Archive for ธันวาคม, 2013

ภาพข่าว: คอลัมน์ บุคคลแนวหน้า: การพิมพ์ไทยสู่ AEC

ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ ผอ.สำนักบริหารคุณวุฒิวิชาชีพ แห่งชาติ ร่วมกับ สหพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์ จัดสัมมนา “การเพิ่มผลิตภาพอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย มิติใหม่สู่ AEC” โดยมี ดร.วิชัย พยัคฆโส รองคณบดี ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมเป็นวิทยากร ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น More >

อีการ์ดบัวสวยงาม

คำอวยพร คือ อีกสิ่งที่ได้รับความนิยมในสังคมไทย เพื่อเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ สื่อที่จะถ่ายทอดคำอวยพรได้ดี และเป็นที่นิยมนั่นคือ ส.ค.ส. แต่ด้วยการข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เช่น ความรวดเร็วในการส่งต่อ ทำให้ ส.ค.ส.ไม่เป็นนิยมในปัจจุบัน จึงเกิดทางเลือกใหม่ นั่นคือ Ecard หรือ Electronic Card บัตรอวยพรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการอวยพรและส่งต่อความสุข สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้จัดทำ “Greeting E-Card Rmutt” ขึ้นมา

นายพงศ์พิชญ์ ต่วนภูษา ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เล่าว่า “Greeting E-Card Rmutt” ระบบการส่ง e-card เพื่อให้ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา รวมทั้งบุคคลทั่วไป ส่งการ์ดอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ อวยพรในเทศกาลต่างๆ ให้แก่บุคคลที่นับถือ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนๆ รูปแบบของ E-Card นำภาพบัว 9 ชนิดซึ่งเป็นทั้งสายพันธุ์บัวไทยและต่างประเทศในพิพิธภัณฑ์บัว มทร.ธัญบุรี ซึ่งเป็นสายพันธุ์บัวที่หาดูได้ยาก ประกอบด้วย บัวลูกผสม บัวนางกวัก บัวยักษ์ออสเตรเลีย บัวสายเขตหนาว (บัวฝรั่ง) บัวสายบานกลางวัน บัวสายบานกลางวัน (ติดขั้วใบ) บัววรรณวิสาข์ บัวขาวมงคล บัวฉลองขวัญ โดยมีข้อความอวยพรต่างๆ ให้เลือก และยังสามารถพิมพ์อวยพรเองได้ นอกจากที่จะส่งผ่านทาง E-mail ได้แล้ว ยังสามารถแชร์ผ่านระบบ Social Network เช่น Facebook, Twitter, Instagram ได้อีกด้วย

Greeting E-Card Rmutt เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจ การส่ง e-card คือประหยัด สะดวก รวดเร็ว สามารถบรรจุได้ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง และส่งเสริมการลดใช้กระดาษ แต่มีข้อจำกัดในเรื่องของอินเตอร์เน็ต จะส่ง E-Card ต้องใช้อินเตอร์เน็ต หรือถ้าไฟล์ภาพใหญ่มากจะลำบากในการส่ง และในการส่ง E-Card อาจทำให้เกิดช่องว่างทางความรู้สึกระหว่างผู้ส่งและผู้รับ เนื่องจากผู้ส่งและผู้รับไม่ได้เจอหน้า พูดคุย ดังนั้นผู้ส่งควรคำนึงถึงกาลเทศะ ความเหมาะสม ของผู้รับ

e-card สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใช้บริการ สามารถเข้าไปใช้บริการ E-Card ได้ที่ http://www.ecard.rmutt.ac.th เข้าใช้บริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยปัจจุบัน “Greeting ECard Rmutt” ได้ผลิต E-Card สำหรับส่งอวยพรเทศกาลปีใหม่ ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาและดำเนินการเพิ่มเทศกาลต่างๆ ต่อไป More >

ผ้าไทยเจนเนอเรชั่น Y

ผ้าไทยกับเจนเนอเรชั่น Y ใน”วิชาการตัดเย็บชั้นสูง” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการออกแบบแฟชั่นและการจัดการสินค้า คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี 60 ชุด 60 ไอเดียการนำผ้าไทยมาออกแบบด้วยวัยเจนเนอเรชั่น Y

นายจารุต ภิญโญกีรติ เจ้าของห้องเสื้อเพชร อาจารย์พิเศษวิชาการตัดเย็บชั้นสูง เล่าว่า ปัจจุบันเมื่อพูดถึงผ้าไทยจะนึกถึง “ผ้าไหม” ซึ่งใครจะรู้ว่าผ้าไทยมีอีกหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นผ้ามัดหมี่ ผ้าไหมแก้ว ผ้ามุง เพื่อให่นักศึกษาเจนเนอเรชั่น Y รู้จักผ้าไทย สามารถนำมาประยุกต์มาออกแบบ และที่สำคัญในเรื่องของการตัดเย็บ เนื่องจากทุกวันนี้นักศึกษาจะออกแบบเป็นอย่างเดียว ไม่สามารถตัดเย็บได้ ดังนั้น “วิชาการตัดเย็บชั้นสูง” จึงได้ให้นักศึกษานำผ้าไทยมาออกแบบเป็นชุดราตรี ชุดโอกาสพิเศษที่สามารถใส่ในงาน รวมถึงชุดแต่งงานบวกกับการสอนเทคนิคในกราเย็บข้นสูงทำให้นักศึกษารู้ถึงคุณสมบัติของผ้าไทย นำมาออกแบบและตัดเย็บให้เหมาะกับเจนเนอเรชั่น Y นักศึกษาชั้นปีที่ 3สาขาออกแบบและตัดเย็บมาถึง 60 ชุด

นนท์ นายอานนท์ ไอศะนาวิน เล่าว่า ชุดที่ออกแบบเป็นชุดแต่งงานสีขาวนำผ้าฝ้ายทอจากลำพูนและผ้าไหมแก้วมาใช้ในการออกแบบ ที่เลือกผ้าทอลำพูน เพราะผ้ามีลวดลายที่สวยงามโดยนำมาตัดเย็บเป็นช่วงบนของชุดโดยใช้ “เทคนิค คัตติง” ตรงอก ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ส่วนกระโปรงของเจ้าสาว ใช้ผ้าไหมแก้วจะมีลักษณะโปร่งแสง เน้นช่วงขา เน้นสรีระของผู้สวมใส่ มีการประดับด้วยขนนก เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับชุดหลักจากที่ได้ลงมือออกแบบและตัดเย็บชุด ทำให้รู้ว่าผ้าไทยสวยงามผ้าไทยสามารถนำมาตัดเย็บได้ และได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ จากอาจารย์พิเศษอีกด้วย

บูล นางสาวจีระไน พลูวรรณ เล่าว่า ผ้าไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในการออกแบบจะเน้นในเรื่องของความเรียบง่ายิ คำนึงถึงการสวมใส่สามารถใช้งานได้จริง เริ่ดหรู สวมใส่ในงานกลางคืน นำผ้าฝ้ายทอมัดหมี่ ผ้าไหมเปลือกไม้และผ้าลูกไม้มาใช้ในการออกแบบ ที่เลือกผ้าฝ้ายมัดหมี่เนื่องจากเนื้อผ้านุ่ม สวมใส่สบาย

More >

มทร.ธัญบุรี ออกแบบเครื่องคั้นน้ำมะนาวแบบผ่าบีบ

มะนาว เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นสำหรับการปรุงรสอาหาร “น้ำมะนาว” คือสิ่งนำมาใช้ในการปรุงอาหาร เพื่อความสะดวกในปัจจุบันจึงเกิดธุรกิจการทำน้ำมะนาวคั้นสดสำเร็จรูป โดยผู้ประกอบจะซื้อมะนาวในช่วงฤดูกาลที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากทำให้มะนาวนั้นมีราคาถูก ช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน นำมาคั้นแล้วแช่แข็งน้ำมะนาวที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ไว้ขายในช่วงที่มะนาวขาดแคลน โดยสามารถเก็บน้ำมะนาวสดไว้ได้นาน 6 เดือน ซึ่งรสชาติและกลิ่นยังคงเดิม

