ทีมข่าวการศึกษาสยามธุรกิจได้ข่าวมาจากทีมประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเกี่ยวกับทางมหาวิทยาลัยได้มีการสรรหาอธิการบดีคนใหม่และได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นผู้ที่รู้จักดีนั่นก็คือ”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ทางทีมงานฯ ก็ไม่รอช้ายกหูโทรศัพท์ไปเพื่อขอนัดหมายสัมภาษณ์ทันที ซึ่งก็ได้รับการตอบรับ

เมื่อวันเวลาที่นัดไว้มาถึงทางทีมงานก็ได้เดินทางไปถึง ณ ห้องรับรอง ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธัญบุรี ซึ่งเป็นคณะที่ท่านดำรงตำแหน่งคณบดีอยู่ก่อนที่จะมารับตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรีซึ่งทางทีมงานฯ ตื่นเต้นมากที่จะได้พบและพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับอธิการบดีคนใหม่แกะกล่อง นั่งรออยู่ไม่นาน”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับหน้าตาที่ยิ้มแย้มอิ่มเอิบไปด้วยราศี พร้อมกับกล่าวทักทายทีมงานฯ โดยไม่ทันตั้งตัวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและไพเราะ

การสนทนาเริ่มขึ้นหลังจากอธิการบดีนั่งพักหายเหนื่อยแล้ว โดย “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ได้เริ่มเล่าให้ฟังว่า”แผนนโยบายของตนนั้น ต้องใช้คำว่าสานงานต่อจาก รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีคนเก่า ซึ่งในนโยบายหลักคือจะผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็จะทำให้บัณฑิตของเราทำงานได้ นอกจากนี้ก็จะพัฒนาสาขาที่จะเปิดการเรียนการสอนสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและอาเซียน และต้องให้นักศึกษาเก่งเรื่องของภาษา”

“การขับเคลื่อนของมทร.ธัญบุรีต่อจากนี้ไปอีก 4 ปี ก็จะเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งอาจารย์ต้องผ่านการฝึกงานจากสถานประกอบการ โดยการฝึกงานของอาจารย์จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 ให้อาจารย์เข้าไปฝึกงานในสถานประกอบ2-3 อาทิตย์ แล้วกลับมาสอนหนังสือ,ระดับที่ 2 อาจารย์เข้าไปฝังตัวในภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศหรืออาเซียนเป็นเวลา 1 เดือน และระดับที่ 3 ให้อาจารย์พักการเรียนการสอนเป็นเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อทำผลงานวิชาการ หรือไปฝึกงานในภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ที่ได้ในการไปฝึกงานในสถานประกอบการมาสอนให้กับนักศึกษา นอกจากนี้เราจะมุ่งเน้นผู้มีความรู้จากสถานประกอบการมาเป็นครู กล่าวคือเราจะขอปรับเปลี่ยนระเบียบการจ้างหรือเทียบโอน ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมมาเป็นครูเพื่อให้มีประสบการณ์มาสอนเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กได้เข้าใจและเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติ”

“เราจะมุ่งเน้นงานวิจัยของครูเฉพาะทางหรือเชิงลึกที่จะตอบโจทย์ปัญหาของภาคอุตสาหกรรม แล้วงานวิจัยต่อจากนี้ไปของครูต้องนำปัญหาของภาคอุตสาหกรรมมาทำงานวิจัย และต้องต่อยอดไปในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย นั่นก็คืองานวิจัยของครูต้องนำไปใช้งานจริงได้ รวมถึงโปรเจกต์นักศึกษาต้องนำมาจากปัญหาของภาคอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งจากการที่อาจารย์ไปฝังตัวในภาคอุตสาหกรรมก็จะเจอปัญหาต่างๆ แล้วนำปัญหานั้นๆ มาให้นักศึกษาทำเป็นโปรเจกต์ย่อยๆ และเมื่อมารวมก็จะเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหญ่ที่สามารถใช้งานในภาคอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ โปรเจกต์ของนักศึกษาต่อนี้ไปจะไม่ใช่โปรเจกต์ทางเดียว แต่จะนำหลายๆ ศาสตร์มารวมเป็นโปรเจกต์”

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวต่อไปอีกว่า”เราจะมุ่งพัฒนาเด็กไม่ให้เก่งเฉพาะทางวิชาการแต่เรามุ่งพัฒนาเด็กด้านทักษะพูดง่ายๆ ว่า นอกจากบัณฑิตเราจะมีงาน

วิชาการและเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติแล้วเราจะฝึกอบรมให้เด็กของเรามีความรับผิดชอบ เป็นคนตรงต่อเวลา เป็นคนสู้งานมีความคิดเอื้อเฟื้อต่อบุคคลรอบข้างและสังคม นั่นก็คือ เราจะพัฒนาอีกด้านหนึ่งของเด็กด้วยนอกจากงานวิชาการ ซึ่งเราอยากเห็นบัณฑิตของเราสมบูรณ์ทั้งงานวิชาการและความรับผิดชอบ ทั้งนี้เราจะให้เด็กมีสมุดบันทึกความดีที่อยู่กับมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นสมุดบันทึกกิจกรรมนักเรียนที่จะไว้บันทึกว่าเด็กเข้าชมรมอะไรได้รางวัลอะไร เด็กได้ฝึกอบรมอะไรในระหว่างเรียนอยู่กับเราตลอดเวลา 4 ปีเพื่อเป็นสิ่งหนึ่งหลังจากจบออกไปแล้วเวลาไปสมัครงานสถานประกอบการจะนำไปดูประกอบการพิจารณาได้นอกจากความคิดแล้วต้องดูสมุดบันทึกกิจกรรมของนักศึกษา ซึ่งผมเชื่อว่าสมุดบันทึกความดีเล่มนี้จะเอื้อให้กับเด็กมีงานทำหลังจากจบและจะทำให้เด็กสนใจเข้าชมรมหรือทำกิจกรรมระหว่างเรียนมากขึ้น เราจะฝึกอบรมในสาขาต่างๆ เมื่อเด็กเข้าไปอบรมก็จะได้ลงในสมุดบันทึก อย่างไรก็ตามเราอยากจะเห็นเด็กทำกิจกรรมกับสังคมมากขึ้น”

“จากนี้ไปมทร.ธัญบุรีจะมีการพัฒนาบุคลากร อาจารย์ และนักศึกษาและอีกส่วนหนึ่งจะปฏิรูปการเรียนการสอนกล่าวคือเด็กในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่จะฟังครูสอนอย่างเดียว แต่ครูจะใช้ประสบการณ์จากงานวิจัย วิชาการมาถ่ายทอดในองค์รวมแล้วก็จะใช้ทักษะประสบการณ์ครูมาสอนมากกว่ามาพูดหน้าชั้นเรียนเพียงอย่างเดียวและจะเปลี่ยนการเรียนรู้เด็กจะมีสื่อหรือเอกสารเป็นอีบุ๊กหรืออีเลิร์นนิ่งให้เด็กได้เรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้นเด็กจะทำชิ้นงานมาส่งครูแต่ใช้เวลานอกห้องเรียน เด็กจะใช้เวลานอกห้องเรียนในการหาความรู้มากกว่าในห้องเรียนและครูจะใช้การสอนในห้องเรียนไม่มากแต่จะให้เด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้นก็จะเป็นส่วนหนึ่ง เราจะสอนให้น้อยแต่ให้เด็กเกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้มากยิ่งขึ้น”

น่าเสียดายการสนทนากับ “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ”กำลังเข้มข้นเลยทีเดียวแต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด อย่างไรก็ตาม คอยติดตามอ่านต่อฉบับหน้าแล้วกันรับรองว่าเนื้อหายังคงเข้มข้นเหมือนเดิมแน่นอนแล้วพบกัน

Newly Appointed University President Reveals Strategies for Future Development (Part 1)

 

Newly Appointed University President Reveals

Strategies for Future Development (Part 1)

Assoc. Prof. Dr. Prasert Pinpathomrat, newly appointed Rector of Rajamangala University of Technology Thanyaburi, revealed future directions for the university, based on the visions set by its late president, Assoc. Prof. Dr. Numyoot Songthanapitak. This is the first of a three-part series.

“The main policy is to produce skilled graduates in the areas of science and technology, in addition to opening new academic programs that answer the needs of ASEAN’s jobs market and equipping our students with foreign language skills,” said Dr. Prasert.

“For the next four years, we will raise the bar on quality by beginning with our faculty and staff members, who will be required to collect their work experience in organizations through an internship program,” he added.

There will be three levels of practical training. Level one, the faculty members will undergo a 2-3 week internship before going back to classroom teaching. Level two, the faculty members will be dispatched to work in the industrial sector overseas or within ASEAN for one month. Level three, the faculty members will be permitted to take a 6-month or 1-year leave, for the purpose of research or internship in the industrial sector, then they will go back to teaching and pass on their new experience and knowledge to the students.

“Moreover, we will focus on inviting industry experts, entrepreneurs, or specialists to teach. These people have garnered a lot of practical experience throughout their careers, which is an invaluable asset that they will pass on to our students and also train them to be practical as well as action-oriented graduates,” Dr. Prasert said.

In terms of research, the university will encourage faculty members to choose topics that will answer the needs of the industry as well as can be developed further into commercial products or processes. This also extends to students’ projects, which will answer the industry needs, whether as stand-alone projects or as mini-projects developed by a multi-disciplinary team of student researchers that can be combined into a large-scale invention.

“We will emphasize skills-based learning more than pure academic knowledge. This includes instilling various work disciplines, such as punctuality, sense of responsibility, and generosity. Each student will keep a diary that details their extra-curricula activities, awards, and training throughout their four years of undergraduate study, so that they have a record of their skills development as well as have motivation to work on the areas that they think they would like to pursue,” said Dr. Prasert.

Lastly, in the near future, learning at Rajamangala University of Technology Thanyaburi will extend beyond the classroom and will be more interactive, with the help of online technologies, such

 

 

C-130831024104