ราชมงคลธัญบุรี ก้าวสู่ AEC อย่างเลิศล้ำ สืบสานศิลปะและวัฒนธรรม เป็นผู้นำสู่สากล แนวคิดเข้าร่วมโครงการ “9 ราชมงคลร่วมใจสืบสานวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นความร่วมมือของทั้ง 9 มทร. ในการร่วมใจสืบสานวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ขอสืบสานโครงการดีๆ ส่งการแสดงชุดใหญ่ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นเจ้าภาพในการจัดงานในครั้งนี้

“เอ” นายทศพร แก้วศรีสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เล่าว่า 9 ราชมงคลร่วมใจสืบสานวัฒนธรรม จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง “ราชมงคลธัญบุรี ก้าวสู่ AEC อย่างเลิศล้ำ สืบสานศิลปะและวัฒนธรรม เป็นผู้นำสู่สากล” แนวคิดในการจัดนิทรรศการทางวิชาและวัฒนธรรมในครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วยการนำเสนอผลงานทางวิชาการและวัฒนธรรม ผลงานทางวิชาประกอบด้วย คณะเทคโนโลยีการเกษตร และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย ทางด้านการแสดงศิลปะและวัฒนธรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ได้เตรียมการแสดงมา 2 ชุด ได้แก่ นาฏยาราชมังคลาสู่อาเซียน และ โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พระรามยกรบได้รับการควบคุมการแสดง โดยอาจารย์ชวลิต สุทรานนท์ นักวิชาการ ละครและดนตรี ผู้เชี่ยวชาญ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม มทร.ธัญบุรี ต้องการนำเสนอในรูปแบบที่ล้ำคุณค่าทางวัฒนธรรมและสามารถนำไปสู่คุณค่าสากล ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยฯ ให้เป็นที่รู้จักในวงการศึกษา

“เคน” นายจอมพล สังข์เงิน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ประธานฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มทร.ธัญบุรี เล่าว่า ในการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้ ต้องการสื่อถึงอารยะธรรมของวัฒนธรรมไทยในภาคกลาง ไม่ว่าจะในเรื่องของการแต่งกาย อาหาร ประเพณี การละเล่นแบบไทยจนถึงการแสดงชั้นสูงอย่างโขน ชุดการแสดง นาฏยาราชมังคลาสู่อาเซียน สร้างสรรค์โดยอาจารย์ภาควิชานาฏดุริยางคศิลป์ ได้รับแรงบันดาลใจในการสานสัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยกับประเทศในกลุ่มอาเซียน บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ วัฒนธรรม แต่ละประเทศ ความร่วมมือในประชาคมอาเซียน ในรูปแบบการแสดงนาฏศิลป์เชิงสร้างสรรค์ ส่วนในแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พระรามยกรบ โดยทาง มทร.ธัญบุรี เป็นแห่งเดียวใน 9 มทร. ที่มีการเปิดสอนศาสตร์ทางด้านนี้ นำเสนอความเป็นไทยผ่านท่วงท่าลีลาการแสดงและเสื้อผ้าที่เป็นศิลปะชั้นสูงคู่ไว้ในสังคมไทย

“แนน” นางสาวพัชราภรณ์ วงษ์จ่อน รับบท เสนาลิง และ “เจน” นางสาวบุษกร ยงบรรทม รับบท องคต นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า ดีใจที่ได้ร่วมงานในครั้งนี้ เป็นตัวแทนนักศึกษา ในการแสดงโขน ชอบการแสดงโขน ท้าทายความสามารถ ฝึกความแข็งแรงของร่างกาย ขอให้อาจารย์ที่สาขาสอนให้ เนื่องจาก เรียนรำ จึงเรียนนอกเวลาเรียน ท่วงท่าในการสื่ออารมณ์ ฝึกการหายใจในหัวโขน และที่สำคัญได้ร่วมการสืบสานวัฒนธรรม การแสดงโขน ซึ่งในปัจจุบันจะเลือนหายไปจากสังคมไทย ตัวลิง เป็นตัวแสดงที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง ที่ทำให้การดำเนินเรื่องสนุกสนาน ท่าทางของลิงน่ารัก

