Archive for กุมภาพันธ์, 2014

ธัญบุรีช่วย นศ.กระทบทุน กยศ.

จากกรณีที่กองทุนเงิน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถูกตัดงบประมาณปี 2557 ซึ่งอาจส่งผลกระทบถึงผู้กู้รายเก่าที่กู้ยืมเงินจาก กยศ.จำนวนหนึ่งนั้น รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยได้เตรียมการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไว้บ้างแล้วโดยได้จัดหาทุนให้นักศึกษาที่เดือดร้อน ตั้งเป้าหาทุนละ 10,000 บาท จำนวน 300 ทุน จากภาคเอกชน และ ทุนเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมเป็น 500 ทุน เพื่อรองรับความต้องการของนักศึกษา โดยแนวทางที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการในเบื้องต้นนี้ จะทำโครงการตักบาตรทุนการศึกษา คาดว่าจะได้เงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้จะนำเงินจากกองทุนส่งเสริมนักศึกษามาจัดสรรเป็นทุนการศึกษาอีกทาง ซึ่งในปีการศึกษาที่ผ่านมามีการนำเงินจากกองทุนนี้ไปจัดสรรช่วยเหลือนักศึกษาแล้ว จำนวน 150 ทุน เป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้มีเงินคงเหลือประมาณ 3 ล้านบาท รวมถึงยังมีทุนเพชรบัวสวรรค์ ซึ่งเป็นทุนยกเว้นค่าลงทะเบียนตลอดหลักสูตร จากเดิมที่ให้เพียง 11 คน ในปีการศึกษา 2557 จะเพิ่มเป็น 25 คน และในปีนี้ยังเป็นปีแรกที่มีทุนส่งเสริมนักกีฬา อีกด้วย นอกจากนี้ตนยังสนับสนุนให้นักศึกษาทำงานพิเศษ นอกเวลาเรียนในมหาวิทยาลัยมีค่าตอบแทน ให้วันละ 300 บาท จากเงินรายได้มหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเชื่อว่ามาตรการต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยดำเนินการจะสามารถช่วยเหลือนักศึกษาได้

“การจัดสรรทุนทั้งหมดนี้เป็นมาตรการเบื้องต้นที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการ โดยได้เริ่มดำเนินการในเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ซึ่งประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้น ตนจึงตั้งเป้าว่าจะหาทุนให้ได้ 600 ทุน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากได้เพียง 500 ทุนก็เชื่อว่าจะเพียงพอ เพราะที่ผ่านมาใช้เพียง 300 ทุนเท่านั้น ทั้งนี้ในส่วนของงบที่ กยศ.จะจัดสรรให้นั้น เชื่อว่าในเบื้องต้นน่าจะจัดสรรให้กับผู้กู้รายเก่าก่อน ดังนั้น หากนักศึกษาใหม่ที่เข้ามาศึกษาใน มทร.ธัญบุรีหากมีปัญหาขอให้ติดต่อกับมหาวิทยาลัยทันที” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว More >

เจาะสาขาวิชาที่น่าเลือกเรียนในคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

More >

ภาพข่าว: รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมทร.ธัญบุรี มอบเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 30 “อีสานเกมส์” ในงานเลี้ยงขอบคุณนักกีฬา มทร.ธัญบุรี More >

นศ.โภชนาการอาหาร มทร.ธัญบุรีแบ่งปันข้อมูลโภชนาการอาหาร

นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จำนวน 60 คน นำความรู้บริการ แบ่งปัน น้องโรงเรียนอนุบาลสาธิตราชมงคลธัญบุรี และเพื่อนๆ นักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยฯ

“หมี” นายบุญมี สงวนทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ผู้ประสานงานโครงการ เล่าว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องจาก เป็นหนึ่งในรายวิชาการให้คำปรึกษาทางโภชนาการ (Nutrition Counseling) เรียนในเรื่องของโภชนาการ ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยทุกวันนี้สุขภาพเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพคงหนีไม่พ้นในเรื่องของอาหาร ดังนั้นเมื่อได้ความรู้ในวิชามา จึงอยากจะนำความรู้มาถ่ายทอดให้กับน้องๆ และเพื่อน โดยกิจกรรมในโครงการประกอบด้วย 1. การประเมินภาวะโภชนาการของการรับประทานอาหารของเด็ก ร.ร.อนุบาลสาธิตราชมงคลธัญบุรี 2. ให้คำปรึกษาทางโภชนาการผู้ที่สนใจภายในมหาวิทยาลัยฯ ในการประเมินภาวะโภชนาการของเด็ก การเข้าไปสังเกตในการรับประทานอาหารของเด็ก จากนั้นนำมาหาสาเหตุว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงชอบทาน หรือกระทั่งเด็กคนนี้ทำไมถึงอ้วน บางคนผอม

ส่วน “เมย์” น.ส.สริยา จำปาโพธิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เล่าว่า โดยกิจกรรมในการให้คำปรึกษาทางโภชนาการ ประกอบไปด้วย 1. การหาข้อมูลพื้นฐานของผู้ที่รับข้อมูล น้ำหนัก ส่วนตัว 2. เช็คปริมานน้ำตาล วัดความดัน วัดไขมันตามจุดต่างๆ 3. เมื่อมีข้อมูลดังกล่าว ถึงขั้นการให้คำแนะนำโภชนาการ โดยความรู้ได้มาจากการเรียนในห้องเรียน และการหาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ในเรื่องของการถ่ายกาแฟลดความอ้วน ถ้าเลิกกินกาแฟดังกล่าวจะทำให้โยโย่เหมือนการรับประทานยาลดความอ้วน หรือแม้กระทั่งเพื่อนนักศึกษาบางคน มาปรึกษาในเรื่องของ

พฤติกรรม ซึ่งในอนาคตจะต้องออกไปเป็นนักโภชนาการดังนั้น ควรมีความรู้พื้นฐานทางด้านโภชนาการ

