“เพื่อให้เด็กในชุมชนได้รับการดูแลมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีการพัฒนาด้านจิตใจและร่างกาย และให้นักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมและสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม” เสียงบอกเล่าของ “โต้ง” นายศิริพงษ์ นามแป้น นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ ประธานโครงการบริหารปันน้ำใจสู่น้อง

นางสาวณภัทร ฉลาดเลิศกุล หรือ พี่มล ประธานชมรมเรารักษ์ถิ่นบัวหลวงปทุมธานี ผู้ดูแลเด็กชุมชนบ้านละคร เล่าว่า จากสภาพปัญหาไม่ว่าในเรื่องของฐานะทางครอบครัว ชุมชนแออัด เดิมในชุมชนเล่นละคร ซึ่งปัจจุบันยังมีบ้างครอบครัวที่ยึดอาชีพละครชาตรี โดยส่วนใหญ่จะยึดอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ บางครอบครัวมีลูก 10 คน ซึ่งบางคนไม่ได้รับการศึกษา บางครอบครัวไม่มีเวลาให้ลูก เด็กส่วนใหญ่ในชุมชนจึงประสบปัญหาสภาวะเครียด มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ เมื่อสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจลงมาทำกิจกรรมให้เด็ก ให้โอกาสกับเด็ก “มือน้อยๆ มือหนึ่งที่สามารถเข้ามาดูแลกันได้” โอกาสที่เด็กในชุมชนบ้านละครได้ ทำให้พวกเด็กรับรู้ว่า โอกาสจากสังคมมีเสมอ เพียงทุกคนเป็นคนดี

โต้ง เล่าว่า ฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ นักศึกษาในปัจจุบันได้รับความรู้ทางวิชาการตามสาขาที่ตนเองเรียนมา มีความรู้ทางด้านวิชาการแล้ว นักศึกษาส่วนใหญ่ ยังขาดประสบการณ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปประกอบอาชีพ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการดูแลสังคม จากความสำคัญดังกล่าว สโมสรนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ ประกอบกับชุมชนบ้านละครมีเด็กที่ขาดโอกาส เนื่องจากผู้ปกครองมีฐานะยากจน สโมสรคณะบริหารธุรกิจจึงได้รับอาสาสมัครทุกชั้นปีทุกสาขาวิชา ประมาณ 70 คน เข้าร่วมกิจกรรม สอนหนังสือ สันทนาการ พัฒนาชุมชน โดยจะลงพื้นที่ อาทิตย์ละ 1 วัน ประมาณ 2 เดือน นอกจากประสบการณ์ดูแลรับผิดชอบต่อสังคมที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยฯ ชุมชนบ้านละคร ต.คลองหก อ.ธัญบุรี ได้รับการพัฒนาด้านสุขภาพอนามัย ด้านการศึกษานอกห้องเรียน และด้านต่างๆ

“เพียว” นางสาวดวงกมล มีศิลป์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการจัดการ เล่าว่า เข้าร่วมโครงการกับสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจหลายโครงการ ไม่ว่าจะออกสร้างฝาย จ.อุทัยธานี สร้างสนามฟุตซอลและกำแพงโรงเรียน

จ.เลย สำหรับโครงการที่ชุมชนบ้านละคร เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี ได้เติมเต็มในสิ่งที่น้องๆ ขาด ซึ่งส่วนที่เติมเต็มเป็นสิ่งที่ได้รับมา จากอาจารย์จากพ่อแม่ นำไปแบ่งปันให้น้องๆ

หนุ่มน้อยตัวแทนจากชุมชนบ้านละคร “เฉาก๋วย” เด็กชายอนุชา สายทอง อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 โรงเรียนวัดนาบุญ เล่าว่า ทุกครั้งที่พวกพี่มา จะมาทุกครั้ง พวกพี่ชวนทำกิจกรรมสนุก สอนหนังสือภาษาอังกฤษ ชวนแตะฟุตบอล พี่ทุกคนใจดี “ผมไม่ชอบไปโรงเรียน ผมอยากได้รองเท้านักเรียนคู่ใหม่” อยากให้พี่ๆ มาเล่นฟุตบอลด้วยทุกวัน ขอบคุณพวกพี่ที่มาสอนพวกเรา ไม่อยากให้พวกพี่ๆ กลับ อยากให้มาทุกวัน

นอกจากประสบการณ์ที่นักศึกษาสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจได้รับจากโครงการดังกล่าวแล้ว สิ่งที่พวกเขาทุกคนจะไม่มีวันลืม “การให้โอกาส” ซึ่งถือว่าเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้มอบโอกาสให้กับน้องๆ ซึ่งพวกเขามีโอกาสมากกว่าน้องๆ กลุ่มนี้

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 02-549-4994

Students-initiated community service project reaches out to local families

 

Students from Rajamangala University of Technology Thanyaburi’s department of community development and services are combining their classroom knowledge with social responsibility initiatives in order to help improve the quality of life in local communities. The Baan Lakorn Community Project reaches out to impoverished families in the area surrounding the university and offer assistance in education, leisure, and community development activities.

“As students, we feel that classroom knowledge is not enough to prepare us to be responsible citizens. What we also need to develop is the idea of social responsibility, and this is why we formed a student’s club as a platform for promoting various acts of kindness in our local community,” said Siripong Nampaen, the project’s president and third-year student majoring in economics. The club is part of the extra-curricula activity organized by students studying in the Faculty of Business Administration. With approximately 70 volunteers from all academic year, the club dispatches a team of volunteers each week to help local families living in nearby Baan Lakorn Community with their children’s education, leisure activities, self-care, and other related areas.

“The community is consisted of families whose living standards are considered to be below average,” said Napat Chalatlertsakul, Baan Lakorn Community’s coordinator. “Most families live on daily subsistence, from their classical Thai-style stage performances. Some families have 10 children, and the parents don’t have the means to raise, feed, or offer education to their children.

“The biggest problem we find in these children is stress-related and overall low quality of life. With the help offered by these volunteers, the children can feel that there’s still hope to be cared for and to living a good life,” she added.

Duankamon Meesilp, a volunteer and third-year student majoring in management, said that she has participated in many activities with the club. This is another project that has allowed her to help fulfill what other children still need, which is a very valuable experience for her.

From Baan Lakorn Community, Anusa Saitong, 11, said that he enjoys kicking ball and studying English with the volunteers. “All of them are kind, and I want them to visit me