือ การพิมพ์หนังสือที่ระลึกในพระราชพิธีออกพระเมรุพระราชทานเพลิงพระศพ

“หนังสือมีทั้งหมดเกือบ 30 เล่ม เป็นหนังสือหลักของพระพุทธศาสนา เป็นหนังสือโบราณ แล้วก็มีพระประวัติ พระศาสนกิจ พระเกียรติคุณสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งก็พยายามประมวลมาให้มากที่สุด และธรรมะของพระองค์ท่าน .สำหรับในปีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดพิมพ์พระราชทาน คือเล่มที่ชื่อว่า ‘พระไตรรัตนคุณ’ คุณของพระพุทธ คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์ ที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชได้ทรงบรรยายไว้ แล้วเราก็ได้ถอดเทปมา จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พิมพ์พระราชทานในการพระราชทานเพลิงพระศพด้วย”

C-151002032049