แต่เนื่องจากเครื่องจักรที่ใช้ในปัจจุบันนั้นมีข้อจำกัดอยู่หลายประการด้วยกัน เช่น ประสิทธิภาพในการทำงานไม่สูงเท่าที่ควรประมาณ 10,000 ผลต่อชั่วโมง นอกจากนั้นยังไม่สามารถคั้นมะนาวสดที่มีผิวสีเขียวได้ เนื่องมาจากผลนั้นค่อนข้างแข็ง และยังไม่สามารถคั้นมะนาวสดที่มีผลขนาดใหญ่มากๆ ได้ จากเหตุผลดังกล่าว ดร.เกรียงไกร แซมสีม่วง อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ นายทศพร อยู่ฉิม นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเกษตร ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี และบริษัท วินซิน เทคโนโลยี จำกัด ได้ร่วมมือกันพัฒนาเครื่องคั้นน้ำมะนาวสดแบบผ่าบีบที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

โดยหลักการทำงานของเครื่องคั้นน้ำมะนาวแบบผ่าบีบประสิทธิภาพสูง ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการนำผลมะนาวสดมาล้างทำความสะอาด และนำมาแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 1 นาที หลังจากนั้นนำผลมะนาวสดมาพักไว้ให้แห้ง โดยเคล็ดลับนี้จะทำให้สามารถคั้นน้ำมะนาวออกได้เป็นจำนวนมากและด้วยอุณหภูมิของน้ำอุ่นจะสามารถดึงเอาน้ำมันที่ผิวมะนาวออกมาได้ทำให้น้ำมะนาวคั้นสด 100% ที่ได้นั้น มีรสไม่ขม เมื่อผลมะนาวสดแห้งแล้วนำขึ้นไปเทตรงกระบะรองรับผลมะนาวสดที่ด้านบนของเครื่องฯ โดยกระบะรองรับนี้สามารถบรรจุผลมะนาวสดได้มากกว่า 30 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 2 ทำการเปิดสวิตช์ ลักษณะความเอียงของกระบะรองรับด้านบนนั้น จะส่งผลให้ผลมะนาวสดจะถูกป้อนเข้าสู่ชุดผ่าซีก ที่ประกอบด้วยชุดใบมีดคุณภาพสูงแบบไร้สนิม โดยชุดพาแบบลูกกลิ้ง ซึ่งจะมีลักษณะ

เป็นรูปทรงกระบอกแบบเซาะร่อง V-Shape จำนวน 2 ชุดด้วยกัน ความเร็ว 60 รอบต่อนาที เพื่อประโยชน์ในการบีบพาผลมะนาวที่มีทั้งลักษณะผิวแข็งและขนาดของผลไม่สม่ำเสมอ ไปยังชุดใบมีดผ่าซีกได้ เมื่อผลมะนาวสดเกิดการผ่าซีกแล้วก็จะร่วงลงสู่ชุดบีบที่ประกอบด้วยลูกกลิ้งทรงกระบอกเซาะร่องตามแนวยาว จำนวน 2 ชุด ความเร็วรอบ 60 รอบต่อนาที ทำการบีบผลมะนาวสดผ่าซีกแบบจังหวะต่อเนื่อง ต้นกำลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 0.746 กิโลวัตต์ ขนาด 1 hp 220 โวลต์ 50 Hz ใช้เกียร์ทดรอบ ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเกิดการบีบผลมะนาวสดผ่าซีกแบบจังหวะต่อเนื่องแล้ว น้ำมะนาวคั้นสดแบบ 100% และเปลือกมะนาวที่เหลือจากการบีบ จะถูกแยกออกเป็นสองช่องทาง จุดเด่นและลักษณะพิเศษของเครื่องคั้นมะนาว แบบผ่าบีบประสิทธิภาพการทำงานประมาณ 35,000 ผลต่อชั่วโมง ประมาณ 1,300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ทำให้สามารถลดเวลาและแรงงานลงได้ การทำงานจะสูงกว่าเครื่องที่มีในท้องตลาดประมาณ 3 เท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบด้วยราคาที่เท่ากัน โครงสร้างเครื่องฯ ทั้งหมดนั้นผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless food grade 304) จึงสะอาดถูกสุขลักษณะ การบำรุงรักษาง่ายไม่ซับซ้อน ใช้อะไหล่ทุกชิ้นส่วนภายในประเทศ สามารถปรับตั้งระยะห่างของลูกรีดให้มีความเหมาะสมกับขนาดของผลมะนาวได้ ทำให้ไม่เกิดรสขม

โดยต้นทุนในการผลิตเครื่องคั้นน้ำมะนาวแบบผ่าบีบ อยู่ที่ประมาณ 70,000 บาท เจ้าของธุรกิจทำน้ำมะนาวคั้นสด หรือผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-2798-8089 และ 09-2280-5002 หรือทาง www.rmutt.ac.th More >

คอลัมน์ ช่องทางทำกิน: ‘อาหารเด่น-ขนมเด่น’..ปี 56 ‘เมนูผสม’ ช่องทางทำเงินสวย!!

ทีมช่องทางทำกิน : รายงาน

ในรอบปี 2556 “อาชีพขายอาหาร-ขายขนม” ยังคงเป็นอาชีพที่มีผู้สนใจมากมายเหมือนเช่นเคย ซึ่งปี 2556 มีหลายคนคิดทำ “เมนูผสม” โดยมีการ “ดัดแปลง-พลิกแพลง” จนเกิดเป็นอาหารคาว-หวานที่โดดเด่น และหลากหลาย ซึ่งทีม “ช่องทางทำกิน” ได้นำมาประมวลอีกครั้งเพื่อชี้ให้เห็นว่า แม้แต่อาชีพทำอาหารทำขนมขายก็ยังจำเป็นต้องใช้ “ความคิดสร้างสรรค์” โดยวันนี้มาดูตัวอย่างช่องทางทำกินจากอาหาร จากขนม ที่เด่น ๆ ในรอบปี 2556 ดังนี้…. More >

คอลัมน์ ฟ้ากว้าง: เสน่ห์ไม่รู้โรย

วีระพันธ์ โตมีบุญ VeeraphanT@Gmail.com http://twitter.com/vp2650

ความที่ไม่เคยสนใจ จึงไม่ทราบว่าเพราะอะไร ดอกที่มีกลีบซ้อนแน่นเป็นทรงกลมขนาดเล็ก ๆ ถึงได้ชื่อ บานไม่รู้โรย

ยังเคยเผลอนึกว่าประโยชน์มีแค่ ปลูกง่าย เพื่อตัดมาเสียบไม้จิ้มทำพานพุ่มเท่านั้น

จนได้เห็นโครงการประยุกต์ดอกไม้ในท้องถิ่น เสน่ห์บานไม่รู้โรย ของผศ.วินัย ตาระเวช อาจารย์คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่พากเพียร พัฒนานวัตกรรมการประยุกต์บานไม่รู้โรย จนได้เป็นดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทย จึงตาสว่างรู้ว่าดอกไม้ชนิดนี้มีอายุความสดหลายวัน และต่อให้ทิ้งไว้นานจนแห้ง ก็ยังคงรูป ครั้นได้ละอองน้ำฉีดพ่น ก็จะกลับมาสดใสเหมือนเดิม

ดอกไม้ประดิษฐ์ฝีมืออาจารย์วินัย จึงมีทั้งความใหม่ ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน และอยู่ให้สัมผัสเสน่ห์กันนานมาก

