ฉบับนี้เรากลับมาตามต่อบทสนทนาของ”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คนใหม่ซึ่งเมื่อฉบับที่แล้วท่านได้พูดถึงแผนเบื้องต้นหลังจากมารับไม้ต่อจากอธิการบดีคนเก่าโดยจะสานต่อนโยบายเดิม ในเรื่องของการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงบัณฑิตที่จบออกไปต้องทำงานได้นอกจากนี้ ยังจะพัฒนาสาขาวิชาที่เปิดการเรียนการสอนให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและตลาดอาเซียน

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนจะเริ่มจากพัฒนาอาจารย์ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้วยการส่งไปทำงานกับภาคอุตสาหกรรมและทำงานวิจัยด้วยการหยิบยกปัญหาในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงจะปรับเปลี่ยนระเบียบการจ้างให้ผู้ที่มีความรู้ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมมาเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแล้ว นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยฯ มีแผนจะปลูกฝังให้นักศึกษามีความรับผิดชอบ เป็นคนตรงต่อเวลา เป็นคนสู้งาน มีความคิด เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อบุคคลรอบข้างและสังคมด้วยการจัดทำสมุดบันทึกความดีไว้ให้ลงระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัย และจะเน้นสอนหรือให้นักศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้น

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวต่อไปว่า”ขบวนการสื่อของมหาวิทยาลัยต่อจากนี้ไปจะเป็นสื่อออนไลน์ที่จะให้นักศึกษาได้สืบค้นหาข้อมูลได้ ซึ่งนอกจากห้องสมุดแล้วยังมีเนื้อหาออนไลน์ที่มหาวิทยาลัยจัดซื้อหรืออาจารย์ที่ทำขึ้น

ซึ่งให้เด็กสามารถเรียนรู้เพื่อนำมาพัฒนาในการเรียนให้มากยิ่งขึ้นและต่อจากนี้จะให้อาจารย์ทุกคนทำงานวิจัยทุกปีปีละ 1 เรื่อง และ

อาจารย์ทุกคนต้องมีตำราที่เขียนด้วยตัวเองอย่างน้อย 1 เล่ม เพื่อที่จะพัฒนาอาจารย์ให้มีความสามารถในทางวิชาการ ผนวกกับเอื้อต่อการให้เด็กได้ศึกษาเรียนรู้”

“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีช่วง 8 ปีแรก เป็นช่วงที่อาจารย์

ของเราหาองค์ความรู้และช่วงที่รับนักวิชาการจากภายนอกเข้ามาสู่มหาวิทยาลัย แต่หลังจากนี้ไป 8 ปีน่าจะเป็นช่วงที่เรายกระดับงานวิจัยที่เป็นเฉพาะทางเฉพาะด้านหรืองานวิจัยที่จะเป็นเชิงพาณิชย์ และสิ่งหนึ่งที่เห็นคืออาจารย์จะเป็นผู้เริ่มประยุกต์เอาความรู้

ต่างๆ ไปเจาะลึกในเนื้อหาที่ทำวิจัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยของเรามีงานวิจัยมากขึ้น”

“หลังจากที่เราได้พัฒนาอาจารย์และนักศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราจะพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข กล่าวคือเด็กจะต้องมีความสุขกับการที่อยู่ในมหาวิทยาลัยพร้อมกับใช้เวลาอยู่ในมหาวิทยาลัยมากขึ้น นอกห้องเรียนจะมีห้องไว้ให้เด็กได้มาประชุมหรืออภิปรายในงานวิชาการกัน โดยทุกคณะจะต้องมีห้อง Discuss Room รวมถึงภายในห้องสมุดจะเพิ่มจำนวนห้อง Discuss Room ด้วย”

“รศ.ดร.ประเสริฐ”กล่าวถึงอาจารย์ที่ปรึกษาว่า”ตอนนี้มหาวิทยาลัยได้มีการฝึกอบรมอาจารย์ที่ปรึกษาใหม่ให้มีความรู้เชิงจิตวิทยา โดยเราจะใช้กลไกของอาจารย์ที่ปรึกษาในการที่จะช่วยเหลือเด็กนอกจากจะเรื่องเรียนหรือความรู้ทางวิชาการแล้วยัง