“หนึ่ง” นายจิรยุธร พรหมธารีนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาเทคโนโลยีการพิมพ์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เล่าว่า รู้สึกว่าจะอ้วนขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ สาเหตุที่น้ำหนักขึ้นมาจากการนอนดึก ดูถ่ายทอดฟุตบอลดึก “ระหว่างที่ดูฟุตบอลมือก็หยิบขนมใส่ปากไปด้วย” โดยเพื่อนที่มาให้คำปรึกษาให้หยุดพฤติกรรม เข้านอนเร็วขึ้น รับประทานอาหารผักผลไม้เยอะๆ “เนื่องจากพฤติกรรมของนักศึกษาทุกวันนี้เปลี่ยนไป พฤติกรรมแต่ละพฤติกรรมส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพิ่งอายุ 20 ปี แต่ว่าร่างกายเหมือนใช้งานมานาน”

“โซดา” น.ส.พรธิดี ผิวสุพนธ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวิศวกรรมโทรคมนาคมและอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่า มีปัญหาในเรื่องของรูปร่างที่ไม่สมส่วน จึงมาขอคำแนะนำ เนื่องจากต้องอ่านหนังสือและทำการบ้านดึก นอนน้อย นอนไม่ถึง 7 ชั่วโมง และไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย เพื่อนๆ จึงแนะนำให้ออกกำลังกาย อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย ในการขอคำปรึกษาในวันนี้มีประโยชน์มาก สามารถนำมาใช้ได้จริง กล้าที่จะถามมากกว่า เพราะว่า เป็นวัยเดียวกัน “อยากให้เพื่อนๆ ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ”

ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการแบ่งปันข้อมูลโภชนาการอาหาร ของเพื่อนต่างสาขาวิชา เนื่องจากทุกวันนี้ สารเคมีที่เจือปนมาในอาหาร หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่ของวัยรุ่น ดังนั้นทุกคนต้องมีสติในการเลือกบริโภค More >

ภาพข่าว: รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Fashion V Together the student Fashion Showcase” ครั้งที่ 3 ณ ลานอนันต์รังสรรค์ มทร.ธัญบุรี More >

คอลัมน์ แปะข่าวชาวมหา’ลัย

…รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี แจ้งว่า รับสมัครนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2557 ประเภทรับตรง ถึงวันที่ 28 ก.พ. ผ่านเว็บไซต์ ระดับ ปวช.และ ม.6 และ ปวส. สอบวันที่ 15-16 มี.ค. สอบถามโทร. 08-1450-6919, 0-2549 -3613-15 หรือ www.info.rmutt.ac.th, www.oreg.rmutt.ac.th More >

เอ็น.ซี.สู่ปีที่ 20 นำความสุข สู่ชุมชน CG & CSR DAY

More >

ภาพข่าว: ลงนาม

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ร่วมลงนามความร่วมมือทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กับ นิตยา เจริญสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ณ ห้องประชุมมังคลอุบล มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี More >

คอลัมน์ สี่แยกข่าวย่อย: มทร.ธัญบุรีเปิดรับตรง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2557 ประเภทรับตรง โดยรับสมัครผ่านเว็บไซต์จนถึงวันที่ 28 ก.พ.นี้ ทั้งระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) กำหนดสอบวันที่ 15-16 มี.ค. 2557 สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 08-1450-6919, 0-2549- 3613-15 หรือดูที่ www.info.rmutt.ac.th, www.oreg.rmutt.ac.th More >

คอลัมน์ @Life: บานาน่าแพนเค้กเมนูเด็ดมัดใจเด็ก

การที่ลูกกินอาหารยาก กินอาหารน้อย หรือบางวันแทบไม่ได้กินอะไรเลย ใครเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ทุกข์ใจก็ให้รู้ไป หลายคนจึงพยายามสรรหาอาหารดีๆ มีประโยชน์ให้ลูกกิน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะถ้าไม่โดนใจลูก หนูน้อยก็ไม่หม่ำอีกแหละ อย่างน้อยต้องหาวิธีจูงใจ และที่มองข้ามไม่ได้ คือ เมนูอาหารที่นอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการแล้วสีสันหน้าตาต้องน่ากินด้วย

ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม หรือเชฟพงศ์ศักดิ์หัวหน้าประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้แนะนำเมนู “Banana Pancake”เอาใจคุณหนูๆ ในงานสัมมนา “สร้างเสริม เติมภูมิคุ้มกัน กับ สก๊อต คิตซ์ เพื่อเสริมความรู้เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันในวัยเด็ก” ซึ่งจัดบริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย)

เชฟพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า บานาน่าแพนเค้กนี้ใช้กล้วยน้ำว้าเป็นส่วนผสมสำคัญ เพราะกล้วยน้ำว้าอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่โปรตีน วิตามินบี 6 และสารแอนตี้ออกซิแดนต์ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานในร่างกาย โดยใช้ประมาณ 7-8 ผล แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน เนื้อมะพร้าวอ่อนและนม

“วิธีทำง่ายๆ คือ นำกล้วยมาบดให้ละเอียดจากนั้นใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน คนให้เข้ากัน ใส่เนื้อมะพร้าวพร้อมนมลงไป ตั้งกระทะให้ร้อนหยอดแป้งเป็นวงกลมพอดีคำ แต่งหน้าให้สวยงามด้วยกล้วย ลูกเกด เมล็ดทานตะวัน เพิ่มความหอมหวานด้วยน้ำผึ้งและเมล็ดอัลมอนด์ เพียงเท่านี้ก็ได้ของว่างจานอร่อยสำหรับน้องๆ ที่กินยากแล้วครับ แต่อย่าลืมว่าการดูแลลูกน้อยนอกจากเรื่องของอาหารแล้วยังมีการฉีดวัคซีน การออกกำลังกาย การพักผ่อนและการรักษาสุขอนามัยเพื่อให้ลูกรักได้เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง สมวัยครับ” More >

จัดตักบาตรทุนการศึกษามทร.ธัญบุรีแก้ปัญหาผลกระทบงบฯ กยศ.

