ฆ้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวไทยมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแหล่งผลิตฆ้องที่สำคัญของไทยในปัจจุบันอยู่ที่บ้านทรายมูล ตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยฆ้องที่ทำการผลิตมีมากมายหลายชนิดและหลายขนาด ส่วนใหญ่จะเป็นฆ้องขนาดใหญ่ที่ใช้ในงานพิธีต่างๆ ต่อมาได้มีการต่อยอดธุรกิจโดยการผลิตฆ้องขนาดเล็กขึ้นจากเศษวัสดุที่เหลือจากการผลิตฆ้องขนาดใหญ่ เพื่อจำหน่ายเป็นของที่ระลึกหรือของชำร่วย เช่น พวงกุญแจรูปฆ้อง หรือเป็นของฝากประจำจังหวัดอุบลราชธานี

จากสอบถามจาก นายบุญรักษ์ สีชนะ ผู้นำแนวคิดใหม่มาต่อยอดธุรกิจนี้ พบว่ากำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เนื่องจากนายบุญรักษ์ เพิ่งจะเริ่มทดลองการผลิต จึงนำอุปกรณ์ของเหลือใช้ หรือหาซื้อจากร้านของเก่า มาทดลองสร้างเครื่องโดยใช้กระบอกไฮดรอลิกกับปั๊มแบบคันโยกทำให้การผลิตทำได้ช้า ได้ผลผลิตน้อย ส่งผลให้สูญเสียโอกาสการจำหน่ายไปอย่างมากมาย ประกอบกับขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบแม่พิมพ์ จึงได้แม่พิมพ์ที่ไม่มีคุณภาพ เกิดการสึกหรออย่างรวดเร็ว ฆ้องเล็กชิ้นงานที่ผลิตขึ้นมีขนาดไม่เท่ากัน ส่งผลให้ชิ้นงานที่ผลิตไม่ได้คุณภาพ

จากปัญหาดังกล่าว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 (หลักสูตรต่อเนื่อง) ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประกอบด้วย “ต้อม” นายอมรเทพ มโนสา “วัฒน์” นายสุวัฒน์ ทับทิมทอง “พี” นายพีรภัทร เต็งวิเศษ “ป๊อบ” นายสรายุทธ อาจน้อย และ “ฐาน” นายธนรัตน์ ดีมาก จึงได้คิด “เครื่องปั้มระบบไฮดรอลิกพร้อมแม่พิมพ์แบบผสมสำหรับปั้มขึ้นรูปฆ้องเล็กต้นแบบ” ขึ้นมา โดยมี ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการพัฒนาประดิษฐกรรมเพื่อชนบท สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

ป๊อบ ตัวแทนเจ้าของผลงาน เล่าว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นทีมงานมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีการผลิตที่ใช้กันในภาคอุตสาหกรรมที่ได้ศึกษามา นำมาถ่ายทอดไปสู่ชุมชน ซึ่งมีส่วนประกอบหลักอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน คือ การออกแบบและการสร้างแม่พิมพ์ปั๊มขึ้นรูปแบบผสมคือสามารถตัดและปั๊มขึ้นรูปฆ้องเล็กได้ในขั้นตอนเดียว และเครื่องปั้มระบบไฮดรอลิกที่ควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มีแรงดันสูงสุด 5 ตัน สามารถปั๊มวัสดุแผ่นทองเหลือง และวัสดุแผ่นเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ ที่มีความหนาตั้งแต่ 0.5 – 1 มิลลิเมตร และสามารถปั๊มขึ้นรูปฆ้องเล็กที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงานภายในหลังขึ้นรูปโตเท่ากับ 25.00 ± 0.5 มิลลิเมตร และมีความลึกเท่ากับ 8.00 ± 0.5 มิลลิเมตร ใช้คนควบคุมการทำงานเพียงคนเดียวและสามารถทำการผลิตได้ที่ 20 ชิ้นต่อนาที

โดยชิ้นงานที่ผลิตได้จากเครื่องมีรูปร่างสวยงาม นอกจากนี้ยังลดเวลาการเตรียมชิ้นงาน ก่อนจะนำมาลงสีและลวดลายหัตถกรรมด้วยคนเพื่อยังคงภูมิปัญญาชาวบ้านแบบดั้งเดิม มีเสน่ห์ดึงดูดใจด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมของไทย นอกจากนั้นโครงการนี้ยังสามารถนำวัสดุที่เหลือจากการทำฆ้องตัวใหญ่มาทำการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้นได้อีกด้วย จากเดิมที่ผลิตฆ้องเล็กเพื่อทำเป็นพวงกุญแจ ขายเป็นสินค้าที่ระลึก และของชำร่วยในงานแต่งงาน สามารถขายได้ชิ้นละ 6-8 บาท แต่ปัจจุบันขายชิ้นละ 15 บาท สำหรับฆ้องที่ทำจากวัสดุทองเหลือง ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ โดยเป็นผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวในประเทศ สร้างรายได้กว่าห้าหมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งต้นทุนในการผลิตเครื่องนี้อยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท (รวมราคาเครื่องและแม่พิมพ์) ปัจจุบันมียอดจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 3,000 ชิ้นต่อเดือน โดยมีระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 2.5 ปี เครื่องดังกล่าวสามารถขึ้นรูปต่างๆ ได้ ถ้าหากมีการเปลี่ยนแม่พิมพ์ เช่น รูปหัวใจ

นอกจากนี้ เครื่องปั้มระบบไฮดรอลิกพร้อมแม่พิมพ์แบบผสมสำหรับปั้มขึ้นรูปฆ้องเล็กต้นแบบ ยังได้รับรางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาปัตยกรรมและหัตถกรรม โครงการอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะงานวิจัยและการประกวดงานวิจัยของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี อีกด้วย ผู้สนใจเครื่องปั้มระบบไฮดรอลิกพร้อมแม่พิมพ์แบบผสมสำหรับปั้มขึ้นรูปฆ้องเล็กต้นแบบ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เบอร์โทรศัพท์ 02-549-3440 หรือ ทาง www.rmutt.ac.th

 

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 0-2549-4994

Thai culture is familiar with the use of metal gongs for ceremonial and musical purposes. One of the main production centers for metal gongs is located in Ban Sai Moon, Pibulmangsaharn District, Ubol Ratchathani Province. Most of the metal gongs produced here were large ceremonial gongs, before Boonyarak Si-Chana came across an idea of fashioning small souvenir gongs out of leftover metal scraps.

The popularity of souvenir gongs caused the demand to skyrocket, and production was not fast enough to meet this surge in demand. In an attempt to accelerate the production, Boonyarak put together a manual hydraulic press from used parts; but it was still not producing the gongs fast enough to meet the market demand.

From this problem, a team of five third-year industrial engineering students designed a prototype machine which employs an automatic hydraulic pump to shape metal and brass sheets into the final product. This project was funded by Office of the Permanent Secretary, Ministry of Science and Technology.

“The prototype has two main parts: the molding press and the hydraulic motor. Together, the machine can produce small gongs, with the size 25.00±0.5mm wide and 8.00 ± 0.5mm deep, at the rate of 20 pieces per minute,” said Sarayoot Arj-noi, the team’s representative.

The molded gong have consistent quality and are ready to be hand-painted and sold as souvenirs, wedding favors, and keychains. With machine production, the per-piece value has increased from 6-8 baht to 15 baht, for the brass gongs. The machine’s cost of production amounts to 200,000 baht, and monthly revenue amounts to 3,000 baht. The estimated pay back period is 2.5 years.

For more information, contact Dr. Kulachart Julapetch at the Department of Industrial