“ประทับใจที่ได้มีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม” เสียงของ “เอ็ม” นายนเรศ แสงอรุณ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีการเกษตร หนึ่ง s ในอาสาสมัครในศูนย์พักพิงช่วยเหลือผู้ประสบภัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ ได้เปิดศูนย์เพื่อรองรับผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดรศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีร้อนจากภัยน้ำท่วม

รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติน้ำท่วม ทางมหาวิทยาลัยฯ จึงได้ตั้งศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ หอประชุมใหญ่ มทร.ธัญบุรี ขึ้น เพื่อรองรับและดูแลผู้ประสบภัยในบริเวณรอบพื้นที่มหาวิทาลัยฯ และผู้อพยพที่ทางจังหวัดได้ส่งตัวมา โดยทางศูนย์สามารถรองรับผู้ที่เดือดร้อนได้ไม่เกิน 1,500 คน โดยทางมหาวิทยาลัยฯ ได้จัดอาสาสมัครนักศึกษาจำนวน 300 คน หน่วยแพทย์จากสำนักสาธารณสุข จ.ยโสธร จำนวน 18 คน ในการดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และได้มีมาตรการในการป้องกันน้ำท่วม โดยรอบบริเวณมหาวิทยาลัยฯ ได้มีการกั้นกระสอบทรายจำนวน 20,000 กระสอบ และได้มีการเตรียมความพร้อมทางด้านบุคลากรกรณีฉุกเฉินจำนวน 300 คน

“บิ๊ก” นายณัฐพล ดีอุต นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม นายกองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี เล่าว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางองค์การนักศึกษา สภานักศึกษา และสโมสรต่างๆ จึงได้ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยฯ ในการตั้งศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมขึ้น “จิตอาสาของนักศึกษาทุกคน” ซึ่งได้มีอาสาสมัครเป็นนักศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 300 คน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในศูนย์ โดยมีการแบ่งงานให้สโมสรนักศึกษาแต่ละคณะอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น สโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจดูแลในเรื่องของสต๊อกของที่มีผู้มาบริจาค คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ดูแลในเรื่องของโรงครัว คณะวิศวกรรมศาสตร์ดูแลในเรื่องเวรยามในการดูแลผู้ประสบภัย “ผู้ประสบภัยแต่ละคนก็เหมือนกับคนในครอบครัว ต้องให้การดูแลเป็นอย่างดี”

“นก” นายวิชัย เพชรคงทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยฯ มทร.ธัญบุรี เล่าว่า จะดูแลในเรื่องของสถานที่ ไม่ว่าจะในเรื่องของที่นอน ห้องน้ำ ติดต่อหน่วยงานประสานงานในการเข้ามาบริจาคสิ่งของ ทางสโมสรคณะวิศวกรรมยังดูแลในส่วนการประสานงานเครือข่ายวิทยุ ในการอัพเดทข้อมูลสถานการณ์และการขอความร่วมมือ ในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือผู้พักพิง “การทำงานในครั้งนี้เหนื่อยเพียงกาย แต่มีความสุขที่ได้ช่วยเหลือประชาชน คำขอบคุณจากผู้ประสบภัยทำให้พวกเรามีกำลังใจในการปฏิบัตงานในส่วนนี้ต่อไป”

“เคน” นายจีรพันธ์ สังข์เงิน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ประธานสวัสดิการและดูแลในเรื่องของโรงครัว เล่าว่า เรื่องของอาหารเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งก่อนที่จะปรุงอาหารในแต่ละมื้อ ต้องมีข้อมูลว่าในแต่ละวันมีผู้เข้ามาพักพิงจำนวนเท่าไร เพศไหน วัยไหน ผู้พักพิงแพ้อาหารชนิดไหน โดยจะต้องมีการสอบถามข้อมูลจากผู้มาลงทะเบียนเข้าพัก และก่อนที่จะลงมือปรุงอาหารต้องขอคำปรึกษาจากอาจารย์ก่อนทุกครั้ง “เนื่องจากในช่วงน้ำท่วมโรคทางเดินอาหารจะเป็นโรคฮิตประจำในช่วงนี้” ดังนั้นการปรุงอาหารต้องระมัดระวังในเรื่องของความสะอาด ความสดใหม่ “โรงครัวเปรียบเหมือนกับห้องครัวในบ้านของเรา ดังนั้นการปรุงก็ควรทำให้เต็มที่สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากทางมหาวิทยาลัย”

“เอ็ม” นายนเรศ แสงอรุณ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีการเกษตร ฝ่ายให้คำปรึกษาและสันทนาการ เล่าว่า หน้าที่ที่ได้รับคือ ประสานงานภายในหอประชุม ให้คำปรึกษากับอาสาสมัคร เบิกของให้ผู้ประสบภัย และร่วมพูดคุยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัย เหตุการณ์ธรรมชาติไม่มีใครอยากให้มันเกิด เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว คนไทยทุกคนต้องให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน “ผมเชื่อว่าแม้ว่าวันนี้น้ำอาจจะท่วมมากมาย แต่ยังไม่เท่าน้ำใจ ที่ชาวไทยคนทุกคนได้ให้ความช่วยเหลือกัน พวกเราเหล่านักศึกษามหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรีขอร่วมเป็นกำลังให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน”

“กิ๊บกิ้ว” น.ส.นภสกร สัมฤทธิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ ผู้ดูแลสต๊อกของบริจาค เล่าว่า อาสาสมัครทีมงานในการดูแลสต๊อกสินค้ามีทั้งหมด 20 คน ส่วนอาสาสมัครที่เหลือของคณะจะช่วยกันดูแลผู้ประสบภัย โดยจะแบ่งหน้าที่กันดังนี้ มีพนักงานในการคีย์ข้อมูล พนักงานในการเช็คและนับจำนวนสิ่งของที่นำมาบริจาค พนักงานในการแยกสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่ สำหรับโปรแกรมที่ใช้ในการคีย์ข้อมูล ทางสาขาวิชาระบบสารสนเทศได้ทำขึ้นมาเอง แน่นอนว่าต้องมีปัญหาในการทำงาน แต่สุดท้ายก็ต้องมีการประชุมปรึกษาหารือ และก็ต้องฟังมติของที่ประชุม ทำงานกันเป็นทีม “รู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าจะเป็นส่วนเล็กแต่ก็ทำด้วยความเต็มใจ”

นายสำริด นางหนูจัน รัตนโรจน์ สามีภรรยาชาวบ้านแถวนวนคร เล่าด้วยน้ำตาว่า เกิดมาในชีวิตเพิ่งเคยได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมครั้งแรก เสียใจมาก เนื่องจากไม่สามารถเอาอะไรติดตัวมาได้เลย นอกจากเสื้อผ้าที่ใส่ติดตัวมา เพราะว่าน้ำมาเร็วมากซึ่งไม่ได้เตรียมรับมือ เนื่องจากฟังข่าวว่าสามารถต้านน้ำได้ แต่ก็ไม่โทษใครเป็นเรื่องภัยธรรมชาติ “เรายังมีลมหายใจติดตัวก็ต้องสู้ ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตเราบ้าง ดังนั้นควรดำเนินชีวิตอย่างมีสติ เดี๋ยวแดดก็ออก อย่ามั่วทุกข์ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความทุกข์ดับลงด้วยใจของเรา ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องสู้กับปัญหา”

C-111102018096