ทางด้านพระราม “ตุลย์” นายนเรศพงศ์ วงศ์วินิจศร นักศึกษาชั้นปีที่ 2 และพระลักษณ์ “เต๋า”นายทัศนัย พิมพ์รัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า บทบาทพระราม พระลักษณ์ เด่นมาก จะต้องมีการ “ขึ้นลอย” ซึ่งเป็นท่าทางที่สง่าและงดงามมากในการแสดงตอนนี้ พระรามพระลักษณ์ ถือว่าเป็นตัวแสดงเอก ที่ต้องสื่อถึงความสง่า ท่าทางที่สุขุม ดังนั้น รูปร่าง หน้าตา ต้องได้สัดส่วน กว่าที่จะมาแสดงความสง่าบนเวทีให้ผู้ชมได้รับชม ต้องผ่านการฝึกฝนที่หนักมาก แต่ความชอบที่เรียนโขนพระมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 “รักในการเล่นโขน รักในความเป็นไทย ต้องการที่จะรักษาไว้ในลูกหลาน” ทุกครั้งที่ขึ้นแสดงโขน รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติ ได้แสดงความเป็นศิลปะไทย ซึ่งน้อยคนที่จะมีความสามารถและได้แสดงโขน

“ทศกัณฑ์” ตัวเอกของการแสดงโขน รับบทโดย “แบงค์” นายอรรถพล ดุเหว่าดำ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า อารมณ์เป็นสิ่งที่ต้องถอดทอดให้ผู้ชม ผ่านออกทางศรีษะ กำลังในการเล่นโขนต้องแข็งแรง ความเป็นเอกลักษณ์ของโขน ที่ได้เรียนรู้มาตลอดตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 การฝึกฝนที่ถูกปลูกฝังโดยอาจารย์ และประสบการณ์ในการออกแสดงตามงานต่างๆ ทำให้รักในการแสดงโขน รู้สึกภูมิใจที่ได้สืบสานศิลปะแขนงนี้ โขนมีเสน่ห์ แต่น่าเสียดายที่ศิลปะแขนงนี้กำลังจะเลือนหายไปจากสังคมไทย กว่าที่โขนหนึ่งตอนจะทำการแสดงต้องผ่านการฝึกฝน สะสมประสบการณ์ จนผู้แสดงได้รับเลือกให้แสดงบทบาทนั้น

ตัวแทนจากการแสดงนาฎยาราชมังคลาสู่อาเซียน “ใบเฟิร์น” นางสาวชมพิชาน์ ศรีภักดี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า ในการแสดงนี้รับผิดชอบในส่วนของประเทศสิงคโปร์ นำเสนอในรูปแบบศาสนาอิสลาม ซึ่งศาสนาอิสลามเป็นอีกศาสนาหนึ่งที่คนในประเทศสิงคโปร์นับถือ ซึ่งท่าทางการแสดงคิดขึ้นโดยอาจารย์ ช่วยกันคิดขึ้นมาใหม่ ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ดีใจที่ได้ร่วมแสดงในการแสดงครั้งนี้ เป็นการประยุกต์วัฒนธรรมของประเทศอื่น เข้ากับศิลปะไทยได้อย่างลงตัว

“โจ้” นายนที ใยบัว นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ อุปนายกคนที่ 1 คณะเทคโนโลยีการเกษตร เล่าว่า โดยทางคณะเทคโนโลยีการเกษตรเปิดสอนทั้งหมด 7 สาขา สาขาการผลิตพืช สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ สาขาสัตวศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ สาขาประมง สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และสาขาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรสภาพ งานในครั้งนี้ คณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้นำเสนอรูปแบบวิถีอาชีพของคนไทยที่มีมาแต่โบราณ จนสามารถทำให้ชาวโลกได้รู้ว่าคนไทยสามารถยึดอาชีพเกษตรกรรมจนหล่อเลี้ยงประเทศให้มีความมั่นคงได้และยังเป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศชาติอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วยังมีการสาธิตวัฒนธรรมความเชื่อของการเพาะปลูก เช่น พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พิธีทำขวัญข้าว หรือแม้แต่การปศุสัตว์ในครัวเรือนเพื่อ เลี้ยงภายในครอบครัว

