Archive for สิงหาคม, 2013

คนไม่สู้คือคนที่หมดลมหายใจแล้ว วลีเด็ดจาด เอก นักกีฬายิงธนูคนพิการทีมชาติไทย

15 ปี ที่ทิ้งเวลาไป การเรียนสามารถนำมาปรับวุฒิในการทำงานได้ ตอนนี้ผมมีโอกาสในการเรียน ให้โอกาสกับผม โอกาสเข้ามาแล้ว ควรคว้าโอกาสนั้นไว้ อายุมันเพียงตัวเลขครับ ไม่สามารถวัดความสามารถและความรู้ของคนเราได้ ยิ่งผมพิการผมต้องขยันมากกว่าคนปกติ ต้องทำอะไรที่ต้องคูณสองตลอด เสียงบอกเล่าของ “เอก” นายเธียร ทองลอย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 (หลักสูตรต่อเนื่อง) สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ นักกีฬายิงธนูคนพิการทีมชาติไทย

เอก เล่าว่า ตนเองประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ ตอนอายุ 22 ปี ส่งผลให้ตนเองกลายเป็นอัมพาตทอนล่าง ตั้งแต่เข่าลงไป ไม่สามารถเดินได้ตลอดชีวิต ตั้งแต่นั้นมาผมกลายเป็นคนพิการ 15 ปี ที่ตนเองต้องนั่งบนวิวแชร์ สิ่งแรกที่ตนเองทราบว่า “ไม่สามารถเดินได้” ตอนนั้นคิดเพียงว่าอยากฆ่าตัวตาย ชีวิต 7 เดือนที่ต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ใช้ชีวิตแบบเปล่าประโยชน์ ซึ่งเป็นอะไรที่คิดว่าชีวิตตอนนั้นไร้ค่ามาก เป็นภาระของแม่ เนื่องจากพ่อเสียชีวิตไปแล้ว แม่ต้องคอยดูแล ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทุกอย่างจบหมด ทั้งในเรื่องของการเรียนและการงาน More >

ลูกแม่โดมคว้าชัยแฟชั่น’รักษ์โลก’

หลังจากชวนคนรุ่นใหม่ส่งผลงานออกแบบแฟชั่นคอลเลกชั่นเครื่องแต่งกาย ในคอนเซ็ปต์ “เลิฟ ดิ เอิร์ธ” เพื่อร่วมรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม ล่าสุด “เซ็นทรัลวายคลับ” จัดงาน มอบรางวัล “เซ็นทรัล วาย คลับ : แฟชั่น ดีไซน์ คอนเทสต์ 2013” โดยทีมนักศึกษาจากรั้วแม่โดม คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง ที่ เซนอีเวนท์ อารีน่า ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซน วันก่อน

ปิยวรรณ ลีละสมภพ ผู้ช่วยบอสใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อชวนน้องๆ และ นักออกแบบอิสระ อายุ 12-22 ปี ออกแบบแฟชั่นคอลเลกชั่นเครื่องแต่งกายด้วยแนวคิดรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลังจากผ่านเวิร์กช็อปแล้ว ทั้ง 20 ทีม ได้นำผลงานกลับไปพัฒนา แล้วนำผลงานชิ้นสมบูรณ์ มาจัดแสดงแฟชั่นโชว์ต่อคณะกรรมการเพื่อตัดสินหาผู้ชนะเลิศ

ผลการตัดสิน ปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ เป็นของทีม “เดย์ ดรีมเมอร์” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ทีม “เอซี-ที” จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน รองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ทีม “สานศิลป์” จากมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ทีม “บีกิน อะเกน” จากรั้วแม่โดม และ รองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ทีม “เนเจอร์” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

สำหรับทีมชนะเลิศ ประกอบด้วย สิรวิชญ์ ศรีกิจการ, วสุพล อุบลเลิศ และ อธิสันต์ วงศ์จันทร์ สร้างสรรค์ผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความฝันของเด็กกับธรรมชาติ” ซึ่ง สิรวิชญ์ “ตัวแทนของทีมบอกว่า เกิดจากความประทับใจในภาพความฝันของเด็ก ทำให้ต้องการสื่อความคิด ความรู้สึก ความตื่นเต้น ความสดใส และจินตนาการ ที่เด็กมีต่อธรรมชาติ ความอบอุ่นที่เด็กได้รับจากสรรพสิ่ง สื่อออกมาผ่านโครงชุดที่ตัดเย็บเรียบง่าย สามารถสวมใส่ได้จริง โดยใช้เทคนิคดิจิตอลพริ๊นท์ อันเกิดจากศิลปะการพับสีเป็นตัวแทนของภาพความฟุ้งฝัน ตามจินตนาการของเด็ก และใช้โทนสีเย็นแสดงถึงภาพความฝันที่มีชีวิตชีวา สามารถจับต้องได้

