จากการบุกรุกป่าชายเลน ไม่ว่าจะเป็นการทำประโยชน์จากการทำนาเกลือ นากุ้ง การประมง ซึ่งทำให้ปริมาณของป่าชายเลนลดน้อยลง ส่งผลต่อระบบนิเวศในวงกว้าง จนปัจจุบันมีผู้ตื่นตัวกับปัญหานี้มากขึ้น มีการฟื้นฟูป่าชายเลนที่ถูกทำลายด้วยการนำพันธุ์ไม้อย่างต้นโกงกาง ต้นแสม ต้นตาตุ่ม มาปลูกทดแทน

นอกจากนี้ นายสมพล มีพ่วง นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี ยังคิดหาวิธีที่จะทำให้ป่าชายเลนเจริญเติบโตได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการ นำเอาเชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma ssp. มาใช้ในการชักนำการเจริญเติบโตของต้นไม้ป่าชายเลน คือ ต้นโกงกางใบเล็ก ต้นแสมทะเล

นายสมพลเปิดเผยถึงการศึกษาว่า เป็นการนำเอา Trichoderma ssp. มาผสมกับดินเลนทั้งในแบบสูตรน้ำและสูตรที่ใส่เชื้อราที่ต้นโดยตรง แล้วนำมาวิเคราะห์ว่าเชื้อรานี้มีความสามารถในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นโกงกางใบเล็กและต้นแสมทะเลได้ดีกว่าต้นที่ไม่ใส่เชื้อหรือไม่ วัตถุประสงค์ก็เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ฟื้นฟูป่าชายเลนให้สมบูรณ์ดังเดิม เพื่อส่งผลให้ระบบนิเวศโดยรวมอยู่ในสภาวะสม ดุลธรรมชาติ และสามารถลดปัญหาโลกร้อนได้

ซึ่งหลังจากลงพื้นที่ปลูกและทดสอบเชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma ssp. ในโรงเพาะกล้าไม้โกงกางและแสมทะเลกับสูตรหัวเชื้อ 3 สูตรด้วยกัน คือ สูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์ T.viride สูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์ T.hazianum และสูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์ T.hamatum พบว่า ไม่ว่าจะเป็นกล้าไม้โกงกางใบเล็ก ใบใหญ่ หรือกล้าไม้แสมทะเล ต่างเติบโตได้ดีกับสูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์ T.viride อัตราเฉลี่ยความสูงของโกงกางใบเล็กเท่ากับ 54.60 ซม. โกงกางใบใหญ่เท่ากับ 79.65 ซม. และไม้แสมเท่ากับ 55.57 ซม.

นายสมพลกล่าวว่า สูตรที่ใช้ในการทดลองจะทำ 2 สูตร คือ สูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์จากเมล็ดข้าวฟ่าง ซึ่งมีวิธีการทำง่ายๆ คือ 1.ต้มน้ำให้เดือด ใส่เมล็ดข้าวฟ่างที่แช่น้ำนาน 12 ชั่วโมงลงไปต้มจนเปลือกเริ่มแตก กรองเมล็ดให้สะเด็ดน้ำ ทิ้งไว้สักครู่แล้วบรรจุใส่ขวดดูแรน 2.นำเมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่งฆ่า เชื้อที่ 121 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที วางทิ้งไว้ให้เย็น 3.สุ่มเชื้อราปฏิปักษ์ที่เลี้ยงบนอาหาร PDA อายุ 7 วัน จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ T.hazianum, T.viride และ T.hamatum วางบนผิวหน้าเมล็ดข้าวฟ่าง บ่มที่อุณหภูมิห้องในที่มืดนาน 7 วัน สำหรับใช้ในการต่อเชื้อราปฏิปักษ์จากวัสดุเหลือใช้ขี้เลื่อยต่อไป

ส่วนสูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์จากวัสดุเหลือใช้ขี้เลื่อยมีขั้นตอนดังนี้

