Archive for มีนาคม, 2014

ภาพข่าว: จ้างบริหารเงิน

ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และพัณณรัชต์ บรรพโต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี ร่วมลงนามในสัญญาแต่งตั้ง บลจ.เอ็มเอฟซี เป็นหนึ่งในผู้บริหารกองทุนส่วนบุคคล More >

ภาพข่าว: บริหารกองบุคคล

รศ.ดร. ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และนางพัณณรัชต์ บรรพโต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามในสัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งเอ็มเอฟซีได้รับความไว้วางใจให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารกองทุนส่วนบุคคล โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน More >

เด็กมทร.ธัญบุรีขายงานฝีมือ ทำพวงกุญแจงานไม้’หน้าการ์ตูน’สร้างรายได้

More >

ภาพข่าว: ราชมงคลนำเสนอผลงานวิจัยรังไหมสุดยอดขัดใบหน้าใส-เนียน

ผศ.ไศลเพชร ศรีสุวรรณ อาจารย์คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำเสนอผลงานการวิจัยเรื่อง นวัตกรรมไหมขัดหน้า ซึ่งพบว่ารังไหมไทยมีสรรพคุณช่วยให้ผิวเต่งตึง อ่อนนุ่ม และกระจ่างใส เนื่องจาก 90% ในรังไหมมีโปรตีนชนิดเดียวกับที่ผิวมนุษย์มีอยู่ ประกอบด้วยกรดอะมิโนชนิดที่สำคัญคือเซอริซิน (Sericin) และไฟโบรอิน (Fibroin) สามารถอุ้มน้ำได้ดี รักษาความชุ่มชื้นของผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส More >

ไอเดียสร้างรายได้ พวงกุญแจงานไม้ “หน้าการ์ตูน”

เจ้าของธุรกิจพวงกุญแจงานไม้หน้าการ์ตูน “วิว” นางสาวสุพิศ อาจหาญ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาหัตถกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี งานมือที่ใส่ไอเดียและความรัก สร้างรายได้

วิว เล่าว่า จุดเริ่มต้นของชิ้นงาน ชอบตัวการ์ตูน และรักในงานฝีมือ การวาด และประดิษฐ์ ตอนนั้นมีคำถามในใจ เรียนและชอบทางด้านการขาย อะไรที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตนเองได้ ตอนนั้นคิดว่าจะต้องเป็นชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และต้องเป็นชิ้นที่ไม่ใหญ่มาก สามารถซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝากได้ ระหว่างที่กำลังหาชิ้นงาน แต่มีแรงบันดาลใจแล้ว ถือว่าเป็นโชคและโอกาสไปเดินตลาดงานฝีมือแห่งหนึ่ง สะดุดตาเห็นพวงกุญแจไม้ลักษณะกลม เกิดไอเดียนำพวงกุญแจไม้ที่เห็นมาประดิษฐ์ More >

มทร.ธัญบุรีปรับเงินเดือนให้ลูกจ้าง

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนให้กับผู้สำเร็จปริญญาตรี เป็น 15,000 บาท ตั้งแต่ปี 2555 โดยในส่วนของข้าราชการเป็นการใช้งบประมาณของรัฐ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของลูกจ้างชั่วคราวให้มีการใช้เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยในการดำเนินการ และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2557 ซึ่งที่ผ่านมานั้น มหาวิทยาลัยได้ใช้วิธีการให้เพิ่มค่าครองชีพรายเดือนเป็นการทดแทน แต่ล่าสุดมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการปรับอัตราค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยแล้วในทุกระดับวุฒิการศึกษา เช่น วุฒิปริญญาตรี 15,000 บาท วุฒิปริญญาตรี (หลักสูตร 5 ปี) 15,800 บาท วุฒิปริญญาตรี (ที่มีใบประกอบวิชาชีพ) 17,090 บาท วุฒิปริญญาโท 17,500 และวุฒิปริญญาเอก 21,000 บาท ซึ่งการปรับเพิ่มเงินเดือนในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่ใช้จ่ายเงินเดือนประมาณ 30 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาทต่อปี

“การปรับเงินเดือนในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน โดยเพิ่ม สมรรถนะในการทำงานควบคู่ไปด้วย มีการจัดการฝึกอบรมให้กับลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นสายธุรการ บัญชี เลขานุการ โดยใช้หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยจัดทำขึ้น เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับเงินเดือนที่ได้รับ และการฝึกอบรมนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาตนเองไปเป็นอาจารย์สายผู้สอน ส่วนลูกจ้างชั่วคราวก็สามารถพัฒนาตนเองไปเป็นพนักงานสายสนับสนุนได้เช่นกัน โดยมหาวิทยาลัยจะมีการเปิดสอบบรรจุเป็นประจำอยู่แล้ว” อธิการบดี มทร.กล่าว

รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า กลไกของการยกระดับเงินเดือน ควรสอดคล้องกับสมรรถนะของงาน ซึ่งเห็นว่าการที่รัฐปรับขึ้นเงินเดือนเท่ากันที่ 15,000 บาท ควรลงลึกไปที่เรื่องนี้เป็นสำคัญ เพื่อให้เป็นฐานในการเพิ่มเงินเดือน และในบางตำแหน่งอาจมีเงินเดือนที่มากกว่านี้ได้ ตนอยากเห็นการยกระดับเงินเดือน ควรยกตามขีดความสามารถ สาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่การยกแบบองค์รวม ซึ่งจุดนี้จะสอดคล้องกับการศึกษาต่อของประเทศ และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาเข้าเรียนต่อในสาขาวิชาชีพที่มีเงินเดือนค่อนข้างดี หากรัฐสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้จะส่งผลดีต่อทั้งระบบการศึกษาและการพัฒนาประเทศ More >

คอลัมน์ ย่อยข่าวกทม.: กทม.ผุด”บางกอกแบรนด์”ภายในปีนี้

นายธราพงศ์ คำวอน นักพัฒนาชำนาญการพิเศษสำนักพัฒนาสังคม กล่าวว่าใน กทม.มีผลิตภัณฑ์ชุมชนหลากหลายรูปแบบทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ของประดับตกแต่งต่าง ๆ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของบางชุมชนแต่ผลิตภัณฑ์ชุมชนมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ทันสมัยไม่สวยงาม จึงทำให้เกิดปัญหาการระบายสินค้าไม่ได้ กทม.จึงเข้าไปให้คำแนะนำและปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงามทันสมัย และช่วยในการหาช่องทางการจัดจำหน่าย โดยจะมีการจัดมหกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน 50 เขต มีกลุ่มผลิตภัณฑ์กว่า 500 ผลิตภัณฑ์ ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.-4 พ.ค. 57 นี้ รวมทั้งเตรียมการจัดตั้งบางกอกแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนของ กทม.ขณะนี้ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรีในการตั้งเกณฑ์และคณะกรรมการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะสามารถคัดเลือกผลิตภัณฑ์ได้ในกลางปี 57 นี้. More >

ปฏิทินศิลปะ

บูรพา burapha__cch@yahoo.com

 

10 ศิลปินไทยเปิดโลกศิลปะอเมริกา ลุล่วงไปกับโครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2557 เมื่อสัปดาห์ก่อน หออัครศิลปิน คลองหลวง ปทุมธานี โดยชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวโครงการนี้ว่า เป็นการส่งเสริม ศึกษาค้นคว้า วิจัย ฟื้นฟู อนุรักษ์ พัฒนาให้แก่บุคลากรในวงการศิลปะ ต่อยอดทักษะ เสริมสร้าง ประสบการณ์ทางศิลปะให้แก่ผู้เข้าอบรม โดยมีผลงานดีเด่นที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปเผยแพร่ร่วมกับสภาศิลปกรรมไทย แห่งสหรัฐอเมริกา ณ ประเทศสหรัฐฯ เป็นการเปิดโลกทัศน์ ซึ่งผู้เข้าอบรมสามารถนำองค์ความรูและประสบการณ์ที่ได้รับนำไปถ่ายทอดสู่เยาวชนและสังคมในวงกว้าง

ปีนี้มีศิลปินอิสระ ครูผู้สอนศิลปะจากสถาบันต่างๆ ที่ผ่านการคัดเลือกและได้เข้ารับการอบรมทั้งในภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ 60 คน จากผู้สมัคร 95 คน โดยศิลปินแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสาขาทัศนศิลป์ 16 ท่าน อาทิ ถวัลย์ ดัชนี, กมล ทัศนาญชลี, เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ, นนทิวรรธน์ จันทนผะลิน, อิทธิพล ตั้งโฉลก, ปรีชา เถาทอง, ช่วง มูลพินิจ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ และได้คัดเลือกผู้มีผลงานดีเด่น 10 คน ตามรายชื่อดังนี้

1.น.ส.หทัยรัตน์ มณีรัตน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2.น.ส.สุรีวัลย์ สุธรรม ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 3.นายชัยพร ระวีศิริ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 4.นายภานุ สรวยสุวรรณ ม.บูรพา 5.นายวิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 6.นายทรงฤทธิ์ เหมือยพรม ศิลปินอิสระ สกลนคร 7.น.ส.กมลชนก ผลงาม ศิลปินอิสระ ปทุมธานี 8.นายสุวัฒน์ บุญธรรม ศิลปินอิสระ สกลนคร 9.น.ส.จิรัชยา พริบไหว ศิลปินอิสระ เชียงใหม่ 10.น.ส.พรสวรรค์ จันทร์สุข cha-ba art กระบี่

ทั้งนี้ 10 ศิลปินอิสระผลงานดีเด่นเดินทางไปศึกษาดูงาน พร้อมต่อยอดการสร้างสรรค์ผลงาน และแสดงงานศิลปะ ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมนี้

