Archive for มกราคม, 2014

ธัญบุรีกำหนดยุทธศาสตร์ผลิตบัณฑิต

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัยได้กำหนดยุทธศาสตร์ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติแบบมืออาชีพ โดยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจาก มทร.ธัญบุรี นอกจากจะนำวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานได้แล้ว จะต้องเป็นผู้มีความคิดริเริ่ม สามารถออกแบบ แก้ไขปัญหาในงาน รวมถึงจะต้องสามารถอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายได้ ทั้งนี้ได้เน้นการพัฒนาหลักสูตรปฏิบัติ มุ่งเน้นงานวิจัย ให้นักศึกษาสามารถสื่อสารในระดับนานาชาติ โดยมีการปรับหลักสูตรในทุกคณะ มีการเพิ่มหน่วยกิต และเวลาเรียนชั่วโมงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ มีการกำหนดวิชาที่เกี่ยวกับทฤษฎี จะมีการสอดแทรกการปฏิบัติควบคู่กันไป ส่วนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติที่เคยมีจะเพิ่มหน่วยกิต จาก 3 เป็น 6 หน่วยกิต โดยอาจแยกเป็นเทอมละ 1 หน่วยกิต และเป็นวิชาเลือกเพื่อให้นักศึกษาได้เลือกเรียนและฝึกการปฏิบัติควบคู่กันไปตลอด รวมถึงจะให้นักศึกษามีการฝึกงานในสถานประกอบการหรือภาคอุตสาหกรรมทุกปิดเทอม ตั้งแต่ปี 1 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีการฝึกเครื่องมือที่ทันสมัย

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะเน้นการทำหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ รวมถึงคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยจะเข้าไปมีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยอาจารย์และนักศึกษาจะต้องร่วมกันทำการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขและเพิ่มศักยภาพให้กับภาคอุตสาหกรรม ส่วนการเรียนภาษาอังกฤษนั้นเน้นให้นักศึกษาสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้มากยิ่งขึ้น โดยมหาวิทยาลัยจะให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะการฟัง อ่าน พูดเพิ่มขึ้น เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“สิ่งที่ มทร.ธัญบุรีดำเนินการปรับยุทธศาสตร์นี้ ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยได้ปฏิบัติมาโดยตลอด แต่เราจะเพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาเป็นนักปฏิบัติที่สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง และเหนือสิ่งอื่นใดบัณฑิตของ มทร.ธัญบุรีจะต้องคิดเป็น นำเสนองานแบบมีระบบ แก้ไขปัญหางาน มีทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษ รวมถึงมีจิตสาธารณะในการที่จะช่วยเหลือสังคม ซึ่งทั้งหมดนี้คือเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการผลิตบัณฑิตที่ป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมต่อไป” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว More >

มทร.ธัญบุรี กำหนดยุทธศาสตร์ผลิตบัณฑิต เน้นคิดเป็น ทำงานได้ ปฏิบัติจริง”

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ มหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัยได้กำหนดยุทธศาสตร์ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติแบบมืออาชีพ โดยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมทร.ธัญบุรี นอกจากจะนำวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานได้แล้ว จะต้องเป็นผู้มีความคิดริเริ่ม สามารถออกแบบ แก้ไขปัญหาในงาน รวมถึงจะต้องสามารถอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายได้ ทั้งนี้ได้เน้นการพัฒนาหลักสูตรปฏิบัติ มุ่งเน้นงานวิจัย ให้นักศึกษาสามารถสื่อสารในระดับนานาชาติ โดยมีการปรับหลักสูตรในทุกคณะ มีการเพิ่มหน่วยกิตและเวลาเรียนชั่วโมงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ มีการกำหนดวิชาที่เกี่ยวกับทฤษฎี จะมีการสอดแทรกการปฏิบัติควบคู่กันไป  ส่วนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติที่เคยมีจะเพิ่มหน่วยกิต จาก 3 เป็น 6 หน่วยกิต โดยอาจแยกเป็นเทอมละ 1 หน่วยกิตและเป็นวิชาเลือก เพื่อให้นักศึกษาได้เลือกเรียนและฝึกการปฏิบัติควบคู่กันไปตลอด รวมถึงจะให้นักศึกษามีการฝึกงานในสถานประกอบการ หรือภาคอุตสาหกรรมทุกปิดเทอม ตั้งแต่ปี 1 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีการฝึกเครื่องมือที่ทันสมัย

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะเน้นการทำหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ รวมถึงคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยจะเข้าไปมีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยอาจารย์และนักศึกษาจะต้องร่วมกันทำการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขและเพิ่มศักยภาพให้กับภาคอุตสาหกรรม ส่วนการเรียนภาษาอังกฤษนั้น เน้นให้นักศึกษาสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้มากยิ่งขึ้น โดยมหาวิทยาลัยจะให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะการฟัง อ่าน พูด เพิ่มขึ้น เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“สิ่งที่มทร.ธัญบุรี ดำเนินการปรับยุทธศาสตร์นี้ ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยได้ปฏิบัติมาโดยตลอด แต่เราจะเพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาเป็นนักปฏิบัติที่สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง และเหนือสิ่งอื่นใด บัณฑิตของมทร.ธัญบุรีจะต้องคิดเป็น นำเสนองานแบบมีระบบ แก้ไขปัญหางาน มีทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษ รวมถึงมีจิตสาธารณะในการที่จะช่วยเหลือสังคม ซึ่งทั้งหมดนี้ คือเป้าหมายของมหาวิทยาลัย ในการผลิตบัณฑิตที่ป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมต่อไป” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวในที่สุด

เครื่องผ่าผลหมากสดมทร.ธัญบุรี ประสิทธิภาพดีกว่าใช้คน6เท่า

“หมาก” นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้มากมาย ด้วยสรรพคุณที่หลากหลาย ใช้เป็นยาสมานแผล เป็นยาถ่ายพยาธิในสัตว์ ใช้ขบเคี้ยวเพื่อรักษาเหงือก และฟันให้คงทน ในทางอุตสาหกรรมเมล็ดหมากนำมาสกัดจะได้ไขมัน เมือก ยางและสารอัลคาลอยด์ ชื่อ Arecoline มีแทนนิน (Tannin) สูง จึงสามารถใช้ในทางอุตสาหกรรมและยารักษาโรคได้หลายชนิด การผ่าผลหมากในปัจจุบันยังคงต้องใช้แรงงานคนในการผ่าอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลาและแรงงานคนจำนวนมาก และต้องมีความชำนาญในการผ่าผลหมาก แต่อาจเกิดความเมื่อยล้าจากการทำงาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ดังนั้นจึงมีแนวความคิดที่จะนำเครื่องจักรมาประยุกต์ใช้ จึงทำการออกแบบและสร้างเครื่องผ่าผลหมากให้มีลักษณะเล็ก เหมาะกับการนำไปใช้ในระดับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม จากเสียงถ่ายทอดแนวคิดความเป็นมาของเครื่องผ่าหมากสดของ อาจารย์มานพ แย้มแฟง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยมี อาจารย์จักรวาล บุญหวาน, อาจารย์วรินธร ยิ้มย่อง และนายทินกร สุยอย, นายธีรพงษ์ เนินพุทธ และ นายเอกพงษ์ ภู่สากล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมคิดค้นและประดิษฐ์เครื่องผ่าหมากสดต้นแบบขึ้นมา การันตีด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2556

อ.มานพ เล่าว่า เครื่องผ่าผลหมากสดเครื่องต้นแบบประกอบด้วย ชุดผ่าผลหมาก ระบบลำเลียง ระบบส่งกำลัง โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1 แรงม้าเป็นต้นกำลัง หลักการทำงานของเครื่องให้นำผลหมากที่ไม่ต้องคัดขนาดใส่ลงกะพ้อ จากนั้น

ระบบลำเลียงที่ออกแบบจะลำเลียงผลหมากไปยังชุดผ่า ผลหมากจะถูกผ่าตรงกลางเป็นสองซีกตามแนวยาวของผลลงสู่ทางออก จากการทดสอบเครื่องต้นแบบเปรียบเทียบกับแรงงานคน แรงงานคนสามารถผ่าผลหมากได้ 780 ผล/ชั่วโมง แต่เครื่องสามารถผ่าผลหมากได้ 4,920 ผล/ชั่วโมง การผ่าด้วยเครื่องจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการผ่าด้วยแรงงานคน 6 เท่า

โดยจุดเด่นของเครื่องผ่าผลหมากสดสามารถผ่าผลหมากได้ตรงกลางตามแนวยาว และผ่าผลหมากได้ทุกขนาดโดยไม่ต้องมีการคัดขนาด ระบบการลำเลียงผลหมากไม่ติดขัด โดยไม่ต้องใช้ระบบการสั่นสะเทือน ระบบการทำงานไม่ซับซ้อน เกษตรกรสามารถใช้เครื่องและบำรุงรักษาได้ ขนาดเครื่องไม่ใหญ่สามารถเคลื่อนย้ายและทำงานได้สะดวก ใช้คนคุมเครื่อง 1 คน ขณะเครื่องทำงานเพื่อนำมาทดแทนแรงงานคนสามารถลดระยะเวลาการผ่าผลหมากให้สั้นลง และสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน

เครื่องผ่าผลหมากสด เป็นเครื่องต้นแบบที่คิดค้นขึ้น โดยไม่มีวางจำหน่าย เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ อาจารย์มานพ โทร.08-6663-4562 More >