“ทีมของเราส่งผลงานเข้าประกวดเป็นครั้งแรก และได้รางวัลชนะเลิศก็หายเหนื่อย ภูมิใจมาก เป็นโครงการที่ดีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษา เพราะถ้าเราทำกันเอง ก็ไม่มีใครเห็น แต่งานนี้ทำให้คนทั่วไปได้เห็นผลงานของเราครับ” นักออกแบบหน้าใหม่ กล่าว นอกจากนี้ เซ็นทรัลวายคลับยังจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เชิญร่วมโหวตเพื่อหาผลงาน “ขวัญใจสื่อออนไลน์” ชิงรางวัลรวมมูลค่า 6 หมื่นบาท โดยคลิกเข้าไปได้ที่ http://www.facebook.com/centralyclub ตั้งแต่วันแต่วันที่ 2-30 กันยายน 2556

More >

ภาพข่าว: รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี และ พล.อ.อ.ภคชาติ กฤษณะพันธุ์ ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยฯ ร่วมถ่ายภาพกับนักศึกษาโครงการ เพชรราชมงคลธัญบุรีที่ ห้องประชุมมังคลอุบล มทร.ธัญบุรี More >

คอลัมน์ ด้วยสมองและสองมือ: ลดร้อนได้จริง’หลังคาดินเผานูนต่ำ-นูนสูง’

edusiamrath@gmail.com

นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีออกแบบผลิตภัณฑ์หลังคาดินเผานูนต่ำ-นูนสูง สามารถลดความร้อนในอาคารได้เป็นอย่างดี

น.ส.เดือนเต็มทิมายงค์หนึ่งในทีมวิจัยเผยว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์หลังคาดินเผานูนต่ำ-นูนสูง เกิดจากแนวความคิดที่จะพัฒนารูปแบบของผิวหน้ากระเบื้องหลังคาดินเผาให้สามารถเก็บกักน้ำค้างได้ดีในตอนกลางคืน และสามารถระเหยเมื่อถูกแสงแดดในตอนกลางวัน ทำให้ภายใต้หลังคามีความเย็นส่งผลให้ภายในอาคารที่พักอาศัยไม่ร้อนโดยทำการออกแบบให้พื้นผิวหน้ามีลักษณะเป็นบ่อบุ๋มลงไป หรือเป็นปุ่มนูนขึ้นมา หรือเป็นสันนูนตามขวาง กำหนดให้มีความห่างของแต่ละจุด ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ต้องไม่ทำให้แผ่นกระเบื้องหลังคารับแรงได้น้อยลง

“หลังคาดินเผานูนต่ำ-นูนสูงที่ทำการออกแบบ นี้สามารถลดการใช้พลังงานภายในห้องพักอาศัยหลังจากทำการมุง ด้วยหลังคากระเบื้องดินเผานูนต่ำ-นูนสูง ลงได้มาก3-5 องศาเซลเซียส ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานภายใน อาคารลงได้ถึงร้อยละ 20″น.ส.เดือนเต็ม กล่าว

ทั้งนี้ ทีมวิจัยยังตั้งเป้าพัฒนาหลังคาดินเผานี้เพื่อนำไปใช้ประโชน์ในทางอื่นได้เช่น การทำแบบนูนต่ำ-นูนสูง ให้กับผลิตภัณฑ์หลังคาชนิดอื่นๆ หรือการนำไปใช้กับงานพื้นผิวผนังอาคาร ที่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรงในตอนสายหรือตอนบ่ายซึ่งจะช่วยให้ลดการใช้พลังงานของอาคารได้ดียิ่งขึ้น

…ยกนิ้วให้สมองของคนไทย ที่นำเทคนิคการเก็บกักความชื้นตามธรรมชาติมาใช้ได้อย่างชาญฉลาด

ที่สำคัญคือคิดทำแล้ว นำมาใช้ได้จริงเสียด้วย More >

อาชีวะ-มจพ.วิจัยแผนผลิตช่างฝีมือสู่AEC

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการจัดการอาชีวศึกษาว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะต้องผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีพให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ แต่ปัจจุบันการจัดการอาชีวศึกษายังมีข้อจำกัด ทั้งความทันสมัยในสาขาวิชา มาตรฐานองค์ความรู้ และสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา ส่งผลให้จำนวนผู้เรียนอาชีวะลดลง ขณะที่ความต้องการกำลังคนด้านอาชีวะกลับมีมากขึ้นตนจึงมอบหมายให้มีการทำความร่วมมือศึกษาสถานการณ์อาชีวศึกษา และการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาอาชีวศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อรวบรวบสภาพปัญหาและอุปสรรคของการอาชีวศึกษา รวมถึงดูปัจจัยความสำเร็จของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและประเทศสิงคโปร์ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาการอาชีวศึกษาของประเทศ ให้เดินไปอย่างถูกทาง สอดรับกับนโยบาย “ปีแห่งการรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา” รวมถึงเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา:สามัญ เป็น 50:50 ด้วย

นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดี มจพ.กล่าวว่า การอาชีวศึกษา เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในด้านอุตสาหกรรม ดังนั้นต้องมาช่วยกันคิดว่า ทำอย่างไรที่จะผลิตกำลังคนระดับฝีมือและเทคนิค เพื่อป้อนสู่ภาคเอกชนที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมบริการและอุตสาหกรรม เกษตรสำหรับการดำเนินงานร่วมกันนี้ มจพ. ยังได้เชิญสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มาร่วมดำเนินการศึกษาวิจัย