More >

ภาพข่าว: ทดเวลาเจ็บ: มอบของ

ดร.สมหมาย ผิวสอาด (ซ้าย) รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มอบของที่ระลึกขอบคุณ ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ รองประธานสโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี และ ผช.กก.ผจก.ใหญ่ บ.บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ในงานลงนามสัญญาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาศักยภาพกีฬากับสถานศึกษาระหว่าง ม.ราชมงคลธัญบุรี กับ บ.บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ที่ห้องประชุมมงคล ม.ราชมงคลธัญบุรี More >

คอลัมน์ ทั่วทิศเมืองไทย

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับ สำนักงานเขตลาดกระบัง จัดโครงการอบรมพัฒนาความรู้แก่ผู้ประกอบการ (SME) เพื่อเสริมศักยภาพรับ AEC วันที่ 18-19 มีนาคมนี้ ณ ห้องประชุม สำนักงานเขตลาดกระบัง โดยผู้ผ่านการอบรมสองวันจะได้รับใบประกาศจาก ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้สนใจสมัครได้ที่อีเมล yui3308118@hotmail.com คุณยุ้ยฝ่ายพัฒนาชุมชนเขตลาดกระบัง More >

คอลัมน์ ปิดกรอบ: บีจี-มทร.ธัญบุรีคัดนักกีฬา

บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) จับมือเซ็นเอ็มโอยูร่วมกันพัฒนาความเป็นเลิศด้านกีฬากับ มทร.ธัญบุรี เป็นระยะเวลา 2 ปี พร้อมกับเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถด้านกีฬาฟุตบอลชายและวอลเลย์บอลหญิง ได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ มทร.ธัญบุรี

การรับสมัครมีกำหนดระยะเวลาของโครงการรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต หรือส่งใบสมัครด้วยตนเอง ภายในวันที่ 10-14 มีนาคม ซึ่งกีฬาฟุตบอลชาย คัดเลือกตั้งแต่วันที่ 17-19 มีนาคม 2557 ที่สนามลีโอ สเตเดียม วอลเลย์บอลหญิง 17-19 มีนาคม ที่โรงยิมเนเซียม มทร.ธัญบุรี ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ในวันที่ 20 มีนาคม ทาง www.bangkokglassfc.com ผู้สนใจติดต่อที่ ฟุตบอล 08-9497-2431 วอลเลย์บอลหญิง 09-0970-1482 More >

สอบตรง มทร.ธัญบุรีกว่าสองหมื่น ทีวีดิจิตอลดันสาขาวิชามัลติมีเดียยอดฮิต

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ทางมหาวิทยาลัยได้เปิดรับสมัครนักศึกษาเพื่อศึกษาต่อใน มทร.ธัญบุรี ประเภทรับตรง โดยสิ้นสุดการรับสมัครไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น จากข้อมูลพบว่ามีนักเรียนให้ความสนใจสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อกับ มทร.ธัญบุรี จำนวนมากถึง 21,230 คน ถือว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 2,000 คน และเป็นที่น่าสังเกตว่าในปีนี้สาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ มัลติมีเดีย วิทยุ โทรทัศน์ แพทย์แผนไทย ได้รับความสนใจจากนักศึกษาสมัครสอบคัดเลือกเป็นจำนวนมาก เข้าใจว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากนโยบายของรัฐที่มีการขยายตัวของระบบโทรทัศน์ดิจิตอล และในอนาคตจะมีการขยายตัวของวิทยุดิจิตอลด้วย ส่วนแพทย์แผนไทยนั้น เนื่องจากปัจจุบันมีการขยายการบรรจุแพทย์ทางเลือกเข้าทำงานในส่วนราชการต่างๆ และมีการรักษาโดยแพทย์ทางเลือกตามโรงพยาบาล สถานพยาบาลมากขึ้น ทำให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับจากประชาชน รวมถึงการที่กระทรวงสาธารณสุขยอมรับตำรับยาของแพทย์แผนไทย มีการประยุกต์ใช้สมุนไพรในด้านต่างๆ ทำให้นักศึกษาสนใจศึกษาต่อในด้านนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่า สำหรับอัตราการแข่งขันเมื่อแบ่งตามจำนวนผู้สมัครสอบกับจำนวนรับนักศึกษา พบว่า กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อสารมวลชน มีอัตราการแข่งขันสูง 35:1 กลุ่มบัญชี บริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ 17:1 กลุ่มวิทยาศาสตร์ 12:1 และกลุ่มสายสังคม 5:1 โดยในการสอบคัดเลือกในวันที่ 15-16 มี.ค.นั้น ทางมหาวิทยาลัยได้กำหนดให้มีสนามสอบทั้งสิ้น 3 แห่ง คือ สนามสอบ มทร.ธัญบุรี โรงเรียนธัญญสิทธิศิลป์ และโรงเรียนวันเขียนเขต และประกาศผลการสอบคัดเลือกในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ดังนั้นอยากให้ผู้สมัครที่จะเดินทางมาสอบในครั้งนี้ได้ทำการศึกษาเส้นทางการเดินทางและสนามสอบให้ชัดเจน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.rmutt.ac.th

“ในภาพรวมการสมัครสอบในกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีจำนวนลดลงแม้จะไม่ได้มีผู้สมัครเยอะและมีอัตราการแช่งขันสูงเหมือนกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อสารมวลชน สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานยังมีความต้องการในกลุ่มนี้อยู่ โดยเฉพาะการเปิดประเทศจะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เด็กไทยสามารถเข้าไปประกอบอาชีพในประเทศกลุ่มอาเซียนได้ ดังนั้นภาครัฐควรสนับสนุนการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาต่อไป และควรเชื่อมโยงไปให้ถึงในระดับอาชีวศึกษาด้วยเพราะจุดนี้คือทุนมนุษย์ของชาติและการลงทุนของประเทศ” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว More >

สอบตรงมทร.ธัญบุรีพุ่ง2หมื่นคน’มัลติมีเดีย-แพทย์ไทย-วิศวะ’แข่งดุ

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดเผยว่า ตามที่มหาวิทยาลัยได้เปิดรับสมัครนักศึกษาระดับปริญญาตรี ประเภทรับตรง โดยสิ้นสุดการรับสมัครไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ.27 ที่ผ่านมานั้น จากข้อมูลพบว่ามีผู้สนใจสมัครเข้าศึกษามากถึง 21,230 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 2,000 คน และเป็นที่น่าสังเกตว่าสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศมัลติมีเดีย วิทยุ โทรทัศน์ แพทย์แผนไทย ได้รับความสนใจสมัครสอบคัดเลือกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีสาเหตุมาจากนโยบายของรัฐที่มีการขยายตัวของระบบโทรทัศน์ดิจิตอล และในอนาคตจะมีการขยายตัวของวิทยุดิจิตอลด้วย ส่วนแพทย์แผนไทยนั้น เนื่องจากปัจจุบันมีการขยายการบรรจุแพทย์ทางเลือก เข้าทำงานในส่วนราชการต่างๆ และมีการรักษาโดยแพทย์ทางเลือกตามโรงพยาบาล สถานพยาบาลมากขึ้น ทำให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับจากประชาชน รวมถึงการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยอมรับตำรับยาแพทย์แผนไทย ด้วย

“สำหรับอัตราการแข่งขัน เมื่อแบ่งตามจำนวนผู้สมัครสอบกับจำนวนรับ พบว่า กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อสารมวลชน มีอัตราการแข่งขันสูง 35:1 กลุ่มบัญชี บริหารธุรกิจวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์17:1 กลุ่มวิทยาศาสตร์ 12:1 และกลุ่มสายสังคม 5:1 แต่อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการสมัครสอบในกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ได้มีจำนวนลดลง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังมีความต้องการอยู่โดยเฉพาะการเปิดประเทศสู่อาเซียน มีส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เด็กไทยสามารถเข้าไปประกอบอาชีพในประเทศกลุ่มอาเซียนได้ดังนั้นภาครัฐควรสนับสนุนการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาต่อไป และควรเชื่อมโยงไปให้ถึงในระดับอาชีวศึกษาด้วย เพราะนี่คือทุนมนุษย์ของชาติและการลงทุนของประเทศ”นายประเสริฐ กล่าว

More >

ฮิตแห่สมัครสอบตรง มทร.ธัญบุรี กว่า 20,000 คน

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ มทร.ธัญบุรีได้เปิดรับสมัครนักศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อใน มทร.ธัญบุรี ประเภทรับตรง โดยสิ้นสุดการรับสมัครเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น จากข้อมูลพบว่ามีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าศึกษาต่อกับ มทร.ธัญบุรี จำนวนมากถึง 21,230 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 2,000 คน โดยสาขาที่มีอัตราการแข่งขันค่อนข้างสูง ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อสารมวลชน มีอัตราการแข่งขัน 35:1 กลุ่มบัญชี บริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ 17:1 กลุ่มวิทยาศาสตร์ 12:1 และกลุ่มสายสังคม 5:1 โดยในการสอบคัดเลือกวันที่ 15-16 มี.ค.นี้ ทางมหาวิทยาลัยได้กำหนดให้มีสนามสอบทั้งสิ้น 3 แห่ง คือ สนามสอบ มทร.ธัญบุรี โรงเรียนธัญญสิทธิศิลป์ และโรงเรียนวัดเขียนเขต จึงอยากให้ผู้สมัครสอบศึกษาเส้นทางการเดินทาง และสนามสอบให้ชัดเจน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.rmutt.ac.th

“ในภาพรวมกลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ยังมีผู้สมัครในจำนวนที่ค่อนข้างสูง แม้จะมีตัวเลขเพิ่มไม่มาก แต่ก็ยังมีอัตราการแข่งขัน สูงสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานยังมีความต้องการในกลุ่มนี้อยู่ โดยเฉพาะการเปิดประเทศจะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เด็กไทยเข้าไปประกอบอาชีพในประเทศกลุ่มอาเซียนได้ ภาครัฐจึงควรสนับสนุนการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาต่อไป และควรเชื่อมโยงไปให้ถึงระดับอาชีวศึกษาด้วย” รศ.ดร.ประเสริฐกล่าว. More >

พี่-น้องวิศวะโยธา คลองหก ชวนกันปลูกป่าชายเลน

นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรสงคราม จัดโครงการปลูกป่าชายเลน ฟื้นฟูสภาพดินและอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม บรรเทาการกัดเซาะชายฝั่ง สร้างแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 86 พรรษา

“บูม” นายนัฐสิน นิลละออ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมสำรวจ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่า เนื่องจากเป็นโครงการต่อเนื่องในการทำคุณประโยชน์ต่อสังคม โดยเป็นการทำกิจกรรมของพี่น้องชาววิศวกรรม ชั้นปี 2-4 กิจกรรมคือการปลูกป่าชายเลน ต้นโกงกาง จำนวน 3,000 ต้น ซึ่งมีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ประมาณ 160 คนเข้าร่วมกิจกรรม ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่และน้อง โดยภาควิชาวิศวกรรมโยธา มีทั้งหมด 3 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาวิศวกรรมสำรวจ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา และสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

“เจ” นายกฤษกร ศิริสุวรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิศวกรรมโยธา เล่าว่า เป็นครั้งที่ 5 ที่ได้ปลูกป่าชายเลน แต่เป็นครั้งแรกที่ได้ไปปลูกป่ากับพี่น้องร่วมสาขาวิชา เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้วัยรุ่นใส่ใจในสิ่งแวดล้อม สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ปกติจะไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกับสาขาวิชาอื่นในภาควิชาวิศวกรรมโยธา เคยเห็นหน้าแต่ไม่เคยพูดคุยกัน 1 วัน กับอากาศที่ร้อน ได้มิตรภาพที่ดี ช่วยกันปลูกป่าชายเลนคนละไม้ละมือ ถึงแม้ว่าต้องใช้ระยะเวลากว่าป่าจะเจริญเติบโต แต่ผลภาคหน้าที่ได้มันคุ้มค่ามาก

“กุ้ง” น.ส.ไพลิน เรืองสงคราม นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เล่าว่า เป็นเทศกาลแห่งการผ่อนคลาย เพราะว่าเรียนมาทั้งเทอม ได้รู้จักเพื่อนต่างสาขาวิชา ครั้งแรกที่ได้ปลูกป่าชายเลน ได้สัมผัสโคลนครั้งแรก ตอนลงไปโคลนเย็นมาก จมลงไปในโคลนครึ่งตัว จากนั้นก็ปลูกต้นโกงกางลงไป ถือเป็นกิจกรรมรุ่นสืบต่อกันมา ป่าชายเลนภาควิชาวิศวกรรมโยธา มทร.ธัญบุรี ปลูกป่าชายเลนเป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง ที่ควรส่งเสริม เพราะว่าไม่มีใครรู้ว่าภัยธรรมชาติจะเกิดขึ้นเมื่อไร

“ตาน” น.ส.กนกวรรณ กลางสา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา เล่าว่า ปกติสาขานี้จะเรียนหนัก รุ่นพี่จัดกิจกรรมแบบนี้ได้ทั้งประโยชน์และความสนุก ต้นโกงกางทั้ง 3,000 ต้น ปลูกเสร็จด้วยความสามัคคีระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง ทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์กับสังคม และช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อยากให้เพื่อนชวนกันมาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า

สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชน อนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 86 พรรษา More >

คอลัมน์ ช่องทางทำกิน: ‘ข้าวยำสมุนไพร’จุดขายคือคุณประโยชน์

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

อาหารที่เรียกว่า “ข้าวยำ” ถ้าเป็นคนทางภาคใต้ หรือคนรักสุขภาพ เมื่อพบอาหารชนิดนี้เข้าก็จะต้องรีบสั่งมาชิมทันที นอกจากรสชาติของข้าวยำจะอร่อย กลมกล่อม ยิ่งกินก็ยิ่งเพลิน เพราะมีผักสดต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นอาหารที่มีสมุนไพรบำรุงร่างกาย ทั้งที่ผสมอยู่ในข้าวยำ และที่กินแกล้ม ถึงขนาดกรมอนามัยยกให้เป็นเมนูสุขภาพอันดับแรก แต่ก็ไม่ใช่ว่าใคร ๆ จะทำข้าวยำได้รสชาติอร่อยเหมือนกันทุกคน เพราะมีเทคนิคเคล็ดลับหลายอย่าง อย่างไรก็ดี วันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลการทำ “ข้าวยำสมุนไพร” อาหารเพื่อสุขภาพ มาให้พิจารณา เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่สนใจอยากทำขาย…

