เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รศ.ดร.พินิต รตะนานุกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ในฐานะที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ผศ.ดร.ประดิษฐ์ เถิกงรังกฤษดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพายัพ ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ว่าที่ประชุมได้มีความเห็นร่วมกันให้มีการปรับเปลี่ยนช่วงวันเปิดปิดภาคเรียนของสถาบันอุดมศึกษาให้อยู่ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม-กันยายน ในปี 2557 เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก เพระเป็นประโยชน์ต่อระบบอุดมศึกษาของไทย

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ ศ.ดร.สมคิด ไปดำเนินการศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากการปรับเลื่อนเปิดปิดภาคเรียน ทั้งระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบรับตรง และระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิชชั่นส์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อนักเรียน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอาชีวะ อาจไม่จำเป็นต้องเลื่อนตามก็ได้เพราะนักเรียนยังไม่จบม.6 ก็ต้องใหเรียนกวดวิชา เพื่อมาสอบแอดมิชชั่นส์ และรับตรง หากการศึกษาขึ้นพื้นฐาน และอาชีวะไม่เลื่อนตามจะเอื้อประโยชน์ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปีที่ 3 ได้ใช้เวลาในการศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มเวลามากขึ้น ไม่ต้องเร่งเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งที่ยังศึกษาไม่จบ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยจะได้มีเวลาในการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยทั้งเรื่องการปรับพื้นฐานการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพทางภาษาของนักศึกษา

รศ.ดร.พินิติ กล่าวต่อว่าเร็วๆ นี้ จะเตรียมนัดหารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนดังกล่าวร่วมกัน และจะขอเข้าพบ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเสนอเรื่องดังกล่าว ก่อนจะสรุปเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

C-120207014116

C-120208036090