ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ นักวิจัย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมกับ Prof. Proka Dasgupta แพทย์ จากโรงพยาบาลลอนดอน ประเทศอังกฤษ คิดค้นเครื่องมือช่วยการทำงานของหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ในการตรวจหาเนื้อเยื่อมะเร็งที่ผิดปกติในขณะการผ่าตัดแบบเจาะช่องขนาดเล็ก (Minimally invasive surgery) ได้เป็นผลสำเร็จ

ดร.เกียรติศักดิ์เปิดเผยว่า เครื่องมือชนิดนี้จะช่วยให้แพทย์ได้เห็นและเข้าใจตำแหน่งของเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ โดยใช้เซ็นเซอร์วัดแรงตามหลักความคิดง่ายๆ คือ ใช้ตัวเซ็นเซอร์วัดแรงในโรงงานอุตสากรรมทั่วไป เข้าไปทำหน้าที่คล้ายกับมือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจบริเวณอวัยวะที่คาดว่าจะมีเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ แต่จะแสดงผลให้แพทย์เห็นข้อมูลในลักษณะกราฟรูปสามมิติของแรงปฏิกิริยาระหว่างตัวเซ็นเซอร์กับอวัยวะ แทนการรับความรู้สึกของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะสามารถรู้ข้อมูลที่เที่ยงตรงจากเครื่องมือนี้ และสามารถนำไปใช้ในการผ่าตัดหรือวิธีรักษาต่อไป

ดร.เกียรติศักดิ์กล่าวว่า เครื่องมือจะถูกติดตั้งเข้ากับแขนกลของหุ่นยนต์ผ่าตัด ซึ่งเครื่องมือนี้มีขนาดเท่ากับ 8 มิลลิเมตร เพื่อที่จะสามารถสอดผ่านช่องท้อง ทั้งนี้ยังมีการออกแบบจำลองของเครื่องมือดังกล่าวขณะทำงานบนอวัยวะอีกด้วย เพื่อใช้ในการคาดเดาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของอวัยวะเมื่อถูกกระทำโดยเครื่องมือนี้

อีกทั้งยังใช้แบบจำลองนี้ในการวิเคราะห์คาดการณ์หาข้อมูลของเนื้อเยื่อที่ผิดปกติได้ ไม่ว่าจะเป็นคาดการณ์หาความแข็งของตัวเนื้อเยื่อที่ปกติ หาตำแหน่ง ขนาดและความลึก เป็นต้น ซึ่งการหาข้อมูลเหล่านี้ทำได้ยากถ้าใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียว

หุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่นิยมในปัจจุบันคือ หุ่นยนต์ดาวินชี่ หลักการทำงานของระบบหุ่นยนต์ดาวินชี่นั้นจะมีแขนกลซ้าย-ขวาของหุ่นยนต์ ซึ่งจะถูกควบคุมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านทางก้านควบคุม โดยแพทย์จะมองภาพจากกล้องบนจอคอมพิวเตอร์ ที่รับจากกล้องที่สอดเข้าไปในตัวผู้ป่วย แพทย์ที่จะทำการผ่าตัดแบบนี้ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญ และต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี โดยมีผู้ช่วยแพทย์ที่คอยช่วยเหลือในการขยับกล้องหรืออุปกรณ์ต่างๆ อีก 2-3 คน

การผ่าตัดแบบเจาะช่องขนาดเล็กได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน และการผ่าตัดชนิดนี้ก็ได้มีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เมื่อเปรียบเทียบการผ่าตัดแบบเจาะช่องขนาดเล็ก กับการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้องนั้น จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดแบบเจาะช่องขนาดเล็กนั้นมีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นลดความเจ็บปวดของคนป่วย การเสียเลือดน้อยกว่า และระยะการพักฟื้นเร็วกว่า อย่างไรก็ตามการผ่าตัดแบบเจาะช่องขนาดเล็กมีข้อด้อยคือ ข้อจำกัดในการมองเห็นภายในอวัยวะ ซึ่งแพทย์ได้รับจากกล้องขนาดเล็ก และแพทย์ไม่สามารถรับแรงปฏิกิริยาตอบโต้จากก้านควบคุมแขนกล ในขณะที่อวัยวะสัมผัสกับแขนกลของหุ่นยนต์ อาจจะทำให้แขนกลไปทำลายอวัยวะในขณะปฏิบัติการได้ และยากที่จะสามารถควบคุมแรงของแขนกลไม่ให้กระทบกับอวัยวะใกล้เคียง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้แพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น การตรวจหาเนื้อเยื่อที่ผิดปกตินั้นอาจทำได้คร่าวๆ โดยการกดหรือคลำของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อหาตำแหน่งที่แข็งผิดปกติ โดยส่วนใหญ่เนื้อเยื่อที่ก่อเกิดมะเร็งนั้นจะมีความแข็งกว่าเนื้อเยื่อปกติ

ดังนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถคาดเดาตำแหน่งของเนื้อเยื่อที่ผิดปกติได้ แต่แพทย์นั้นก็ไม่สามารถคลำหรือกดพบเนื้อเยื่อร้ายดังกล่าว เมื่อเกิดขึ้นในอวัยวะที่อยู่ลึกจากผิวหนัง แต่อาจจะทำได้ถ้าทำการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้อง

อย่างไรก็ตาม แพทย์ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้เลยในการปฏิบัติการผ่าตัดแบบเจาะช่องขนาดเล็ก ซึ่งแขนกลของหุ่นยนต์เท่านั้นที่สามารถสอดผ่านไปได้

ด้วยข้อจำกัดข้างต้น จึงเป็นที่มาของการคิดค้น วิจัย และประดิษฐ์เครื่องมือช่วยการทำงานของหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ในการตรวจหาเนื้อเยื่อมะเร็งที่ผิดปกติ ในขณะการผ่าตัดแบบเจาะช่องขนาดเล็กขึ้นมาช่วยในการผ่าตัด ซึ่งในขณะนี้ใช้กับหุ่นยนต์ผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยดังกล่าว สามารถใช้ได้กับหุ่นยนต์ที่ผ่าตัดกับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นผลสำเร็จ.

C-120207008084