มทร.ธัญบุรีเข้มปรับแผนผลิตบัณฑิต พัฒนาหลักสูตร-เสริมภาษาสู่นักปฏิบัติมืออาชีพ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ขณะนี้มทร.ธัญบุรี และสภามหาวิทยาลัย ได้กำหนดยุทธศาสตร์ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติแบบมืออาชีพ โดยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา จากมทร.ธัญบุรี นอกจากจะนำวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานได้แล้ว จะต้องเป็นผู้มีความคิดริเริ่ม สามารถออกแบบ แก้ไขปัญหาในงาน รวมถึงจะต้องสามารถอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายได้ ทั้งนี้ ได้เน้นการพัฒนาหลักสูตรปฏิบัติ มุ่งเน้นงานวิจัย ให้นักศึกษาสามารถสื่อสารในระดับนานาชาติ โดยปรับหลักสูตรในทุกคณะ เพิ่มหน่วยกิตและเวลาเรียนชั่วโมงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ กำหนดวิชาที่เกี่ยวกับทฤษฎีให้สอดแทรกการปฏิบัติควบคู่กันไป ส่วนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติที่เคยมี จะเพิ่มหน่วยกิตจาก 3 เป็น 6 หน่วยกิต โดยอาจแยกเป็นเทอมละ 1 หน่วยกิต และเป็นวิชาเลือก เพื่อให้นักศึกษาได้เลือกเรียนและฝึกการปฏิบัติควบคู่กันไปตลอด รวมถึงจะให้นักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบการ หรือภาคอุตสาหกรรมทุกปิดเทอม ตั้งแต่ปี 1 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกเครื่องมือที่ทันสมัย

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยจะเน้นการทำหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ รวมถึงคณาจารย์จะเข้าไปมีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยอาจารย์และนักศึกษาจะต้องร่วมกันวิจัยนวัตกรรมเพื่อแก้ไขและเพิ่มศักยภาพให้กับภาคอุตสาหกรรม ส่วนการเรียนภาษาอังกฤษ เน้นให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะการฟัง อ่าน พูด เพื่อให้นักศึกษานำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“การปรับยุทธศาสตร์นี้ ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยได้ปฏิบัติมาโดยตลอด แต่จะเพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาเป็นนักปฏิบัติที่สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง และเหนือสิ่งอื่นใด บัณฑิตของมทร.ธัญบุรีจะต้องคิดเป็น นำเสนองานแบบมีระบบ แก้ไขปัญหางาน มีทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษ รวมถึงมีจิตสาธารณะในการที่จะช่วยเหลือสังคม ซึ่งทั้งหมดนี้คือเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการผลิตบัณฑิตที่ป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมต่อไป” อธิการบดี มทร.ธัญบุรีกล่าว More >

‘ภูมิคุ้มกัน’สร้างได้เพื่อเจ้าตัวน้อย

“วัยเด็ก” เป็นช่วงที่เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าวัยผู้ใหญ่ เพราะระบบภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นอย่างน้อยต้องอายุ 3-4 ปีขึ้นไป เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงและห่างไกลโรคภัยต่างๆ บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด จึงจัดงานสัมมนา “สร้างเสริม เติมภูมิคุ้มกัน กับ สก๊อต คิตซ์” เพื่อเสริมความรู้เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันในวัยเด็ก โดยมี พญ.พลาณี วัฒนา- สุรกิตต์, ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม, “เจี๊ยบ” โสภิตนภา ชุ่มภาณี และลูกชาย “น้องเบเน่” ร่วมแชร์ประสบการณ์ ที่แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เมื่อเร็วๆ นี้

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชศรีนครินทร์ พญ.พลาณี วัฒนาสุรกิตต์ ให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของโรคภูมิแพ้ว่า มีปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ พันธุกรรม, สิ่งแวดล้อม และอาหาร โดยปกติ ร่างกายจะมีระบบภูมิคุ้มกันอยู่แล้วเพื่อการทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลก ปลอมต่างๆ ซึ่งเป็น สาเหตุของอาการเจ็บป่วย ภูมิคุ้มกันในร่างกายแบ่งได้ 2 อย่าง คือ ภูมิคุ้มกันที่มีมา ตั้งแต่กำเนิดและภูมิคุ้มกันที่ได้รับภายหลัง ได้แก่ การฉีดวัคซีน, ภูมิคุ้มกันหลังการเจ็บป่วย ฯลฯ ทั้งนี้ภูมิคุ้มกันจะมีการเติบโตตามวัย ช่วงแรกจะยังพัฒนาไม่ครบจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย เนื่องจากระบบกลไกการ ทำงานในร่างกายเราต้องมีการจดจำ ถ้าเด็กเคย ได้รับเชื้อโรคชนิดใดมาแล้วร่างกายจะมีการจดจำและถ้าหากเกิดมีเชื้อโรคชนิดเดิมกลับเข้ามา ร่างกายจะทำการตอบสนองและตอบโต้ เชื้อโรคนั้นๆ ได้อย่างเฉพาะเจาะจง

“การเสริมสร้างและกระตุ้น ภูมิคุ้มกันในร่างกายประการสำคัญ คือ การรับประทาน อาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน, วิตามิน และเกลือแร่ การที่เรากิน อาหารครบทั้ง 5 หมู่ จะช่วยให้ร่างกายมีสารตั้งต้น เพื่อนำไปผลิตแอนติบอดีและ เซลล์ต่างๆ ในระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัว ประสบปัญหาเด็กรับประทานยาก รับประทาน อาหารไม่ครบ 5 หมู่ เลือกรับประทาน บางคน ไม่รับประทานผัก ซึ่งผักหลายชนิดนับว่ามี ประโยชน์ เพราะมีวิตามิน เกลือแร่ และสารเบต้า- กลูแคน ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้รับรู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา เราจึง ต้องหาวิธีหลอกล่อ เช่น นำมาชุบแป้งทอดเพื่อ ให้น้องๆ กินผักได้ง่ายขึ้น” กุมารแพทย์แนะนำ ขณะที่คุณแม่ยังสาว “เจี๊ยบ” โสภิตนภา ร่วมแชร์เคล็ด (ไม่) ลับในการดูแล “น้องเบเน่” สู่ความแข็งแรงว่า ตอนนี้ลูกอายุ 7 ขวบแล้ว ด้วยความเป็นคุณแม่ยุคใหม่จะได้รับข้อมูลหลาย ด้าน เวลาจะให้ลูกรับประทานอะไรต้องคิดก่อนเพราะค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร โดยต้องเลือกที่ดีที่สุดให้ลูกเพราะเชื่อว่าร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยส่งเสริมให้น้องพร้อมเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากการรับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่แล้ว อาหารเสริมก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของร่างกายและสมอง

ส่วนเชฟคนดัง ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนามหัวหน้าประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี แนะนำอาหารเอาใจคุณหนูกับ “บานาน่า แพนเค้ก” โดยใช้กล้วย น้ำว้าเป็นส่วนผสมสำคัญ พร้อมบอกว่า กล้วยน้ำว้า อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ โปรตีน, วิตามินบี 6 และสารแอนติออกซิ- แดนท์ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยเสริมสร้างระบบ ภูมิต้านทานในร่างกาย โดยใช้ประมาณ 7-8 ผล, แป้งข้าวเจ้า, แป้งมัน, เนื้อมะพร้าวอ่อนและนม วิธีทำง่ายๆ คือ นำกล้วยมาบดให้ละเอียด จากนั้นใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งมันคนให้เข้ากัน ใส่เนื้อ มะพร้าวพร้อมนมลงไป ตั้งกระทะให้ร้อนหยอดแป้งเป็นวงกลมพอดีคำ แต่งหน้าให้สวยงามด้วยกล้วย, ลูกเกด, เมล็ดทานตะวัน เพิ่มความหอมหวานด้วยน้ำผึ้งและเมล็ดอัลมอนด์ เพียงเท่านี้ก็ได้ของว่างจานอร่อยสำหรับน้องๆ More >

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี ร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยฯ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้จัดเชิญผู้ปกครองมาร่วมประชุมปรึกษาหารือกัน เพื่อให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา การดูแลนักศึกษา การใช้ชีวิตของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และการจัดการบริหารของมหาวิทยาลัยฯ โดยมหาวิทยาลัยอยากจะได้แนวคิด แนวตระหนักในการบริหารจัดการทั้งภายในและภายนอกของมหาวิทยาลัย บัณฑิตจบไปนอกจากทำงานเป็นหรือเราเรียกว่าบัณฑิตมือเปื้อนออกไปมันไม่เพียงพอต่อการที่จะไปต่อสู้ต่อสังคมภายนอก บัณฑิตต้องคิดเป็น แก้ไขปัญหาเป็นอยู่ร่วมกับสังคมที่หลากหลายได้

แนวการจัดการบ้านราชมงคลธัญบุรีแห่งนี้เปรียบเป็นหลังคา 2 ชั้น ภายใต้ 3 เสาหลัก เสาแรกอยากจะให้ลูกหลานท่านเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติแบบมืออาชีพ เสาที่ 2 อยากให้บัณฑิตเป็นผู้ที่สร้างงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ได้ เสาที่ 3 อยากจะเห็นบัณฑิตสามารถที่จะสื่อสารได้หลายภาษา มากกว่าภาษาอังกฤษ ภายใต้หลังคา 2 ชั้น ชั้นแรกเมื่อสามเสาหลักแข็งแรงแล้ว หลังคาหลังแรกก็จะเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติแบบมืออาชีพ นั่นหมายความว่าทำงานเป็น คิดเป็น แก้ปัญหาได้ ส่วนหลังคาที่สองที่คลุมบ้านราชมงคลธัญบุรีคือ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข ทุกคนอยู่ในนี้ต้องมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาและบุคลากรต้องมีความสุข เราเชื่อว่าความสุขของคนที่อยู่ในร่มเงาหลังคาใบใหญ่ของบ้านราชมงคลธัญบุรีนั้น จะทำให้เกิดความสำเร็จของเสาทั้ง 3 ต้น

ทุกวันนี้ทางมหาวิทยาลัยฯ ปฏิรูปการบริหารการจัดการด้วยฐาน 2 ชั้น ฐานชั้นแรกเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรไม่ใช่ว่าต้องเปลี่ยนแปลงเฉพาะผู้บริหาร ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้างของตัวนักศึกษาด้วย หรือถ้าสะท้อนไปไกลอาจจะรวมถึงผู้ปกครองด้วย วัฒนธรรมของผู้ปกครองที่จะส่งลูกเข้ามาศึกษา แล้วมารับลูกอีกทีตอนรับปริญญาจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงไปด้วย ผู้ปกครองต้องมาคุยกันบ่อยๆ ครั้งหรือสิ่งใดที่แสดงความล่อแหลมของบุตรหลานท่านผู้ปกครองต้องสะท้อนกลับมา ตนเองเชื่อว่าพื้นที่เป็นวัฒนธรรมระหว่างมหาวิทยาลัยและผู้ปกครองต้องร่วมกันสร้างทั้งภายในมหาวิทยาลัยและภายนอกมหาวิทยาลัยฯ เทคโนโลยีเปลี่ยนไป พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไปมหาวิทยาลัยฯ

