“หน้าที่ของมหาวิทยาลัยไม่ใช่ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติคุณภาพ มีความรู้ ทำงานเป็น แต่ต้องให้บริการวิชาการ มีบทบาทพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งอุตสาหกรรม ธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs อีกหนึ่งภาคธุรกิจที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ มทร.ธัญบุรี มีนโยบายในการสร้างความร่วมมือกับ ทุกภาคส่วน เพื่อเข้าไปช่วยยกระดับผลผลิต คุณภาพ เป็นมหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาSMEs ให้มีความยั่งยืน ก้าวกระโดดไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่” รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงจุดเริ่มโครงการพัฒนาผลิตภาพการผลิต (Productivity Improvement Loan) ภายใต้ความร่วมมือกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME Bank

มทร.ธัญบุรี มีศักยภาพ ความพร้อมบูรณาการความรู้จากการเรียนการสอนและการวิจัย เพื่อพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม ตอบสนองการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ความร่วมมือกับ SME Bank ให้คำปรึกษาแนะนำแบบ Coaching เสนอแนะแนวทางพัฒนาธุรกิจด้านต่างๆ เช่น การผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาและการจัดการองค์กร รวมถึงฝึกอบรม เน้นด้านที่เกี่ยวกับ Digital for Productivity จัดทำรายงานวิเคราะห์ธุรกิจ (Business Model) แก่สถานประกอบการ SMEs ภาคกลางรวม 29 จังหวัด 900 ราย 31 กลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรม กลึง หล่อ ปั้ม ชุบ โลหะ กลุ่มอุตสาหกรรมการขนส่ง กลุ่มอุตสาหกรรม การค้าปลีก กลุ่มอุตสาหกรรม การทำเหมืองแร่ ฯลฯ

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่ามหาวิทยาลัยร่วมมือทั้งภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และสถาบันการเงิน พัฒนาศักยภาพธุรกิจ SMEs มาตลอด เนื่องจากธุรกิจ SMEs เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างยั่งยืนเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต ไม่ใช่รับจ้างการผลิต อยู่บนรากฐานที่แข็งแรงทั้งบุคลากร นวัตกรรมและเทคโนโลยีพร้อมกัน โดยการที่มหาวิทยาลัยมอบอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยลดค่าใช้จ่ายการผลิต ลดปัญหาการผลิต และลดการสูญเสียการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพสินค้า ลดต้นทุนภายใต้การสนับสนุนทุน 16 ล้านบาท จากSMEs Bank ทำให้การพัฒนา แก้ปัญหาตรงเป้าหมายและต่อเนื่องมากขึ้น

ผู้ประกอบการ SMEs ล้วนมีความรู้ระดับสูง มุ่งสร้างมาตรฐาน คุณภาพผลผลิตเป็นสำคัญ รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ จับคู่แลกเปลี่ยนความรู้ และถ่ายทอดความรู้จากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ไปสู่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อย รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำ ธุรกิจเชิงตลาดออนไลน์ จากคณะบริหารธุรกิจ ทั้งสาขาการตลาด การจัดการ การบัญชี และเศรษฐศาสตร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ปูพรมพัฒนาการตลาดในกลุ่มสังคมออนไลน์

“การที่มหาวิทยาลัยส่งอาจารย์ นักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วม ลงพื้นที่ไปในแต่ละภาคอุตสาหกรรมเป็นเสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ให้นักศึกษา คณาจารย์ได้ประสบการณ์ มุ่งมองความคิด และที่สำคัญเป็นโจทย์วิจัยให้คณาจารย์พัฒนาองค์ความรู้ ต่อยอด งานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ขณะที่นักศึกษาเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการที่ดี ได้เรียนรู้ทั้งตัวอย่างที่ถูกและผิด ได้เรียนรู้ ลงมือปฏิบัติจริง”

มทร.ธัญบุรี เป็นสถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ปัจจุบันมีการผลิตบัณฑิตออกสู่ตลาดแรงงาน และเป็นผู้ประกอบการ รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวต่อไปว่ามหาวิทยาลัยอยากเห็นบัณฑิตที่คิดเป็น ทำงานได้ อยากรู้อยากเห็น และพัฒนาตนเองเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ทุกโครงการมหาวิทยาลัยคำนึงถึงโอกาสของศิษย์เก่าได้เข้ามาศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพราะการผลิตบัณฑิตไม่ใช่เพียงเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย 4 ปี แล้วจบ

การเป็นผู้ประกอบการ SME ที่ดีต้องไม่หยุดนิ่งต่อการพัฒนาเทคนิคการผลิต และคุณภาพการผลิต รวมถึงต้องมุ่งหาตลาดในสังคม ออนไลน์ และตลาดอาเซียน นายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการ SME Bank กล่าวทิ้งท้ายว่า มทร.ธัญบุรี เป็น 1 ในมหาวิทยาลัยที่ทางSME BANK เล็งเห็นความสามารถและศักยภาพอาจารย์ นักศึกษา และมหาวิทยาลัยมีบทบาทพัฒนาธุรกิจ SME โดยตลอด อีกทั้งเป็นมหาวิทยาลัยที่ทำประโยชน์เพื่อชุมชน ซึ่งตรงความต้องการโครงการดังกล่าวต้องการกระจาย พัฒนา ช่วยเหลือSMEs แต่ละภูมิภาคยกระดับเป็นธุรกิจที่เจริญเติบโต รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการ มหาวิทยาลัยในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม หวังว่าการลงพื้นที่ของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเข้าช่วยผู้ประกอบการจะเป็นกลไกลที่สามารถขับเคลื่อนช่วยพัฒนาสังคม และประเทศชาติต่อไป