พลังงานทดแทนในปัจจุบัน กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชาวโลก ในยามที่ประสบวิกฤติราคาน้ำมันแพง ออกมาทั้งในรูปไบโอดีเซล แก๊สโซฮอล์ ก๊าซหุงต้ม (LPG) ก๊าซธรรมชาติ (NGV) ถ่านหิน แม้กระทั่งพลังงานนิวเคลียร์

แต่ประเภทหนึ่งที่น่าจับตา คือ “พลังงานลม” พลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ภาครัฐและเอกชนกำลังพุ่งเป้าให้ความสนใจ นำลมผ่านเข้าระบบกังหันเกิดเป็นพลังงานจลน์ ผลิตเป็นไฟฟ้าที่จ่ายผ่านเครื่องควบคุมพลังงานซึ่งจะได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับแรงงาน ความยาวของใบพัด และสถานที่ติดตั้งกังหันลม

จากลักษณะภูมิประเทศบ้านเรา ที่มีแรงลมต่ำถึงปานกลาง จึงต้องเลือกเทคโนโลยีกังหันลมที่เหมาะสม ขณะที่สถานที่ที่มีแรงลมปานกลาง ส่วนใหญ่มักอยู่ชายฝั่งทะเลด้านทะเลอันดามันรวมทั้งด้านอ่าวไทย

ทั้งนี้ หลังกจากที่ผู้เกี่ยวข้องได้ตั้งสถานีวัดแรงลมไปทั่วประเทศ ก็พบว่า จ.สมุทรปราการ ถือเป็น 1 จังหวัด ที่มีแรงลมเหมาะสมแก่การตั้งกังหันลม หรือมีความเร็วลมอยู่ที่ 5 เมตร/วินาทีขึ้นไปในบางพื้นที่ ส่วนพื้นที่ที่มีแรงลมต่ำก็สามารถใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แต่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลมให้เหมาะสม

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จึงมอบให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ศึกษารูปแบบกังหันลมสำหรับแรงลมต่ำ เพื่อผลิตไฟฟ้าขนาดย่อม กระตุ้นการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมเชิงพาณิชย์

นำไปติดตั้งไว้บริเวณคลองส่งน้ำชลประทาน หลักกิโลเมตรที่ 32 ถนนสุขุมวิทยายเก่า เขตเทศบาล ต. บางปู จุดที่ 2 ในโครงการลูกพระดาบส อ.บางพลีและจุดที่ 3 สถานตากอากาศบางปู ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวไปแล้ว

ทั้งนี้ พ.อ. ชนินทร์ โพธิ์พูนศักดิ์ ผอ. หน่วยสถานตากอากาศบางปู ผู้ควบคุมดูแล ติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้า ขนาด 5 kw จำนวน 9 ตัน ตามปกติที่ความเร็วลม 11 เมตรต่อวินาที 45 กิโลวัตต์ จะผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด 48.8 กิโลเมตร ส่งผ่านสายไฟใต้ดินเพื่อความปลอดภัยและสวยงาม ไปยังห้องควบคุมการจ่าย ใช้ในบ้านพักตากอากาศบางปู เห็นได้ชัดว่า สามารถทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าปกติได้มากกว่า 15%

ซึ่งแม้ผลที่จะได้เป็นในทางที่ดี แต่เพราะความต้องการของประชาชนมีอยู่สูง พลังงานที่ได้จึงคงยังไม่เพียงพอ ตอกย้ำให้คนไทยต้องประหยัดและรู้ถึงคุณค่าพลังงาน จะได้มีไว้ใช้ยามจำเป็นกันต่อไป

 

ประกิต ศีลพิพัฒน์ / รายงาน