รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามหอดูดวงอาทิตย์ให้กับมหาวิทยาลัยว่า ”หอสุริยทัศน์ราชมงคล” และทรงพระราชทานความหมายว่า “หอเป็นที่ดูดวงอาทิตย์อันเป็นศรีมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ซึ่งหอดูดาวนี้เป็นหอดูดาวคู่กับหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติโรงเรียนวังไกลกังวล ใช้งบประมาณในการออกแบบและสร้างทั้ง 2 หอเป็นเงิน 12 ล้านบาท โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ

สำหรับหอสุริยทัศน์ราชมงคลแห่งนี้ ได้มีการพัฒนาศักยภาพของกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ ที่สุดที่สร้างขึ้นในประเทศไทย มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 600 มม. ชื่อว่ากล้อง “ROTAR I” ซึ่งมทร.ธัญบุรีได้จัดสร้างขึ้น เพื่อใช้ในหอดูดาว และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ให้เป็นหอสังเกตุการณ์สุริยะแห่งแรกของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้ในการศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากดวงอาทิตย์จากกิจกรรมต่างๆ ในบรรยากาศของดวงอาทิตย์ เพื่อเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหอสุริยทัศน์ราชมงคล กับหอสังเกตุการณ์สุริยะต่างๆทั่วโลก เช่น Udaipur Solar Observatory ประเทศอินเดีย และ Kitt Peak National Observatory (KPNO) รวมถึงเพื่อใช้ศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆจากดวงอาทิตย์เพื่อหาสาเหตุ ป้องกัน และแก้ไข ผลกระทบของดวงอาทิตย์ที่มีต่อโลกของเราในอนาคต นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรี ยังหวังที่จะให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์สารสนเทศและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับดวงอาทิตย์และระบบสุริยะของประเทศ สนองนโยบายของรัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านเศรษฐกิจและสังคม การจัดการศึกษาตามแนวปฏิรูปการศึกษาและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากร โดยได้ส่งบุคลากรเข้าฝึกอบรมและศึกษาดูงาน ณ Udaipur Solar Observatory ประเทศอินเดีย และ Kitt Peak National Observatory (KPNO) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหอสังเกตการณ์สุริยะที่มีชื่อเสียงของโลก โดยมทร.ธัญบุรี เชื่อว่าความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ บุคลากรที่เข้ารับการฝึกอบรมจะนำมาใช้กับหอสุริยทัศน์ราชมงคล เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นศูนย์กลางของสารสนเทศและศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับดวงอาทิตย์และระบบสุริยะของประเทศ รวมถึงได้ผลงานวิจัยทางด้านดาราศาสตร์โดยเฉพาะ ที่เกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์ที่เป็นองค์ความรู้ใหม่และมีคุณภาพ ระดับสากลเผยแพร่ในระดับประเทศและนานาชาติ

The newly-built Suriyatas Rajamangala Observatory, a project undertaken by the university’s Faculty of Science, is ready to be the center for research as well as knowledge exchange in the field of astronomy. Inside, it houses Thailand’s biggest telescope, “Rotar I”, with a diameter of 600mm., the country’s first telescope dedicated to observing solar activities.

“The name Suriyatas Rajamangala was bestowed upon us by HM the King, and this is a tremendous honor to the university,” says Assoc. Prof. Numyoot Songthanapitak, President of Rajamangala University of Technology Thanyaburi. Suriyatas Rajamangala means ‘a solar observatory which brings glory to HM the King’.

Together with its sister observatory, which is located at Wang Klai Kang Won School in Hua Hin, Suriyatas Rajamangala Observatory serves as the center for studying solar activities as well as exchanging knowledge with other solar observatories across the globe, including India’s Udaipur Solar Observatory and Kitt Peak National Observatory in Arizona, United States of America. The gathered data will be used in predicting the sun’s future activities and their potential impacts on the Earth.

“The university also hopes that the observatory will act as a national learning center for disseminating knowledge in astronomy,” Prof. Numyoot says, adding that the university’s has sent its staff to learn from fellow experts at both Udaipur Solar Observatory and Kitt Peak National Observatory. “This is to ensure that Suriyatas Rajamangala Observatory is fully prepared to support both national and international level research, a duty that fulfills the government’s visions for education reforms as well as economic and social developments,” he adds.