จากความต้องการของศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอดธนบุรี สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด มีความต้องการให้ผู้พิการทางสายตาที่ได้เรียนรู้และฝึกฝนการนวดได้ด้วยตนเองเนื่องจากการนวดแผนไทยเป็นที่นิยมและถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดโรค สนับสนุนให้ผู้พิการทางสายตาได้มีอาชีพนวด เป็นการให้โอกาสผู้พิการได้มีการฝึกฝนการนวดไทย เป็นเครื่องช่วยสอนแก่ครูสายตาปกติที่เป็นผู้สอนนวดในชั้นเรียนให้แก่ผู้พิการทางสายตา เป็นเครื่องเรียนรู้แทนครู โดยผู้พิการทางสายตาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นส่วนตัว และเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์การนวดแผนไทย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย “ก๊อต” นายกฤษณะ โภควัฒน์ “ไนช์” นายณัฐชนน กมลโต “ฝ้าย”นางสาวกมลชนก อดิเรกธนสาร และ “แอร์” นางสาวมัณฑนา ปานสังข์ ได้คิดค้นและผลิต “เครื่องช่วยเรียนรู้การนวดไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา” ขึ้นมา โดยมี รศ.ดร.สุวรินทร์ ปัทมวรคุณ และ อาจารย์จตุรพิธ เกราะแก้ว เป็นที่ปรึกษา จากประสิทธิภาพคุณสมบัติทำให้ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Contribution Award in Science) และรางวัลนวัตกรรมยอดนิยม (Popular Vote) โครงการ Brand’s GEN 6 ฉลาดคิดไร้ขีดจำกัด

อาจารย์จตุรพิธ เกราะแก้ว เล่าว่า หลังจากที่ได้เข้าร่วมงาน World Blind Union และได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายพรชัย กลับวิหค ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอดธนบุรี พบว่าสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด มีความต้องการให้ผู้พิการทางสายตาที่ได้เรียนรู้และฝึกในการนวดได้ด้วยตนเอง โดยในช่วงแรกๆ ตนเองและนักศึกษากลุ่มดังกล่าว ได้สร้างบทเรียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถทบทวนการนวดตนเอง เพื่อความสะดวกในการทบทวนการนวดด้วยตนเอง เนื่องจากหาอาสาสมัครยาก หลังจากนั้นเริ่มสร้างรูปมือขึ้นมา เพื่อให้คนตาบอดสัมผัส ซึ่งบวกกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้น ได้ผลเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงได้นำเอาผลงานมาต่อยอดเป็น “เครื่องช่วยเรียนรู้การนวดไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา” ขึ้นมา

“ก๊อต” นายกฤษณะ โภควัฒน์ ตัวแทนกลุ่ม เล่าว่า หลักการ วิธีการและขั้นตอนการทำงานของ “เครื่องช่วยเรียนรู้การนวดไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา” แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า ระบบจัดการความรู้พัฒนาอาชีพนวดแผนไทย เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ในตัวโปรแกรมมีเสียงจากโปรแกรมคือ Google Translates เพื่ออ่านเนื้อหาให้คนตาบอดสามารถเรียนรู้ จดจำ และสามารถทบทวนความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งในโปรแกรมจะควบคุมการเลือกเมนูต่างๆ โดยปุ่ม Space Bar และปุ่มลูกศรเลื่อนขึ้นเลื่อนลงเพื่อง่ายต่อการใช้งาน ของคนตาบอด และส่วนที่2 เรียกว่า เครื่องช่วยเรียนรู้การนวดแผนไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา ลักษณะ หุ่นจำลองมีขนาดเท่ากับอวัยวะจริงของคนเรา

โดยระบบจัดการความรู้พัฒนาอาชีพนวดแผนไทยเพื่อผู้พิการทางสายตา ประกอบด้วยเมนู 3 เมนูคือ 1. เมนูความรู้เกี่ยวกับการนวด ในเมนูเป็นส่วนที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการนวด วิธีการนวด การจับ การกดในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยจะแบ่งการนวดออกเป็น 2 ประเภท คือ การนวดไทยบำบัด เป็นการนวดตามตำราการนวดแผนไทยโดยการนวดจะเป็นไปตามธาตุของร่างกายของผู้นวดเป็นหลักและนวดไปตามอาการที่ต้องการแก้ไข และการนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เป็นการนวดที่ผสมผสานวิธีการนวดในส่วนต่าง ๆ เกือบครบทุกส่วนของร่างกายมารวมกันเป็นกระบวนท่า เป็นการนวดครั้งเดียวแต่นวดทั้งร่างกาย 2. เมนูความรู้เกี่ยวกับสรีระและอวัยวะ ในเมนูเป็นการบอกถึงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย หน้าที่ของอวัยวะนั้น ๆ รวมไปถึงตำแหน่งของอวัยวะนั้น ๆ ภายในร่างกาย โดยนำเสนอในรูปแบบของรูปภาพของสรีระโดยรวมแล้วใช้การชี้โยงเพื่อให้ทราบว่าอวัยวะใดอยู่ส่วนไหนของร่างกาย ซึ่งผู้นวดจำเป็นต้องทราบถึงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อเป็นความรู้พื้นฐานในการนวด 3. เมนูแบบทดสอบ เมนูนี้เป็นการรวบรวมข้อสอบเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาหรือผู้ใช้ ได้ทำการวัดผลความรู้ที่ได้เรียนรู้มาจากเมนูความรู้เกี่ยวกับการนวดและเมนูความรู้เกี่ยวกับสรีระและอวัยวะ