ด้วยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ และมองเห็นทิศทางการผลิตและพัฒนาที่ถูกทาง เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.56 และเปิดให้มีการประชาพิจารณ์ในเดือน ต.ค.นี้

ด้าน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)กล่าวว่า สอศ.มีภารกิจสำคัญในการผลิตและพัฒนากำลังคนระดับ ปวช., ปวส. ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและให้สอดคล้องกับนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา:สามัญ เป็น 50:50 และการผลิตแรงงานที่มีคุณภาพ ภายในระยะเวลา 2 ปี การอาชีวศึกษาจึงต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่ฉะนั้น ข้อมูลที่ได้รับจากการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการปรับแผนการดำเนินงาน ในปีงบประมาณ 2557 อีกด้วย More >

39 ปี คหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี รังสรรค์เมนูข้าว

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จัดโครงการเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์กับวัฒนธรรมไทย 39 ปี เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ราชมงคลธัญบุรี สร้างคุณค่าสู่สังคมไทย จัดนิทรรศการและสาธิต เพื่อสร้างองค์ความรู้ เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมให้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป มีความรู้ ความเข้าใจและเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย หนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจการบริการและสาธิตของสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ ในการรังสรรค์ข้าวไทย เพิ่มมูลค่าทางโภชนาการให้กับคนรักสุขภาพ และส่งเสริมเกษตรกรรรมของไทย ด้วยการสาธิตอาหารทั้งคาวและหวาน ได้แก่ ข้าวตังหมูหยอง ข้าวตู ข้าวผัดน้ำพริกแกงเขียวหวาน ขนมข้าว ไส้กรอกข้าว ข้าวห่อใบบัว ข้าวเม่าหมี่จากข้าวกล้องงอก ข้าวแต๋น ข้าวทอดปรุงสมุนไพร ข้าวตังแผ่นไรซ์เบอรี่เสริมน้ำพริกเผาเกสรบัวหลวง ข้าวทอดสมุนไพรแหนมสด เครปแป้งข้าวหอมนิลซอสมะม่วง และข้าวอบเบญจรงค์

ผศ.มาริน สาลี อาจารย์ประจำสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ เจ้าของไอเดีย “เครปข้าวซอสมะม่วง” เล่าว่า การนำเอาข้าว 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วย ข้าวซ้อมมือหอมมะลิ/ข้าวซ้อมมือมะลิแดง/ข้าวซ้อมมือมะลินิล/ข้าวกล้องเหนียวและจมูกข้าว โดยในข้าวดังกล่าวมีโปรตีนสูง ธาตุเหล็ก สังกะสี แคลเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดี จากคุณประโยชน์ดังกล่าว จึงได้นำมาเป็นส่วนผสมหลังในการทำแป้งเครป ทางด้านซอสมะม่วง ต้องการให้เครปมีรสชาติที่อร่อย หอมหวาน บวกกับประเทศไทยมีมะม่วงทุกฤดูกาล โดยมะม่วงที่ใช้ คือ มะม่วงมหาชนก เพราะว่า มีราคาค่อนข้างถูก โดยส่วนผสมประกอบด้วย แป้งอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วยตวง

11แป้งข้าวโพด /2 ถ้วยตวง ข้าวหอมนิลนึ่งสุก 1 ถ้วยตวง นมข้นจืด 1 /2 ถ้วยตวง ไข่ไก่ 4 ฟอง ไข่แดง 2 ฟอง วนิลา 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา

1น้ำตาลป่น 1 /4 ถ้วย เนยละลาย 85 กรัม น้ำเย็น 1 1/2 ถ้วยตวง ในส่วนของตัวซอสมะม่วง ประกอบด้วย เนื้อมะม่วงสุก 250 กรัม น้ำ

2 มะม่วง 1 ถ้วยตวง น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา นมสด 1/ถ้วยตวง วิธีในการทำเริ่มจากนำข้าวสุกมาปั่นรวมกับนมและน้ำเย็นจนละเอียด ผสมส่วนผสมที่เหลือ คนด้วยตะกร้อมือจนเข้ากัน นำไปกรองด้วยกระชอนละเอียด พักแป้งที่ได้ไว้ในตู้เย็น จากนั้นเทแป้งลงกระทะเทฟลอนโดยทาเนยเล็กน้อย คนจนแป้งสุกเป็นสีเหลืองนำมาพักไว้ ในการทำซอสมะม่วง เริ่มจากนำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นรวมกันจนเนื้อละเอียด นำมาตั้งไฟพอเดือด พักให้เย็น ใช้ราดแผ่นเครป โดยส่วนผสมดังกล่าว สามารถทำแผ่นแป้งได้ถึง 100 แผ่น หรือถ้าใครต้องทำเป็นเครปเค้ก แนะนำให้ตีวิปปิ้งครีมผสมเนื้อมะม่วง แล้วทาวางเรียงเป็นชั้น ประมาณ 10 ชั้น สลับกัน นี่คือการนำความเป็นไทยผสมผสานกับความเป็นตะวันตกได้อย่างลงตัว