มหาวิทยาลัยอยากได้แนวความคิดความร่วมมือของผู้ปกครองเป็นในสิ่งที่มหาวิทยาลัยตระหนักถึงว่า เราจะพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้อย่างเดียว มันอยู่ทนกับแรงเสียดสีกับแรงสังคมภายนอกไม่ได้ แต่ถ้าให้บัณฑิตได้มีความรู้และมีความคิดในเชิงระบบแก้ไขปัญหาได้ในเชิงระบบแล้วก็มองปัญหาได้ แก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว ตรงนี้ที่จะทำให้บัณฑิตลูกหลานท่านนั้นสามารถจะยืนหยัดต่อการทำงานได้ มหาวิทยาลัยไม่ได้คาดหวังว่าเพียงบัณฑิตมีงานทำแค่ 70-85% แต่ตอนนี้มองถึงการยกระดับการบริหารการจัดการให้ลูกหลานหรือบัณฑิตเรามีงานทำก่อนจบ มีเงินเดือนที่สูงกว่าวุฒิแล้วก็ไม่ได้ทำงานในประเทศไทยจะมีส่วนหนึ่งที่ทำงานในประเทศเพื่อนบ้านหรือในอาเซียนที่จะเกิดขึ้นมา ตรงนี้ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทั้งวัฒนธรรมและการบริหารการจัดการที่เอื้อต่อการผลักดัน วันนี้ความรู้อย่างเดียวไม่สามารถสร้างอาชีพ ไม่สามารถอยู่คนเดียวในสังคมโลก ลูกหลานหรือลูกศิษย์เรานอกจากจะมีความรู้ที่ดีแล้ว จำเป็นจะต้องเป็นผู้ที่มีจิตสาธารณะ เป็นผู้ที่สู้งานอดทนและตรงต่อเวลา เชื่อว่า คนเก่งหรือคนปานกลางมีจิตสาธารณะเอื้ออาทรต่อคนอื่นแล้ว ไม่นานเขาสามารถชนะเพื่อนร่วมงานหรือชนะงานได้

มหาวิทยาลัยแห่งความสุขคืออะไร มหาวิทยาลัยแห่งนี้จำเป็นที่จะให้ลูกศิษย์เราหรือลูกหลานท่านอยู่ในอ้อมกอดเราหรืออยู่ในมหาวิทยาลัยของเรานั้นมากกว่าวันหนึ่ง 6 หรือ 8 ชั่วโมง ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้เขาอยู่กับเราตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม 12 ชั่วโมง เช้าเข้ามาเรียนหรือมาทานข้าวที่โรงอาหารด้วยราคาที่ประหยัดแล้วเข้าเรียน บ่ายอาจจะเข้าห้องสมุด เรามีห้องสมุด มีหนังสือ มีความสะดวก มีเอกสารหรือว่าจะเป็นอีบุ๊ค อีเลิร์นนิ่ง เต็มไปหมดที่จะให้เขาใช้ฟรี ทุกพื้นที่มีสัญญาณไวฟายฟรี เพราะฉะนั้นทุกคนที่จะเข้ามาอยู่ในนี้ต้องมีความสุข ความสุขมันก่อเกิดให้เกิดความสำเร็จ ความสุขมันก่อเกิดให้เกิดให้คนเป็นคนดี ความสุขมันก่อเกิดให้เกิดคนที่มีความคิดมีสติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจะพยายามส่งเสริมและสนับสนุนในการศึกษาทุกด้าน และก็จะส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกหลานท่านเป็นคนเก่งและเป็นคนดีของสังคมชาติในอนาคต

ความคาดหวังของคนเป็นพ่อแม่สูงมากที่ส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาที่นี้ แต่ผู้ปกครองอย่าลืมว่า มหาวิทยาลัยฯมีโอกาสดูแลลูกท่าน 4-5 ปี แต่ท่านต้องดูลูกท่านด้วย มหาวิทยาลัยกับผู้ปกครองจับมือกันสร้างทุนมนุษย์ของประเทศ อย่าให้เป็นภาระมหาวิทยาลัยอย่างเดียว มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะนักศึกษาทุกชีวิตคือลูกผม ผมดูแลลูกผมยังไงผมก็ต้องดูแลลูกศิษย์เช่นเดียวกัน จะให้เป็นคนดี ให้เป็นคนที่มีสุขภาพดี สุขภาพจิตดี ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยก็คือความสำเร็จของบัณฑิตและศิษย์เก่าที่ สุดท้ายความสำเร็จของลูกของเราที่ดีนั้น ท่านอย่าลืมยาเม็ดสุดท้ายนะครับ อ้อมกอดคุณพ่อคุณแม่เป็นยาที่ดีที่สุดครับ รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวทิ้งท้าย

 

อ.มทร.ธัญบุรี เจ๋งคิดสูตรปุ๋ยชีวภาพขี้แดดนาเกลือ เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน

ขี้แดดนาเกลือ หรือ ชาวบ้านเรียกกันว่า หนังหมา คือ สาหร่ายตะไคร่น้ำที่จับตัวกันเป็นแผ่นในนาเกลือ และตกตะกอนแห้งสนิทในนาเกลือ โดยในขี้แดดนาเกลือมีคุณสมบัติทางเคมี มีธาตุอาหารฟอสฟอรัสและโปรแทสเซียม สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพ จากคุณสมบัติดังกล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐิตยา ศรขวัญ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นำมาคิดค้นสูตรและผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพ โดยใช้เชื้อราปฏิปักษ์อัดเม็ด Trichoderma เป็นตัวเร่ง More >

นศ.มทร.ธัญบุรีคว้ารางวัลแกะสลักน้ำแข็งระดับโลก

นศ.ศิลปกรรม มทร.ธัญบุรี จักรกฤษ ผิวจันทร์,ไพบูลย์ งามวงษ์, ศุภชัย ทานะเวช และสาธิต กระเทศ โชว์ฝีมือแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะ จากผลงาน”อนันตนาคราช” คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 แข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะ ในงานเทศกาลหิมะน้ำแข็งนานาชาติ ณ ม.วิศวกรรมฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

จักรกฤษ ผิวจันทร์ เปิดเผยว่า โจทย์สำหรับขนาดของชิ้นงานต้องมีความสูง 3.5 เมตร กว้าง 3 เมตร เป็นก้อนสี่เหลี่ยม จึงเลือกงานแกะสลัก อนันตนาคราช ซึ่งเป็นพระยานาคสามเศียรมีลำตัวยาว แสดงถึงพลังที่แข็งแรงแต่แฝงด้วยความนิ่มนวล เป็นหนึ่งในสิบสองนักษัตรและเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความสมบูรณ์ของประเทศไทย ลักษณะงานแกะสลักเป็นนาคราช 3 เศียร โดยใช้เทคนิคพิเศษต่อเติมหิมะขึ้นไป 6.99 เมตร ซึ่งเป็นชิ้นงานที่สูงที่สุดในการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นชิ้นงานที่ออกแบบโดยเน้นความเป็นไทยผสมผสานสากล แสดงถึงความมีพลัง การเคลื่อนไหวของพญานาคราช เก็บรายละเอียดด้วยลายกนก

สาธิต กระเทศ กล่าวว่า ตนเป็นคนคิดและแกะลวดลาย ส่วนที่ยากคือส่วนของหัวนาคที่แกะเป็นลายกนกหางไหล ซึ่งเป็นลายที่มีความซับซ้อน จะต้องต่อก้อนหิมะขึ้นไปและต้องแข่งกับการละลายของหิมะด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดของพื้นที่การทำงานเพราะหัวนาคราชสูงจากพื้นมากต้องใช้บันไดต่อขึ้นไปแกะถึง 2 ชั้นและยังกังวลกับความสูงและการแตกหักของหิมะด้วย

ด้านศุภชัย ทานะเวช เสริมว่า ตนเป็นคนตัดต่อหิมะซึ่งต้องอาศัยเทคนิคพิเศษที่ได้เรียนมา เครื่องมือที่ใช้เป็นเครื่องมือที่ดัดแปลงขึ้นมาเอง ซึ่งการตัดทลายหิมะต้องใช้เครื่องมือที่แข็งแรง และขั้นตอนการตัดต่อหิมะใช้เวลาค่อนข้างนาน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนต่างชาติที่เข้ามาแข่งขันเป็นอย่างมาก

ไพบูลย์ งามวงษ์ เพิ่มเติมว่า ตนรับผิดชอบในส่วนของการเก็บรายละเอียดช่วง ลำตัวซึ่งเป็นส่วนที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวของอนันตนาคราช การแกะสลักจะต้องมีความกลมกลืน และให้แสงตกมากระทบแล้วสะท้อนออกมาให้เห็นถึงความสวยงาม ก่อนที่จะลงมือแกะได้มีการวางแผนในทีมว่าจะให้ผลงานที่ออกมามีลักษณะเด่นอย่างไร แสงเป็นอีกองค์ประกอบที่เมื่อกระทบกับหิมะจะทำให้ผลงานดูโดดเด่น

“ต้องขอบคุณผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯและคณาจารย์ที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำระหว่างการแข่งขัน รวมถึงน้องๆ ทีมงานศิลปกรรมทุกคนที่ช่วยกันเตรียมวัสดุให้ทีมซ้อมแกะก่อนไปร่วมการแข่งขัน ผมถือว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลของทุกคนครับ” นายจักรกฤษ กล่าวทิ้งท้าย More >

คิดค้นเครื่องผ่าหมากสดช่วยแปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์