ภายในหุ่นจำลองทำการฝังไมโครชิพและสวิตซ์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ในการสอนเรื่องเส้นประธานทั้งสิบสำหรับผู้พิการทางสายตา ซึ่งหุ่นจำลองจะบอกชื่อจุดต่างๆ เมื่อผู้พิการทางสายตาทำการกดสวิตซ์ที่ตัวหุ่น โดยไมโครชิพจะประมวลผลจากสวิตซ์ที่ทำการกด โดยค่าที่ได้จะไปเปรียบเทียบกับค่าในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หากค่าที่ได้ตรงกันจะมีการออกเสียงตามจุดนั้น ๆ ของเส้นประธานทั้งสิบ โดยใช้โปรแกรม virtual studio ในการออกแบบ และใช้ภาษา C ในการเขียนโปรแกรม และขณะนี้กำลังจัดทำหุ่นการนวดไทยบำบัดเพื่อรักษาโรค และหุ่นเพื่อการนวดไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ มีลักษณะเช่นเดียวกับหุ่นการสอนเส้นประธานทั้งสิบ

ผลงานได้ทดสอบที่ศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอดธนบุรี โดยผู้อำนวยการศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอดธนบุรี ซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตาแบบลางเลือน ให้ข้อคิดเห็นในหุ่นจำลองต้นแบบ ซึ่งพอใจในผลงาน ขณะนี้กำลังจัดทำเครื่องช่วยเรียนรู้การนวดแผนไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา ทำให้เกิดการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้พิการทางสายตา ผู้ประดิษฐ์ได้จดสิทธิบัตรส่วนหุ่นจำลองอวัยวะคนเราที่ใช้สอนนวด และจดลิขสิทธิ์ในส่วนโปรแกรมแล้ว ส่วนลิขสิทธิ์ข้อมูลในหนังสือยังเป็นของต้นฉบับผู้ประพันธ์ การดำเนินการทั้งหมดของผู้ประดิษฐ์ผลงานนี้ เป็นไปภายใต้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่เป็นสถานศึกษาของรัฐ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นกำไร แต่เป็นการทำเพื่อบริการวิชาการแก่สังคม ซึ่งในที่นี้คือผู้พิการทางสายตาอันเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยฯ

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 0-2549-4994

Learning Tool for the Visually Disabled: RMUTT Student Invention

Third-year students from the Faculty of Science and Technology, Rajamangala University of Technology Thanyaburi, invented an apparatus specifically for the purpose of training the blind how to become professional masseurs. This cutting-edge apparatus received the second-place recognition in the “Social Contribution Award in Science” category and popular vote at the Brand’s GEN 6 competition.

Getting massaged by a blind masseur is not a new concept in Thailand. The Thailand Association for the Blind and Foundation for the Employment Promotion of the Blind have been encouraging the visually disabled to take up vocational training in massage techniques in order to gain employment and earn some income. The training apparatus was designed to replace a live instructor, by allowing the students to learn the techniques on their own in their private setting.

“At the World Blind Union event, I learned that the Thailand Association for the Blind and  Foundation for the Employment Promotion of the Blind were looking for ways to enable visually disabled people to teach themselves how to massage. So we designed a computer program that allowed them to review the massage techniques and practice on themselves. But that alone wasn’t very effective, so we created a tool to teach them about touch and sensation. Together, these proved to be an effective self-learning apparatus,” said Ajarn Jaturapit Krohkaew, one of the two advisors for the team, which was consisted of Kritsana Pokkawat, Natchanon Kamolto, Kamolchanok Adirekthanasan, Mantana Pansang, and Assoc. Prof. Dr. Suwarind Pattamaworakun, the other advisor.

The team’s representative, Kritsana, said that the apparatus has two parts. The first part is the computer software which can be installed on a personal computer and, through Google Translate, play an audio sound clip of the training instructions to the learner. The second part is a life-size mannequin, which allows the learner to practice the techniques.

“The software has three main menus, including the massage techniques, which has instructions on how to knead, touch, and apply pressure on various parts of the body; the anatomy of the human body which also explains the function of each organ; and the tests, for the purpose of evaluating the learner’s knowledge and skills, whether in the massage techniques or anatomy,” said Kritsana. He added that the software covers both therapeutic and health massages.

“We embedded a microchip inside the mannequin which allows it to communicate with the computer. In a lesson about the ten pressure points, when the learner applies pressure on one of the ten pressure points, the microchip will calculate a value and compare it to the stored value in the software. If the two values match, the computer will announce the name of that pressure point. We are writing up a similar software for the mannequin to teach how to massage for therapeutic and for health purposes,” he said.

The apparatus was tested on the president of the Thonburi Center for Learning and Teaching Demonstrations for the Blind and on a staff of Thailand Association for the Blind, both of whom were visually disabled and were satisfied with the results. At present, the team is applying for a patent on the mannequin and a copyright on the software.