ผ่านไปแล้วสองตอนกับบทสนทนาของ “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ”อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคนใหม่ โดยที่ผ่านมาได้พูดถึงเรื่องของแผนการดำเนินงานระยะสั้นที่ต้องสานต่อนโยบายอธิการบดีคนเก่า ประเดิมในเรื่องของการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงบัณฑิตที่จบออกไปต้องทำงานได้ และจะมีการพัฒนาสาขาวิชาที่เปิดการเรียนการสอนให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและตลาดอาเซียน

นอกจากนี้ยังจะทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข นักศึกษาจะมีความสุขและใช้เวลาในมหาวิทยาลัยมากขึ้น ทั้งนี้ จะทำห้อง Discuss Room เพื่อเป็นห้องไว้ให้เด็กใช้ประชุมหรืออภิปรายงานวิชาการกันและให้มีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คนต่อนักศึกษา30 คน เพื่อคอยให้คำปรึกษาทุกด้าน รวมถึงจัดทำสมุดความดีไว้คอยให้เด็กจดกิจกรรมที่ทำระหว่างที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัย และที่สำคัญยังจะมุ่งเน้นการบริหารการจัดการที่เป็นธรรมาภิบาล โดยจะให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเป็นกลไกในการทำงานร่วมกับอาจารย์ทุกคณะ

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวต่อไปว่า”เราจะมีการปรับปรุงมหาวิทยาลัย 3 อย่างคือ 1.ห้องเรียนในอาคารจะต้องถูกพัฒนายกระดับขึ้น โดยทุกคณะจะต้องมีความพร้อมทางด้านสื่อการเรียนการสอนครบถ้วน เช่น โปรเจ็กเตอร์ เครื่องเสียง เป็นต้น2.ทุกสาขาวิชาต้องมีแล็บพื้นฐานเพราะเราเป็นมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.เราต้องมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกให้เอื้อต่อการเรียนรู้เด็ก โดยจะจัดให้มีโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นักศึกษาได้นั่งทำงานหรือพูดคุยกันได้”

“เราอยากจะเห็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นที่หนึ่งของมทร.ทั้ง9 แห่ง พร้อมกับอยู่อันดับไม่เกิน 3 ของมหาวิทยาลัยที่เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงอยากจะเห็นมทร.ธัญบุรีอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยโลกไม่เกินอันดับ1,500 และสุดท้ายก็อยากให้มทร.ธัญบุรีอยู่ในการประเมิน สมศ.ในงานวิจัยและตีพิมพ์เกณฑ์ดีมาก”

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวถึงแผนรับมือ AEC ว่า “ผมต้องขอบคุณอธิการบดีคนเก่าที่ได้ปูพื้นฐานของความร่วมมือกับต่างประเทศไว้จำนวนมาก โดยเรามีการเซ็น MOU กับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 120 แห่ง เป็น MOU ที่สามารถเดินต่อหรือมีความสัมพันธ์ทางวิชาการประมาณ 50-60 แห่ง ซึ่งจากนี้เราต้องทำ MOU ไปสู่การปฏิบัติ เช่น การให้อาจารย์ทำวิจัยร่วมกัน การแลกเปลี่ยนอาจารย์ การแลกเปลี่ยนนักศึกษา รวมถึงการนำนักศึกษาส่วนหนึ่งไปทำงานในสถานประกอบการต่างประเทศ และแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนกัน โดยนักศึกษาสามารถนำหน่วยกิตมาโอนได้”

“เราจะขยายฐานเรื่องของการฝึกงานของนักศึกษากับสถานประกอบการต่างประเทศจากเดิมปีหนึ่งมีนักศึกษาฝึกงานต่างประเทศไม่เกิน 100 คน ต้องเพิ่มให้ได้ปีละ 300 คนขึ้นไป รวมถึงขยายฐานการทำวิจัยของอาจารย์ร่วมกับมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนในต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียนมากขึ้นจากเดิมปีละ 5-10 คนต้องเพิ่มเป็นปีละ 50 คน หรือ 100 คน”