อาจารย์ให้ความสนใจดอกไม้ไทยชนิดนี้ เพราะเห็นเป็นไม้ดอกพื้นบ้านที่ปลูกง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านชนบทรู้จักดีในฐานะที่เป็นสมุนไพรใช้รักษาอาการป่วยไข้ได้หลายขนาน จึงปลูกไว้ริมรั้ว หน้าบ้าน

ถ้าเอามาประยุกต์ ก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้บานไม่รู้โรย จากไม้พื้นบ้านริมทาง มาแต่งองค์ ลงแจกัน อวดตัวในงานไฮโซ ทำให้การใช้ไม้ดอกเพื่อประดับสถานที่ หรืองานพิธี มีความแปลกใหม่ สวยไม่เหมือนใคร จึงศึกษาค้นคว้า ลองผิดลองถูกอยู่หลายปี

ในงานเปิดตัวโครงการมาตรฐานอาชีพจัดดอกไม้ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ทุ่งมหาเมฆ อาจารย์วินัย ก็เอาไปโชว์พร้อมกับทำช่อติดเสื้อ ที่สวยเก๋ ดูเท่ ส่วนที่จัดเป็นดอกประดิษฐ์ ประดับก็เป็นเสน่ห์ งามตา แม้ว่าในงานจะไม่มีแสงสีมาช่วยขับก็ตาม

อาจารย์บอก ทำไม่ยาก แค่เซาะกลีบด้วยคัตเตอร์ ให้ออกเป็นแว่น ๆ ดอกนึง ได้สัก 2-3 กลีบ แยกขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ส่วนกลีบด้านบน ที่เป็นเกสรเล็ก ๆ เซาะไม่ได้ ก็เก็บไว้ จากนั้น นำกลีบที่เซาะเป็นแว่น ๆ มากรอง ส่วนเกสรเล็ก ๆ นำมาเสียบหรือปัก เป็นช่อประดิษฐ์ต่าง ๆ สุดแต่จะออกแบบให้เป็นดอกแบบไหน

แต่ถ้านึกไม่ออก อาจารย์วินัยบอก ทำไว้แล้ว 17 แบบ พร้อมตั้งชื่อซะไพเราะ หรูเริ่ดทั้งสิ้น ใครจะก๊อบปี้ไปก็ไม่หวง

การคิดพัฒนาจนได้นวัตกรรมดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทย ด้วยต้นทุนต่ำ หาง่ายดังที่ว่านี้ อาจารย์ใช้เวลาคิดนานมาก เวลามีโอกาสงานสำคัญของมหาวิทยาลัย ก็เอาออกมาถ่ายทอด โดยยืนยันว่า ทำไม่ยากและต้นทุนต่ำ

อาจารย์กำลังจะทำหนังสือคู่มือการทำดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทย ด้วยการประยุกต์ดอกบานไม่รู้โรย เพื่อใช้อ้างอิง

กะว่าจะเสร็จออกวางจำหน่ายตอนกลางปี 57 ตอนนี้ถ้าใจร้อนอยากปรึกษา หรือจะรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนอ้อนขออบรม ก็ลองโทรฯที่ 08-6539-5205

คราวนี้จะมีดอกไม้ชนิดใหม่ที่หาซื้อจากไหนไม่ได้ทำเก่งแล้วจะโก่งค่าตัวก็ไม่ว่า

แต่อย่าลืมบอกว่าเป็นบานไม่รู้โรยประยุกต์ที่อาจารย์ถ่ายทอดมาฟรี ๆ. More >

คอลัมน์ ‘อี-การ์ด’ส่งสุขปีใหม่ ตกแต่งง่าย รวดเร็ว ประหยัด

ทีมวาไรตี้

“การ์ดอวยพรธรรมดาที่ไม่ใช่การ์ดอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังมีการใช้อยู่แต่อาจจะใช้น้อยลง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการใช้อยู่จะเป็นในเรื่องของมิตรภาพ การพบปะ ความผูกพัน”

ย่างเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันแล้ว อีกหนึ่งธรรมเนียมปฏิบัติที่จะขาดเสียไม่ได้ในเทศกาลนี้ ก็เห็นจะเป็นการส่ง “การ์ดอวยพร” ให้แก่กัน ยิ่งในยุคการสื่อสารไร้พรมแดน รวดเร็วฉับไวแบบนี้ การส่งการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-การ์ด อาจนับเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เราชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กพลาดไม่ได้

อาจารย์พงศ์พิชญ์ ต่วนภูษาผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และอาจารย์นิติ วิทยาวิโรจน์ รองผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกันให้ความรู้ว่า “การ์ดอิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Card) หรือ “อี-การ์ด” (E-Card ) หมายถึงบัตรอวยพรหรือบัตรทักทายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ให้บริการส่งอีการ์ดในวาระหรือเทศกาลต่าง ๆ มีทั้งแบบเสียค่าใช้จ่ายและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย มีการ์ดแบบต่าง ๆ ให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ แต่ละแบบจะบรรจุข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ที่ผู้ส่งสามารถเลือกตกแต่งได้ตามต้องการ

การส่งอีการ์ด เป็นการส่งข้อความหรือการส่งคำอวยพรผ่านระบบอิเล็กทรอ นิกส์ ซึ่งหมายถึงการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตในการส่งนั่นเอง ปัจจุบันมีความนิยมเพิ่มมากขึ้นเพราะอินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน รวมไปถึงกลุ่ม โซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย ซึ่งความนิยมในการส่งการ์ดอวยพรในอดีตจะส่งเป็นกระดาษ มีการจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ แต่วิวัฒนาการเปลี่ยนไปจนกระทั่งปัจจุบันมีการส่งการ์ดแบบอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตามการส่งอี-การ์ด ในสมัยก่อนจะส่งรูปภาพผ่านทางอีเมล แต่ต่อมามีการพัฒนาไปค่อนข้างมาก รูปแบบที่นิยมในปัจจุบันก็มีการหารูปที่มีการสื่อความหมายตามวาระเทศกาลต่าง ๆ และมีข้อความอวยพรที่หลากหลายแบบให้เลือก ส่วนอีกแบบหนึ่งคือการส่งที่มีลักษณะการส่งผ่านทางเว็บไซต์ มีการทำเว็บไซต์ที่เป็นตัวสนับสนุนระบบขึ้นมา เพื่อให้ผู้มีความประสงค์จะส่งการ์ดเลือกรูป ข้อความ และพิมพ์ข้อความเพิ่มเติมเข้าไปและกดส่งหรือแชร์ ซึ่งวิธีการส่งลักษณะนี้ค่อนข้างอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความประสงค์ที่จะส่งการ์ด เพราะนอกจากจะรวดเร็วแล้วยังประหยัดเวลา เพราะเราสามารถเลือกรูปและพิมพ์ข้อความได้ตามใจ

ความนิยมของการส่งอี-การ์ด ในประเทศไทยเริ่มมีมาพร้อม ๆ กับการใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้อีเมล ซึ่งเดิมทีการส่งอี-การ์ดเป็นการส่งลิงก์ (Link) เข้าไปให้ผู้รับทางอีเมล เมื่อผู้รับเช็กอีเมลและคลิกลิงก์ก็สามารถเข้ามาดูการ์ดได้ในเว็บไซต์ ต่อมาการใช้อินเทอร์เน็ตมีความเร็วมากขึ้นจากที่เคยส่งลิงก์ไปก็เป็นการส่งรูปภาพไปให้ผู้รับทางอีเมลที่ผู้รับสามารถเปิดดูได้เลย จากนั้นเริ่มมีกระบวนการซับซ้อนมากขึ้นจากที่เคยส่งแต่รูปภาพธรรมดาก็มีการตกแต่งแก้ไขรูปภาพ พิมพ์ข้อความและจึงกดส่งไปถึงผู้รับ จากนั้นเข้ามาถึงยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีการแชร์ส่งถึงกลุ่มต่าง ๆ ได้ More >