ทางด้าน ผศ.สุวรรณี อาจหาญณรงค์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ เจ้าของเมนู “ข้าวอบเบญจรงค์” เล่าว่า เป็นเมนูที่ทำรับประทานได้ง่าย นอกจากข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ส่วนผสมทั้ง 5 ที่ใส่ลงไปก็ล้วนแต่อุดมไปด้วยสารอาหาร และคุณประโยชน์ แครอท มีวิตามินเอและสารเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา แก้โรคตาฝ้าฟางได้ดี แปะก๊วยมีรสหวานอมขมอมฝาด ช่วยบำรุงปอด แก้อาการไอ เห็ดหอมบำรุงสมอง เพิ่มความสดชื่น ลดคอเลสเตอรอล ถั่วฝักยาว อุดมไปด้วย แคลเซียม และกุ้งแห้ง สำหรับส่วนผสมในการทำข้าวอบเบญจรงค์ ประกอบด้วย ข้าวสารข้าวเจ้า 250 กรัม ข้าวสารข้าวเหนียว 50 กรัม น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ขิงแก่หั่นตามขวางบางๆ 80 กรัม น้ำ 2 1/2 ถ้วย ผงปรุงรส (รสหมู) 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ เห็ดหอมแห้ง แช่น้ำหั่นเส้น 5 ดอกใหญ่ แครอทหั่น 100 กรัม ถั่วฝักยาวหั่น 1 ซม. 100 กรัม แปะก๊วยต้มสุก 150 กรัม และกุ้งแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ เริ่มจากการซาวข้าวสารสองชนิดสรงให้สะเด็ดน้ำ ตั้งไฟใส่น้ำมันในกระทะใส่ขิงและเห็ดหอม ใส่กุ้งแห้งลงผัด จากนั้นใส่ข้าวสารผัดลงเติมซีอิ๊วใส่ผงปรุงรสใช้ไฟปานกลางประมาณ 10 นาที ผัดจนเม็ดข้าวสารดีดตัว เทข้าวที่ผัดใส่หม้อหุงข้าว เติมส่วนผสมที่เหลือ แครอท ถั่วฝักยาว แปะก๊วย เติมน้ำ จากนั้นหุงข้าว หรือจะใช้เป็นการนึ่งก็ได้

2 เมนูแนะนำจากข้าว สามารถนำไปได้นะจ๊ะ เจ้าของไอเดียไม่สงวนลิขสิทธิ์ การนำข้าวมาเป็นส่วนผสม ไอเดียสุดเจ๋ง ทั้งคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นการส่งเสริมข้าวไทยอีกด้วย More >

ภาพข่าว: รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ

อธิบดีการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช-มงคล(มทร.)ธัญบุรี และ พล.อ.อ.ภคชาติ กฤษณะพันธุ์ ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยฯกล่าวให้โอวาทนักศึกษาโครงการเพชรราชมงคลธัญบุรี More >

คอลัมน์ ดาวมหาวิทยาลัย: นินิว-เมธาวี ด้วงปั้นสวยทันสื่อ

อินทรชัย พาณิชกุล

ก็น้องเขาน่ารักอ่ะเหตุผลสั้นๆ ที่ทำให้ผมเลือกสาวน้อยคนนี้มาสัมภาษณ์ ชนิดที่ไม่ต้องเรียกแฟ้มดูโปรไฟล์ ไม่ต้องมาเดินนวยนาดตรงหน้าเหมือนกองประกวดซูเปอร์โมเดลอะไรแบบนั้น

แค่ภาพรอยยิ้มหวานๆ ของวัยสดใส เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะชวนเธอมานั่งคุยกันเบาๆ ในยามบ่ายอันอบอุ่นวันนี้

อ้อ ลืมแนะนำ เธอชื่อนินิว-เมธาวี ด้วงปั้นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

สาวน้อยจากปราจีนบุรีดั้นด้นมาเรียนในมหาวิทยาลัยชานกรุง พกพาความหวังที่จะหาประสบการณ์ใหม่ๆ มาเติมใส่ในชีวิต ก่อนจะออกไปสู่โลกการทำงานจริงด้วย

ความพร้อมเต็มเปี่ยม

ทว่า วันนี้เธอยังเป็นเพียงเฟรชชี น้องใหม่ของพี่ๆ ที่ต้องช่วยกันดูแล ชี้แนะสั่งสอน ให้เป็นนักศึกษาที่ดีมีคุณภาพตลอดเวลา 4 ปีที่เหลือในรั้วมหาวิทยาลัยเสียก่อน

“หนูอยากเป็นครูค่ะ ครูที่ทันสมัย ใช้สื่อต่างๆในยุคนี้อย่างโซเชียลมีเดีย หนังสั้น สารคดี แอนิเมชันภาพนิ่ง ไปช่วยในการเรียนการสอนของเด็กๆ”เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอเลือกเรียนคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา สาขาวิชาที่หมายมั่นปั้นมือที่จะผลิต