“นอกจากนี้เราจะให้ทุกคณะมีหลักสูตรนานาชาติอย่างน้อย 1 หลักสูตร จนครบ 10 หลักสูตร พร้อมกับยกระดับหลักสูตรนานาชาติที่เป็นระดับปริญญาตรีให้เป็นปริญญาโทและปริญญาเอก ซึ่งเมื่อเปิดเออีซีทางมหาวิทยาลัยก็จะมีช่องทางการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติครบทั้งปริญญาตรี โท และเอกเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เข้ามาเรียนได้ ”

อธิการบดีมทร.ธัญบุรี ได้กล่าวถึงการเปิดหลักสูตรต่อเนื่องว่า “เมื่อก่อนเราเข้าใจผิดว่าทาง สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไม่ให้มหาวิทยาลัยเปิดในระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 2 ปี ที่รับเด็กจบปวส.มาเรียนต่อปริญญาตรี ซึ่งทำให้เราปิดหลักสูตรต่อเนื่องมาทำหลักสูตรปริญญาตรี4 ปี ที่รับนักเรียนที่จบม. 6 ดังนั้นเราคาดว่าจะเปิดหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี ในบางสาขาวิชาขึ้น เช่น สาขาวิศวกรรม”

ทั้งนี้ “รศ.ดร.ประเสริฐ” ได้กล่าวถึงสิ่งที่กังวลว่า “ผมมีสิ่งที่กังวลอยู่ 3 เรื่องคือ 1.ทำอย่างไรให้อาจารย์มือเปื้อน กล่าวคือ อาจารย์ต้องเข้าใจในระบบอุตสาหกรรมมากขึ้น 2.ทำอย่างไรให้งานวิจัยของอาจารย์เกิดประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมหรือ ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำไปใช้งานได้ นั่นก็คือ อาจารย์จะต้องทำงานเป็นงานวิจัยของอาจารย์ต้องตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม และ 3.อยากจะเห็นบัณฑิตจบไปแล้วเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานอาเซียน ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องมีกระบวนการเรียนการสอนใหม่ นอกเหนือจากวิชาการและภาษาแล้ว เด็กจะต้องมีสังคมในอาเซียนมากขึ้นนักศึกษากับครูต้องรู้จักวัฒนธรรมของประเทศในอาเซียน ซึ่งต้องผสมผสานในวัฒนธรรมที่ต่างกันได้”

เป็นอย่างไรบ้างกับบทสนทนาของ”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” คงจะเห็นภาพของ มทร.ธัญบุรีต่อจากนี้ไปแล้วว่าจะมีทิศทางใด อย่างไรก็ตาม หากน้องๆสนใจอยากจะเรียนต่อก็สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2549-4990-2 หรือ www.rmutt.ac.th

Newly Appointed University President Reveals Strategies for Future Development (Part 3)

 

Assoc. Prof. Dr. Prasert Pinpathomrat, newly appointed Rector of Rajamangala University of Technology Thanyaburi, revealed future directions for the university, based on the visions set by its late president, Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak. This is the last of a three-part series.

“The university has plans to upgrade its facilities in three areas. Firstly, each classroom will be well equipped with a projector, sound system, and other necessary teaching materials. Secondly, every class will have access to a basic laboratory. Thirdly, the environment outside the classroom will facilitate group learning. We will provide tables and chairs that allow for group work and meetings,” Dr. Prasert said.

The biggest ambition, he added, is to see all nine Rajamangala Universities of Technology reach higher than number three in the science and technology university ranking systems. In addition, the university aims toward one of the top 1,500 world universities as well as to be included into the research publication qualification of the Office for National Education Standards and Quality Assessment (ONESQA).

In terms of the realization of the ASEAN Community in 2015, Dr. Prasert expressed his appreciation for the works of the late president, Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak, who arranged for the MoU signing with more than 120 academic and research institutions around the world. “These MoUs allow us to form both academic and research collaborations with overseas institutions, such as joint-research, students exchange programs, visiting lecturers program, and credited internship-exchange program for the students,” Dr. Prasert said.

The plan for international collaborations extend to the academic offering, which will include adding 10 international programs all the way to the doctorate level in the future. “I would like to accomplish three tasks, as far as faculty and student development goes. Firstly, the faculty members must have a better understanding of the industrial production process. Secondly, faculty research should answer the needs of the industry in terms of application and commercialization. Thirdly, the quality of our graduates must meet the demand of the ASEAN jobs market,” he said.

For more information about enrollment or the university in general, call 02 549 4990-2

C-130907024131