กะเทาะแนวคิดหนุ่มสาวชาวรั้วอุดมศึกษายุค “โซเชียลมีเดีย” เฟื่องฟู “เรียนรู้ – ใช้” อย่างมี “สติ”

เหลืออีกเพียง 2 วัน ก็จะผ่านพ้นปีมะเส็ง หรือปี “งูเล็ก” และก้าวเข้าสู่ปีมะเมีย หรือปี “ม้า”

วัยโจ๋หนุ่มสาวชาวรั้วมหาวิทยาลัยหลายคนคงแพลนถึงสถานที่จะไปท่องเที่ยวและลั้ลลาช่วงปิดยาวเทศกาลปีใหม่ เพื่อตุนบรรยากาศดีๆ ไว้เติมกำลังใจให้ตัวเองในปีพุทธศักราช 2557 กันเต็มที่

ช่วงจะเข้าสู่ศักราชใหม่ ส่งท้ายปีเก่าแบบนี้นิสิตา ยายรหัส นายว้าก ซุปเปอร์เฟรชชี่ และ ปอมปอมเกิร์ล ขอแท็กทีมเปิดประตูรั้วมหาวิทยาลัย ไปเก็บตกเรื่องราวอินเทรนด์ของบรรดาวัยโจ๋ยุคดิจิตอลว่าเขาฮอตฮิตในกระแสโซเชียลมีเดีย และโซเชียลเน็ตเวิร์กมาเม้าท์มอยกัน More >

ผ้าไทยเจเนอเรชั่น y

ผ้าไทยกับเจเนอเรชั่น y ใน “วิชาการตัดเย็บชั้นสูง” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการออกแบบแฟชั่นและการจัดการสินค้า คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี 60 ชุด 60 ไอเดีย การนำผ้าไทยมาออกแบบด้วยวัยเจเนอเรชั่น Y

นายจารุต ภิญโญกีรติ เจ้าของห้องเสื้อเพชร อาจารย์พิเศษวิชาการตัดเย็บชั้นสูง มทร.ธัญบุรี เล่าว่า ปัจจุบันเมื่อพูดถึงผ้าไทยจะนึกถึงผู้หญิงที่สูงอายุ และส่วนใหญ่จะนึกถึง “ผ้าไหม” ซึ่งใครจะรู้ว่าผ้าไทยมีอีกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผ้ามัดหมี่ ผ้าไหมแก้ว ผ้ามุง เพื่อให้นักศึกษา เจเนเรชั่น y รู้จักผ้าไทย สามารถนำมาประยุกต์ ออกแบบ และที่สำคัญ ในเรื่องของการตัดเย็บ เนื่องจากทุกวันนี้นักศึกษาจะออกแบบเป็นอย่างเดียว ไม่สามารถตัดเย็บได้ ดังนั้น “วิชาการตัดเย็บชั้นสูง” จึงได้ให้นักศึกษานำผ้าไทยมาออกแบบเป็นชุดราตรี ชุดโอกาสพิเศษ ที่สามารถใส่ในงาน ร่วมถึงชุดแต่งงาน บวกกับการสอนเทคนิคในการเย็บขั้นสูง ทำให้นักศึกษารู้ถึงคุณสมบัติของผ้าไทย นำมาอออกแบบและตัดเย็บให้เหมาะกับเจเนเรชั่น y นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาออกแบบแฟชั่นและการจัดการสินค้า ได้ออกแบบและตัดเย็บมาถึง 60 ชุด

“นนท์” นายอานนท์ ไอศะนาวิน เล่าว่า ชุดที่ออกแบบเป็นชุดแต่งงานสีขาว นำผ้าฝ้ายทอจากลำพูน และผ้าไหมแก้ว มาใช้ในการออกแบบ ที่เลือกผ้าทอลำพูน เพราะเป็นผ้ามีลวดลายที่สวยงาม โดยนำมาตัดเย็บเป็นช่วงบนของชุด โดยใช้ “เทคนิคคัดติ่ง” ตรงอก ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ ส่วนกระโปรงของเจ้าสาวใช้ผ้าไหมแก้ว จะมีลักษณะโปร่งแสง เน้นช่วงขา เน้นสรีระของผู้สวมใส่ มีการประดับด้วยขนนกเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับชุด หลังจากที่ได้ลงมือออกแบบและตัดเย็บชุด ทำให้รู้ว่าผ้าไทยสวยงาม ผ้าไทยสามารถนำมาตัดเย็บได้ และได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ จากอาจารย์พิเศษอีกด้วย

“บูล” น.ส.จีระไน พลูวรรณ เล่าว่า ผ้าไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในออกแบบจะเน้นในเรื่องของความเรียบง่าย คำนึงถึงการสวมใส่สามารถใช้งานได้จริง เริดหรู สวมใส่ในงานกลางคืน นำผ้าฝ้ายทอมัดหมี่ ผ้าไหมเปลือกไม้และผ้าลูกไม้มาใช้ในการออกแบบ ที่เลือกผ้าฝ้ายมัดหมี่ เนื่องจากเนื้อผ้านุ่ม สวมใส่สบาย มีลวดลายในตัว ผ้าไหมเปลือกไม้ มีความแข็งตัว เพิ่มรูปทรงให้ชุด และปักลูกไม้ไว้ข้างหลังชุด ผ้าไทยเป็นผ้าที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น แต่คนไทยกลับไม่นิยม เมื่อพูดถึง made in Thailand จะไม่นิยม อยากให้ทุกคนหันมานิยมของไทย เพราะว่าผ้าไทยสวยมาก

“ปอนด์” นายภาณุวิชญ์ สังข์ทอ เล่าว่า ออกแบบชุดราตรีสตรีอายุ 20-35 ปี ออกแบบด้วยผ้าไหมสี่เส้น ลักษณะเนื้อผ้าจะนูน ใส่สบาย ราคาไม่แพง ตัดเป็นราตรีเข้ารูป ตกแต่งปลายกระโปรงด้วยผ้ามุง ซึ่งใส่เทคนิคการเพิ่มชายมุงเป็นชั้นๆ ทำให้ชายกระโปรงมีมิติ ทุกวันนี้ผ้าไทยถูกมองว่าจะเหมาะกับผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผ้าไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือว่าออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยได้

“ทุกวันนี้นักศึกษาจะมีไอเดียในการออกแบบ แต่ในเรื่องของการตัดเย็บ นักศึกษาจะมีทักษะทางด้านนี้น้อยมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ยิ่งอยากจะถ่ายทอดความรู้ที่ตนเองมีให้กับนักศึกษา และอยากให้นักศึกษาทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องรายละเอียดในเรื่องของการตัดเย็บ” นาย จารุต กล่าวสรุป More >

Tread of story บันทึกรอยเท้า สวนแนวดิ่ง ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

“ก้าว 1 รอยเท้า 1 ตัวอักษร ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่านที่ได้ย่างก้าวไป เปรียบเสมือนอักษร ที่ถูกบันทึกจนกลายเป็นบรรทัดและหากเราลองมองย้อนไปในอดีตจนถึงปัจจุบัน ตัวอักษรที่ถูกร้อยเรียงขึ้นจากย่างก้าว คงมากเท่ากับตัวหนังสือหลายร้อยเล่ม ซึ่งในแต่ละบรรทัดแต่ละตัวอักษร จะประกอบไปด้วยพระราชกรณียกิจมากมาย ที่ท่านได้ทำไว้เพื่อคนไทย ดังนั้นสวนบันทึกรอยเท้าของเราจึงสะท้อนถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านในแต่ละก้าวถ่ายทอดผ่านพรรณไม้ที่พระองค์ ได้ทรงพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาให้แก่คนไทยเราตามแนวคิดที่ว่า Tread of story บันทึกรอยเท้า” แนวคิดในการจัดสวนแนวดิ่ง ของทีมบันทึกรอยเท้า นำทีมโดยอาจารย์พิศาล ตันสิน “นัช” นางสาวนัชพร ไหลตวงธนา “แคร์” นางสาวเดือนฉาย หน่ายคอน “ปุ้ย” นางสาวกุลธรา มหาวงษ์ “แจ็ค” นายตรัณย์ เชื้อมุข และ “แมน” นายชวลิต อ่อนศรี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ทีมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รางวัลชนะเลิศการประกวดจัดสวนหย่อมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระดับอุดมศึกษา ในงาน “ฟิวเจอร์พาร์ค สานต่องานพ่อสร้าง” ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค More >

