“ฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ คณะบริหารธุรกิจ นำสมาชิกในคณะ ออกสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ โรงเรียนบ้านใหม่คลองอังวะ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ส่งเสริมให้นักศึกษารู้จักเสียสละเพื่อส่วนร่วม สร้างจิตสำนึกจิตอาสา ในตัวนักศึกษา”

“เบล” นายชนะชาติ ใจเก่งดี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ ประธานฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ เล่าว่า ฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ คณะบริหารธุรกิจ ออกค่ายอาสาทุกภาคเรียนการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษารู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวมและเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษามีความเป็นจิตอาสา โดยจะแบ่งค่ายออกเป็น ค่ายใหญ่และค่ายเล็ก “โครงการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ” ในพื้นที่โรงเรียนบ้านใหม่คลองอังวะ อ.บ้านไร่

จ.อุทัยธานี

ลักษณะเป็นค่ายเล็กเนื่องจากใช้เวลา 4 วัน 3 คืน ในการออกค่ายในครั้งนี้ มีสมาชิกชาวค่าย 60 คน โดยในการออกค่ายอาสาสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชาวบ้านและเด็กนักเรียนในบริเวณนั้นมีฝายชะลอน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนและอุทกภัย ฝึกให้นักศึกษารู้ถึงการทำงานร่วมกัน ได้รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดอุปสรรค ฝายที่สร้างในครั้งนี้ มี 2 ฝาย คือ ฝายขนาดใหญ่ 10 เมตร และ ฝายขนาด 5 เมตรหลังจากสร้างฝายชะลอน้ำเสร็จ ยังพัฒนาโรงเรียน แจกอุปกรณ์การศึกษาให้กับน้องๆ โรงเรียนบ้านใหม่คลองอังวะ อีกด้วย

“นิว” นายชาคริสต์ ยิบพิกุล หลักสูตรนานาชาติ เล่าว่า หน้าที่หลักในค่าย เป็นประสานงานในการดำเนินงาน หรือเรียกว่า “ผู้คุมไซด์งาน” เริ่มตั้งแต่การบริหารวางแผนงาน ซึ่งในการออกค่ายในครั้งนี้ ต้องทำงานแข่งกับเวลา บวกกับสภาพอากาศ ฝนตก แต่ในการสร้างฝายไม่ได้สร้างอุปสรรคในการทำงานของสมาชิกในค่าย เนื่องจากทุกคนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มาด้วยใจ ครั้งแรกของการออกสร้างฝายชะลอน้ำ เป็นประสบการณ์ในการใช้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ปกติจะช่วยงานในสโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ งานเอกสารกับการลงแรง แตกต่างกัน แต่ผลที่ออกมา เหมือนกัน คือความภาคภูมิใจที่ได้ทำ “ทำเพื่อผู้อื่น”

“กิ๊ฟท์” นางสาวพัชชาภา วิเศษ สาขาวิชาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ เล่าว่า หน้าที่ฝ่ายสวัสดิการ “นอนที่หลัง ตื่นก่อนเพื่อน” ต้องตื่นขึ้นมาดูแลในเรื่องของอาหารของชาวค่ายแต่ละมื้อ เช้า กลางวัน เย็น รวมไปถึงความเรียบร้อยของฝ่ายสวัสดิการต่างๆ โดยมีสมาชิกในกลุ่ม 5 คน แบ่งหน้าที่การทำงาน หน้าที่การจ่ายตลาด คิดเมนู ซึ่งเมนูส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสด เพราว่า ระยะเวลาในการออกค่ายแค่ 4 วัน “ดีใจที่ได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น ให้ชาวบ้านและน้องมีน้ำใช้ในฤดูแล้ง” ใช้เวลาในวันหยุดให้เป็นประโยชน์ ฝึกความเสียสละให้แก่ส่วนร่วม ช่วยตัดหญ้าให้กับโรงเรียน ให้น้องๆ ได้วิ่งเล่น