หมาก นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้มากมาย ด้วยสรรพคุณที่หลากหลาย ใช้เป็นยาสมานแผล เป็นยาถ่ายพยาธิในสัตว์ ใช้ขบเคี้ยวเพื่อรักษาเหงือกและฟันให้คงทน ในทางอุตสาหกรรมเมล็ดหมากนำมาสกัดจะได้ไขมัน เมือก ยาง และสารอัลคาลอยด์ ชื่อ Arecoline ซึ่งมีปริมาณสารแทนนิน (Tannin) สูง สามารถใช้ในทางอุตสาหกรรมและยารักษาโรคได้หลายชนิด การผ่าผลหมากในปัจจุบันยังคงต้องใช้แรงงานคนในการผ่าอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลาและแรงงานคนจำนวนมาก และต้องมีความชำนาญในการผ่าผลหมาก แต่อาจเกิดความเมื่อยล้าจากการทำงาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

ดังนั้นจึงมีแนวความคิดที่จะนำเครื่องจักรมาประยุกต์ใช้ จึงทำการออกแบบและสร้างเครื่องผ่าผลหมากให้มีลักษณะเล็ก เหมาะกับการนำไปใช้ในระดับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม โดย อ.มานพ แย้มแฟง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี อ.จักรวาล บุญหวาน อ.วรินธร ยิ้มย่อง และนายทินกร สุยอย นายธีรพงษ์ เนินพุทธ และนายเอกพงษ์ ภู่สากล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมคิดค้นและประดิษฐ์เครื่องผ่าหมากสดต้นแบบขึ้น และการันตีด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2556

อ.มานพเล่าว่า เครื่องผ่าผลหมากสดเครื่องต้นแบบ ประกอบด้วย ชุดผ่าผลหมาก ระบบลำเลียง ระบบส่งกำลัง โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1 แรงม้าเป็นต้นกำลัง หลักการทำงานของเครื่องนำผลหมากที่ไม่ต้องคัดขนาดใส่ลงกะพ้อ จากนั้นระบบลำเลียงที่ออกแบบจะลำเลียงผลหมากไปยังชุดผ่าผลหมาก จะถูกผ่าตรงกลางเป็นสองซีกตามแนวยาวของผลลงสู่ทางออก จากการทดสอบเครื่องต้นแบบเปรียบเทียบกับแรงงานคน แรงงานคนสามารถผ่าผลหมากได้ 780 ผล/ชั่วโมง เครื่องสามารถผ่าผลหมากได้ 4,920 ผล/ชั่วโมง การผ่าด้วยเครื่องจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการผ่าด้วยแรงงานคน 6 เท่า

โดยจุดเด่นเครื่องผ่าผลหมากสด สามารถผ่าผลหมากได้ตรงกลางตามแนวยาว และผ่าผลหมากได้ทุกขนาดโดยไม่ต้องมีการคัดขนาด ระบบการลำเลียงผลหมากไม่ติดขัดโดยไม่ต้องใช้ระบบการสั่นสะเทือน ระบบการทำงานไม่ซับซ้อน เกษตรกรสามารถใช้เครื่องและบำรุงรักษาได้ ขนาดเครื่องไม่ใหญ่ สามารถเคลื่อนย้ายและทำงานได้สะดวก ใช้คนคุมเครื่อง 1 คนขณะเครื่องทำงาน เพื่อนำมาทดแทนแรงงานคนสามารถลดระยะเวลาการผ่าผลหมากให้สั้นลง และสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน

เครื่องผ่าผลหมากสดเป็นเครื่องต้นแบบที่คิดค้นขึ้น โดยไม่มีวางจำหน่าย เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 08-6663-4562 More >

คอลัมน์ นวัตกรรมสร้างโอกาส: เครื่องช่วยสอนนวดไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา

porntavan@insightaec.com

อาชีพนวดแผนไทยได้สร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้พิการทางสายตาหรือคนตาบอดในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เหมือนกับคนทั่วไป หากแต่ยังมีข้อจำกัดเนื่องจากกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการเรียนรู้และฝึกฝนการนวดด้วยตนเอง

ดังนั้นนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประกอบด้วย นายกฤษณะ โภควัฒน์, นายณัฐชนน กมลโต, นางสาวกมลชนก อดิเรกธนสารและนางสาวมัณฑนา ปานสังข์ จึงได้คิดค้นและผลิต “เครื่องช่วยเรียนรู้การนวดไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา” ตามความมุ่งหมายของศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอดธนบุรี สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด โดยมีรศ.ดร.สุวรินทร์ ปัทมวรคุณ และอาจารย์จตุรพิธ เกราะแก้ว เป็นที่ปรึกษา

นายกฤษณะ โภควัฒน์ หนึ่งในผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมชิ้นนี้ กล่าวว่า การทำงานของ “เครื่องช่วยเรียนรู้การนวดไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา” แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เรียกว่า ระบบจัดการความรู้พัฒนาอาชีพนวดแผนไทย เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในตัวโปรแกรมมีเสียงจากโปรแกรมคือ Google Translates เพื่ออ่านเนื้อหาให้คนตาบอดสามารถเรียนรู้ จดจำ และสามารถทบทวนความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งในโปรแกรมจะควบคุมการเลือกเมนูต่างๆ โดยปุ่ม Space Bar และปุ่มลูกศรเลื่อนขึ้นเลื่อนลงเพื่อง่ายต่อการใช้งานของคนตาบอด และส่วนที่ 2 เรียกว่า เครื่องช่วยเรียนรู้การนวดแผนไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา ลักษณะหุ่นจำลองมีขนาดเท่ากับอวัยวะจริงของคนเรา

โดยระบบจัดการความรู้พัฒนาอาชีพนวดแผนไทยเพื่อผู้พิการทางสายตา ประกอบด้วยเมนู 3 เมนูคือ 1. เมนูความรู้เกี่ยวกับการนวด ในเมนูเป็นส่วนที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการนวด วิธีการนวด การจับ การกดในส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยจะแบ่งการนวดออกเป็น 2 ประเภท คือ การนวดไทยบำบัด เป็นการนวดตามตำราการนวดแผนไทยโดยการนวดจะเป็นไปตามธาตุของร่างกายของผู้นวดเป็นหลักและนวดไปตามอาการที่ต้องการแก้ไข และการนวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เป็นการนวดที่ผสมผสานวิธีการนวดในส่วนต่างๆ เกือบครบทุกส่วนของร่างกายมารวมกันเป็นกระบวนท่า เป็นการนวดครั้งเดียวแต่นวดทั้งร่างกาย

2. เมนูความรู้เกี่ยวกับสรีระและอวัยวะ ในเมนูเป็นการบอกถึงอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย หน้าที่ของอวัยวะนั้นๆ รวมไปถึงตำแหน่งของอวัยวะนั้นๆ ภายในร่างกาย โดยนำเสนอในรูปแบบของรูปภาพของสรีระโดยรวมแล้วใช้การชี้โยง เพื่อให้ทราบว่าอวัยวะใดอยู่ส่วนไหนของร่างกาย ซึ่งผู้นวดจำเป็นต้องทราบถึงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายเพื่อเป็นความรู้พื้นฐานในการนวด

และ 3. เมนูแบบทดสอบ เมนูนี้เป็นการรวบรวมข้อสอบเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาหรือผู้ใช้ ได้ทำการวัดผลความรู้ที่ได้เรียนรู้มาจากเมนูความรู้เกี่ยวกับการนวดและเมนูความรู้เกี่ยวกับสรีระและอวัยวะ

“ภายในหุ่นจำลองได้ทำการฝังไมโครชิปและสวิตช์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ในการสอนเรื่องเส้นประธานทั้งสิบสำหรับผู้พิการทางสายตา ซึ่งหุ่นจำลองจะบอกชื่อจุดต่างๆ เมื่อผู้พิการทางสายตาทำการกดสวิตช์ที่ตัวหุ่น โดยไมโครชิปจะประมวลผลจากสวิตช์ที่ทำการกด โดยค่าที่ได้จะไปเปรียบเทียบกับค่าในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หากค่าที่ได้ตรงกันจะมีการออกเสียงตามจุดนั้นๆ ของเส้นประธานทั้งสิบ โดยใช้โปรแกรม virtual studio ในการออกแบบ และใช้ภาษา C ในการเขียนโปรแกรม และขณะนี้กำลังจัดทำหุ่นการนวดไทยบำบัดเพื่อรักษาโรค และหุ่นเพื่อการนวดไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ มีลักษณะเช่นเดียวกับหุ่นการสอนเส้นประธานทั้งสิบ”

จากประสิทธิภาพคุณสมบัติการทำงานของเครื่องช่วยเรียนรู้การนวดไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา ทำให้ที่ผ่านมาผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม(Social Contribution Award in Science) และรางวัลนวัตกรรมยอดนิยม (Popular Vote) ของโครงการ Brand’s GEN 6 ฉลาดคิดไร้ขีดจำกัด

อย่างไรก็ตามการดำเนินการทั้งหมดของผู้ประดิษฐ์ผลงานนี้ เป็นไปภายใต้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่เป็นสถานศึกษาของรัฐ ไม่ได้มุ่งเน้นกำไรแต่อย่างใด แต่เป็นการทำเพื่อบริการวิชาการแก่สังคม ซึ่งในที่นี้คือ ผู้พิการทางสายตาอันเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัย More >

คอลัมน์ กอสซิพริมรั้ว

ต้องเรียกได้ว่า “ทึ่ง” กับความสามารถของนักศึกษาสาขาประติมากรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ที่ประกอบด้วย “จักรกฤษ ผิวจันทร์” “ไพบูลย์ งามวงษ์” “ศุภัย ทานะเวช” และ “สาธิต กระเทศ” ไปโชว์ผลงานการแกะสลักน้ำแข็ง ชื่อ “อนันตนาคราช” ในงานเทศกาลหิมะน้ำแข็งนานาชาติ ประจำปี 2557 “6th International Collegiate Snow Sculpture 2014” ที่เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ฟันฝ่าผู้เข้าร่วมแข่งขันจาก 61 ทีม 13 ประเทศ คว้า รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1มาได้ … ปีหน้าฟ้าใหม่ พัฒนาฝีมืออีกซักนิด “ขาเม้าท์” ว่าความฝันอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

