“อาการเครียด จนนอนไม่หลับ” หนึ่งในอาการที่หลายคนประสบปัญหา เนื่องมาจาก การทำงาน การเมือง เศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาส่วนตัว ซึ่งหากปล่อยไว้ จะทำให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ร่างกายขาดประสิทธิภาพการทำงาน และนำมาซึ่งด้วยโรคต่าง ๆ

“ทำอย่างไร ให้นอนหลับ” คงเป็นคำถามสำคัญ ที่หลายคนกำลังหาคำตอบ

อาจารย์ศิริกันยา สยมภาค อาจารย์สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี แนะนำว่า ลองหันมาใช้สมุนไพรไทยที่ช่วยในเรื่องการนอนหลับ อย่างเช่น ชาสมุนไพร “ชาเบญจเกสร” หรือเกสรดอกไม้ทั้ง 5 ชนิด อันประกอบด้วย ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภีและเกสรบัวหลวง ซึ่งเป็น “กลุ่มพิกัดเบญจ” ในการจัดกลุ่มยาตำราการแพทย์แผนไทยที่มีฤทธิ์ส่งเสริมกัน มีการใช้กันมาแต่โบราณ ให้รสหอมเย็น ช่วยในเรื่องของการแก้ลมวิงเวียน บำรุงหัวใจ ที่สำคัญมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) หลายชนิด เช่น เควอซิทิน(Quercetin) และแอลคาลอยด์ (Alkaloids) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในเรื่องการนอนได้เป็นอย่างดี

“ชาเบญจเกสรนี้ เป็นชาสมุนไพรที่ไม่มีส่วนประกอบของคาเฟอีนและน้ำตาล ถือว่าเป็นกลุ่มสมุนไพรที่มีความปลอดภัย มีสารพฤษเคมีสำคัญหลายอย่าง ดอกมะลิ-มีสรรพคุณ แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ดอกพิกุล-มีกลิ่นหอมเย็น ช่วยบำรุงหัวใจ ดอกบุนนาคและดอกสารภี มีสรรพคุณแก้ลมวิงเวียน บำรุงโลหิต บำรุงหัวใจ แก้อาการอ่อนเพลีย และเกสรบัวหลวง ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยให้นอนหลับ การใช้รวมกันของสมุนไพรทั้ง 5 ชนิดนี้จะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น และมีกลิ่นหอม ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้อารมณ์ดี สงบเยือกเย็นและผ่อนคลายจากความเครียด” อาจารย์ศิริกันยา กล่าว

วิธีการชงและการดื่มชาเบญจเกสร เหมือนกับชาประเภทอื่น ๆ ทั่วไป เพียงแค่นำสมุนไพรแบบแห้งทั้ง 5 ชนิดดังที่กล่าว ชนิดละ 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำร้อนในปริมาณ 500 มิลลิลิตร (หนึ่งขวด) แช่ทิ้งไว้ประมาณ 5-7 นาที ให้พอมีกลิ่นหอมและน้ำมีสีที่เข้มขึ้น จากนั้นช้อนกากออก แล้วดื่มได้ทันที จะมีรสชาติหอมและจืด สามารถเพิ่มรสชาติโดยการเติมน้ำผึ้งลงไป เพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น และที่สำคัญควรดื่มก่อนนอน” อาจารย์ศิริกันยา กล่าว

ชาเบญจเกสรนี้ สามารถหาซื้อแบบสำเร็จรูปนำมาชงดื่มได้ทันทีตามร้านขายยาสมุนไพรและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สะอาด มีการบรรจุหีบห่อที่ดี ได้มาตรฐาน หรือหากนำสมุนไพรมาทำเป็นชาสมุนไพรด้วยตัวเอง ควรล้างให้สะอาด แล้วตากแดดให้แห้ง เก็บไว้ภาชนะปิดเพื่อป้องกันความชื้น และควรดื่มชาเบญจเกสรประมาณ 5-7 วัน จะเห็นผลอย่างชัดเจน แต่ก็ควรเลือกดื่มอย่างระมัดระวัง เพราะสมุนไพรบางชนิดอาจส่งผลต่อร่างกายได้ หากใช้ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว

กลุ่มพิกัดยาเบญจเกสร หนึ่งในตำรับสมุนไพรไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของศาสตร์การแพทย์แผนไทยเน้นการนำธรรมชาติมาช่วยบำบัด เรื่องราวของสมุนไพรไทยกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน มีการจัดการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย อีกทั้งมีผู้สนใจเลือกซื้อหา หรือปลูกพืชสมุนไพรไว้ปรุงยาเองเพื่อสุขภาพ สนใจข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 592 1999

 

โดย : อลงกรณ์ รัตตะเวทิน นักประชาสัมพันธ์

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี โทร. 02 549 4990