นักเทคโนโลยีการศึกษาออกมาสู่สังคม นักศึกษาภาควิชานี้ต้องเรียนรู้กระบวนการผลิตสื่อแทบทุกชนิด ตั้งแต่ถ่ายภาพนิ่ง ผลิตหนังสั้น สารคดี รายการโทรทัศน์ ประชาสัมพันธ์ ยันคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เว็บไซต์ และสื่อสมัยใหม่อย่างโซเชียลมีเดีย

“ยุคนี้สื่อเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโลกทั้งโลกเชื่อมโยงถึงกันหมดแล้วด้วยอินเทอร์เน็ต

เราปฏิเสธมันไม่ได้หรอกค่ะ ดังนั้น เราจึงต้องเปิดรับมัน เรียนรู้มัน และที่สำคัญต้องเท่าทันมัน”

ไอโฟนรุ่น 4 เอส เครื่องเดียวสามารถพาผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งไปเจอความรู้ใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ข่าวสารความเคลื่อนไหวทั่วโลกยามว่างเธอมักเข้าไปอัพเดตข่าวสาร แฟชั่น เทรนด์ตามเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เว็บไซต์ต่างๆ เธอจึงรู้พร้อมกับคนที่นิวยอร์ก ลอนดอน โตเกียวรู้

ขณะเวลาเรียน เวลาทำงาน กูเกิลก็ลากเอาเธอไปพบกับข้อมูลความรู้อันน่าตื่นตาตื่นใจได้เสมอ

“เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ใช้สมาร์ทโฟน หนูก็เหมือนกัน ใช้คุ้มเลยทั้งเรื่องเรียนเรื่องส่วนตัวเครื่องมือเหล่านี้มันก็จะอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตเรามากๆ มันมีทั้งสิ่งดีสิ่งเลวอยู่ในนั้น มันจะเป็นคลังความรู้ที่มีคุณค่าของใครบางคนก็ได้ หรือมันอาจเป็นยาเสพติดให้โทษกับใคร

อีกคนหนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกหยิบอะไรออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด”

นินิวบอกว่าข้อเสียของโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เกลี๊ยดเกลียด คือการใช้เฟซบุ๊กมาทำลายกัน ด้วยการสาดโคลนก่นด่า โจมตีคนอื่นอย่างหยาบๆคายๆ

“มันน่าห่วงนะว่ายุคนี้ท็อปคอมเมนต์ที่มีคนกดไลค์เยอะที่สุด มักเป็นความคิดเห็นรุนแรง หยาบคาย มันสะท้อนอะไรได้เหมือนกัน” สาวน้อยวัยเพียง 18 พูดได้น่าคิด

นินิวกระซิบให้ฟังอย่างตื่นเต้นว่าตอนนี้กำลังสนใจการถ่ายรูปเป็นพิเศษ จึงศึกษากลไกของกล้องถ่ายรูปดิจิตอล เทคนิคถ่ายภาพในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะภาพบุคคล

“กำลังฝึกถ่ายภาพคนให้สวยอยู่ค่ะ ถ่ายพอร์เทรตหนูว่ายากนะ แต่ละคนใบหน้า อารมณ์เปลี่ยนไปทุกวินาทีต้องฝึกไปเรื่อยๆตอนนี้ฝึกถ่ายรูปตัวเองไปก่อนค่ะ” เธอ

หัวเราะน่ารัก พลางทำท่าหันไอโฟนจ่อตัวเองเหมือนสาวแอ๊บแบ๊วตามสมัยนิยม

นอกห้องเรียน เมธาวียังเป็นนักเต้น ด้วยความที่ชอบกระโดดโลดเต้น ปล่อยอารมณ์ผ่านท่วงท่ามาตั้งแต่เด็กๆยามอยู่ต่อหน้าสาธารณชน ในฐานะเชียร์ลีดเดอร์ เธอจึงมีความสุขมากกว่าที่ไหนๆ บนโลก

“ตอนขึ้นไปประกวดดาวมหาวิทยาลัย ก็ไปยืนรอจะออกมาแสดงความสามารถ เห็นพี่ๆ เขาใส่ชุดสวยๆ มาเต้นประกอบดนตรี ก็แอบคิดว่าทำไมเราไม่ไปยืนอยู่ตรงนั้น ทำไมเราถึงมายืนอยู่ตรงนี้ หนูไม่ใช่แนวประกวดนางงาม เป็นพวกชอบแสดงออกมากกว่า”เธอยิ้มเอียงอาย

แม้เวลาจะผ่านไปเพียงสองเดือนของการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เส้นทางยังอีกยาวไกล คดเคี้ยว อาจมีหลุมบ่อ มีกำแพงให้ต้องฝ่าข้าม แต่ด้วยความเชื่อมั่นเต็มร้อยในตัวเอง ในตัวเพื่อนๆรุ่นพี่ และอาจารย์ที่ล้วนแต่น่ารักทั้งสิ้น เมธาวีบอกอย่างมั่นใจเลยว่าสู้ไหวแน่นอนค่ะ