แหม…เม้าท์ทีไรเพลินทุกที จนลืมดูพื้นที่ รู้สึกตัวอีกทีพื้นที่หมดก็ซะแล้ว เอาไว้สัปดาห์หน้า “ขาเม้าท์” จะไปขุดคุ้ย เอ้ย !!! เสาะหา เรื่องของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยมาเม้าท์มอยกันใหม่จ้า

More >

บัณฑิตนักปฏิบัติ’มทร.ธัญบุรี’ เก่งวิชาการ-ควบงานช่าง

ชุลีพร อร่ามเนตร

 

18 มกราคม ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ครบรอบ 9 ปี “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” อธิการบดีมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะต่างๆ จัดกิจกรรม “RT ราชมงคล เทคโนโลยีก่อเกิดนวัตกรรม ศิลปวัฒนธรรมก้าวไกล” และงาน Open House วันที่ 18-22 มกราคม 2557 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และครูจากโรงเรียนต่างๆ เข้ามาเรียนรู้ สัมผัสการเรียนการสอน เยี่ยมชมนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ จากศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่า และครูอาจารย์ของมหาวิทยาลัยจากทั้งในส่วนกลางคณะและวิทยาลัย

“โอลีฟ” อโรชา บุญตะหล่า นักศึกษาสาขาวิชาการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์ วิทยากรฝึกอบรมการทำขนมวาฟเฟิลนมสด นำความรู้จากการเรียน และฝึกปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ในโรงแรม มาสาธิตให้น้องๆ เยาวชน ผู้ปกครองที่มาร่วมงานได้ชมและร่วมทำกิจกรรม วันแรกสาธิตอาหารหวาน วันที่สอง สาธิตทำอาหารคาว ได้รับความสนใจอย่างมาก ทุกคนสามารถชิมอาหารที่ตัวเองทำ และนำวิธีทำกลับไปทำเองที่บ้านได้

“มีผู้มาร่วมงานเยี่ยมชมกิจกรรมมาก ทำให้มีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น มีแรงบันดาลใจ มุ่งมั่นในการทำงานมากขึ้น กิจกรรมดังกล่าวเป็นการเปิดบ้านให้น้องๆ ผู้ปกครอง คุณครู ได้มาเรียนรู้การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย แล้วยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงผลงาน ความรู้ความสามารถที่ได้เรียนมา เป็นการสร้างความรู้จักระหว่างนักศึกษากับสถานประกอบการ และเป็นการฝึกความชำนาญในสาขานั้นมากขึ้น จึงอยากให้มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมแบบนี้ทุกปี”

“น้องฟร้องซ์” ปวริศ วัชรพาณิชย์ ชั้น ม.4 และ “น้องเส็ง” ไทยศิลป์ แซ่แต้ ชั้น ม.3 โรงเรียนพิมายวิทยา จ.นครราชสีมา เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนๆ นักเรียน เพื่อจะมาเยี่ยมชมการเรียนการสอนคณะต่างๆ ของ มทร.ธัญบุรี บอกว่า อยากให้มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ทุกปี ทำให้เข้าใจการเรียนการสอนในแต่ละวิชามากขึ้น รู้ว่าเรียนสาขานี้แล้วจะไปประกอบอาชีพอะไร ต้องเรียนอะไรบ้าง และยังได้เห็นผลงาน โดยเฉพาะการแสดงภาพจิตรกรรม ที่ทรงคุณค่า มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ตระหนึกถึงการทำงานศิลปะ การไม่หลงลืมวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นไทยที่ถ่ายทอดผ่านภาพเขียนต่างๆ ช่วยให้ตัดสินใจเลือกเรียน เลือกอาชีพที่เหมาะสมได้

การเลือกเรียนคณะที่ใช่ ไม่ใช่เรื่องยากหากได้ลองมาสัมผัสวิถีชีวิตนักศึกษาในสาขา คณะนั้นจริงๆ”ฟร้องซ์ และเส็ง” เชื่อว่าจะช่วยเปิดโลกทัศน์ ความคิด และเข้าใจการเรียนคณะที่ถนัด รู้จักตนเองมากขึ้น มหาวิทยาลัยควรเปิดโอกาสให้เด็กระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้เข้ามาเรียนรู้การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย เพื่อเด็กจะได้ไม่ก้าวพลาดเลือกอนาคต อาชีพของตัวเองผิด

“บัณฑิตนักปฏิบัติอย่างมืออาชีพ” ไม่ได้เกิดจากการบ่มเพาะในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากกระบวนการทางวิชาการ ควบคู่กับการปฏิบัติ โดยที่ไม่หลงลืมความเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมไทย” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว

รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวว่า บัณฑิตในอนาคตไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญด้านวิชาการ และวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นผู้ที่คิดสร้างสรรค์เป็น สื่อสารเป็น มีความอดทน และอยู่ร่วมในสังคมที่มีความหลากหลาย ทำงานร่วมกับผู้คนต่างชาติ ภาษา และวัฒนธรรมได้ การจัดงานวันสถาปนาและ Open House ในปีนี้ เพื่อเป็นการสถาปนามหาวิทยาลัย และยังทำให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งด้านวัฒนธรรมไทย ที่มหาวิทยาลัยพยายามปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ให้นักศึกษาได้ตระหนัก ยิ่งประเทศกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เทคโนโลยีมีการหมุนเวียนตลอดเวลา การเป็นคนดี คนไทยที่ช่วยสานต่อความเป็นไทยที่ดีงามไว้ ควบคู่กับการก้าวทันเทคโนโลยีย่อมสร้างมูลค่าของบัณฑิตไทย

ปัจจุบันโลกของเด็กไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องเรียน หรือประเทศของตนเอง แต่โลกของพวกเขากว้างกว่านั้น การได้เลือกเรียน เลือกอาชีพที่เหมาะสม ตรงกับความชอบ ความถนัด และสอดรับกับตัวตนย่อมดีกว่าเดินทางอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย สนใจเยี่ยมชม มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี (คลอง 6) ติดต่อ โทร.0-2549-4990-2 หรือ http://www.rmutt.ac.th More >

แปลงโฉมเพิ่มประโยชน์สร้างมูลค่ากระดาษจากใยเปลือกสับปะรด

สับปะรด หนึ่งในพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนซึ่งหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีสับปะรดหลายพันธุ์ ปลูกอยู่ โดยพันธุ์ที่ใช้ปลูกนั้นขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่

สับปะรด นอกจากเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานเป็นทั้งอาหารคาวและอาหารหวานแล้ว นอกจากการนำเนื้อมารับประทาน ทุกส่วนของสับปะรดยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ดังเช่น ส่วนใบ มีลักษณะเส้นใยที่ยาวสามารถนำมาผลิตเป็นกระดาษได้ ส่วนเปลือก สามารถนำไปทำน้ำหมักชีวภาพและเป็นอาหารสัตว์ เป็นต้น

ด้วยความโดดเด่นของเส้นใย อีกทั้งจากการผลิตแปรรูปในภาคอุตสาหกรรมมีปริมาณกากใยสับปะรดที่เกิดขึ้นอยู่มาก ที่ผ่านมา ผศ.สุจยา ฤทธิศร อาจารย์ประจำสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี ได้ศึกษาวิจัยมีแนวคิดนำใยเปลือกสับปะรดผลิตเป็นกระดาษเชิงหัตถกรรม เพิ่มมูลค่าให้กับกากใยสับปะรด สร้างรายได้ ส่งเสริมเป็นอาชีพเสริมให้แก่ผู้ที่สนใจได้ทำกระดาษเชิงหัตถกรรม

ทั้งนี้การผลิตกระดาษหัตถกรรมจากเปลือกสับปะรด การผลิตต่อ 1 แผ่น ใช้เยื่อในการผลิตไม่มาก อีกทั้งกระดาษยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านลวดลายเส้นใยและความบางใส จากการวิจัยสร้างสรรค์ กระดาษจากใยเปลือกสับปะรด ผศ.สุจยา ให้ความรู้ว่า จากที่เรามีกระดาษจากปอสา กระดาษที่สร้างสรรค์ทำจากกาบกล้วย ฟางข้าว ฯลฯ ซึ่งอาจารย์ทดลองทำขึ้นแล้วนั้นก็มีแนวคิดสนใจศึกษาต่อ ยอด มองเห็นถึงเปลือกสับปะรดว่าน่า จะทดลองนำมาทำเป็นกระดาษได้ อีกทั้งด้วยแนวคิดการรีไซเคิลเพิ่มคุณค่าวัสดุเหลือใช้การเกษตรสร้างประโยชน์ให้มี เพิ่มขึ้นจึงศึกษาสร้างสรรค์กระดาษจากใยเปลือกสับปะรดนำมาใช้ในงานศิลปหัตถกรรม

“จากที่ศึกษากระดาษจากวัสดุการเกษตรไม่ว่าจะเป็นกาบกล้วย กระดาษจากฟางข้าว ฯลฯ หรือกระดาษจากวัสดุการเกษตรอื่น ๆ อาทิ ชานอ้อย ปอสา กระดาษเหล่านี้จะมีความทึบแสงกว่า กระดาษจากเปลือกสับปะรดหรือที่โรงงานเรียกว่ากากใยเปลือกสับปะรด แผ่นกระดาษจะมีความเหนียว ใส ลักษณะคล้ายกระดาษแก้ว เวลานำไปทาบกับสิ่งใดก็จะมองเห็นเด่นชัด นอกจากนี้ผิวกระดาษยังมีลวดลายสวยงามจากใยสับปะรด เส้นใย ลวดลายชัดเจน สามารถใส่สีเพิ่มสีสันให้กับกระดาษหรือวาดลวดลายตกแต่งกระดาษได้ ฯลฯ”

