“สวทช.” จับมือ “ทรู” และ 15 สถาบันการศึกษา สร้างเครือข่ายความร่วมมือพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพไอทีให้แก่บุคลากรไทย ในภาคการผลิตและบริการ รับมือกับ AEC 2015 ด้านการเคลื่อนย้าย แรงงานเสรีในวิชาชีพด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สร้างการยอมรับและโอกาสแก่นักไอทีไทยในตลาดอาเซียน

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดตั้งเครือข่ายในโครงการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาคการผลิตและบริการ ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ 15 สถาบันการศึกษา และบริษัท ทรู อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด ว่า โครงการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาคการผลิตและบริการ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถด้านมาตรฐานวิชาชีพไอทีขั้นสูงของนักศึกษาและบุคลากรของไทยให้มีความรู้ความสามารถและทักษะที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้องค์กรสามารถนำมาตรฐานนี้ไปใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา สรรหา คัดเลือก ปรับ/เลื่อนตำแหน่งบุคลากรสายไอที นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นให้สถาบันการศึกษาปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และช่วยเพิ่มโอกาสให้บุคลากรที่สอบผ่านและได้ใบรับรองคุณภาพในด้านความรู้และทักษะวิชาชีพทางด้านไอทีที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อรับประกันคุณภาพและความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการหรือตลาดแรงงานทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพร้อมรับมือในเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี ในสาขาวิชาชีพด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นภาคีหนึ่งในข้อตกลงของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC 2015

ดร.ทวีศักดิ์กล่าวว่า ตามข้อตกลงจะให้สถาบันการศึกษาในความร่วมมือทั้ง 15 แห่งในฐานะเป็นศูนย์สอบและศูนย์ติวสอบเป็นผู้จัดสอบและสนับสนุนให้นักศึกษาและบุคลากรทั้งภายในและเครือข่ายภายนอกเข้าร่วมสอบประกอบด้วย มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ และสถาบันการจัดการปัญญาวิภัฒน์ ส่วนบริษัททรูจะให้การสนับสนุนความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนบุคลากรที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานด้านไอที ในกรณีที่มีการประชุม-สัมมนาเชิงวิชาการ การจัดอบรม และการเรียนการสอนในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไอที หรือส่งบุคลากรของบริษัทเข้าร่วมติวหรือสอบ หรือรับผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพเข้าทำงาน ดร.ทวีศักดิ์ กล่าว

“ที่ผ่านมา สวทช. ได้ให้สถาบันวิทยาการ สวทช. (NSTDA Academy) จัดทำโครงการสอบมาตรฐานวิชาชีพไอที (Information Technology Professional Examination-ITPE) ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ Information Technology Promotion Agency (IPA) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้มีการสอบมาตรฐานวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไม่อิงผลิตภัณฑ์ในประเทศ ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย มองโกเลีย พม่า ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ภายใต้ชื่อ IT Professionals Engineer Examination Council (ITPEC)ซึ่งเริ่มมาตั้งแตปี 2549 โดยเปิดสอบ 2 วิชา คือ Fundamental Information Technology Professional Examination (FE) และ วิชา Information Technology Passport Examination (IP) มีนักศึกษา และคนทำงานในสายไอทีเข้าร่วมโครงการ 5,579 คน มีคนที่เข้าสอบ 5,037 คน และสอบผ่านจำนวน 493 คนเพราะฉะนั้นคาดว่าการตั้งเครือข่ายความร่วมมือในครั้งนี้จะผลักดันให้จำนวนผู้สอบเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 หมื่นคนต่อปี ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์โครงการ http://www.nstdaacademy.com/ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ สถาบันวิทยาการ” ผอ.สวทช.กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.เมธี สรรพานิช รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะผู้แทนของสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯเปิดเผยว่า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้า ส่งผลให้สถาบันการศึกษาของไทยต้องปรับตัวทั้งในแง่ของหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาบัณฑิตออกสู่ตลาดแรงงาน เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นการสอบวัดมาตรฐานความรู้วิชาชีพ ITPE จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความรู้ของบัณฑิตไทยโดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งจะทำให้บัณฑิตที่จบทางด้านไอทีได้รับการยอมรับในความสามารถจากนานาชาติ เป็นการสร้างโอกาสในการมีงานทำทั้งในประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียน

C-110910038206

C-110910020074