จากกรณีที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถูกตัดงบประมาณปี 2557 ซึ่งอาจส่งผลกระทบถึงผู้กู้รายเก่าที่กู้ยืมเงินจาก กยศ.จำนวนหนึ่งนั้น ล่าสุด นายนำยุทธสงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดี มทร. 9 สถาบัน กล่าวว่า ที่ประชุมอธิการบดี มทร. 9 สถาบัน ยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกัน โดยอาจจะต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อน เข้าใจว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หากระยะหนึ่งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องทางที่ประชุมอธิการบดี มทร. 9 สถาบัน ก็คงจะพูดคุยกันว่าจะหาทางช่วยเหลือนักศึกษาที่กู้ยืมเงินกับทาง กยศ.อย่างไรต่อไป แต่เชื่อว่าทางรัฐบาลน่าจะหาทางออกในเรื่องนี้ได้

ด้าน นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นมหาวิทยาลัยได้เตรียมการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไว้บ้างแล้ว โดยได้จัดหาทุนให้นักศึกษาที่เดือดร้อนตั้งเป้าหาทุนละ 10,000 บาท จำนวน 300 ทุน จากภาคเอกชน และทุนเดิมที่มีอยู่แล้วรวมเป็น 500 ทุน เพื่อรองรับความต้องการของนักศึกษา โดยแนวทางที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการในเบื้องต้นนี้จะทำโครงการตักบาตรทุนการศึกษา คาดว่าจะได้เงินไม่ต่ำกว่า1 ล้านบาท และจะนำเงินจากกองทุนส่งเสริมนักศึกษา มาจัดสรรเป็นทุนการศึกษาอีกทาง ซึ่งในปีการศึกษาที่ผ่านมามีการนำเงินจากกองทุนนี้ไปจัดสรรช่วยเหลือนักศึกษาแล้วจำนวน 150 ทุน เป็นเงินกว่า 1 ล้านบาททำให้ขณะนี้มีเงินคงเหลือประมาณ 3 ล้านบาท รวมถึงยังมีทุนเพชรบัวสวรรค์ เป็นทุนยกเว้นค่าลงทะเบียนตลอดหลักสูตร จากเดิมที่ให้เพียง 11 คน ในปีการศึกษา 2557 จะเพิ่มเป็น 25 คน และปีนี้ยังเป็นปีแรกที่มีทุนส่งเสริมนักกีฬาอีกด้วย อย่างไรก็ดี ตนยังสนับสนุนให้นักศึกษาทำงานพิเศษนอกเวลาเรียนทั้งในมหาวิทยาลัย มีค่าตอบแทนให้วันละ 300 บาท จากเงินรายได้มหาวิทยาลัย ซึ่งเชื่อว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถช่วยเหลือนักศึกษาได้

“การจัดสรรทุนทั้งหมดนี้ เป็นมาตรการเบื้องต้นที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการ โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 56 ที่ผ่านมา เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ซึ่งประจวบเหมาะกับกรณีของ กยศ. ตนจึงตั้งเป้าว่าจะหาทุนให้ได้ 600 ทุน แต่ถ้าได้เพียง500 ทุนก็เชื่อว่าจะเพียงพอ เพราะที่ผ่านมาใช้เพียง 300 ทุนเท่านั้น ทั้งนี้ ในส่วนของงบที่ กยศ. จะจัดสรรให้นั้น ก็เชื่อว่าจะให้กับผู้กู้รายเก่าก่อน ดังนั้น หากนักศึกษาใหม่ที่เข้ามาเรียนใน มทร.ธัญบุรี มีปัญหาเรื่องทุนทรัพย์ก็สามารถให้ติดต่อกับมหาวิทยาลัยได้ทันที” อธิการบดี มทร.ธัญบุรีกล่าว More >

ตักบาตรทุนนศ.-แก้ตัดงบฯ

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหากรณีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถูกตัดงบประมาณปี’57 จนอาจส่งผลกระทบกับนักศึกษาผู้กู้รายเก่าว่า เบื้องต้นเตรียมแก้ปัญหา โดยจัดหาทุนให้นักศึกษาที่เดือดร้อน ตั้งเป้าทุนละ 1 หมื่นบาท จากภาคเอกชน จำนวน 300 ทุน และทุนเดิมที่มีอยู่ รวม 500 ทุน รองรับความต้องการนักศึกษา โดยจะทำโครงการตักบาตรทุนการศึกษา ระดมเงินให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และนำเงินจากกองทุนส่งเสริมนักศึกษาประมาณ 3 ล้านบาท มาจัดสรรเป็นทุนการศึกษาอีกทางหนึ่ง เพราะปีการศึกษาที่ผ่านมาเคยจัดสรรเงินจากกองทุนไปช่วยเหลือนักศึกษาแล้ว 150 ทุน กว่า 1 ล้านบาท รวมถึงยังมีทุนเพชรบัวสวรรค์ ซึ่งเป็นทุนยกเว้นค่าลงทะเบียนตลอดหลักสูตร เพิ่มเป็น 25 คนในปี’57 และปีนี้เป็นปีแรกที่มีทุนส่งเสริมนักกีฬา ตนยังสนับสนุนให้นักศึกษาทำงานพิเศษในมหาวิทยาลัยมีค่าตอบแทนวันละ 300 บาท ซึ่งเชื่อว่ามาตรการต่างๆ จะช่วยเหลือนักศึกษาได้

“ผมตั้งเป้าว่าจะหาทุนให้ได้ 600 ทุน แต่ถ้าหาได้เพียง 500 ทุนก็เชื่อว่าเพียงพอ เพราะที่ผ่านมาใช้เพียง 300 ทุนเท่านั้น ส่วนงบฯ ที่ กยศ.จะจัดสรรให้นั้นเบื้องต้นจะจัดสรรให้กับผู้กู้รายเก่าก่อน” นายประเสริฐกล่าว More >

ภาพข่าว: ร่วมมือ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ร่วมลงนามความร่วมมือทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กับ นิตยา เจริญสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ณ ห้องประชุม มังคลอุบล มทร.ธัญบุรี More >

ไขปัญหา ‘หลับในรถ’ หยุดหายใจ รู้จักระบบหมุนเวียนอากาศป้องกันได้

ทีมวาไรตี้

“ข้อแนะนำหากจำเป็นต้องนอนในรถยนต์ ควรหาที่จอดในที่โล่ง และแง้มกระจกเล็กน้อยพอให้มือลอดเข้ามาไม่ได้ ก็สตาร์ตเครื่องเปิดแอร์นอนได้”

การสตาร์ตเครื่องยนต์เปิดแอร์นอนหลับในรถยนต์แล้วเสียชีวิต ยังคงเป็นปัญหาที่รอการไขคำตอบสำหรับใครหลายคนว่าเป็นเพราะสาเหตุใด เพราะที่ผ่านมาในต่างประเทศก็มีกระแสข่าวลักษณะนี้เช่นกัน ล่าสุดก็ที่ประเทศญี่ปุ่นที่มีคนติดอยู่ในรถยนต์ท่ามกลางหิมะที่ตกหนักไปไหนไม่ได้ต้องเปิดฮีตเตอร์นอนในรถแล้วเสียชีวิต!

