รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า ถึงกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. ทั้ง 27 แห่ง รับนักศึกษาในระบบรับตรงร่วมกันในปีการศึกษา 2558 ว่า แม้ มทร.จะไม่ได้เข้าไปร่วมในการสอบรวมในระบบรับตรงดังกล่าวด้วย แต่ก็ต้องการให้ที่ประชุม ทปอ.ลงรายละเอียดว่า สาขาใดบ้างที่จะสอบร่วมกัน หรือแม้แต่การสอบเชิงปฏิบัติ หรือรวมไปถึงข้อสอบที่จะใช้เป็นแบบไหน ดังนั้นในส่วนของ มทร. อาจจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลุ่มหนึ่ง เพื่อขอเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า มทร.จะต้องเข้าร่วมในการสอบรวมหรือไม่

“เนื่องจากการรับตรงร่วมกันมีจุดประสงค์ที่ไม่ต้องการให้เด็กวิ่งรอกสอบ แต่ในทางกลับกัน หลายมหาวิทยาลัยมีความต้องการรับนักศึกษาก่อนในระบบโควตา ซึ่งสมัยก่อนมีสัดส่วนเพียง 40-50% แต่ในขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 60-70% ดังนั้นการรับตรงรวมจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วน มทร.ธัญบุรีเองมีแผนจะขยายการรับแบบโควตา โดยเน้นโควตาเรียนดี โควตานักเรียนที่เรียนจบเฉพาะทาง เช่น นาฏศิลป์ กีฬา เพิ่มขึ้น เพราะทุกมหาวิทยาลัยมีความต้องการเด็กที่เรียนเก่ง เรียนดีเข้าเรียน” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว

อย่างไรก็ตามการรับตรงร่วมกันจะต้องมีการศึกษารายละเอียด ศึกษานโยบายให้รอบคอบ หากมทร.ต้องเข้าร่วมกับ ทปอ. ก็ต้องศึกษารายละเอียดการรับอย่างเข้มข้น เช่น สาขาที่มีการสอบปฏิบัติข้อสอบกลาง วิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิชาช่างพื้นฐาน และจะต้องดูคุณสมบัติของนักเรียน ด้านพื้นฐานวิชาชีพ ซึ่งเป็นจุดสำคัญ เพราะคะแนนบางส่วนไม่บ่งบอกพื้นฐานวิชาชีพ เช่น คะแนนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ถ้าสัดส่วนเป็น 3 ใน 1 วิชาชีพอาจสอบตกได้ ฉะนั้นเมื่อเข้าเรียนจะต้องฝึกวิชาชีพเพิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายปฏิบัติ และเทคโนโลยีถือว่ามีความจำเป็นมาก

C-141118036017