นอกจากนี้กรรมวิธีการทำกระดาษคล้ายคลึงกัน แต่กระดาษดังกล่าวมีความโดดเด่นไม่ต้องใช้เยื่อของกากใยจำนวนมาก ใช้เยื่อจากเปลือกใยสับปะรดประมาณ 50 กรัมต่อ 1 แผ่น เมื่อเส้นใยแห้งก็จะได้แผ่นกระดาษที่มีความเหมาะสมไม่หนาหรือบางเกินไป อีกทั้งแผ่นกระดาษดังกล่าวยังมีความเหมาะสมสามารถนำมา แปรรูป สร้างสรรค์ประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ไม่ว่า จะเป็นดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกกุหลาบ โคมไฟ กระดาษห่อของขวัญ กล่องหรือ งานประดิษฐ์ที่มีดีไซน์ ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ ได้เผยแพร่อบรมให้ความรู้กับผู้ที่สนใจเป็นอีกทางเลือกการสร้างสรรค์ทำกระดาษทำมือที่มีเอกลักษณ์ นำสิ่งเหลือใช้กลับมาเพิ่มประโยชน์ สร้างมูลค่าได้ อีกด้วย. More >

ศิลปะแกะสลักน้ำแข็ง…งดงามบนความเยือกเย็น

ชายหนุ่มสามคนสวมเสื้อคลุมกันหนาวหนาเทอะทะเหมือนนักสำรวจขั้วโลกเหนือ มะรุมมะตุ้มอยู่กับก้อนหิมะยักษ์สูงท่วมหัว กลางลมหนาวทารุณ อุณหภูมิติดลบ20 องศาเซลเซียส

มือกำยำกระชับค้อนแน่น แต่ละครั้งที่หวดกระหน่ำลงบนสิ่ว หนักหน่วงรุนแรง เหล็กแหลมคมทิ่มแทงสะเก็ดกระจายปลิวว่อนในอากาศ

พวกเขาใช้เวลานานสองวันสองคืน แกะสลักก้อนหิมะให้กลายเป็นผลงานประติมากรรมอันล้ำเลิศ จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันแกะสลักหิมะมาครองได้อย่างน่าทึ่ง

น่าทึ่งตรงที่พวกเขาคือคนไทยผู้สร้างชื่อในฐานะช่างแกะสลักหิมะฝีมือเยี่ยม ในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ

น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือพวกเขาไม่เคยเห็นหิมะมาก่อนเลยในชีวิต

เด็กไทยบนเวทีแกะสลักหิมะระดับโลก

ข่าวดีรับต้นปี 2557 เมื่อนักศึกษาไทยสามารถคว้ารางวัลระดับโลกในการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะ ในเทศกาลหิมะน้ำแข็งนานาชาติ 2014 (6 th International Collegiate Snow Sculpture Contest 2014)ณ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บิน เมืองฮาร์บินสาธารณรัฐประชาชนจีน ท่ามกลางผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 61 ทีม จาก 13 ประเทศ

ผลปรากฏว่า ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรีสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง ในชื่อผลงาน”Wonder of Thailand” หมายถึง สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามของประเทศไทย เป็นการผสมผสานความงามของศิลปะไทยที่อ่อนช้อยสง่างามในรูปของเจดีย์ โบสถ์ ราชสีห์ และสามล้อ หรือรถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งเป็นพาหนะที่รู้จักกันดีและเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นผลงานของทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และรองชนะเลิศอันดับ 2 จากทีมวิทยาลัยสารพัดช่างตราด

สรุปสั้นๆ ว่ารางวัลที่ 1-3 เด็กไทยคว้ามาครองได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคว้ารางวัลชนะเลิศครั้งนี้ถือเป็นการรักษาแชมป์เป็นปีที่ 5 ด้วย

ทั้งที่เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ทั้งที่หลายคนไม่เคยสัมผัสหิมะจริงมาก่อนในชีวิต เหตุไฉนถึงได้โชว์ฝีมือเอกอุ จนชาวต่างชาติจากเมืองหนาวถึงกับปรบมือให้ด้วยความคารวะ

“อุปสรรคใหญ่ของการแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะคือความหนาวเย็น แข่งกันกลางที่โล่งแจ้งในช่วงที่หนาวเย็นที่สุดของปี อุณหภูมิลบ 20 องศาเซลเซียส พวกเราต้องใส่เสื้อกัน 7-8 ชั้นสวมถุงมือจับค้อน เลื่อยสิ่วแกะน้ำแข็งกันตั้งแต่แปดโมงเช้ายันสี่ทุ่ม สองวันสองคืนเต็มๆ”

จักรกฤษ ผิวจันทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 หัวหน้าทีมแกะสลักน้ำแข็งจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟัง โดยมีเพื่อนร่วมทีมนั่งยิ้มอยู่ข้างๆประกอบด้วย ไพบูลย์งามวงษ์ ศุภชัย ทานะเวช และสาธิต กระเทศ

ภายใต้โจทย์ที่กำหนดให้ขนาดของหิมะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมสูง 3.5 เมตร กว้าง 3 เมตร พวกเขาสร้างสรรค์ผลงานชื่อ”อนันตนาคราช”พญานาคสามเศียร สัญลักษณ์ของพลังและความสมบูรณ์ของประเทศไทย โดยใช้เทคนิคพิเศษต่อเติมหิมะขึ้นไปถึง 7 เมตร ถือว่าเป็นผลงานที่สูงที่สุดในการแข่งขันในครั้งนี้ เน้นความเป็นไทย แสดงถึงพลังที่แฝงไว้ด้วยความพลิ้วไหวอ่อนช้อย

“ความท้าทายอยู่ตรงการแกะลายกระหนกที่มีความซับซ้อน อีกทั้งการต่อก้อนหิมะ ต้องใช้บันไดต่อขึ้นไปแกะถึง 2 ชั้น เสี่ยงกับความสูงก็อาศัยเทคนิคพิเศษคือถอดถุงมือเพื่อต่อน้ำกับหิมะ ใช้น้ำเป็นตัวเชื่อมใช้เวลาค่อนข้างนานส่วนการเก็บรายละเอียดลำตัว เนื่องจากในช่วงของลำตัวนาคราช แสดงถึงการเคลื่อนไหวต้องมีความกลมกลืน เพื่อเป็นการโชว์ผลงานเราจึงทำให้แสงตกมากระทบเพื่อสะท้อนผลงานออกมาดูโดดเด่น”

ช่างแกะสลักน้ำแข็งคนเก่ง อธิบายขั้นตอนการสร้างสรรค์ศิลปะแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะได้อย่างเห็นภาพ

เบื้องหลังความสำเร็จของแชมป์โลก

ขณะที่ทีมแชมป์โลก 5 สมัยซ้อน วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ประกอบด้วย พูลรัตน์ พึ่งอารมณ์ กิตติพล วิเชียรเชื้อ ครูผู้ฝึกซ้อม และทีมนักศึกษา 4 คน ได้แก่ อธิป ระย้าย้อย ธีระพงษ์ สุขดี จักรวุธ ขำวิจิตร และพิทักษ์ นอลปา

พูลรัตน์ ครูสอนศิลปะและหัวหน้าผู้ฝึกสอนในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการปลุกปั้นเยาวชนช่างแกะสลักน้ำแข็งคนเก่งมามากมายหลายรุ่น เล่าว่า ช่างแกะสลักน้ำแข็งต้องมีความอดทนสูงรูปร่างแข็งแรงกำยำ มีจินตนาการสร้างสรรค์สามารถคิดไอเดียต่อยอดจากก้อนน้ำแข็งสี่เหลี่ยมให้ไหลลื่นเป็นรูปทรงอื่นๆได้

“บ้านเราไม่มีหิมะ ผมเลยสอนพวกเขาโดยการให้เอาดินทรายมาฝึกซ้อม ใช้วัสดุที่มีมวลน้ำหนักใกล้เคียงกันทดแทน เด็กๆ ต้องใช้เวลาลงมือซ้อมจริงกันนาน 1 ปีเต็ม สาเหตุสำคัญที่เด็กไทยเราคว้าแชมป์มา 5 ปีซ้อน ผมมองว่าศิลปะลายไทยที่มีความอ่อนช้อยงดงามเฉพาะตัว ทุกๆ ปีเด็กไทยเราจะลงมือทำชิ้นงานแกะสลักโดยผสมผสานลายไทยลงไป ใช้ตัวละครจากวรรณคดีมาเป็นตัวชูโรงรางวัลชนะเลิศที่ได้มาการันตีให้เห็นแล้วว่าความโดดเด่นของศิลปะไทยเหนือความโมเดิร์นของศิลปะเมืองนอก” น้ำเสียงปลาบปลื้มดีใจ

แกะสลักน้ำแข็งคืองานศิลปะ

แต่ไหนแต่ไรมา เรามักเห็นศิลปะการแกะสลักน้ำแข็งตามงานวิวาห์ งานเฉลิมฉลองในโอกาสต่างๆ ตามโรงแรม ไม่ก็ห้องอาหารหรูก้อนน้ำแข็งที่ถูกสลักเสลารูปทรงและลวดลายน่าอัศจรรย์ บ้างประดับประดาด้วยแสงไฟฉูดฉาดและดอกไม้ ตั้งตระหง่านอยู่กลางโถงใหญ่โดดเด่น หรูหรา ตระการตายิ่ง

“งานแกะสลักน้ำแข็งใช้ได้ทุกโอกาส อย่างเช่นรูปหัวใจ รูปหงส์ กามเทพ พบบ่อยในงานแต่ง นอกนั้นอาจเป็นงานออร์เดอร์เฉพาะพวกโลโก้บริษัทองค์กรต่างๆ หรือออกแบบให้สอดคล้องกับธีมงานเลี้ยง เช่น รถเฟอรารี มังกรตัวหมากรุก เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตุ๊กตาหิมะในเทศกาลคริสต์มาส สิงสาราสัตว์ต่างๆศิลปะงานแกะสลักน้ำแข็งถือเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้งานเกิดความหรูหรามากขึ้นครับ”