เด็กอะไร้ ช่างสดใสเบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม นี่แหละครับ น้องนินิว-เมธาวี ด้วงปั้น More >

มทร.ธัญบุรีผุดเพชรราชมงคลธัญบุรี

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคง (มทร.)ธัญบุรี กล่าวว่า มหาวิทยาลัย ได้ส่งนักศึกษาโครงการเพชรราชมงคล ธัญบุรี ทั้งหมด 37 คน ไปเรียนรู้และมีประสบการณ์ในต่างประเทศที่ไต้หวัน ระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม และเรียนรู้ศักยภาพของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศด้วย เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาตนเอง ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับโครงการนี้ เนื่องจากเห็นว่าในอนาคตการผลิตบัณฑิต มทร.ธัญบุรีนั้น อยากจะให้ทุกคนสามารถไปทำงานในต่างประเทศได้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น และอนาคตมหาวิทยาลัยจะส่งเสริมสนับสนุนโครงการนี้ต่อไป และจะหาแนวทางสนับสนุนให้มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ขอให้นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกครั้งนี้ตระหนักไว้ว่าทุกคนคือผู้แทนของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับโครงการนี้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเรื่องการแต่งกาย การพูดจา การเรียนรู้จากการศึกษาดูงานครั้งนี้ขอให้เป็นไปด้วยความตั้งใจ เรียนรู้ และนำประสบการณ์กลับมาเป็นต้นแบบที่จะชักชวนเพื่อนๆ รุ่นพี่รุ่นน้อง เพื่อให้มีแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้านภาษาเพิ่มขึ้นเพราะจะเพิ่มโอกาสให้ได้เตรียมความพร้อมในการจะหางานทำในต่างประเทศต่อไปด้วย

รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวว่า การไปครั้งนี้ขอให้พวกเราทุกคนได้มีการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม ไม่ใช่เน้นวิชาการอย่างเดียว รู้ข้ามระบบการศึกษา เรียนรู้ชีวิตในสังคมที่หลากหลายในการคัดเลือกนักศึกษาครั้งก็เห็นวิวัฒนาการการคัดเลือกที่หลากหลายและเติมเต็มในภาพรวมได้ดีขึ้น โดยคัดนักศึกษาที่เก่งวิชาการ นักศึกษาที่เก่งกิจกรรม นักศึกษารวมทั้งนักศึกษาที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษที่ผ่านการฝึกอบรมและสอบคัดเลือกของมหาวิทยาลัย

“ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่า โครงการนี้เป็นการคละกลุ่มของนักศึกษาที่มีศักยภาพคนละด้าน ซึ่งน่าจะทำให้โครงการนี้เกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุดอีกโครงการหนึ่งของมหาวิทยาลัย สุดท้ายขอย้ำให้กับนักศึกษาทุกคนได้ตระหนักว่า ทุกคนคือเพชรราชมงคลธัญบุรี ขอให้ทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุด และเป็นตัวแทนที่มหาวิทยาลัย มีความภาคภูมิใจในความเป็นเพชรเม็ดงามที่มหาวิทยาลัยได้คัดเลือกแล้ว” อธิการบดี มทร.ธัญบุรีกล่าวสรุป More >

คอลัมน์ เปิดวิสัยทัศน์: บัณฑิต”ธัญญบุรี”ต้องมือเปื้อน ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ

หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ

 

“ต้องบริหารจัดการครูและบุคลากรสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เช่น เป็นครูผู้สอนต้องสอนในสายที่จบและมีความชำนาญในสายตรงนั้นเข้าไปสอน ในเรื่องงานวิจัยจะต้องเป็นงานวิจัยที่มีความสามารถ บริหารบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในสายตรง มีความสุขต่อการทำงาน ต้องปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรไม่ให้ทำงานเฉพาะในมหาวิทยาลัย ต้องนำความรู้ไปบริการวิชาการหรืองานวิจัยให้แก่หน่วยงานภายนอกด้วย ปลูกจิตสำนึกบุคลากรให้รักในมหาวิทยาลัยและเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือในสังคมภายนอก” รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2556 กล่าว

เรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องลงมือทำทันทีคือ หลักสูตร ที่ต้องอยู่ในกรอบเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ นักศึกษาจบแล้วสามารถทำงานได้จริง ปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรม ต้องเชิญบุคลากรมีความรู้มีประสบการณ จากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาเป็นอาจารย์พิเศษหรือเข้ามาสอนด้วย เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จริงจากประสบการณ์ภายนอก เช่น หลักสูตรอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ เกี่ยวกับทางด้านไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ แฟชั่นสิ่งทอ หรือในส่วนของธุรกิจอาหารและพลังงาน พัฒนาตัวบัณฑิตหรือนักศึกษาให้สามารถทำงานได้จริง มีความรู้ทักษะการใช้ สามารถสื่อสารได้

