“มทร.ธัญบุรี และ ม.แห่งชาติไทเป ลงสนามความร่วมมือด้านวิชาการแลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงงานวิจัยมาตลอดระยะเวลา 2 ปี ขณะนี้ได้ร่วมมือพัฒนาวิจัยเรื่องรถไฟฟ้า และทางม.แห่งชาติไทเป มอบทุนให้อาจารย์ มทร.ธัญบุรี 1 ทุน มาศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ไต้หวันในเดือนกันยายนนี้ และให้ทุนระดับปริญญาโท เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้น เน้นความร่วมมือกันมากขึ้น เน้นความร่วมมือด้านสหกิจศึกษา ส่วน ม.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งไต้หวัน แม้ยังไม่มีความร่วมมือเกิดขึ้น แต่จากการพูดคุยก็มีความสนใจที่จะเชื่อมต่อความสัมพันธ์ทั้งด้านการวิชการ การแลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์แลงานวิจัยร่วมกัน” ดร.ไพบูลย์ ใสยาวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการคณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี กล่าว

ล่าสุด ดร.ไพบูลย์ เป็นหัวหน้าคณะเดินทางพานักศึกษาในโครงการเพชรราชมงคลธัญบุรี จำนวน 37 คน เดินทางไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติไทเป และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งไต้หวัน ประเทศไต้หวัน วันที่ 17-21 สิงหาคม พร้อมด้วย ดร.วิสิทธิ์ส ล้อธรรมจักร ผู้ช่วยอธิการบดี และผศ.สมพงษ์ อังศุภโชติ ผู้อำนวยการกกองพัฒนานักศึกษา หัวหน้าโครงการเพชรราชมงคล ไปศึกษาดูงาน ด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง “มทร.ธัญบุรี” มีความสัมพันธ์อันดีกับมหาวิทยาลัยใจไต้หวันประมาณ 5 แห่ง

ดร.ไพบูลย์ กล่าวว่า สิ่งที่มหาวิทยาลัยพยายามเชื่อมความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนทั้งความรู้ด้านงานวิจัยข้ามชาสติ เกิดการเรียนรู้เขาและเขาก็เรียนรู้เรา นักศึกษาเองก็ได้มีโอกาสไปเรียนรู้ในต่างประเทศ เรียนรู้พหุวัฒนธรรม ยกระดับความเป็นสากลให้ตัวของนักศึกษาเองและมหาวิทยาลัย ซึ่งโครงการเพชรราชมงคลธัญบุรี ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 โดยเริ่มแรกทั้ง 9 มทร.ได้ร่วมกันคัดเลือกนักศึกษาที่มีความโดดเด่นกิจกรรม วิชาการ และภาษาเข้าร่วมโครงการ ต่อมาปี 2550 ทั้ง 9 มทร. แยกเป็นมหาวิทยาลัย มทร.ธัญบุรี ยังดำเนินการโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง

ดร.ไพบูลย์ เสริม ว่า มหาวิทยาลัยไม่สามารถอยู่ได้เพียงลำพังโดยที่ไม่มีเครือข่าย จึงอยากให้หน่วยงานส่วนกลางภายในสถาบันการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มศักยภาพของนักศึกษา ประสานในส่วนของสถานทูต หรือสถานกงสุลในเรื่องต่างๆ อาทิ ขยายระยะเวลาในการขอวีซ่า การที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาออกไปยังต่างประเทศ นอกจากเป็นการเปิดโลกทัศน์ มุมมองความคิด และเพิ่มพูนประสบการณ์รวมถึงสร้างปฏิสัมพันธ์ เครือข่ายให้แก่นักศึกษาแล้ว ยังเป็นการสร้างความตื่นตัวในการพัฒนาตัวเองของนักศึกษา ไม่ว่าจะทัศนคติ และภาษา

“น้องอั้น” ปิยะพันธ์ วงมา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศ ประธานกลุ่มโครงการเพชรราชมงคล เล่าว่า ทำให้ได้เห็นถึงความคิด ทัศนคติ การใช้ชีวิตของนักศึกษาไต้หวันที่แตกต่างจากนักศึกษาไทยในเรื่องการมีระเบียบวินัย แนวคิดทางการเรียนที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะเรียนเพื่ออะไร แต่นักศึกษาไทยไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร เรียนแล้วจะเอาไปทำอะไร ไม่มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต อีกทั้งยังได้มุมมองในการนำไปใช้ในอาชีพ ซึ่งไต้หวันมีการวางระบบที่ดี เช่น เรื่องการชำระเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพียงเขาใช้การ์ดใบเดียวก็สามารถทำได้ทุกอย่าง เป็นต้น

ขณะที่ ผศ.สมพงษ์ อังศุภโชติ หัวหน้าโครงการเพชรราชมงคล บอกว่า โครงการนี้ช่วยปรับมุมมองทัศนคติของนักศึกษาที่ได้มาสัมผัสว่าเราไม่ใช่ผู้นำในโลก เราเป็นเพียงคนเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น ถ้าเราไม่คิดพัฒนาตัวเองขวนขวายในการก้าวไปข้างหน้า เราอาจจะอยู่อย่างยากลำบากในโลกใบนี้ จึงอยากให้มหาวิทยาลัยมีการเชื่อความสัมพันธ์ในโลกใบนี้ จึงอยากให้มหาวิทยาลัยมีการเชื่อมความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นการพัฒนามหาวิทยาลัยแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มาเรียนรู้อะไรมากมายในต่างประเทศ

นักศึกษาที่ได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ขอให้ใช้โอกาสที่ได้รับเติมเต็มประสบการณ์ เก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองและประเทศชาติในอนาคต

ชุลีพร อร่ามเนตร

C-130901014032

C-130901036000