คำบอกเล่าของ ชินทัศน์ เรือนทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านแกะสลักน้ำแข็ง โรงแรมดุสิตธานี ช่างแกะสลักน้ำแข็งมือรางวัลที่สร้างสรรค์ศิลปะจากความหนาวเย็นมานานกว่า 14 ปีแล้ว

“แนวคิดออกแบบงานไม่ง่าย เหมือนเราต้องมีโปรแกรมกราฟฟิกสามมิติในหัว เพราะต้องดูน้ำแข็งจากก้อนสี่เหลี่ยมธรรมดาให้ทะลุปรุโปร่งทุกด้าน จินตนาการถึงรูปที่จะสามารถทำต่อไปได้ คนทั่วไปอาจจะคิดว่ายาก ใช้เทคนิคสูงการที่จะทำงานแบบนี้ออกมาได้มันต้องแข่งกับเวลาต้องมีประสบการณ์เยอะพอสมควร เรื่องไอเดียทุกวันนี้เทคโนโลยีมี สามารถดูได้ไม่ยากจากอินเทอร์เน็ต”

แม้ไม่ถึงขนาดเข้าไปขลุกอยู่ในห้องเย็นสามารถทำงานแกะสลักน้ำแข็งกลางแจ้งได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อไม่ให้น้ำแข็งละลายเร็วจนมองไม่เห็นความงามได้อย่างชัดตา

“เวลา 1 ชั่วโมง น้ำแข็งจะละลายเพียง 1 เซนติเมตรเท่านั้น ถ้าเป็นรูปทรงขนาดใหญ่ก็สามารถตั้งไว้ได้ถึงเช้า แต่รายละเอียดมันกจะลดลงตามเวลา แม้มันจะเป็นศิลปะที่แสดงความงามให้เราเห็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ไม่ยืนยงคงทนเหมือนงานประติมากรรมจากวัสดุอื่นแต่ก็ภูมิใจตั้งแต่ขั้นตอนแรกที่เริ่มทำแล้วครับ

ชิ้นงานที่มาสเตอร์พีซของผมคือรูปพระพิฆเนศในพิธีฉลองมงคลสมรสของชาวอินเดียคนหนึ่ง ใช้เวลาในการทำร่วม 5 ชั่วโมง แรงบันดาลใจเกิดจากความศรัทธา โซโลคนเดียวเลย งานแกะน้ำแข็งทำคนเดียวได้ แต่ถ้ามีเพื่อนร่วมงานอยู่ด้วยงานมันก็จะง่ายขึ้น เสร็จเร็วขึ้นเรื่องรายได้ต่อชิ้นงานถือว่าดีราคาขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบ ยกตัวอย่างงานสูง 1 เมตรกว้าง 20 เซนติเมตร ใช้น้ำแข็ง 7 ก้อน ราคาก็จะอยู่ที่ 1-2 หมื่นบาทเกือบ 2 หมื่นบาท”

ชินทัศน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝีมือคนไทยสู้ชาวต่างชาติได้สบาย ดีไม่ดีอาจเก่งกว่าด้วยซ้ำ

“คนไทยมีฝีมืออยู่แล้วครับ อาจจะดีที่สุดในโลกก็เป็นไปได้ สำคัญที่สุดขึ้นอยู่ที่โอกาสมากกว่า โอกาสในการได้ออกไปแสดงผลงานให้ชาวโลกประจักษ์” More >

ปั้นบัณฑิตนักปฏิบัติ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรี และสภามหาวิทยาลัยได้กำหนดยุทธศาสตร์ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติแบบมืออาชีพ โดยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษานอกจากจะนำวิชาความรู้ที่เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานแล้ว จะต้องเป็นผู้มีความคิดริเริ่ม สามารถออกแบบแก้ไขปัญหาในงานที่ทำได้ อยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายได้ โดยจะเน้นการพัฒนาหลักสูตรนักปฏิบัติ มุ่งเน้นงานวิจัย ให้นักศึกษาสื่อสารในระดับนานาชาติ มีการปรับหลักสูตรในทุกคณะ เพิ่มหน่วยกิตและชั่วโมงเรียนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ กำหนดวิชาที่เกี่ยวกับทฤษฎีพร้อมกับสอดแทรกการปฏิบัติควบคู่กันไป นอกจากนี้ยังเน้นทำหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ รวมถึงคณาจารย์จะเข้าไปมีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยอาจารย์และนักศึกษาต้องร่วมทำการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขและเพิ่มศักยภาพให้กับภาคอุตสาหกรรม. More >

ภาพข่าว: ชมจิตรกรรม

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ชมภาพจิตรกรรมของศิลปินอาจารย์ นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ในงานสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 9 ปีในกิจกรรม “RT ราชมงคล เทคโนโลยีก่อเกิดนวัตกรรมศิลป วัฒนธรรมก้าวไกล” และงาน “OpenHouse” ณ มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี More >

คอลัมน์ เด็กมอขอแจม: นายกองค์การน.ศ.ธัญบุรี กับ…ประสบการณ์มันส์ๆ

dekmo_khojam@matichon.co.th

กนกวรรณ ตันสาร ชั้นปี 4 คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญบุรี

“เริ่มต้นทำกิจกรรมมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตอนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนบ้านวังชุม จ.นครสวรรค์ เป็นประธานนักเรียน ตอนมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นตัวแทนโรงเรียนแข่งขันวอลเลย์บอล โรงเรียนสีกัน (วัฒนนันท์อุปภัมภ์ กรุงเทพมหานคร) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี”

สวัสดีค่ะ พี่ๆ น้องๆ ชาวมหาวิทยาลัย ชื่อ น.ส.กนกวรรณ ตันสาร หรือที่เพื่อนเรียกว่า “เมย์เจอร์” ปัจจุบันกำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เราเป็นหนึ่งเหมือนกับหลายๆ คนที่หลงใหลในการทำกิจกรรม วันนี้ขอมาเล่าเรื่องราวชีวิตของเด็กกิจกรรม ร่วมแจมในคอลัมน์ด้วยคนนะจ๊ะ

เบื้องต้นเพื่อนๆ คงทราบมาแล้วว่าเราทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง เริ่มกันเลยแล้วกัน หลังจากเรียนจบ ม.ปลาย โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปภัมภ์ กรุงเทพมหานคร) ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.42 จึงสอบเข้าศึกษาที่สาขาการตลาด มทร.ธัญบุรี สาเหตุที่เลือกเรียนการตลาด เนื่องจากตอนเรียนชั้น ม.4 ที่บ้านทำธุรกิจขายเครื่องสำอาง (อาหารเสริม) ย่าขาย ซึ่งอาศัยอยู่กับย่า เพราะว่าพ่อและแม่เสียชีวิตทั้งคู่ ได้มีโอกาสขาย ได้เรียนรู้การพรีเซนต์สินค้าให้ลูกค้า ทำให้ชอบและรักในอาชีพนักขาย จึงเลือกสอบสาขานี้ สอบผ่านระบบโควต้า สอบได้สาขาที่ตนเองชอบ ดีใจมาก มองว่าการตลาดในปัจจุบันมีความหลากหลาย ซึ่งการตลาดต้องเข้ามาเกี่ยวข้องทุก

อาชีพ เนื่องจากทุกอย่างปรับเปลี่ยนไปทุกเวลา 4 ปีที่เรียนรู้สึกรักในสาขานี้ บวกกับรุ่นพี่ที่อบอุ่น เป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้ามาทำกิจกรรมอาจารย์จะคอยให้ความช่วยเหลือ

เมื่อเข้ามาตอนปี 1 เข้ากิจกรรมการรับน้องกับรุ่นพี่ เหมือนน้องปี 1 ทุกคน ปี 2 มีโอกาสได้เป็นรุ่นพี่ เป็นสต๊าฟรับน้องของคณะบริหารธุรกิจ ปี 3 เข้ามาเป็นคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาฝ่ายกีฬาของคณะ เนื่องจากชอบกีฬาวอลเลย์บอลมาก จึงเข้ามาทำงานในส่วนนี้ ในการทำงานส่วนนี้ต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ จัดการแข่งขันกีฬา หลังจากนั้นปี 3 เทอม 2 เริ่มเข้ามาทำงานในองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี จากการแนะนำของพี่ในคณะชักชวนให้มาทำกิจกรรม ซึ่งในตอนนั้นเข้ามาช่วยงานในส่วนของกีฬา งานใหญ่ที่ได้รับผิดชอบ คือ ผู้ควบคุมพิธีเปิด-ปิด การแข่งขันกีฬาราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 29

หลังจากที่ได้เข้ามาร่วมงานกับเพื่อนในองค์การนักศึกษา รู้สึกมีความสุข บวกกับนิสัยส่วนตัวมนุษยสัมพันธ์ดีมาก ชอบคุยและช่วยเหลือคนอื่น และที่สำคัญคิดว่าตนเองชอบทำกิจกรรม จึงตัดสินใจลงสมัครนายกองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี 2556 และได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ สิ่งแรกเมื่อได้รับตำแหน่ง ลงมือทำ ตารางกิจกรรม ประจำปีการศึกษา 2566 วางแผนว่าจะจัดกิจกรรมอะไรให้เกิดขึ้นบ้าง ซึ่งใช้เวลาในช่วงปิดเทอม เตรียมงานบางส่วน เนื่องจากจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนของตนเองหรือให้กระทบน้อยที่สุด

ผู้หญิง กับการทำงาน มองว่าไม่เสียเปรียบ มองว่าอาจจะได้เปรียบกว่าในเรื่องของความอ่อนน้อม เวลาที่จะเข้าไปปรึกษางานกับผู้ใหญ่ ผู้หญิงจะมีความสุภาพ จะใช้ความเข้าใจมากกว่าการใช้อารมณ์ แต่จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ในการทำงานไม่ได้ใช้อารมณ์หรือกิริยาที่ไม่เหมาะสมในการทำงานอยู่แล้ว การทำงานร่วมกับผู้อื่น ควรคำนึงถึงมากที่สุด และนักศึกษาที่มาทำงานด้วยกัน ล้วนมาทำงานด้วยใจ การพูดคุยและรับความคิดเห็นซึ่งกันและกันจึงไม่ยุ่งยาก