จักรวาล บุญหวาน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีอธิบายว่า ปกติแล้วสาเหตุการเสียชีวิตในรถยนต์มี 2 สาเหตุ คือการขาดอากาศหายใจแล้วเสียชีวิต ซึ่งจะสังเกตว่ารถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ไม่มีกลิ่นและเสียงเข้ามาภายในรถ เพราะมียางขอบประตู 2 ชั้นเพื่อป้องกันกลิ่นและเสียงที่จะเข้ามาในรถ ดังนั้นผลของการออกแบบรถยนต์สมัยใหม่จึงทำให้ลักษณะของห้องโดยสารภายในถูกตัดขาดจากอากาศภาย นอกโดยสิ้นเชิง ทำให้พื้นที่ในรถยนต์มีปริมาณของออกซิเจนค่อนข้างจำกัด

เมื่อคนเราอาศัยออกซิเจนในการหายใจ หากอยู่ในรถยนต์แล้วไม่เกิดการหมุนเวียนอากาศภายในเลย ปริมาณออกซิเจนจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถ้าคนที่ยังไม่หลับก็จะหาวิธีทำให้ตัวเองไม่อึดอัดและหายใจสะดวกขึ้น ได้แก่ การเปิดกระจกรถยนต์หรือปรับโหมดเครื่องปรับอากาศรับอากาศภายนอกเข้ามา แต่ถ้าหลับจะไม่รู้สึกว่าออกซิเจนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ กระทั่งหมดจึงทำให้เสียชีวิต เคยมีเคสศึกษาหนึ่งที่มีการฆ่าตัวตายในประเทศญี่ปุ่น โดยนำเตาไปไว้ในรถยนต์ เนื่องจากกระบวนการสันดาปจะอาศัยออกซิเจนเป็นตัวเผาไหม้ เวลาดึงออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการเผาไหม้แล้ว ออกซิเจนในรถยนต์ก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันกระบวนการเผาไหม้ก๊าซคาร์บอนจะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ออกมา ทำให้คนขาดอากาศหายใจแล้วเสียชีวิต

ส่วนอีกสาเหตุหนึ่ง คือ ภาวะของฮีตสโตรก (Heat stroke) หรือโรคลมแดด เพราะได้รับความร้อนเกิน ซึ่งในเวลาที่รถยนต์จอดอยู่กลางแดด แสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาทางหน้ากระจกรถจะเป็นรังสีคลื่นสั้น เมื่อแสงส่องผ่านกระจกเข้ามาในรถยนต์จะกลายเป็นรังสีคลื่นยาวและถูกบล็อกเอาไว้ เนื่องจากกระจกไม่ยอมให้รังสีคลื่นยาวสะท้อนออกไป ทำให้เกิดความร้อนอยู่ข้างใน

ในขณะเดียวกันอากาศภายในก็ได้รับความร้อนอย่างเต็มที่ประมาณ 800 วัตต์ต่อตารางเมตรในเวลาที่ถูกแดด ทำให้อากาศภายในรถยนต์มีอุณหภูมิสูงมากกว่าภายนอกถึง 20 องศาเซลเซียส คนที่อยู่ในรถจึงไม่สามารถทนได้ เพราะว่าอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสจะทำให้เกิดภาวะของการขาดน้ำ โดยเฉพาะเด็กจะได้รับความร้อนมากกว่าผู้ใหญ่ประมาณ 3-5 เท่า ฉะนั้นในภาวะของอุณหภูมิ 40-42 องศาเซลเซียส หากทิ้งเด็กไว้ในรถยนต์จะเสียชีวิตภายในเวลา 30 นาที ดังนั้นเราจึงได้ยินข่าวการเสียชีวิตของเด็กบ่อย ๆ เพราะผู้ปกครองลืมไว้ในรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกามีสถิติเด็กเสียชีวิตลักษณะนี้เฉลี่ยวันละ 10 ศพทีเดียว

การเสียชีวิตเนื่องจากนอนหลับในรถยนต์ขณะสตาร์ตเครื่องยนต์เปิดแอร์นั้นเป็นลักษณะของการขาดออกซิเจนแล้วหลับเป็นอาการโคม่าของสมอง เนื่องจากไม่มีการระบายอากาศ ปัจจุบันรถยนต์ของทางยุโรปพยายามแก้ปัญหานี้โดยตั้งค่าว่าเวลาที่สตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่ ๆ จะเข้าสู่โหมดใช้อากาศภายนอกโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นจะตั้งค่าไว้ว่าใช้อากาศหมุนเวียนภายในอย่างเดียวและอยู่ในโหมดเดียวตลอด

โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นเก่าหรือรถที่ขอบยางเสื่อมสภาพแล้ว ยิ่งมีโอกาสเสียชีวิตได้หากเราไปจอดรถนอนหลับในสถานที่ปิด เช่น ลานจอดรถ เนื่องจากมีคาร์บอนมอนอกไซด์เข้ามาภายในรถ ซึ่งจะไปทำลายฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดทำให้เสียชีวิต ซึ่งรถยนต์รุ่นเก่าย้อนหลังไป 10 ปี ถ้าเป็นรถเก๋งจะใช้หัวเทียนจุดระเบิด การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์จึงเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดร คาร์บอนที่ไม่ถูกเผาไหม้หรือเชื้อเพลิงที่ไม่ถูกเผาไหม้ ทั้ง 2 ตัวนี้เป็นแก๊สพิษ ทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น

หากเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ กระบวนการเผาไหม้อาศัยออกซิเจนเซ็นเซอร์ในการอ่าน คือจะปรับสภาพโดยอัตโนมัติ มีเซ็นเซอร์วัดไอเสียและปรับลักษณะการเผาไหม้ให้ตอบสนอง ทำให้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ ๆ มีการเผาไหม้ได้สมบูรณ์กว่า ยิ่งไปกว่านั้นจะมีระบบ Catalytic Converter เพื่อกำจัดมลพิษในไอเสีย ดังนั้นรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จึงไม่เกี่ยวข้องกับการขาดอากาศหายใจเนื่อง จากอากาศข้างนอกที่เป็นพิษไหลเข้าไปในรถ เพราะหากติดเครื่องนอนในรถอากาศภายในจะเย็นมากจึงมีความหนาแน่นมาก ทำให้อากาศข้างนอกที่มีความร้อนกว่าไม่มีโอกาสเข้าไปภายในได้ ยกเว้นว่าการดีไซน์รถยนต์จากห้องเครื่องมาจนถึงห้องโดยสารจะมีลูกยางบางตัวที่ซีลไว้แล้วเกิดมีรูรั่วจึงมีโอกาสที่อากาศจากภายนอกจะเข้าไปได้ เพราะว่าด้านหน้ารถมีพัดลมซึ่งจะดูดอากาศจากหน้ารถไปหลังรถ จึงถูกพัดลมดันแก๊สไอเสียเข้ามาในห้องโดยสาร

อย่างไรก็ตามทั้งรถรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มีโอกาสทำให้เสียชีวิตได้เหมือนกัน โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ เนื่องจากมีการซีลไว้อย่างดี เมื่อสตาร์ตเครื่องนอนหลับออกซิเจนจะถูกจำกัดอยู่ภายใน และในขณะที่เราหายใจออกมาก็มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาด้วย ปกติแล้วคนเราไม่นอนหลับแค่แป๊บเดียว เวลาหลับสนิทก็จะหลับยาวไปเลยจึงมีโอกาสเสียชีวิตสูงจากการขาดอากาศหายใจในลักษณะนี้เช่นกัน

การเปิดกระจกรถแง้มไว้เล็กน้อยจะปลอดภัยกว่าหากจำเป็นต้องนอนในรถ เพราะปกติแล้วก๊าซจากท่อไอเสียมีอุณหภูมิสูงจึงทำให้ลอยสูง ถ้าจอดรถในที่โล่ง ๆ โอกาสที่มันจะลอยย้อนกลับเข้ามาในรถน้อยมาก แต่ถ้าจอดอยู่ในพื้นที่ปิด เช่น ลานจอดรถ ก๊าซลอยออกไปไหนไม่ได้จึงอบอวลอยู่ในนั้นและวิ่งกลับเข้ามาที่ห้องโดยสาร ทำให้มีโอกาสตายได้ถึงแม้จะแง้มกระจกไว้ก็ตาม นอกจากนี้ถ้าเราสังเกตดี ๆ รถรุ่นใหม่บางรุ่นจะมีการดีไซน์ท่อไอเสียติดขอบรถยนต์และคว่ำท่อบังคับทิศทางให้ไอเสียถูกกดลงพื้น ทำให้ไม่ลอยออกไปด้านบนและมุดเข้ามาใต้รถ ทำให้เราต้องสูดดมกลิ่นท่อไอเสียถ้าจอดอยู่เฉย ๆ

สำหรับข้อแนะนำหากจำเป็นต้องนอนในรถยนต์ ควรหาที่จอดในที่โล่ง และแง้มกระจกเล็กน้อยพอให้มือลอดเข้ามาไม่ได้ ก็สตาร์ตเครื่องเปิดแอร์นอนได้ ควรเช็กขอบยางของประตูหน้าต่างรถว่าเสื่อมสภาพแล้วหรือยัง สังเกตง่าย ๆ เวลาจอดเฉย ๆ จะมีกลิ่นควันรถจากภายนอกเข้ามาภายใน และเวลารถวิ่งจะได้ยินเสียงจากข้างนอกดังขึ้น หรือว่าเวลาปิดประตูรถยนต์มักมีเสียงกระแทกแรง นอกจากนี้ต้องคอยเปลี่ยนโหมดเครื่องปรับอากาศบ่อย ๆ เนื่องจากใช้ไฟฟ้าทำงาน ถ้าไม่เคยเปลี่ยนเลยแกนจะตาย ทำให้เวลาที่จำเป็นต้องใช้ไม่สามารถ ทำได้

การนอนหลับในรถยนต์จะไม่อันตรายอีกต่อไปหากปฏิบัติตามคำแนะนำ และสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของเราด้วย หากเจ็บป่วย อ่อน เพลีย และเมามากควรระมัดระวังเป็นพิเศษควรหลีกเลี่ยงการนอนหลับในรถเพื่อความปลอดภัยในชีวิต..!.

อันตรายของควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์

พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ให้ความรู้ว่าจากการชันสูตรศพของผู้ที่เสียชีวิตจากการนอนหลับในรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของระบบการระบายอากาศภายในรถยนต์ ถ้ารถยนต์รุ่นเก่ากระบวนการเผาไหม้จะไม่สมบูรณ์ของสารประกอบคาร์บอน ส่งผลให้มี “ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์” (CO) ที่ออกมาจากท่อไอเสียไหลเข้าไปภายในรถได้ ซึ่งปกติแล้วร่างกายคนเรามีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์อยู่ในร่างกายอยู่แล้ว แต่ถ้าได้รับมากเกินไปจะทำให้รู้สึกง่วงนอน

การที่ร่างกายได้รับปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากควันท่อไอเสียในจำนวนที่มากเกินไปจะทำให้มาแย่งการจับตัวของออกซิเจนในเม็ดเลือด ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอจึงทำให้เสียชีวิต จากการตรวจเลือดจะพบว่ามีปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดสูงมาก และเลือดจะเป็นสีชมพู ซึ่งเรียกว่า เชอรี่พิงค์ และตัวของผู้ตายจะเป็นสีแดงชมพูทั้งตัว แต่ถ้าไปตรวจในรถยนต์ที่ผู้นอนหลับเสียชีวิตส่วนใหญ่มักจะไม่พบก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์แล้ว เนื่องจากเราต้องเปิดประตูเข้าไปเคลื่อนย้ายศพออกมา จึงทำให้มีการระบายอากาศออกไปแล้ว

สำหรับปริมาณการสะสมของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นั้นขึ้นอยู่กับการไหลเวียนของอากาศ ถ้ามีการเปิดกระจกหน้าต่างแง้มเอาไว้เล็กน้อย ก๊าซที่ไหลเข้ามาจะมีการระบายออกโดยการไหลขึ้นด้านบนจึงทำให้ไม่มีการสะสมอยู่ในรถ การหายใจของคนที่นอนหลับในรถจึงเป็นปกติไม่เสียชีวิต แต่หากเป็นระบบปิดไม่มีช่องระบายอากาศเนื่องจากปิดกระจกรถอย่างแน่นหนาจะมีโอกาสเสียชีวิตสูง