สันทนาการ มทร.ธัญบุรี ปันรอยยิ้มส่งท้ายปี บ้านบางแค

คณาจารย์และนักศึกษาชมรมสันทนาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี สร้างรอยยิ้ม และมอบความสุขให้กับคุณตาคุณยาย ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค โครงการปันรอยยิ้ม ครั้งที่ 5 สู่บ้านบางแค โดยกิจรรมประกอบด้วยการแสดงนาฏศิลป์ของนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์และกิจกรรมสันทนาการ โดยนักศึกษาชมรมสันทนาการ

นางธนวรรณ งามเลิศศิริชัย เจ้าพนักงานธุรการ (ชำนาญการ) ปฏิบัติงานรักษาการแทน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคม ผู้สูงอายุบ้านบางแค เล่าว่า มีผู้สูงอายุแบ่งเป็นเพศชาย 85 คน เพศหญิง 185 คน รวม 270 คน โดยอายุเฉลี่ย 70 กว่าปีขึ้นไป จนถึงเกือบๆร้อยปี ปริมาณผู้สูงอายุที่เข้ามาอยู่ในแต่ละปีก็เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะถูกทอดทิ้งตามโรงพยาบาลเข้ามาอยู่ที่นี่ไม่แข็งแรง ต้องคอยระวังเรื่องอาหาร โดยทางบ้านบางแคต้องการผ้าอ้อมสำเร็จรูปผู้สูงอายุ อาหารเสริมทางสายยาง ส่วนใหญ่จะเป็นจิตอาสา นักศึกษา มาป้อนข้าวผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย มาทำกิจกรรม มาเลี้ยงอาหารนำสิ่งของมาบริจาค

คุณตาประเสริฐ (นามสมมติ) เล่าว่า ไม่ได้ตั้งใจมาอยู่ที่บ้านบางแค เมื่อเข้ามาอยู่รู้สึกดี ถ้ากลับไปอยู่บ้านคงเหงา เพราะว่า ลูกหลานโตๆ กันแล้ว ลูกๆ หลานๆ ไม่ค่อยกลับบ้านกันอยู่คนเดียวอยู่ที่นี่มา 5 ปี มีเพื่อนวัยเดียวกัน ให้อิสรภาพไม่ได้บังคับ คนที่แข็งแรงออกไปไหนมาไหนได้ ส่วนกิจกรรมที่ชอบทำกับเพื่อน คือ ชอบร้องเพลง เล่นเปตอง กิจกรรมที่มาทำวันนี้เป็นกิจกรรมที่ดี เพราะว่าเป็นความตั้งใจของเด็กๆ ที่มีกับผู้ใหญ่ ฝึกความเป็นจิตอาสาต่อสังคม

คุณยายจันทร์ (นามสมมติ) เล่าว่า ที่เข้ามาอยู่ในบ้านบางแค เพราะว่าที่บ้านมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม อยู่ที่นี่มา 2 ปี กิจกรรมที่ทำประจำในบ้านจะมีการสวดมนต์ตอนเช้าทุกวันพระ ตอนสายเวลาประมาณ 9 โมง มีพระมาเทศน์ ส่วนตอนเย็นก็ทำวัตรเย็น ถ้าเป็นวันอื่นๆ จะมีห้องสารสนเทศมีคอมพิวเตอร์ไว้ให้เล่นเกมส์ ร้องคาราโอเกะ สลับกันไปตามวันที่เค้าจัดคิวไว้ให้ นักศึกษาที่เข้ามาทำกิจกรรม รู้สึกดีมากๆ มีความรู้สึกว่าน้องๆ ยังคิดถึงคนสูงอายุ กิจกรรมมีให้ทำหลายอย่าง ยังเสียสละเวลามาทำกิจกรรม ประทับใจขอให้น้องๆ มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง เรียนจบมีงานดีๆ ทำ ขอบคุณค่ะ

“ต่อ” นายภาณุพงศ์ เนติบัณฑิต รองประธานชมรมสันทนาการ นักศึกษาศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาออกแบบภายใน คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า เมื่อมาถึงบ้านบางแคว่า รู้สึกได้ว่าคนที่นี่ค่อนข้างจะมีความหวังกับคนที่มาเยี่ยม คงรู้สึกเหงา เพราะว่าอยู่แต่กับผู้สูงอายุอย่างเดียว คงคิดถึงลูกหลานทางบ้าน สำหรับกิจกรรมที่มาทำให้รู้สึกดีใจและก็ภูมิใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในวันนี้ ที่ได้นำประโยชน์มาสู่สังคม ได้มอบความอบอุ่นเพราะตอนนี้สิ้นปี เป็นการมอบความสุขให้กับคนอื่น อยากจะเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้ ปัจจุบันนี้ท่านคงเหงามากพอสมควร ตอนที่จะกลับคุณตาคุณยายบางคนถึงกับน้ำตาซึมเลย คุณตาคุณยายคงดีใจที่เรามาเพราะวันนี้ นอกจากกิจกรรมแล้ว ยังมีของใช้ ยารักษาโรค ผ้าอ้อม มามอบให้คุณตาคุณยาย เป็นการมอบรอยยิ้มสิ้นปีสำหรับชมรมสันทนาการ มทร.ธัญบุรี

เช่นเดียวกับ “โตน” นายธนสิทธิ์ หิรัญฉัตรารัตน์ นักศึกษาศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร คณะศิลปศาสตร์ เล่าว่า เมื่อมาถึงบ้านบางแค อยากจะเข้าไปคุยกับคุณตาคุณยาย อยากจะเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เคยเจอมาให้ท่านฟัง รู้สึกดีใจมากที่ได้มาทำกิจกรรมในวันนี้ เพราะไม่เคยมาบ้านผู้สูงอายุ นอกจากมาทำกิจกรรมในวันนี้ยังได้มารับฟังคุณตาคุณยาย อยากจะเล่าชีวิตของท่านให้ฟัง ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้รับมาก่อน กิจกรรมในวันนี้เป็นการมาเพิ่มความสุขให้กับท่าน ถ้ามีโอกาสจะมาจัดกิจกรรมที่นี่อีก ปีใหม่อยากให้เพื่อนๆ ทุกคน กลับบ้านไปขอพรจากคุณตาคุณยาย หรือญาติผู้ใหญ่

“โอ๋” นางสาวดาวเรือง สุขุมะ นักศึกษาศึกษาชั้นปีที่4 สาขาการบัญชี คณะบริหารธุรกิจ เล่าว่า ตอนแรกคิดว่าบรรยากาศจะเหงาๆ แบบคุณตาคุณยายคงจะซึมๆ แต่พอเข้ามาคุณตาคุณยายกลับยิ้มแย้มแจ่มใส ประทับใจมาก ที่มาทำกิจกรรมในวันนี้เข้าใจและเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น ได้เห็นทั้งรอยยิ้มและน้ำตาของคุณตาและคุณยายเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก สำหรับกิจกรรมดีๆแบบนี้อยากให้คนที่ยังไม่เคยมา ให้หาโอกาสมาลองทำดู จะทำให้รู้ว่าเรามีความสุขที่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น ได้เห็นเขายิ้ม ได้เห็นเขาหัวเราะ ลองเริ่มต้นหากิจกรรมดีๆ ทำต้อนรับปีใหม่ เริ่มต้นสิ่งดีๆ กับปีใหม่ แล้วจะได้เห็นอะไรที่สุขและสุข