“ณุ” นายภานุมาตร อินทร์เมือง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย นำการจัดการรักษาแบบไทยสายราชสำนัก มาจัดแสดงซึ่งถือว่าเป็น ต้นแบบการรักษาของชาวไทยอย่างแท้จริง หรือแม้แต่การดูแลความงามดูแลสุขภาพผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ทั้งภายในและภายนอก เครื่องดื่มสุขภาพ รวมถึงการดูแลรักษาของแต่ละธาตุตามศาสตร์โบราณ การนวดและการกดจุดของไทย ศาสตร์ของความเป็นไทยสมัยโบราณ ตำรายา ร่วมถึงการนวด เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทย ควรร่วมกันสืบทอดไว้ให้ลูกหลาน

9 ราชมงคลร่วมใจสืบสานวัฒนธรรม นิทรรศการทางวิชาการและวัฒนธรรม องค์การนักศึกษามทร.ธัญบุรี หนึ่งในสถาบันการศึกษาร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย ความงดงาม เอกลักษณ์ของชาติไทย ไว้ให้ลูกหลานสืบต่อไป

The Nine Rajamangala Universities Join Hands in Promoting the Splendor of Thai Culture in Welcoming the ASEAN Economic Community

RMUTT joins eight other universities under the Rajamangala University of Technology’s umbrella in an effort to promote Thai culture and welcome the ASEAN Economic Community (AEC). The event, ‘Nine Rajamangala Universities for the Splendor of Thai Culture’, is hosted by Rajamanagala University of Technology Rattanakosin.

Tossaporn Kaewsrisook, fourth-year student from the Faculty of Technical Education and president of the study body said that this is the fourth time that the event has been organized, and the main theme for RMUTT’s participation this year includes a showcase of both academic and cultural projects from various faculties, such as Faculty of Agricultural Technology, Thai Traditional Medicine College, and Faculty of Fine and Applied Arts.

“We performed two cultural shows, one choreographed especially for the AEC and a traditional khon mask dance, directed by Ajarn Chavalit Sutranon, an expert from the Fine Arts Department, Thailand’s Ministry of Culture,” said Tossaporn.

The main objective is “to convey mulple facets of central Thailand’s civilization and cultural tradition, from traditional costumes, cuisine, customs, all the way to high art such as khon and other special performaces designed to reflect the good relations between Thailand and the ASEAN countries,” said Jompol Sangn-ngern, fourth-year student in Home Economics Technology Faculty and president of the student body’s art and culture section.

“Khon performances are physically challenging,” said Patcharaporn Wongjon, performer and second-year student majoring in Thai Classical Dance. “I am very delighted to be a part of this event, so I requested to participate in it. My role is a monkey, usually a playful and fun character. To prepare for the performace, I practiced on my free time with Ajarn. The challenging part is to learn how to convey emotions through body movements and learn how to breathe when wearing the khon mask,” she said.

For the main protagonist character, or Rama, the main challenge is to convey the essence of the character’s personality, which is charismatic and smart. As a human character, the performer doesn’t need to wear a mask. Thus the screening process involves searching for the one with the right ‘look’, then this performer will have to undergo strenuous practice in order to convey directly and precisely Rama’s charismatic and smart personality.

“Emotions have to be precisely conveyed through the mask and body movements, thus the performer’s physical strength is very important,” said Attapol Duwaodam, third-year student in Thai Classical Dance who played the main protagonists, Tossakan. “I have studied and absorbed the essence of the khon performance since Mathayom 1. It’s a pity that khon is slowly disappearing. It takes so much time and effort to train one performer to be able to play a character so well,” he added.

Meanwhile, students from the Faculty of Agricultural Technology offered a showcase on traditional farming practice and methods, with an aim of providing background knowledge on the important role that the farming and agricultural sector has played on the development of Thailand’s economy. The showcase also included a mention of traditional ceremonies, such as the rice-blessing ceremony and the annual royal ploughing ceremony.

The presentation by students from the Thai Traditional Medicine College focused on the court’s tradition of wellness and beauty, whether knowledge of the natural elements in healing, ancient medicine recipes, traditional Thai massage, or health and beauty products.