ผศ.ปานเพชร ชินินทร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรี ได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมและบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น โดยได้จัดทำโครงการร่วมกันหลายโครงการ อาทิ โครงการ “สหกิจอาจารย์” กับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เป็นการเปิดโลกทัศน์ของอาจารย์ให้ได้เห็นภาพรวมของกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการต่างๆ ภายในสถานประกอบการ ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

นอกจากนี้กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ร่วมกับมทร.ธัญบุรี กำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยจะร่วมกันปรับปรุงหลักสูตรและการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนและผู้สอน การให้บริการทางวิชาการแก่สถานประกอบการ ซึ่งมทร.ธัญบุรีคาดหวังว่า หากผลการพัฒนาถึงระดับผู้ประกอบการพึงพอใจ อาจส่งให้เกิดการรับประกันการมีงานทำให้กับกับบัณฑิตของมหาวิทยาลัยได้ในที่สุด รวมถึงมทร.ธัญบุรี ยังได้เข้าไปช่วยออกแบบหลักสูตรผู้จัดการโรงงาน เนื่องจากผู้จัดการโรงงานเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในภาคการผลิต ที่ต้องเก่งทั้งงานและคน โดยกำหนดโครงร่างหลักสูตรเป็น 3 หมวด หมวดที่ 1 การบริหาร/เทคนิคการผลิต หมวด 2 การบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หมวด 3 การบริหารทั่วไป รวม 99 ชั่วโมง ซึ่งทางสอท.จะจัดหาผู้เชี่ยวชาญดำเนินการจัดการสอนให้กับสถานประกอบการที่สนใจเข้าเรียน

รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า จากการที่ปี 2558 ประเทศไทยต้องเปิดประเทศภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้เกิดการโยกย้ายแรงแรงงานอย่างเสรี ซึ่งสอท.มีความเป็นห่วงช่างเทคนิค นอกจากจะมีปัญหาทักษะด้านฝีมือแล้ว ปัญหาสำคัญอีกประการ คือภาษาอังกฤษ ดังนั้น จึงได้ร่วมมือกันจัดทำหลักสูตรภาษาอังกฤษช่างขึ้น โดยเน้นการพัฒนาภาษาอังกฤษในสาขาที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานภาคอุตสาหกรรม ทั้งในเรื่องการฟัง พูด อ่านและเขียน ซึ่งหลักสูตรดังกล่าว สมาชิกของสอท.ต้องการให้เกิดการฝึกอบรมอย่างเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ยังได้มีการจัดทำโครงการพัฒนามาตรฐานอาชีพเพื่อการจัดตั้งสถาบันวุฒิวิชาชีพ โดยจัดทำมาตรฐานอาชีพใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมนำร่อง คือ กลุ่มเครื่องจักรกล กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรี ยังได้เข้าไปมีส่วนในการกำหนดกรอบการดำเนินงาน ของศูนย์คลังสมองนักอุตสาหกรรม ที่ทางสอท.จะจัดตั้งขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า ภาวะสังคมที่อัตราการเกิดน้อยลงคนอายุยืนขึ้น ทำให้เกิดภาวะสังคมของผู้สูงอายุ ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานลดลง ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะรวมผู้ ทรงคุณวุฒิในสาขาอาชีพต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มากความสามารถมาช่วยพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย

RMUTT and F.T.I. developing and enhancing peoplepower in industrial sectors 

Asst. Prof. Dr. Panpetch Chinintron, a vice president of Rajamangala University of Technology Thanyaburi (RMUTT) said that “during a passed whole year, the University has collaborated with the Federation of Thai Industries (F.T.I.) in developing the staff’s ability, both in industry and the University, to reach the maximized potential by conducting the Job Training for Teachers Project with the Thai garment industry group in order to open the teachers’ attitudes to understand about the production and management processes which there are many changes in the industry.

Furthermore, the University and the Thai Textile and Apparel Industry also set the strategic plans in developing the production and manpower in order to respond the need of the industries by improving and developing the potential of teachers and students, and the potential of servicing the academic works toward to entrepreneurs.

RMUTT expected that “if the results of this development can satisfy the entrepreneurial groups, it can frankly lead the University be guaranteed in jobs for the bachelors and graduates. In addition, the University attended to design the factory management courses because there is a significance in operational management both in job production and human management. The courses have been divided into 3 groups with 99 total training hours; these are (1) Management/Production Techniques, (2) Management and Human Resources Development and (3) General Management. In the next step, F.T.I will continue to find out the experts to take part in.”     

Vice president Asst. Prof. Dr. Panpetch added that “due to the opening of Thailand to the ASEAN community in 2015 which it can lead the freely labor capital move, F.T.I. now has concerned about technicians who have problems with English communication. Therefore, the University had also planned to set the English courses for this group of people in order increase the English communication skills and F.T.I. will continue to search the experts to train sooner.

Furthermore, both the University and F.T.I. have conducted the Career Standard project in order to establish vocational certificates institutes by primarily in three pilot industries, i.e. the machinery group, the automotive group and the air conditioner group. Moreover, the University has participated in setting up operational framework for the Industrial Professionals’ Brain Center which will be being established by F.T.I. due to an increase of people’s longer lifespan’ significance which finally causes the lack of working population. This center will also gather the experts in various fields to develop the ability of industrial sectors.  

Translated by Mr. Suraporn Onputtha