จะคอยเป็นที่ปรึกษาในช่วงที่มีปัญหาต่างๆเช่น ปัญหาการเรียน ปัญหาครอบครัวเป็นต้น ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาจะคอยให้คำปรึกษาเพื่อจะลดจำนวนเด็กที่ต้องลาออกหรือถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยให้น้อยลง โดยอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คนต่อนักศึกษา 30 คนในทุกสาขาทุกคณะ”

“เราจะให้ความสำคัญกับฝ่ายสนับสนุน หรือพนักงานมหาวิทยาลัยที่เป็นฝ่ายสนับสนุนด้วย ซึ่งเราจะเข้มงวดกับการพัฒนาบุคลากรฝ่ายนี้เพื่อให้มีความเจริญเติบโตในสายสนับสนุนและมีความมั่นคง รวมถึงถ้าโอกาสในอนาคตพนักงานต้องเรียนจบปริญญาโทหรือปริญญาเอก เพื่อเวลาที่ฝ่ายสนับสนุนต้องการจะเปลี่ยนสายมาเป็นอาจารย์ได้

กล่าวโดยสรุป เราจะพัฒนาบุคลากรรอบด้าน ทั้งผู้สอน ฝ่ายสนับสนุน และนักศึกษา”

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวว่า “เราจะมุ่งเน้นการบริหารการจัดการที่เป็นธรรมาธิบาล โดยการบริหารของกลุ่มอธิการบดี หรือรองอธิการ จะต้องจับมือกับสภามหาวิทยาลัยเพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายที่อธิการบดีคนใหม่ได้เสนอวิสัยทัศน์ไปกับสภามหาวิทยาลัยประชาคมอาจารย์และนักศึกษาในการขับเคลื่อนนโยบายใหม่ ซึ่งเราจะนำนโยบายลงสู่ระดับล่างโดยผู้บริหารตั้งแต่อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี จะเป็นกลไกต่อการทำงานร่วมกับอาจารย์ทุกคณะ กล่าวคือ ผู้บริหารจะไม่ได้มอบนโยบายเพียงอย่างเดียวแต่จะลงไปปฏิบัติกับคณะและฝ่ายสนับสนุนด้วยเพื่อจะผลักดันงานให้เกิดขึ้น”

น่าเสียดาย กำลังเข้มข้นอยู่พอดี แต่พื้นที่มีจำกัดเลยต้องจบการสนทนาไว้เท่านี้ก่อน อย่างไรก็ตาม คอยติดตามการสนทนาของ “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ได้ในฉบับหน้ารับรองว่าเนื้อหายังคงเข้มข้นและน่าสนใจเหมือนเช่นเคยแน่นอน แล้วพบกัน…

Newly Appointed University President Reveals

Strategies for Future Development (Part 2)

Assoc. Prof. Dr. Prasert Pinpathomrat, newly appointed Rector of Rajamangala University of Technology Thanyaburi, revealed future directions for the university, based on the visions set by its late president, Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak. This is the second of a three-part series.

“Academic resources is another major area of improvement. The university will increase its collection of online resources, both created by our faculty members and acquired from outside sources, so that our students can improve their learning. At the same time, the faculty members will be required to write at least one research paper and one textbook each year. This is both for their own development and for the students’,” Dr. Prasert said.

He added that the first 8 years after being bestowed the “university” status was a period when the faculty members themselves underwent a search of knowledge, by working directly with guest lecturers who were the experts in various fields and industries. For the next 8 years, the university plans to raise the bar on research so that it is more specialized as well as can move toward commercialization. “What we can see now is that our faculty members have begun to apply their knowledge into their research projects. The result is we have an increasing number of specialized research studies,” Dr. Prasert said.

On a different note, the university also pays attention to the students’ life by facilitating socialization and group learning. “The university aims to increase the students’ quality of life so that they feel happy to be here. We have built many ‘discussion rooms’ within each department as well as the library. In addition, we train our university counselors to have knowledge in psychology, so that they can provide counseling in areas other than academic difficulty, such as family problems and learning difficulties. We will have one counselor per every 30 students in every department,” he added.

Lastly, other support services and staff will be given opportunities for career growth. Staff members who have completed a master’s degree or a Ph.D. will have a chance to apply to become university lecturers. “We adhere to the principles of good governance and promote collaborations across all levels in the hierarchy. Students will have a chance to meet with the university president, vice president, and assistants to president as well as the faculty committee through their own committee,” said Dr. Prasert. The management will work alongside every level in the support team.

 

 


C-130904024084