ผู้ที่จะให้ข้อมูล ถ่ายทอดสูตร “ข้าวยำสมุนไพร” แบบไม่มีหมกเม็ด คือ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.) โดย สูตรนี้จะเน้นสุขภาพและความอร่อยควบคู่กันไป ซึ่ง ผศ.พงษ์ศักดิ์ บอกว่า ข้าวยำเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และจัดเป็นอาหารที่มีคุณลักษณะพิเศษ เป็นอาหารจานเดียวของไทยที่มีสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ แถมยังเป็นอาหารธรรมชาติที่มีวิตามิน และเกลือแร่ โดยเฉพาะในผักสดและสมุนไพรนานาชนิดนั้นมีเส้นใยสูง เหมาะสมกับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนัก ทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีอีกด้วย

“ดังนั้น ข้าวยำจึงจัดเป็นอาหารสุขภาพอันแสนวิเศษ ทำก็ง่าย แถมต้นทุนต่ำอีกต่างหาก ความที่เอกลักษณ์ของข้าวยำคือ น้ำบูดู ดังนั้นข้าวยำของใครจะอร่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับน้ำบูดูเป็นสำคัญ และวัตถุดิบ พืชสมุนไพรที่ใส่ในข้าวยำล้วนแต่มีคุณประโยชน์กับร่างกายทั้งสิ้น เช่น ข้าวมันปู รักษาอาการมือเท้าบวม ป้องกันโรคนอนไม่หลับ ถั่วงอก ช่วยชะลอความชราได้ มะพร้าว บำรุงกำลัง พริก ช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร ตะไคร้ แก้ปวดท้อง ขับลม มะนาว ขับเสมหะ ฟอกโลหิต ปัสสาวะ ใบมะกรูด แก้โรคลักปิดลักเปิด แก้ลมจุกเสียด มะม่วง ขับเสมหะ และน้ำบูดู ก็มีคุณค่าทางอาหารประกอบไปด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามิน ซึ่งแม้ส่วนประกอบจะมากชนิด แต่ละชนิดก็หาไม่ยาก”

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ หลัก ๆ คือเครื่องมือทั่วไปที่ใช้กันในครัวเรือน อาทิเตาแก๊ส มีด เขียง ถาด ฯลฯ

ส่วนผสมในการทำน้ำบูดู ก็มี…น้ำบูดูขวดที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ใช้ ปริมาณ1 ถ้วย, เนื้อปลาอินทรีเค็ม 1 ชิ้น, ข่า 1 แง่ง, ตะไคร้ 3 ต้น, หอมแดง 4 หัว, ใบมะกรูด 4 ใบ, น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วย, น้ำเปล่า 1 ถ้วย และกะปิ

ส่วนผสม เครื่องเคียงข้าวยำ มีข้าวมันปู 1/4 ถ้วย หรือข้าวขาว (ข้าวซ้อมมือ) อัตราส่วนข้าว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1 1/4 ถ้วย, กุ้งแห้ง 1/4 ถ้วย, มะพร้าวคั่วเหลืองกรอบ 1/2 ถ้วย, ถั่วงอกเด็ดหาง 1 ถ้วย, ตะไคร้หั่นฝอย 4 ต้น, ใบชะพลู 5 ใบ, ใบมะกรูดหั่นฝอย 1/4 ถ้วย, มะม่วงดิบสับละเอียด 1 ถ้วย, ถั่วฝักยาวหั่นฝอย 1 ถ้วย, พริกป่น 2 ช้อนชา, มะนาว 2 ลูก

ขั้นตอนในการทำ “ข้าวยำ” แบ่ง 2 ขั้นตอนคือ การต้มน้ำบูดู และการเตรียมเครื่องเคียงใส่ในข้าวยำ

การทำน้ำข้าวยำหรือน้ำบูดู นำปลาเค็มมาต้มให้เปื่อย แกะเอาแต่เนื้อใส่หม้อ เติมน้ำบูดู กะปินิดหน่อย และน้ำสะอาด ลงไปต้มทิ้งไว้สักครู่ นำหอมแดงทุบ ข่าหั่นเป็นแว่น ตะไคร้ทุบหั่นเป็นท่อน ใบมะกรูดฉีก และน้ำตาลปี๊บ ใส่ตามลงไป เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของสมุนไพรและดับกลิ่นคาวของน้ำบูดู ต้มให้เดือดสักครู่ แล้วลดไฟเคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ จนเนื้อปลาแตกและน้ำบูดูกับสมุนไพรเข้าเนื้อกันดี สังเกตน้ำบูดูมีลักษณะเหลวข้น และมีกลิ่นหอม แสดงว่าใช้ได้แล้ว ชิมรสปรุงรสให้ออกรสหวานเค็มหรือตามที่ชอบ ยกลงตั้งไว้ให้เย็น แล้วจึงกรองเอาแต่น้ำใส่ถ้วยหรือภาชนะที่ได้จัดเตรียมไว้