กรณีที่รถจอดติดนาน ๆ ก๊าซก็อาจจะไหลเข้ามาในรถได้ ทำให้เรารู้สึกง่วงนอน แต่รถจะจอดติดไม่นานมีการเคลื่อนที่ตลอด มีผลทำให้เรารู้สึกแค่ง่วงซึมเท่านั้น หากใครที่ขับรถแล้วรถติดเป็นระยะเวลานานจนรู้สึกง่วงก็ควรเปิดกระจกระบายอากาศบ้าง ซึ่งจะคล้ายกับที่เรานั่งรถโดยสารประจำทาง หากการจราจรติดขัดนานก็รู้สึกง่วงนอนได้ แต่สำหรับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศมีการเปิดปิดเครื่องอยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหา

อย่างไรก็ตามก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นแก๊สที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และไม่มีรส เราจึงไม่รู้สึกว่าสูดดมเข้าไป และเมื่อมันค่อย ๆ สะสมเข้าไปในร่างกายจะกดให้เรารู้สึกง่วงซึมและนอนหลับสบาย จนกระทั่งออกซิเจนภายในรถน้อยลงไปเรื่อย ๆ จึงไม่รู้สึกดิ้นรนหรืออยากตื่นขึ้นมาเพราะขาดอากาศหายใจ แต่กลับรู้สึกนอนหลับสบายและเสียชีวิตไปเลย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากง่วงนอนจริง ๆ อยากพักผ่อนควรแง้มกระจกรถด้านบนเอาไว้เล็กน้อยให้มีช่องระบบอากาศไหลเวียนได้ในสถานที่โล่ง หรือถ้าอากาศไม่ร้อนมากสามารถนอนแบบไม่ติดเครื่องยนต์เลยก็จะปลอดภัยที่สุด. More >

คอลัมน์ ฉลาดทันกาล: ‘หุ่นยนต์อัจฉริยะ’ ปรับสภาพดิน

อุทิตา รัตนภักดี

ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและสังคมของมนุษย์ ดังนั้นเทคโนโลยีในปัจจุบันจึงต้อง มีการบูรณาการเข้าสู่ระบบธุรกิจ เพื่อให้มี การพัฒนาสามารถปรับตัวและจัดการกับเทคโนโลยีให้ได้อย่างเหมาะสม

ซึ่งนักศึกษาจาก ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์เทคโนโลยีที่เรียกว่า “หุ่นยนต์อัจฉริยะ” ขึ้น เพราะเล็งเห็นว่าในการปลูกพืชโดยทั่วไป การเลือกพื้นที่ทำการปลูกและการจัดการดินเริ่มต้น ก่อนปลูกเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เกษตรกรต้อง เตรียมดินที่เหมาะสมก่อนปลูกทุกครั้ง แต่ในการตรวจและปรับสภาพดินในปัจจุบัน ต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่างดินมาตรวจสภาพก่อนแล้วจึงทำการปรับสภาพ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก ทำให้เสียเวลาและแรงงานคนในการตรวจสภาพดิน และปรับสภาพดินอย่างมาก

นายจตุรงค์ กิติศักดิ์ นศ.ชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี อธิบายว่า ในการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติ เนื่องจากอยากช่วยลดเวลาและแรงงานของเกษตรกรในการตรวจสภาพดิน และปรับปรุงดิน ซึ่งตนเองและเพื่อนในกลุ่มได้ทำการคิดค้นหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติขึ้น เป็นหุ่นยนต์ต้นแบบโดยประกอบด้วย โครงสร้างหุ่นยนต์ ที่เป็นอะลูมิเนียม เพราะจะได้มีน้ำหนักเบา ชุดสไลด์ สำหรับตรวจวัดสภาพดิน (NPK เซ็นเซอร์) ชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ ระบบจ่ายน้ำยาปรับสภาพดิน หลักการทำงานของหุ่นยนต์ง่าย โดยเริ่มจากผู้ทำการตรวจสภาพหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติ ให้พร้อมกับการทำงาน ทำการเติมน้ำยาปรับสภาพดินลงในกระบอกเก็บน้ำยาของหุ่นยนต์ทั้งสองข้างให้เต็ม นำหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติติดตั้งให้ค่อมร่องเกษตรที่ต้องการปรับสภาพดิน และทำการเซตค่าให้

“หลังจากเซตค่าหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติ จะทำงานแบบอัตโนมัติ โดยชุดควบคุมการ

ทำงานของหุ่นยนต์ จะทำการสั่งงานให้ชุดสไลด์ของหุ่นยนต์ ตรวจวัดสภาพดินที่ทำการเจาะลงไป และส่งผ่านข้อมูลมา ยังชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ หลังจากนั้นชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ จะวิเคราะห์ข้อมูล และสั่งให้ระบบจ่ายน้ำยาปรับสภาพดิน ทำการปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการเพราะปลูก โดย ชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ จะสั่งให้หุ่นยนต์ขับเคลื่อนและทำการตรวจทุก ๆ 0.50 เมตร กลไกการทำงานของหุ่นยนต์ทำงานง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนมากเกินไป และผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติได้สะดวกและมีความปลอดภัย ในการบำรุงง่าย อุปกรณ์ชิ้นส่วนหากชำรุด สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายและมีจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด ใช้ผู้ปฏิบัติงานเพียง 1 คน” นายจตุรงค์ กล่าว

ทั้งนี้น้อง ๆ เยาวชนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้า มามีบทบาทและมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ มากขึ้น ดังนั้นจึงต้องพยายามติดตาม ศึกษา และทำความเข้าใจแนวทางพัฒนาการต่าง ๆ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมต่อการใช้งานในอนาคตให้ได้มากที่สุด. More >

คอลัมน์ แชะ แชะ แชะ มีรางวัล

มาแว้ววว กระผม นายตากล้อง(สมองไว) มารายงานตัวแล้วขอรับ

มารู้จักกับสาวคนนี้กันก่อนเลย น้องเอย อลิสา วีระวัฒนานันท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

