ดร.วิชัย พยัคฆโสpayackso@gmail.com

เสวนา “เหยื่อ? โฆษณา…จริงหรือหลอก” จัดโดยคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาการศึกษาติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา เมื่อ16 ส.ค.ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมากกว่า 300 คน

เนื้อหาการเสวนาทำให้รับรู้ความจริงที่เป็นจุดอ่อนมากมาย ส่งผลให้การโฆษณาสินค้าทุกประเภทเกินความจริง โดยมาตรการทางกฎหมายไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนหรือผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบจากเหยื่อโฆษณาที่ไม่สมราคากับคุณภาพสินค้าที่ต่ำ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนของผู้บริโภค แต่สร้างความร่ำรวยให้ผู้ประกอบการร่ำรวยเข้าขั้นเศรษฐีทันตาเห็น เพราะผู้บริโภคขาดข้อมูลที่เป็นจริง

ด้วยเหตุนี้เอง คุณมหรรณพ เดชวิทักษ์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการชุดนี้ไม่สามารถนิ่งดูดายให้เพื่อนร่วมชาติที่ยากจนอยู่แล้วต้องถูกอิทธิพลสื่อโฆษณาทุกรูปแบบหลอกลวงอีกต่อไป จึงร่วมกับอนุกรรมาธิการและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายลุกขึ้นมาเปิดประเด็นเรื่องนี้ให้หน่วยงานของรัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจังอย่างยั่งยืนเสียที

จับประเด็นได้ว่าการโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ช่องหลัก จะถูกควบคุมด้วยการขออนุญาตจาก อย. หรือ สคบ. โดยมีหมายเลขอนุญาตชัดเจน ยิ่งหากเป็นบริษัทใหญ่จะรักษาชื่อเสียงเกือบ 100% โฆษณาจะอยู่ในขอบเขต แต่ที่ขาดการควบคุมและกฎหมายเอื้อมมือไม่ถึง คือ โทรทัศน์ดาวเทียมที่ออกอากาศเป็นร้อยช่อง โฆษณาจึงเกินเลย ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมเพียงเพื่อธุรกิจ สร้างความร่ำรวยแก่ผู้ประกอบการที่ไร้คุณธรรม

ที่น่าห่วงที่สุด แม้ว่า อย. จะออกใบอนุญาตสินค้าให้ก็จริง ผู้ผลิตกลับโฆษณาเป็นสินค้าเทวดารักษาหายได้ทุกโรค เครื่องสำอาง ที่ทำให้สวยเพียงใช้ครั้งเดียว โฆษณาขายเครื่องรางของขลัง ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นอย. สคบ. หรือ ตำรวจ ยืนยันว่าจะจับกุมลงโทษได้ ต้องใช้เวลาในการวิจัยและมีหลักฐานปรากฏชัดเจน จึงจะลงโทษได้เพียงเท่านี้โฆษณาที่ไร้คุณธรรมจึงมีมากขึ้น เพราะช่องว่างทางกฎหมายและความไม่เอาใจใส่กับการโฆษณาเช่นนี้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย

อนุกรรมาธิการชุดนี้ จะผลักดันหลายช่องทาง ทั้งการกระตุ้นรัฐบาลให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สร้างภูมิคุ้มกันกับนักศึกษา พร้อมกับการสร้างอาสาคุ้มครองผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ปีละ 200 คนอย่างต่อเนื่องในการสอดส่องพฤติกรรมของการโฆษณาเกินจริงให้กับอนุกรรมาธิการส่งเรื่องต่อไปยัง สคบ. อย. ตำรวจ และ สภาทนายความ ดำเนินคดีกันอย่างจริงจัง

ช่องว่างการควบคุมโฆษณาโทรทัศน์ดาวเทียม ได้ถูกยกร่างเป็นแผนแม่บทไว้แล้ว ในการลงโทษถึงขั้นถอนใบอนุญาตคลื่นความถี่จาก กสทช. หากโฆษณาให้หลงเชื่อ แต่กำลังเป็นประเด็นว่าจะเกิดกรรมการชุดนี้ได้ภายในวุฒิสภาทันเวลาหรือไม่ เพราะเห็นกระบวนการล้มการสรรหาเปิดประเด็นมากมายกับมูลค่าหลายแสนล้านในธุรกิจสื่อและโทรคมนาคมอยู่ในขณะนี้

รัฐบาลเพื่อไทย ควรตระหนักในเรื่องนี้ เพราะความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมพอกพูนมากขึ้นอยู่แล้วหากปล่อยให้ผู้ผลิตที่ไร้คุณธรรม เอารัดเอาเปรียบประชาชนที่ยากจนและเป็นฐานเสียงของท่านอยู่เช่นนี้ ค่าแรง 300 บาท เงินเดือน15,000 บาท จะถูกดูดไปหมดจากความเลวร้ายของโฆษณาเกินจริง