“ณัฐ” นางสาวณัฐกานต์ ศรียุคุณธร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เล่าว่า เมื่อมาถึงบ้านบางแคเห็นใจคุณตาคุณยาย รู้สึกดีที่ได้ทำให้คุณตากับคุณยายมีความสุข เหตุผลหรือที่มาของสมาชิกในบ้านแตกต่างกัน หน้าที่ในวันนี้คือการสร้างความสนุกสนานให้คุณตาคุณยาย ลองมาเข้ามาทำกิจกรรมกับคุณตาคุณยายจะได้รู้ว่ารอยยิ้มที่อบอุ่นเป็นยังไง   กิจกรรมสันทนาการ โครงการปันรอยยิ้ม ครั้งที่ 5 สู่บ้านบางแค ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค ได้สิ้นสุดลง แต่ความทรงจำระหว่างนักศึกษาและคุณตาคุณยาย ยังจะอยู่ในใจของพวกเขา สำหรับใครที่มีเวลาว่างหรือมีความต้องการที่จะบริจาคสิ่งของให้ คุณตาคุณยายที่บ้านบางแค สามารถบริจาคได้ที่ 813 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160 สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2413-1141, 0-2455-1592, 0-2455-1593 หรือผ่านทางเว็บไซต์ www.banbangkhae.go.th ยังมีคนหลายคนที่รอคอยให้คุณไปมอบรอยยิ้มอยู่นะจ๊ะ More >

ชุด นศ. อัตลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ ผู้นำเชียร์ มทร.ธัญบุรี

“เกี่ยวเถอะนะแม่เกี่ยว เกี่ยวเถอะนะพ่อเกี่ยว ผูกใจเราให้แน่นเหนียว คล้องเกี่ยวกันไว้ เกี่ยวความรู้วิชา เกี่ยวความภาคภูมิใจ บนวิถีของความก้าวไกล สร้างเราให้มีตัวตน เป็นหนึ่งอยู่ในจารึก ราชมงคลธัญบุรี” หนึ่งในท่อนบทเพลง “จารึกราชมงคลธัญบุรี” เพลงบังคับสำหรับการประกวดผู้นำเชียร์ ดังกึกก้องทั่วสนามกีฬา มทร.ธัญบุรี นำเชียร์โดยนักศึกษาชายหญิง สวมใส่ชุดนักศึกษา เป็นภาพที่ประทับใจคนดู หนึ่งในกิจกรรมการแข่งขันกีฬาบัวน้ำเงินเกมส์ครั้งที่ 23

นายวิรัช โหตระไวศยะ รองอธิการบดีด้านพัฒนานักศึกษา เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ มีนโยบายรณรงค์การแต่งกายถูกต้องตามระเบียบ เพื่อเป็นการฝึกความรับผิดชอบและให้เกียรติกับเครื่องแบบนักศึกษาเป็นประจำทุกปี และปีการศึกษา 2556 ได้มีการประชุมระหว่างรองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา องค์การนักศึกษา สภานักศึกษาและสโมสรนักศึกษาทั้ง 10 คณะ และ 1 วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มติในที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่า ในการประกวดแข่งขันผู้นำเชียร์ ทุกคณะต้องแต่งกายเครื่องแบบนักศึกษา เนื่องจากในปีที่ผ่านๆ มา ทุกคณะจะแต่งกายตามคอนเซ็ปต์ของแต่ละคณะ และมีการใช้อุปกรณ์ประกอบการนำเชียร์ ซึ่งต้องลงทุนค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำในแต่ละคณะ ประกอบกับในที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบว่าการแต่งเครื่องแบบนักศึกษานั้น เป็นสิ่งที่ดีและเป็นการรณรงค์ทางอ้อมด้วย ซึ่งผลในครั้งนี้ได้รับการชื่นชมจากผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาเป็นอย่างดี แต่ยังมีข้อสังเกตที่ต้องนำไปปรับปรุง โดยทางมหาวิทยาลัยฯ จะนำไปปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางในการดำเนินทางให้เกิดประโยชน์สูงสุดและถูกต้องตามระเบียบต่อไป

“เมเจอร์” น.ส.กนกวรรณ ตันสาร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการจัดการแข่งขันกีฬาบัวน้ำเงินเกมส์ ครั้งที่ 23 มีอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมและเป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก นั่นคือการแข่งขันผู้นำเชียร์ โดยในปีผ่านๆ มา ทั้ง 10 คณะ 1 วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย ใช้จ่ายในการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางองค์การนักศึกษา มทร.ธัญบุรี จึงมีนโยบายให้ผู้นำเชียร์ทุกคณะใส่ชุดนักศึกษาในการนำเชียร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาเห็นคุณค่าของชุดนักศึกษา ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย “เมื่อสวมชุดนักศึกษา เกิดความภาคภูมิใจ และรักในสถาบันที่เข้ามาศึกษา” พระราชลัญจกรและพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งหมายถึงเครื่องหมายแสดงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเป็นเครื่องหมายแห่งสถาบันได้ติดอยู่บนเครื่องแบบนักศึกษา

“เอฟ” น.ส.ธิดารัตน์ หมวกทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ตัวแทนผู้คว้ารางวัลชนะเลิศผู้นำเชียร์ เล่าว่า สำหรับแนวคิดในการนำเชียร์ในครั้งนี้จะเปรียบนักศึกษาเป็นชาวนา ที่คอยเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความรู้ จนได้มาซึ่งความสำเร็จ ความภาคภูมิใจ ดังชาวนา ที่เหน็ดเหนื่อยทำนาจนได้เมล็ดข้าวให้ทุกคนในประเทศมีข้าวกิน ในการใส่ชุดนักศึกษานำเชียร์ ถือเป็นกติกาใหม่ที่ควรนำมาใช้ทุกปี เพราะว่า ชุดนักศึกษาเป็นชุดแห่งเกียรติของนักศึกษาทุกคนที่ได้เข้ามาศึกษาที่นี่ ต้องผ่านอุปสรรคในการสอบเข้ามา ซึ่งในการแต่งชุดนักศึกษามาเรียน หรือมาทำกิจกรรม แสดงถึงความภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาศึกษาในที่แห่งนี้ “ความเหมาะสม และการให้เกียรติสถานที่ภูมิใจที่ครั้งหนึ่งได้ใส่ชุดนักศึกษานำเชียร์ นำสแตนด์อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ”

“เจย์” นายประณต พรมนา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตัวแทนทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ผู้นำเชียร์ เล่าว่า 18 ชีวิตในสนามในการนำเชียร์ ความสง่างามในชุดนักศึกษาของผู้ชาย 8 คน ผู้หญิง 10 คน ในการนำเชียร์ที่นำเสนอความเป็นคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แสดงถึงพลังและความสามัคคีที่ทุกคนในคณะตั้งใจให้กิจกรรมในครั้งนี้ออกมาดีที่สุด การที่มหาวิทยาลัยฯ รณรงค์ให้นักศึกษาสวมใส่ชุดนักศึกษาในการเชียร์ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ทำให้นักศึกษาเห็นถึงคุณค่าของการสวมใส่ชุดนักศึกษา บวกกับการออกแบบท่าทางให้เหมาะสมกับการใส่ชุดนักศึกษาในการนำเชียร์ “ความสนุก ความสวยงาม มาพร้อมความสง่า”