ต่อไปเป็นการเตรียมเครื่องเคียงหรือสิ่งที่เพิ่มรสชาติให้ข้าวยำ โดยนำมะพร้าวที่ขูดเตรียมไว้มาคั่วด้วยไฟอ่อน จนขึ้นเงา สีเหลืองทอง และมีกลิ่นหอม ก็เป็นอันใช้ได้ กุ้งแห้งนำมาป่นให้ฟูหรือโขลกให้ฟู พืชผักสมุนไพรที่เตรียมไว้ เช่น ใบมะกรูด ใบชะพลู ตะไคร้ ถั่วฝักยาว (หรือผักอะไรก็ได้ที่มี ที่ชอบ นำมาใส่ได้ เช่น แครอท กะหล่ำม่วง แตงกวา ใบบัวบก ส้มโอ ฯลฯ) นำมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นฝอยถั่วงอก ล้างสะอาดแล้วเด็ดหาง มะม่วงดิบ (มีรสเปรี้ยว) ล้างสะอาดปอกเปลือกแล้วสับเป็นเส้น ๆ มะนาว ล้างแล้วผ่าซีก พริกแห้ง นำมาคั่วให้หอมแล้วป่นให้ละเอียด

ปกติข้าวที่ใช้ทำข้าวยำใช้เป็นข้าวสวยธรรมดา แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการได้เพิ่มสีสันให้กับข้าวยำ ด้วยการนำสีของพืชมาช่วยสร้างสีสันให้สวยงามน่ารับประทาน เช่น ดอกอัญชัน (ม่วง) ขมิ้นสด (เหลือง) ใบเตย (สีเขียว) คั้นเอาแต่น้ำมาหุงข้าว รวมถึงมีการเพิ่มคุณค่าโภชนาการด้วยการนำข้าวกล้องขัดสีมาหุง เช่น ข้าวหอมนิล (ออกสีดำ) ข้าวกล้อง หรือข้าวมันปู (สีน้ำตาลออกแดง)

เทคนิคการจัดเสิร์ฟ จัดลงบนภาชนะที่เตรียมไว้ โดยแยกเครื่องเคียงต่าง ๆ ไว้รอบข้าวให้มีสีสันน่ารับประทาน จากนั้นใส่ถั่วงอก, มะม่วงเปรี้ยว, ใบชะพลู, ถั่วฝักยาว, ตะไคร้ (บีบมะนาวลงบนตะไคร้เพื่อไม่ให้สีตะไคร้ดำ), ใบมะกรูด, มะพร้าวคั่ว, กุ้งแห้งป่น, พริกป่น, มะนาว แล้วจัดวางคู่กับน้ำบูดู ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกับเมนูอาหารจานเดียวเมนูนี้

ใครสนใจใช้ “ข้าวยำสมุนไพร” เป็น “ช่องทางทำกิน” ก็ลองฝึกฝนฝีมือกัน หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9600-0993 ทั้งนี้ การประกอบอาชีพต่าง ๆ นั้น หากรู้จักนำสิ่งใกล้ ๆ ตัวมาปรับหรือประยุกต์ให้ดูดี ก็อาจจะเพิ่มมูลค่า และอาจจะสามารถใช้เป็นช่องทางสร้างอาชีพได้อย่างน่าทึ่ง!!. More >

คอลัมน์ แวดวงรอบกรุง

คณะบริหารธุรกิจ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับ สนง.เขตลาดกระบัง จัดโครงการอบรมพัฒนาความรู้แก่ผู้ประกอบการ SME เพื่อเสริมศักยภาพรับ AEC 18-19 มี.ค. ที่สนง.เขตลาดกระบัง…สมัครฟรีได้ที่อีเมล์ yui3308118@hotmail.com More >

มทร.ธัญบุรีเพิ่มเงินลูกจ้างชั่วคราว

รศ.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนให้กับผู้สำเร็จปริญญาตรี เป็น 15,000 บาท ตั้งแต่ปี 2555 โดยในส่วนของข้าราชการให้ใช้งบประมาณของรัฐ ซึ่งมหาวิทยาลัยดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของลูกจ้างชั่วคราวที่ให้ใช้เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2557 นั้น มทร.ธัญบุรีได้ใช้วิธีเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนเพื่อทดแทนแล้ว แบ่งเป็นวุฒิป.ตรี 15,000 บาท ป.ตรี หลักสูตร 5 ปี 15,800 บาท ป.ตรี ที่มีใบประกอบวิชาชีพ 17,090 บาท วุฒิป.โท 17,500 บาท และวุฒิป.เอก 21,000 บาท รวมแล้วมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาทต่อปี การยกระดับเงินเดือนควรกำหนดตามขีดความสามารถ และสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาไม่ใช่การยกแบบองค์รวม ซึ่งจุดนี้จะสอดคล้องกับการศึกษาต่อของประเทศ ซึ่งหากรัฐสามารถดำเนินการได้ จะส่งผลดีต่อทั้งระบบการศึกษา