“มหาวิทยาลัยต้องมีห้องแล็บและห้องปฏิบัติการ ต้องเพียงพอต่อการเรียนการสอนและเปิดโอกาสให้นักศึกษาเมื่อว่างเรียน สามารถเข้าห้องแล็บห้องปฏิบัติการได้ ทำให้มีเวลาในการทำงานมากขึ้น ไม่เฉพาะต้องในเวลาเรียนและตามตางรางสอน มีครูและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลห้องแล็บและห้องปฏิบัติการ ต้องเป็นพี่เลี้ยงให้เด็กที่เข้ามาทำในการเรียนรู้ ทำให้เด็กมีทักษะความเป็นนักปฏิบัติ หรือบัณฑิตมือเปื้อน ทำงานเป็น คิดเป็นเชิงระบบ รู้จักวัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถไปอยู่และทำงานในสังคมที่หลากหลาย หรือทำงานในต่างประเทศได้” อธิการบดีมทร.ธัญบุรี กล่าว

ดังนั้น นักศึกษาที่อยู่กับมหาวิทยาลัย 4 ปี ต้องมีซอฟท์สกิล จัดกิจกรรมที่พัฒนาทักษะความคิด ทักษะความเป็นอยู่ และในรูปแบบกิจกรรมที่เป็นชมรม ที่ส่งเสริมงานวิชาการและการเรียนรู้ของตัวนักศึกษา เช่น ชมรมคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ ชมรมพลังงาน ชมรมถ่ายภาพ ในรูปแบบกิจกรรมชมรม ต้องเป็นชมรมที่ส่งเสริมให้เด็กมีความรู้วิชาการที่มากขึ้นนอกห้องเรียน และส่งเสริมความรู้ในห้องเรียนด้วย ทำสมุดบันทึกกิจกรรมนักศึกษาให้เป็นใบ รบ. ใบที่สอง ต่อไปนี้จะมีใบทรานสคริปต์ที่เป็นกิจกรรมนักศึกษาอีกใบหนึ่ง ระหว่างที่นักศึกษาใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย สามารถนำใบที่ได้จากการฝึกอบรมกับบุคคลภายนอก เป็นใบเบิกทางในการทำงานอีกหลายใบ

ส่วนการเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่เออีซี มหาวิทยาลัยได้มีเอ็มโอยูทั้งในอาเซียนและยุโรป เช่น แลกเปลี่ยนนักวิจัย หรือทำวิจัยร่วมกัน แลกเปลี่ยนนักศึกษา สามารถเทียบโอนมาเรียนที่ มทร.ธัญญบุรี 3 ปี อยู่ที่เมืองนอก 1 ปี หรือรวมกันทำปริญญาบัตรเดียวกับ 2 มหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยไม่ได้เน้นการเซ็นเอ็มโอยูอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงการร่วมมือด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษาวิจัย โดยต้องยกระดับการปฏิบัติทั้งหมด ทั้งตัวนักศึกษาตัวครูและต้องเร่งพัฒนาหลักสูตร เตรียมความพร้อมต้องดูลักษณะของสูตรหลักในอาเซียนด้วยกันว่าหลักสูตรการเรียนที่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้

“ดังนั้นจากนี้ไปทุกภาควิชาต้องมีหลักสูตรนานาชาติ อย่างน้อย 1 หลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาอาเซียนมาเรียนที่หลักสูตรนานาชาติ เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติสามารถที่จะไปเรียนหรือทำงานในต่างประเทศได้ ต้องผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติที่ตอบสนองต่อภาคอุตสาหกรรมภาคการลงทุน ทั้งในและต่างประเทศและอาเซียนอยากเห็นความชัดเจนของกลุ่มอาชีวศึกษา ที่มีการเรียนการสอนที่เน้นปฏิบัติ แล้วราชมงคลจะเป็นตัวรับไม้ต่อจากอาชีวศึกษา ที่เน้นปริญญาตรี ทางด้านเทคโนโลยีทางสายอาชีพ เน้นวิศวกรรมที่เป็นนักปฏิบัติ มีสาขาที่เชื่อมโยงกับสาขาที่อาชีวศึกษา เปิด ที่มีการเรียนการสอนการเชื่อมโยงกัน อาชีวศึกษากับราชมงคลธัญบุรี และราชมงคลธัญบุรีจะเน้นการเรียนการสอนตรี โท เอก ในสายวิชาชีพ” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูง หรือซีอีโอ ตั้งแต่ อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี นอกจากเป็นผู้กำหนดนโยบายแล้ว ต้องลงไปทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ ทุกคณะ ทุกกอง ต้องเป็นซีอีโอ ที่ร่วมทำงานและผลักดันให้ทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัยทำงานได้สำเร็จ บุคลากรทุกคนต้องมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำรับรู้ รับทราบ เกิดความเข้าใจในทิศทางเดียว ขับเคลื่อนการบริหารงานให้ไปสู่ความสำเร็จได้ More >

มทร.ธัญบุรีเปิดโลกทัศน์”นักศึกษาจิตอาสา” บ่มประสบการณ์ไต้หวัน เจียระไน”เพชร”สู่สากล

ทีมข่าวการศึกษา

 