สาวยิ้มหวานคนนี้ เธอมีศิลปะในตัวเองที่เก๋ไม่เบาทีเดียว อย่างกิจกรรมเจ๋งๆ ตอนนี้เธอรับหน้าที่เป็นคอสตูมละครเวทีที่มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเรื่องแรกในชีวิต กับละครที่มีชื่อว่า “มิสจูลี่” ละครที่คัดสรรมาจากบทประพันธ์ชั้นดี

เอยบอกละครเวทีเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวย้อนยุค ตั้งแต่ยุค 1880 เป็นละครแนว Nature ที่มีความสมจริงมากๆ นักแสดงเรื่องนี้ทำการบ้านหนักมาก แต่เอยก็ยังบอกอีกว่า ที่หนักไม่แพ้กันก็คือฝ่ายคอสตูมของเอย “ตอนนี้พยายามทำการบ้านเยอะทั้งสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต หนังสือ เพื่อหาเสื้อผ้าในยุคที่ตรงกับละครค่ะ อย่างที่เจอก็เป็นพวกกระโปรงสุ่ม กางเกงเอวสูง เราก็พยายามจะหามาให้สมบทบาทบางชุดไม่มีก็พยายามดีไซน์และตีความจากบทให้คล้ายคลึงที่สุด

เอยบอกอีกว่า “นี่เป็นครั้งแรกของการได้ลงมาเป็นคอสตูม หลังจากที่ตนเองเป็นคนชอบแต่งตัว รู้สึกว่ามันมีความท้าทายมากๆ เหนื่อยแต่ก็สนุกมากๆ ค่ะ เพราะเหมือนเราได้สร้างสรรค์งานแบบไม่มีขอบเขต” อะจ้า (เชื่อแล้วล่ะว่าชอบ)

ส่วนมุมมองที่มีต่อสยามสแควร์คือ เป็นที่เที่ยวของวัยรุ่นค่ะ

“ชัย” สิทธิชัย ลี้สธนกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มทร.ธัญบุรี เห็นเป็นเด็กวิศวะใส่เสื้อช็อปแบบนี้ แต่หนุ่มคนนี้เป็นคนดี น่าคบหานะจ๊ะ

แถมยังมีกิจกรรมน่ายกย่อง ไปทำความรู้จักมาเห็นว่าเขากำลังดีใจและภูมิใจมากที่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาพัฒนางานทำนุบำรุงและเผยแผ่พระศาสนา ว้าว ธรรมะธัมโมซะด้วย ชัยบอกอีกว่า ต้องการช่วยให้วัดมีระบบจัดการสารสนเทศที่ง่ายและสะดวก เช่น การกรอกประวัติของพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการติดต่อสื่อสารระหว่างบ้านและวัด ทั้งในเรื่องกิจกรรมและหลักธรรมคำสอน (อะนะ) นอกจากนี้ ที่ชัยชอบ

การไปทำงานที่วัด “เพราะทำให้ได้รับความรู้และคติธรรมทั้งทางตรงและทางอ้อมจากพระครูที่นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดีด้วย”

ท้ายสุด ชัยยังบอกอีกว่า “ส่วนตัวไม่อาจเล่าหรือบอกได้เป็นคำพูด เกี่ยวกับการทำบุญหรือการทำความดี หากแต่ต้องทดลองทำและสัมผัสเองจึงจะเข้าใจและรับรู้ได้” ว้าวๆๆ น่าทึ่งนะ ส่วนมุมมองต่อสยามสแควร์ คือที่ช็อปปิ้ง

แหม…ร่วมสนุกกับแชะแชะแชะทั้งที ไม่ให้กลับบ้านมือเปล่า รับไปเลย ของรางวัลจากลอฟท์ มอบland ให้น้องๆ และนอกจากเรื่องราวของน้องๆ จะได้โดดเด่นอยู่ในหนังสือพิมพ์แล้ว ยังมีอยู่บนจอยักษ์กลางสยามสแควร์ อย่างจอเชคเกอร์ สกรีน อีกด้วย

สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจอยากจะร่วมสนุกบ้าง ก็เขียนเรื่องราวของตัวเองพร้อมแนบรูปถ่ายเก๋ๆ ส่งมาที่ นสพ. “คม ชัด ลึก” 1854 ถนนบางนา-ตราด (กม.4.5) แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 วงเล็บมุมซองว่า “เปิดโลกอินเทรนด์” (ส่งมาเยอะๆ นะครับ)

แล้วเจอกันครับ More >

คอลัมน์ Activity For Fun: พัฒนาภูมิปัญญา

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (TLO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดโครงการประกวดการพัฒนาภูมิปัญญาสู่นวัตกรรม ตามโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยทรัพย์สินทาง ปัญญา ในการเข้าสู่ตลาด ประจำปีงบประมาณ 2557 สำหรับกรุงเทพฯ และภาคกลางฝั่งตะวันออก โดยกิจกรรมในโครงการประกอบด้วยการอบรมหลักสูตรระยะสั้น การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ การสนับสนุนเงินทุนการพัฒนานวัตกรรม และเป็นตัวแทนระดับภูมิภาคเข้าร่วมประกวดในระดับประเทศ คุณสมบัติผู้สมัคร ไม่จำกัดเพศ อายุ การศึกษา อาชีพ มีภูมิลำเนา หรือสถานที่ทำงาน อยู่ในกรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี สมุทรปราการ ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ทีมละไม่เกิน 2 คน โดยมีแนวคิดต้นแบบนวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดรับสมัครถึงวันที่ 28 ก.พ. 57 ที่หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เลขที่ 39 หมู่ 1 ถนนรังสิตนครนายก ต.คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110 เว็บไซต์ www.tlo.rmutt.ac.th โทร. 0-2549- 4032 อีเมล tlo_rmut@hotmail.com More >

คอลัมน์ ชุมทางครู

*มทร.ธัญบุรี เปิดรับสมัครนักศึกษา ปีการศึกษา 2557 ประเภทรับตรง ถึง 28 ก.พ. รับสมัครผ่านเว็บไซต์ โดยรับผู้สำเร็จการศึกษา ม.6 และ ปวช. ปวส. โทร.0-2549-3613-15 หรือ www.oreg.rmutt.ac.th…* More >