“การปรับเงินเดือนในครั้งนี้มหาวิทยาลัยดำเนินการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน โดยเพิ่มสมรรถนะในการทำงานควบคู่ด้วย จัดฝึกอบรมให้กับลูกจ้าง โดยใช้หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยจัดทำขึ้น เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรได้พัฒนาตนเอง ไปเป็นอาจารย์สายผู้สอน ส่วนลูกจ้างชั่วคราวก็สามารถพัฒนาตนเองไปเป็นพนักงานสายสนับสนุนได้เช่นกัน โดยมหาวิทยาลัยเปิดสอบบรรจุเป็นประจำอยู่แล้ว” อธิการบดี มทร.ธัญบุรีกล่าว More >

มทร.ธัญบุรีเพิ่มเงิน1.5หมื่นครบแล้ว

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี ม.เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่ผู้มีวุฒิปริญญาตรี เป็น 15,000 บาทตั้งแต่ปี 2555 นั้น ในส่วน มทร.ธัญบุรี ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ทั้งข้าราชการที่ใช้งบประมาณของรัฐ และลูกจ้างชั่วคราวที่ใช้เงินรายได้ของมหาวิทยาลัย เช่น วุฒิปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี 15,000 บาท หลักสูตร 5 ปี 15,800 บาท วุฒิปริญญาตรีที่มี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 17,090 บาท วุฒิปริญญาโท 17,500 และวุฒิปริญญาเอก 21,000 บาท ซึ่งการเพิ่มเงินเดือนครั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ล้านบาท ต่อปี จาก 30 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาทต่อปี

รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า การปรับเงินเดือนในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังได้ดำเนินการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน โดยเพิ่มสมรรถนะในการทำงานควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า กลไกของการขึ้นเงินเดือน ควรสอดคล้องกับสมรรถนะของงาน ซึ่งการที่รัฐปรับขึ้นเท่ากันที่ 15,000 บาท ควรลงลึกไปที่เรื่องนี้เป็นสำคัญ เพื่อให้เป็นฐานในการเพิ่มเงินเดือน และในบางตำแหน่งอาจมีเงินเดือนที่มากกว่านี้ได้ ตนอยากเห็นการยกระดับเงินเดือนตามขีดความสามารถ สาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษาเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่การยกแบบองค์รวม เพราะจุดนี้จะสอดคล้องกับการศึกษาต่อของประเทศ และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาเข้าเรียนต่อในสาขาวิชาชีพที่มีเงินเดือนค่อนข้างดี หากรัฐทำเรื่องนี้ได้จะส่งผลดีต่อระบบการศึกษาและการพัฒนาประเทศ. More >

สวธ.เฟ้น10ศิลปินอิสระเปิดโลกศิลปะอเมริกา

ลุล่วงไปกับงานถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติผู้เข้าอบรมผลงานดีเด่นได้รับการคัดเลือกให้ไปเผยแพร่ผลงานที่สหรัฐอเมริกา

ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)กล่าวว่า โครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติประจำปี 2557 เมื่อวันที่ 1-4 มีนาคม หออัครศิลปิน คลองหลวง ปทุมธานี เป็นการสืบทอดและรักษาภูมิปัญญา อันล้ำค่าของศิลปินแห่งชาติ ให้คงอยู่คู่ประเทศและเป็นการส่งเสริม ศึกษาค้นคว้า วิจัย ฟื้นฟูอนุรักษ์ พัฒนาให้แก่บุคลากรในวงการศิลปะต่อยอดทักษะ เสริมสร้างประสบการณ์ทางศิลปะให้แก่ผู้เข้าอบรม โดยมีผลงานดีเด่นที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปเผยแพร่ร่วมกับสภาศิลปกรรมไทยแห่งสหรัฐอเมริกา ณ ประเทศสหรัฐฯ เป็นการเปิดโลกทัศน์ ซึ่งผู้เข้าอบรมสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับนำไปถ่ายทอดสู่เยาวชนและสังคมในวงกว้าง

อัจฉราพร พงษ์ฉวี ผู้อำนวยการหออัครศิลปิน กล่าวว่า ปีนี้มีศิลปินอิสระ ครูผู้สอนศิลปะจากสถาบันต่างๆ ที่ผ่านการคัดเลือกและได้เข้ารับการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ60 คน จากผู้สมัคร 95 คน โดยศิลปินแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิสาขาทัศนศิลป์ 16 ท่าน อาทิ ถวัลย์ ดัชนี, กมลทัศนาญชลี, เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ, นนทิวรรธน์ จันทนผะลิน, เดชา วราชุน, อิทธิพล ตั้งโฉลก, ปรีชา เถาทอง, ช่วงมูลพินิจ เป็นวิทยากร ถ่ายทอดองค์ความรู้ และได้คัดเลือกผู้มีผลงานดีเด่น 10 คนเรียบร้อยแล้ว ตามรายชื่อดังนี้ More >