ในการทำงานขององค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี แบ่งการทำงานออกเป็น 7 ฝ่าย 11 สโมสรนักศึกษา 28 ชมรม ในแต่ละเดือนจะมีการประชุมทุกอาทิตย์ กิจกรรมจะมอบหมายงานให้แต่ละฝ่ายที่เหมาะสมรับผิดชอบ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญรับน้องใหม่ ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ในการทำงานต้องมีอุปสรรคในการทำงาน ถ้ามีปัญหาในการทำงาน จะนั่งคุยกับเพื่อนภายในสโมสร จะแก้ปัญหาเลย ไม่ปล่อยให้ข้ามคืน ทุกอย่างต้องจบ

ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนายกองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี รู้สึกสนุก ระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรม ได้ลงมือทำ และสำเร็จ ภูมิใจ การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยคุ้มค่ามาก สอนให้รู้จักคำว่า “ปัญหา แก้ไข สำเร็จ” ทุกกิจกรรมล้วนมีปัญหา แต่เมื่อปัญหามันเกิดขึ้น ต้องช่วยกันแก้ไข จนกิจกรรมนั้นสามารถผ่านไปได้ด้วยดี เข้าสู่ความภาคภูมิใจและความสำเร็จในที่สุด “นายกองค์การนักศึกษา ไม่ใช่ผู้นำอย่างเดียว” ไม่ควรชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว นำสำหรับผู้นำ คือ การนำเพื่อน พาเพื่อนให้ช่วยกันทำกิจกรรม ร่วมกันทำ ไม่ใช้ปากสั่ง รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ในฐานะของรุ่นพี่ปี 4 อยากให้น้องปี 1, ปี 2, ปี 3 รับผิดชอบต่อการเรียน แยกแยะในเรื่องของการเรียนและการทำกิจกรรม มองกิจกรรมเป็นงานอดิเรก เสริมเข้ามาในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วจะรู้ว่าการทำกิจกรรมให้อะไรหลายๆ อย่างต่อเรา More >

ภาพข่าว: ชมภาพจิตรกรรม

รศ.ดร.ประเสิรฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ชมภาพจิตรกรรมของศิลปิน อาจารย์ นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ ที่นำมาร่วมแสดงในงานสถาปนามหาวิทยาลัยประจำปี 2557 ครบรอบ 9 ปี ในกิจกรรม “RT ราชมงคล เทคโนโลยีก่อเกิดนวัตกรรม ศิลปวัฒนธรรมก้าวไกล และงาน Open House” ระหว่างวันที่ 18-20 ม.ค.ที่ผ่านมา ณ มทร.ธัญบุรี (คลอง 6) จ.ปทุมธานี More >

ภาพข่าว: ข่าวข้นคนเข้ม: สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเรียนพระราชทาน “ราชมงคลเฉลิมพระเกียรติ ๔๒” ร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตีนดอย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก จัดสร้างโดยชมรมราชมงคลอาสาพัฒนาเฉลิมพระเกียรติ มทร.ธัญบุรี More >

ร้อยมาลัย บูชาครู ด้วยดวงใจ

“ทุ่มเทเพื่อศิษย์ จากจิตวิญญาณของครู แสงเทียนเพื่อการเรียนรู้ ยังสู้ยังส่องเรื่อยมา ให้ศิษย์ถึงฝั่ง ด้วยแรงหวังแรงศรัทธา เหนื่อยกายและใจ ทว่า เป็นสุขอยู่ทุกนาที” ท่อนหนึ่งในบทเพลงรางวัลของครู หลายคนที่ได้ฟังเพลงนี้ ต้องคิดถึงคุณครู พ่อแม่คนที่ 2 ของพวกเรา พระคุณของท่านที่สั่งสอน อบรมลูกศิษย์ จนได้ดี 16 มกราคมของทุกปีถือว่าเป็นวันครู ตัวแทนว่าที่ครูนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ขอเป็นตัวแทนสำนึกและบูชาในพระคุณที่สาม

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า ตลอดอายุการทำงาน 28 ปี อยู่ในสายวิชาชีพครูมาตลอด ได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์ มุ่งมั่นในการเรียนการสอน ตลอดจนมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองในด้านความรู้ความสามารถ โดยอาชีพครู เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเสียสละ มีจิตอาสา เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์ เสียสละทั้งกำลังกายและกำลังใจ ทุ่มเทถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์เป็นคนดี มีคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งทุกวันนี้สังคมให้ความคาดหวังกับอาชีพครู เพราะครูเป็นพ่อแม่คนที่ 2 ในการประพฤติปฏิบัติตน ทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็มที่ มุ่งตนเองให้เป็นผู้มีจิตสาธารณะ เสียสละของความเป็นครู จากพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นตัวบ่มเพาะตัวของครูเอง ให้มีความรู้ควบคู่คุณธรรมและจริยธรรม ได้รับความเชื่อถือจากผู้ปกครองและสังคม ส่งผลให้ตัวครูและครอบครัวของครูมีความสุข ขอให้กำลังใจครูและนักศึกษาที่จะออกไปประกอบวิชาชีพครู มีความสุขและจงภูมิใจต่ออาชีพของตนเอง มีกำลังใจและกำลังกายในการทำงานพัฒนานักเรียน พัฒนาทุนมนุษย์ของชาติ และที่สำคัญครูทุกคนต้องมีสติ มีวินัยครองตนและตระหนักถึงความเป็นครู

“นิค” นายจตุรงค์ อินทรสาด นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาครุศาสตร์ไฟฟ้า นายกสโมสรนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เล่าว่า ในอนาคตต้องออกไปประกอบอาชีพในสายครู ซึ่งเมื่อมาเรียนสายนี้ทำให้เข้าใจคุณครูมากขึ้น เวลาที่นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน ความรู้สึกของคุณครูเป็นอย่างไร จิตวิญญาณของครู ต้องเข้าใจลูกศิษย์ของตนเอง เนื่องจากลูกศิษย์ต่างที่มา คนเป็นครู ต้องรักในวิชาชีพนี้จริงๆ ในฐานะของลูกศิษย์ที่มีครู ขอสำนึกในพระคุณครู บูชาพระคุณของครูทุกคนทั่วประเทศไทย และขอส่งกำลังใจให้คุณครูที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

“ข้าวฟ่าง” น.ส.ศิริขวัญ กองสิน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เล่าว่า เนื่องจากมีแม่และยายเป็นแบบอย่างในการประกอบวิชาชีพครู นอกจากความรู้ที่ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์แล้ว ยังคอยอบรมขัดเกลาจิตใจ คอยให้คำปรึกษา เป็นพ่อแม่คนที่สอง คอยสั่งสอน ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ครูผู้ให้ ถ้าไม่มีครูตนเองไม่สามารถอ่านออกเขียนได้จนถึงทุกวันนี้ อยากให้ทุกคนเชื่อฟังครู ตั้งใจเรียน เหมือนที่คุณครูตั้งใจสอน

“แสง” นายธีรพงศ์ แสงเจริญ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาครุศาสตร์เครื่องกล เล่าว่า ตอนเรียนมัธยมต้นครูท่านหนึ่งสอนว่า “เป็นครูได้สอนนักเรียนเป็นอะไรที่มีความสุข เมื่อได้เห็นนักเรียนที่สอนเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีงานทำ” นี่คือแรงบันดาลใจให้ตนมาเรียนสายครู พอได้ออกไปสังเกตการสอนก่อนออกฝึกสอนปีการศึกษาหน้า รู้สึกเหมือนคุณครูพูด ความรู้สึกภาคภูมิใจ ถ้าสังคมที่โตขึ้นมาโดยไม่มีคุณครู สังคมคงมีแต่ความวุ่นวาย เพราะว่าเกิดมาจากครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่เมื่อมาโรงเรียนมีคุณครูอบรม ให้ความรู้ ทำให้สังคมน่าอยู่

“แอม” น.ส.ภัททิรา นพศรี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์ เล่าว่า ความรู้และประเทศที่พัฒนาขึ้น ทุกคนต้องเรียนหนังสือ บุคคลที่สำคัญที่สุดคือครู อาชีพที่สร้างคนหนึ่งคนให้มีความรู้ เป็นอาชีพที่พิเศษคนที่จะประกอบอาชีพนี้ต้องมีความอดทนสูง มีความรู้ และสามารถนำความรู้มาถ่ายทอดด้วยการสอน สอนอย่างไร ให้คนนั้นๆ เข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้ ยกตัวอย่าง คุณครู ที่ให้ความรู้ให้กับนักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ นอกจากจะต้องเก่งแล้ว ยังต้องมีอุดมการณ์ ยอมเสียสละเสี่ยงต่อภัยรอบตัว ถ้าขาดครูที่มีความเสียสละเด็กๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คงจะไม่ได้เรียน

“กลอฟ์” นายวัชระ บุญกระจ่าง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์ เล่าว่า คนหนึ่งคนที่สามารถสอนคนเป็นสิบเป็นร้อยเป็นพัน เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดต่อไป ถือเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อตัวเรา เพราะว่าท่านเสียสละทุกอย่าง ทำทุกวิถีทางให้คนหนึ่งคนเข้าใจในสิ่งที่ถูกที่ควร เป็นอีกหนึ่งวิชาชีพที่มีบทบาทมากที่สุด ก่อนที่จะเป็นหมอต้องมีคุณครูสอนหมอ ก่อนจะเป็นทหารตำรวจต้องมีคุณครูสอน ตนเป็นอีกหนึ่งคนที่มีครู ซึ่งกว่าที่จะเข้ามาศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ต้องผ่านการสอนมาจากครูหลายคน

ครู แม้ไม่ใช่พ่อแม่ ไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่เป็นคนที่พร้อมจะมอบวิชาความรู้ คุณธรรมและจริยธรรมที่มีทั้งหมดให้กับศิษย์ โดยไม่หวังสิ่งอื่นตอบแทน เพียงต้องการให้ลูกศิษย์เติบโตเป็นคนดีในสังคมไทย เท่านั้นก็คือความภาคภูมิใจและความสุขใจของคนเป็นครู More >