“ตี้” นายวิทวัส ค้าของ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขานาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ ตัวแทนทีมรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ผู้นำเชียร์ เล่าว่า แนวคิดในการนำเสนอ “ขอรอยยิ้มกลับคืนมา” ทุกวันนี้ประเทศไทยจะแบ่งออกเป็นสี ซึ่งต้องการให้ทุกคนสามัคคีและรักกัน เช่นเดียวกันอยากให้นักศึกษาภูมิใจและใส่ชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบ เรียบร้อย “ไม่อยากให้มองว่าชุดนักศึกษาเป็นเพียงเครื่องแบบในการใส่มาเรียน แต่อยากให้บอกถึงความภาคภูมิใจที่นักศึกษาทุกคนได้มีโอกาสสวมใส่ บางคนอยากใส่แต่ไม่ได้ใส่ หรือไม่มีโอกาสได้สวมใส่”

เครื่องแต่งกายชุดนักศึกษา รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ในการเข้ามาใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยฯ บ่งบอกถึงสถานะสังคมไทย การสวมใส่ชุดนักศึกษาของผู้นำเชียร์ มทร.ธัญบุรี อีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักศึกษาเห็นถึงคุณค่าในเครื่องแต่งกายนักศึกษา More >

กระดาษกากใยสับปะรดเชิงหัตถกรรม มทร.ธัญบุรี รีไซเคิลกลายเป็นไอเดีย

สับปะรดเป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนมีแหล่งกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ สำหรับประเทศไทยมีการปลูกสับปะรดกระจายอยู่ทั่วไป สับปะรดในประเทศไทยมีหลายพันธุ์ ปลูกทั่วทั้งประเทศ พันธุ์ที่ใช้ปลูกนั้นขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ จึงทำให้สับปะรดแต่ละสายพันธุ์มีรสชาติที่แตกต่างกัน สำหรับการผลิตเพื่อแปรรูปในอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรดกระป๋อง ขยายเพิ่มขึ้นจนในปัจจุบันประเทศไทยผลิตสับปะรดได้มากเป็นลำดับต้นๆ ของโลก มีปริมาณการผลิตผลสับปะรดได้ประมาณ 2 ล้านตันต่อปี ผลผลิตเหล่านี้ส่วนหนึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสับปะรดกระป๋อง ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกชนิดหนึ่งโดยมีความสามารถในการผลิตมากกว่า 5 แสนตันต่อปี นอกจากการนำไปผลิตเป็นสับปะรดกระป๋องแล้ว สับปะรดยังเป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมรับประทานเป็นทั้งอาหารคาว และอาหารหวาน นอกจากการนำเนื้อสับปะรดมารับประทานแล้วทุกส่วนของสับปะรดยังสามรถนำมาใช้ประโยชน์ได้

ใบสับปะรดมีลักษณะเส้นใยที่ยาวจึงสามารถนำมาผลิตเป็นกระดาษได้ดี ส่วนเปลือกสามารถนำไปทำน้ำหมักชีวภาพและเป็นอาหารสัตว์ได้ แต่เปลือกสับปะรดจากอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรดส่วนใหญ่จะมีการบีบเอาน้ำหรือเนื้อที่ติดอยู่กับเปลือกออกจนหมด จึงทำให้เปลือกเหลือเพียงส่วนที่เป็นเส้นใย ทำให้เปลือกสับปะรดจากโรงงานจึงมีปริมาณสารอาหารที่เหลือในเปลือกน้อย ปริมาณกากใยสับปะรดจากโรงงานบางแห่ง มีปริมาณมากถึง 200 ตัน/วัน โดยส่วนใหญ่โรงงานจะกำจัดกากใยสับปะรดโดยจำหน่ายให้เกษตรกรเพื่อนำไปผสมกับอาหารสัตว์ ในราคา 40 สตางค์/กิโลกรัม ถึง 2.25 บาท/กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับลักษณะของกากใย และปริมาณน้ำที่ผสมอยู่ในกากใย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุจยา ฤทธิศร อาจารย์ประจำสาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงมีแนวคิดในการนำกากใยสับปะรดมาผลิตเป็นกระดาษเชิงหัตถกรรมเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกากใยสับปะรด สร้างรายได้เพิ่มให้กับโรงงานมากขึ้น และสามารถส่งเสริมเป็นอาชีพเสริมแก่พนังงานในโรงงานหรือชาวบ้านที่สนใจในการทำกระดาษเชิงหัตถกรรม เนื่องจากกระดาษ 1 แผ่นใช้เยื่อในการผลิตไม่มาก แต่สามารถขายได้ในราคาที่สูง โดยกับกระดาษเชิงหัตถกรรมส่วนใหญ่จะจำหน่ายในราคาแผ่นละ 10–25 บาท ซึ่งการจำหน่ายกระดาษที่ผลิตเชิงหัตถกรรมได้นั้นมีมูลค่ามากกว่า การจำหน่ายกากใยสับปะรดโดยตรง

ในการผลิตกระดาษกากใยสับปะรดเชิงหัตกรรมเริ่มจากการนำกากใยสับปะรดมาตากแดดจนแห้ง ในการตากแดดเพื่อให้เก็บเอาไว้ได้นาน จากนั้นนำมาแช่ในน้ำประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำไปต้มด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ 2 ชั่วโมง ในอุณหภูมิ 80 – 90 องศาเซสเซียส หลังจากนั้นนำมาล้างในน้ำจนเยื่อหายลื่น นำมาฟอกด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซต์ และล้างด้วยน้ำจนหายลื่นอีกครั้ง สุดท้ายนำมาเยื่อมาขึ้นเป็นกระดาษขนาด 40 X 60 เซนติเมตร

คุณสมบัติพิเศษของกระดาษกากใยสับปะรดเชิงหัตกรรม เหนียว เรียบ ใส ลักษณะคล้ายกระดาษแก้ว มีลวดลายสวยงามจากกากใยสับปะรด เนื่องจากกากใยของสับปะรดมีลักษณะเฉพาะตัว และที่สำคัญเป็นกระดาษเชิงหัตถกรรม จะมีคุณภาพมากกว่ากระดาษที่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรม โดยกระดาษ 1 แผ่น สามารถขายได้ในราคา 20 บาท หรือสามารถนำมารังสรรค์เป็นของขวัญได้มากมาย เช่น ได้นำมาผลิตเป็นดอกกุหลาบ สามารถวางจำหน่ายได้ในท้องตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกระดาษ เป็นช่องทางเลือกใหม่ สำหรับกลุ่มแม่บ้านหรือผู้ใดสนใจ อาจารย์ยินดีให้ข้อมูล หรือเป็นวิทยากรพิเศษในการอบรมให้ความรู้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ผศ.สุจยา ฤทธิศร โทร.02-549-4177 หรือทาง www.rmutt.ac.th More >

คอลัมน์ สี่แยกข่าวย่อย: ธัญบุรีจัดติวสอบตรงฟรี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี จัดโครงการติวฟรี สอบตรงเข้า มทร.ธัญบุรี ให้แก่นักเรียนชั้น ม.6 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โดยต้องสมัครผ่านทาง www.rmutt.ac.th เท่านั้น สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2556 และจะเริ่มทำการสอนในวันที่ 18 ม.ค.2557 แบ่งการสอนเป็น ภาคเช้า วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ส่วนภาคบ่าย จะแยกสอนตามกลุ่มสาขาวิชา สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08-5395- 3430, 08-2791-4568 ในวันและเวลาราชการ. More >

มทร.ธัญบุรี: มทร.ธัญบุรี รับ นศ.ป.โท บริหารธุรกิจ “Young MBA และ Executive MBA”

More >

ภาพข่าว: Bangkok Photo Gossip สังคมไทยวันนี้: เปิดศูนย์วิจัยสี

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์วิจัยสี (Color Research Center) ณ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนมทร.ธัญบุรี More >

มทร.ธัญบุรี รับป.โท

บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรีเปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท ภาคการศึกษาที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2557 ได้แก่ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้สนใจสามารถสมัครด้วยตนเอง ณ บัณฑิตวิทยาลัย อาคารสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ชั้น 4

โดยผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.grad.rmutt.ac.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2549-3618-9 More >

ภาพข่าว: รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์วิจัยสี(Color Research Center) ที่ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.ธัญบุรี More >

‘มทร.ธัญบุรี’ออกแบบ-พัฒนาเครื่องคั้นน้ำมะนาวแบบผ่าบีบ

มะนาว เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นสำหรับการปรุงรสอาหาร เพื่อความสะดวกในปัจจุบันจึงเกิดธุรกิจการทำน้ำมะนาวคั้นสดสำเร็จรูป โดยผู้ประกอบจะซื้อมะนาวในช่วงฤดูกาลที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากทำให้มะนาวนั้นมีราคาถูก ช่วงเดือนมิถุนายนพฤศจิกายน นำมาคั้นแล้วแช่แข็งน้ำมะนาวที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส เพื่อเก็บไว้ขายในช่วงที่มะนาวขาดแคลนในท้องตลาด โดยสามารถเก็บน้ำมะนาวสดไว้ได้นาน 6 เดือน ซึ่งรสชาติและกลิ่นยังคงเดิม

แต่เนื่องจากเครื่องจักรที่ใช้ในปัจจุบันนั้นมีข้อจำกัดอยู่หลายประการด้วยกัน เช่น ประสิทธิภาพในการทำงานไม่สูงเท่าที่ควรประมาณ 10,000 ผลต่อชั่วโมง นอกจากนั้นยังไม่สามารถคั้นมะนาวสดที่มีผิวสีเขียวได้ เนื่องมาจากผลนั้นค่อนข้างแข็ง และยังไม่สามารถคั้นมะนาวสดที่มีผลขนาดใหญ่ได้

จากเหตุผลดังกล่าว ดร.เกรียงไกร แซมสีม่วง อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องจักรกลเกษตร ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรม ศาสตร์ นายทศพร อยู่ฉิม นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเกษตร ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ร่วมมือกับบริษัท วินซิน เทคโนโลยี จำกัด เพื่อพัฒนาเครื่องคั้นน้ำมะนาวสดแบบผ่าบีบที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

หลักการทำงานของเครื่องคั้นน้ำมะนาวแบบผ่าบีบ ประสิทธิภาพสูง ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการนำ ผลมะนาวสดมาล้างทำความสะอาด และนำมาแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 1 นาที หลังจากนั้นนำผลมะนาวสดมาพักไว้ให้แห้ง โดยเคล็ดลับนี้จะทำให้สามารถคั้นน้ำมะนาวออกได้เป็นจำนวนมาก และด้วยอุณหภูมิของน้ำอุ่นจะสามารถดึงเอาน้ำมันที่ผิวมะนาวออกมาได้ทำให้น้ำมะนาวคั้นสด 100% ที่ได้นั้น ไม่มีรสขม เมื่อผลมะนาวสดแห้งแล้วนำขึ้นไปเทตรงกระบะรองรับผลมะนาวสดที่ด้านบนของเครื่อง โดยกระบะรองรับนี้สามารถบรรจุผลมะนาวสดได้ มากกว่า 30 กิโลกรัม

ขั้นตอนที่ 2 ทำการเปิดสวิตช์ ลักษณะความเอียงของกระบะรองรับด้านบนนั้น จะส่งผลให้ผลมะนาวสดจะถูกป้อนเข้าสู่ชุดผ่าซีก ที่ประกอบด้วยชุดใบมีดคุณภาพสูงแบบไร้สนิมโดยชุดพาแบบลูกกลิ้ง ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกแบบเซาะร่อง V-Shape จำนวน 2 ชุดด้วยกัน ความเร็วรอบ 60 รอบต่อนาที เพื่อประโยชน์ในการบีบผ่าผลมะนาวที่มีทั้งลักษณะผิวแข็งและขนาดของผลไม่สม่ำเสมอ ไปยังชุดใบมีดผ่าซีกได้

เมื่อผลมะนาวสดเกิดการผ่าซีกแล้วก็จะร่วงลงสู่ชุดบีบ ที่ประกอบด้วยลูกกลิ้งทรงกระบอกเซาะร่องตามแนวยาว จำนวน 2 ชุด ความเร็วรอบ 60 รอบต่อนาที ทำการบีบผลมะนาวสดผ่าซีกแบบจังหวะต่อเนื่อง ต้นกำลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 0.746 กิโลวัตต์ ขนาด 1 hp 220 โวลต์ 50 Hz ใช้เกียร์ทดรอบ

ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเกิดการบีบผลมะนาวสดผ่าซีกแบบจังหวะต่อเนื่องแล้ว น้ำมะนาวคั้นสดแบบ 100% และเปลือกมะนาวที่เหลือจากการบีบ จะถูกแยกออกเป็นสองช่องทาง จุดเด่นและลักษณะพิเศษของเครื่องคั้นมะนาวแบบผ่าบีบ ประสิทธิภาพการทำงาน ประมาณ 35,000 ผลต่อชั่วโมง ประมาณ 1,300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ทำให้สามารถลดเวลา และแรงงานลงได้ การทำงานจะสูงกว่าเครื่องที่มีในท้องตลาดประมาณ 3 เท่าตัว

เมื่อเปรียบเทียบด้วยราคาที่เท่ากัน โครงสร้างเครื่องทั้งหมดนั้น ผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิม จึงสะอาดถูกสุขลักษณะ การบำรุงรักษาง่ายไม่ซับซ้อน ใช้อะไหล่ทุกชิ้นส่วนภายในประเทศ สามารถปรับตั้งระยะห่างของลูกรีดให้มีความเหมาะสมกับขนาดของผลมะนาวได้ ทำให้ไม่เกิดรสขม

ต้นทุนในการผลิตเครื่องเครื่องคั้นน้ำมะนาวแบบผ่าบีบ อยู่ที่ประมาณ 70,000 บาท เจ้าของธุรกิจทำน้ำมะนาวคั้นสด หรือผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-2798-8089 และ 09-2280-5002 หรือทาง www.rmutt.ac.th. More >

หนา ปิง อี้ คนจีน หัวใจไทย

“ประเทศไทยกับประเทศจีนมีการติดต่อสัมพันธ์กันมายาวนาน และในผืนแผ่นดินไทยยังมีชาวจีนเข้ามาอาศัยตั้งถิ่นฐานทำมาหากินจำนวนมาก ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย ก้าวแรกของการมาเยือนเมืองไทย ดิฉันสัมผัสได้ถึงความรักที่คนไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางใดก็เห็นพระบรมฉายาลักษณ์อยู่ทั่วทุกทิศ เมื่อได้ใช้ชีวิตในเมืองไทยในฐานะของนักศึกษาแลกเปลี่ยนยิ่งทำให้รู้สึกผูกพัน รวมทั้งเข้าใจถึงวิถีชีวิตที่ดีงาม และซาบซึ้งในความศรัทธาสถาบันพระมหากษัตริย์ของคนไทย จึงเกิดคำถามว่า ทำไมคนไทยจึงรักในหลวง แม้ในภาวะที่สังคมไทยมีความแตกต่างทางด้านอุดมการณ์ทางการเมือง แต่เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ คนไทยต่างก็พร้อมใจกันถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จากทั่วสารทิศ แม้กระทั่งการเข้าเฝ้าฯ หรือลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราชซึ่งเป็นที่ประทับรักษาพระองค์เพื่อแสดงความจงรักภักดีก็สร้างความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรไทย” หนึ่งในน้ำเสียงการกล่าวสุนทรพจน์ ที่ถูกเปล่งออกมาจากปากของนักศึกษาชาวจีน หนา ปิง อี้ หรือ ในชื่อไทยว่า “ขวัญหล้า” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ถูกใจคณะกรรมการคว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวดสุนทรพจน์ภาษาไทย ประจำปี 2556 จัดโดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย – ญี่ปุ่น) More >