1.นำขี้เลื่อย (50 กรัม) ปูนขาว (1.25 กรัม) คลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำปริมาตร 80 มิลลิกรัม บรรจุถุงพลาสติกพร้อมใส่คอขวด และอุดจุกปิดด้วยกระดาษ รัดด้วยหนังยางให้แน่น จากน้ำไปฆ่าเชื้อที่ 121 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที วางทิ้งไว้ให้เย็น 2.นำหัวเชื้อ ราปฏิปักษ์จากเมล็ดข้าวฟ่างใส่ลงไปในก้อนหัวเชื้อ จำนวน 10-20 เมล็ดต่อถุง ในสภาพที่ปราศจากการปนเปื้อนเชื้อ ปิดฝาถุงขี้เลื่อยให้เรียบร้อย นำไปวางเรียงบนโต๊ะหรือชั้นที่เช็ดแอลกอฮอล์ 70% เรียบร้อยแล้ว 3.บ่มที่อุณหภูมิห้องทุกๆ 3 วัน เขย่าก้อนขี้เลื่อยเพื่อคลุกเคล้าให้เชื้อราปฏิปักษ์ที่อยู่ด้านบนให้ผสมกับขี้เลื่อยในถุงอย่างทั่วถึง จากนั้นบ่มหัวเชื้อราปฏิปักษ์นาน 14 วัน สำหรับนำไปใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของต้นกล้าไม้ต่อไป ซึ่งโครงการนี้มี ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา หากผู้ใดสนใจหรือมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ โทร.08-9767-8569

Using fungi leavening to lead the growth of mangrove

Invasion of mangrove forest whether doing salt pan, shrimp farm or fishery causing the decrease of mangrove forests impacts the ecosystem widely. At present, more people are aware of this matter so there are mangrove forest restorations such as growing mangrove trees to replace.

Besides, Mr. Sompol Meepuang, student from Rajamangala University of Technology Thanyaburi has been finding ways to increase the growth of mangrove forests faster by using fungus antagonist “Trichoderma ssp.” To lead the growth of mangrove trees.

Mr. Sompol revealed about the study that it is the implementation of Trichoderma ssp. To mix with soft soil in the forms of liquid formula and fungus-direct-to-tree formula, then analyze if this fungus has capability in the growth support of mangrove trees better than those that have not been used. The objective is to take the result to restore the mangrove forests to equalize the ecosystem and be able to reduce global warming.

After inspecting the growing area and examining the fungus antagonist Trichoderma ssp.” in young-mangrove plant-cultivating house with 3 leavening antagonists which are T.viride, T.hazianum, T.hamatum found that either young small or big-leaf mangroves or can grow well with T.viride. The height ratio of small-leaf mangroves equal to 54.60 CM, big ones equal to 79.65 CM, and Aegiceras cornicalatum equal to 55.57 CM.

He said that the formula that he used 2 formulas in the experiment which are fungus antagonist from millet seeds. The easy instructions of it are as follows: 1. put 12 hour long-soaked millet seeds in boiling water then boil till their covers break and drain water out, wait for a while, then contain them into Duran bottles. 2. Steam millet seeds at 121 degree Celsius for 15 minutes and leave till they are cold. 3. Random fungus antagonists fed on PDA food aged 7 days for 3 kinds such as T.hazianum, T.viride and T.hamatum, then put them on the seed surfaces and ripen at room temperature in dark for 7 days for use fungus antagonists from saw dust later on.

For the instructions of fungus antagonist formula from saw dust are as follows:

1. mix saw dust 50 g, lime 1.25 g with 80 mg of water then contain in plastic bags and cap the bottlenecks then close the bottles by papers and bond with plastic band tightly, after that pasteurize them at 121 degree Celsius for 20 minutes then leave them cold. 2. Take antagonist fungus leavening from millet seeds into the leavening bars 10 – 20 seeds per bag in the sterile condition and cap the bags well, then arrange them on a table or shelf cleaned by alcohol 70%. 3. Ripen them at room temperature every 3 day, shake saw dust bars to mix the antagonist fungus that is on top with saw dust in the bags thoroughly. After that, ripen antagonist fungus leavening for 14 days for the experiment of growth efficiency of young plants afterwards. Assist. Prof. Sukarn Rattanalertnusorn is the advisor of this project. Those interested can contact for more information at Tel. 08-9767-8569.

Translated by Mr. Amondech Inkaew

 

 

 

 

.