“พลอย” นางสาวพรนภา อินทรณรงค์ สาขาวิชาการตลาด เล่าว่า ทำหน้าที่ทุกอย่างในค่าย วันแรกเข้าครัว 3 วัน สุดท้ายลงไซด์งาน ตั้งแต่เก็บหิน ลงมือสร้างฝาย ฝายที่สร้างจะเป็นฝายถาวรที่ใช้ปูนในการสร้าง จะลำบากในการก่อปูน เพราะว่า ปูนกับน้ำจะทำให้แห้งยาก ประทับใจในการสร้างฝายในครั้งนี้มาก เนื่องจาก วันแรกที่เดินทางไป ไกลจากตัวอำเภอบ้านไร่ ประมาณ 30 กิโลเมตร กว่าจะเดินทางไปถึงโรงเรียน ลำบากมาก บวกกับสถานที่ในการสร้างฝายชะลอน้ำ มีทั้งแมลง สัตว์ ซึ่งทุกคนต้องระมัดระวังตัว “เป็นการเรียนรู้ในการชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ไปใช้ชีวิต กิน อยู่ เอง ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กที่มาช่วยพวกเราสร้างฝาย ได้เรียนรู้พูดคุยกับชาวบ้าน เรียนรู้วิถีชีวิต”

4 วัน 3 คืน ที่ใช้เวลาที่หยุดติดต่อกัน 4 วัน ไปช่วยเหลือสังคม แทนที่จะใช้เวลาไปเพื่อความสนุกสนาน เป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมอีกตัวอย่างหนึ่งของเด็กไทยในยุคปัจจุบัน 60 ชีวิต ในการสร้างฝายชะลอน้ำ เจออุปสรรคธรรมชาติ แต่ด้วยจิตอาสาที่มุ่งมั่น อุปสรรคดังกล่าวก็ไม่สามารถทำลายความตั้งใจของพวกเขาเหล่านั้นได้ “ฝายชะลอน้ำที่พวกเขาสร้างขึ้น สร้างความภาคภูมิใจให้กับพวกเขา และที่สำคัญไปกว่านั่น สร้างประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านและเด็กในพื้นที่นั่นต่อไป”

ชลธิชา ศรีอุบล

กองประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญบุรี 0-2549-4994

Sixty Volunteers from RMUTT Join Hands in Constructing Water Embankment for Rural Community

Faculty of Business Administration’s community service and development section dispatched 60 volunteers to help construct water levees, following King Bhumibol’s Royal Initiative, at Ban Mai Khlong Ang-wa, Ban Rai District, Uthai-thani Privince.

The four-day, three-night field trip aimed to instill a sense of moral responsibility for nature and environmental conservation among the student volunteers. In addition, the volunteers learned to work together as a team and help each other overcome obstacles, while local villagers and students living in the community benefited from the construction of the embankment, which were designed to help prevent seasonal floods. The volunteers were involved in planning and constructing two levees, 10-meter and 5-meter levees, as well as distributing school supplies to the students at Ban Mai Khlong Ang-wa School.

“We organize volunteer field trips like this every semester, in order to encourage the spirit of volunteerism and community service among our fellow students,” said Chanachart Jaikengdee, or Bell, an International Economics major, one of the volunteers and also the president of the community service and development section. “There are two field trips each semester, both to help construct water embankment following the King’s Royal Initiative in Ban Mai Khlong Ang-wa School community.”

Chakris Yippikul, or New, from the international program was assigned the role of a coordinator. As a site coordinator, he was responsible for planning and managing the work process, ensuring that the construction is complete on time. “We had to compete with time, because the weather condition wasn’t favorable. But no one felt disheartened by the rainy weather. We were all enthusiastic about joining this trip and did our best to complete the task,” he said. “I felt very proud of what we accomplished together and of the fact that our efforts helped someone else enjoy better quality of life.”

Responsible for the volunteers’ welfare, Patchapa Wiset, or Gift, majoring in international business management, said that she was the last one to go to bed and the first one to wake up each day. She and her team oversaw all meal preparations, including grocery shopping at a local fresh market and designing each meal’s menu. Apart from food preparation, Patchapa’s team ensured that all volunteers were taken care of in every needed areas. “I felt very happy that I could spend my time productively and help improve the lives of other people,” she said.

Pornnapa Intorn-narong, or Ploi, a Marketing major, said that she was assigned to do every little task required. “On the first day, we walked more than 30 kilometers to get to the school. It was a very difficult walk, and once we arrived at the school, we were faced with all kinds of annoyances from small animals and insects. But in the end, the experience was all the more worthwhile,” she said.

The four-day, three-night field trip to help build water dikes was complete as planned, thanks to all the 60 volunteers who contributed their personal free time for this cause.