คอลัมน์ ทางคน ทางข่าว: สร้างเครือข่าย

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างเครือข่ายทางการออกแบบแฟชั่นในระดับอุดมศึกษา “Fashion V Together the Student Fashion Showcase” ครั้งที่ 3 ณ ลานอนันต์รังสรรค์ มทร.ธัญบุรี More >

คอลัมน์ นวัตกรรมสร้างโอกาส: หุ่นยนต์อัจฉริยะตรวจปรับปรุงสภาพดิน

porntavan@insightaec.com

ในการปลูกพืชโดยทั่วไป การเลือกพื้นที่ทำการปลูก

และการจัดการดินเริ่มต้นก่อนปลูกเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เกษตรกรต้องเตรียมดินที่เหมาะสมก่อนปลูกทุกครั้ง แต่ในการตรวจและปรับสภาพดินในปัจจุบันต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่างดินมาตรวจสภาพก่อนแล้วจึงทำการปรับสภาพ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก ทำให้เสียเวลาและแรงงานคนในการตรวจสภาพดินและปรับสภาพดิน จากเหตุผลดังกล่าว ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ นักวิจัย จึงร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศว กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี คิดค้นและออกแบบหุ่นยนต์ปรับสภาพดินได้เป็นผลสำเร็จ

“หุ่นยนต์ตรวจและปรับสภาพดินอัตโนมัตินี้เป็นเพียงเครื่องต้นแบบ ที่ใช้ระยะเวลาในการวิจัยและพัฒนาได้ประมาณ 6 เดือน ภายใต้หลักการทำงานหลักๆ 4 ส่วน คือ ส่วนแรก เครื่องหุ่นยนต์เป็นตัวขับเคลื่อนหุ่นยนต์ให้เดินหน้าได้ตามที่เราต้องการ, ส่วนที่ 2 คือ เซ็นเซอร์ซึ่งเป็นตัววัดค่าแร่ธาตุและอาหารในดิน, ส่วนที่ 3 หัวใจสำคัญเป็น Mainboard ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์ภายในคอมพิว เตอร์ ทำหน้าที่ในการควบคุม และส่วนที่ 4 คือสเปรย์ หลังจากที่ตรวจวัดค่าแร่ธาตุอาหารในดิน หากปรากฏว่าปริมาณแร่ธาตุในดินที่ได้ทำการตรวจวัดไม่เพียงพอ ระบบจะส่งข้อมูลไปยัง Mainboard เพื่อสั่งงานไปยังสเปรย์ให้ฉีดปุ๋ยน้ำหรือแร่ธาตุที่บรรทุกในเครื่องหุ่นยนต์ไปยังดินในปริมาณที่เหมาะสม โดยผ่านการคำนวณปริมาณจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว” ดร.เกียรติศักดิ์กล่าว

หุ่นยนต์ต้นแบบตัวนี้ประกอบด้วย โครงสร้างหุ่นยนต์ที่เป็นอะลูมิเนียม เพราะจะได้มีน้ำหนักเบา, ชุดสไลด์ สำหรับตรวจวัดสภาพดิน (NPK เซ็น เซอร์), ชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์, ระบบจ่ายน้ำยาปรับสภาพดิน โดยกลไกการทำงานของหุ่นยนต์ไม่ซับซ้อนมากนักที่เริ่มจากผู้ทำการตรวจสภาพหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัดและปรับสภาพดินอัตโนมัติให้พร้อมกับการทำงาน ทำการเติมน้ำยาปรับสภาพดินลงในกระบอกเก็บน้ำยาของหุ่นยนต์ทั้ง 2 ข้างให้เต็ม และนำหุ่นยนต์อัตโนมัติดังกล่าวติดตั้งให้คร่อมร่องเกษตรที่ต้องการปรับสภาพดินและทำการเซตค่าให้

หลังจากเซตค่าหุ่นยนต์ ระบบจะทำงานแบบอัตโนมัติ โดยชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์จะทำการสั่งงานให้ชุดสไลด์ของหุ่นยนต์ ตรวจวัดสภาพดินที่ทำการเจาะลงไปและส่งผ่านข้อมูลมายังชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ หลังจากนั้นชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์จะวิเคราะห์ข้อมูลและสั่งให้ระบบจ่ายน้ำยาปรับสภาพดินทำการปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก ซึ่งชุดควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์จะสั่งให้หุ่นยนต์ขับเคลื่อนและทำการตรวจทุกๆ 0.50 เมตร โดยผู้ใช้งานเพียง 1 คน

ดังนั้นในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานของหุ่นยนต์ตัวนี้ จึงรับประกันได้ว่า ใช้งานได้สะดวกและมีความปลอดภัย ส่วนในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ชิ้นส่วนหรือในกรณีชำรุดก็สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย หลังจากได้นำหุ่นยนต์ตรวจและปรับสภาพดินไปทดสอบด้วยกันถึง 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่เพาะปลูกบริเวณมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยข้าว ในพื้นที่ที่มีการไถหรือยกร่องเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากตัวเซ็นเซอร์หรือตัววัดค่าไม่สามารถแทงลงในดินที่มีลักษณะแข็งมากได้ ถึงแม้จะมีตัวไกด์ไลน์เจาะลงไปบนดินก่อนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์ต้นแบบตัวแรกมีโครงสร้างภายนอกขนาดเล็ก การบรรทุกปุ๋ยน้ำที่พ่นออกมาจากสเปรย์ให้กับพืชจึงมีปริมาณน้อยอยู่ แต่ในทางกลับกันประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่สามารถทำงานติดต่อกันได้ถึง 8 ชั่วโมง ซึ่งพอๆ กับขนาดพื้นที่เพาะแปลงผักยกร่องที่มีความยาวประมาณ 10 เมตร

จากข้อจำกัดข้างต้น ดร.เกียรติ ศักดิ์ จึงไม่หยุดยั้งที่จะนำหุ่นยนต์ตรวจและปรับสภาพดินอัตโนมัติไปพัฒนาต่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถบรรทุกปริมาณปุ๋ยน้ำและแร่ธาตุอาหารในดินได้อย่างไม่จำกัด ประมาณรถแทรกเตอร์ขนาดเล็ก 10 แรงม้า รวมถึงระบบการขับเคลื่อนไปในทิศทางต่างๆได้ นอกจากเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างเดียว และใช้ต้นกำลังเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สชีวภาพหรือโซลาร์เซลล์ในการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ More >