การเรียนรู้รอบตัวและเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกรั้วมหาวิทยาลัยผ่านโครงการต่างๆ

หนึ่งในเป้าหมายที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการบ่มเพาะความรู้วิชาการให้กับนักศึกษา ซึ่งสอดคล้องแผนพัฒนาอุดมศึกษาระยะ 15 ปี (พ.ศ.2551-2565) ที่มุ่งเตรียมความพร้อมและพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพสามารถปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

นั่นคือหัวใจที่มาของ โครงการเปิดโลกทัศน์นักศึกษา “เพชรราชมงคลธัญบุรี” สู่สังคมยุคใหม่ ที่มุ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถทั้งด้านวิชาการ กิจกรรม และภาษาต่างประเทศและมีจิตอาสา ซึ่งผ่านการคัดเลือกเป็น “เพชร” ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานเพิ่มพูนความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ยังต่างประเทศ

ล่าสุด เพชรราชมงคลธัญบุรีที่ผ่านมาการเจียระไนจากมหาวิทยาลัย ทั้ง 37 ชีวิต ลัดฟ้าไปศึกษา ดูงานที่ประเทศไต้หวัน และร่วมเรียนรู้กิจกรรมกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติไทเป และ มหาวิทยาลัยและเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน ภายใต้การนำทีมโดย ดร.ไพบูลย์ ใสยาวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจในฐานะหัวหน้าคณะเดินทาง รวมทั้ง ดร.วิสิทธิ์ ล้อธรรมจักร ผู้ช่วยอธิการบดี และ ผศ.สมพงษ์ อังศุภโชติ ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา ในฐานะหนังหน้าโครงการเพชรราชมงคล ซึ่ง ทีมการศึกษา มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับคณะเพื่อสังเกตการณ์ด้วย

“โครงการเพชรราชมงคลริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 เริ่มแรกเป็นโครงการที่ 9 มทร. ร่วมกันคัดเลือก นักศึกษาจิตอาสาที่มีความโดดเด่นด้านกิจกรรมวิชาการ และภาษาเข้ามาร่วม ต่อมาปี 2550 ทั้ง 9 มทร.ได้แยกเป็นมหาวิทยาลัย ในส่วนของ มทร.ธัญบุรี ยังคงดำเนินการโครงการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนให้นักศึกษา ที่มีผลงานโดดเด่นมีโอกาส เปิดโลกทัศน์ มุมมองความคิด เพิ่มพูนประสบการณ์ รวมถึงสร้างเครือข่ายนักศึกษยังต่างแดน เพราะการที่นักศึกษาได้ไปต่างประเทศ ทำให้เห็นวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้คนที่แตกต่างกันออกไป โดยปีนี้ได้คัดเลือกเพชรราชมงคลเข้าร่วมโครงการ 37 คน จาก 11 คณะ” ผศ.สมพงษ์ ฉายภาพให้เห็นที่มาโครงการ

ขณะที่ ดร.ไพบูลย์ กล่าวว่า “ประเทศไต้หวันมีการพัฒนาที่เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีอีกทั้งสมัยก่อนคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนไม่น้อยเลือกมาเรียนที่ไต้หวันและกลับมาเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทยหลายแห่งเวลานี้จึงได้เลือกนำนักศึกษามาศึกษาดูงานเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาเปิดโลกทัศน์รอบด้าน อีกทั้งในอีกไม่กี่ปีไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่ขณะนี้ต้องพิจารณาว่าไทยพร้อมหรือยังกับการเป็นศุนย์กลางอาเซียนโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพนักศึกษา ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ซึ่งจะกลายเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญของประเทศ”

ดร.ไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า “นอกจากนี้ มทร.ธัญบุรี ต้องสร้างความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ไต้หวัน ซึ่งได้มีโอกาสเชื่อมสัมพันธ์กับ 2 มหาวิทยาลัย ชั้นนำของประเทศและมีชื่อเสียงระดับนานาชาติแห่งแรกคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติไทเป ซึ่งร่วมมือทางวิชาการมาตั้งแต่ปี 2554 และครั้งนี้มีความชัดเจนมากขึ้นโดยมีการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับอาจารย์ มทร.ธัญบุรีระดับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 ทุน ซึ่งจะเดินทางในเดือน ก.ย.นี้ และอยู่ระหว่างการเจรจาขอทุนระดับปริญญาโทรวมทั้งการวิจัยร่วมอีกหลายโครงการ ทั้งในอนาคตจะมุ่งเน้นความร่วมมือด้านสหกิจศึกษา โดยนักศึกษาของไต้หวันสามารถมาฝึกงานในประเทศไทย ขณะที่นักศึกษาไทยก็สามารถไปฝึกงานที่ไต้หวันแต่ต้องผ่านการเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนก่อน แห่งที่ 2 คือ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน ซึ่งก็มีความก้าวหน้าในการเจรจาความร่วมมือ ทั้งการแลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์และการวิจัยมากขึ้น จากเดิมที่ยังไม่เคยมีมาก่อน”

ด้าน นายปิยะพันธ์ วงมา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ ในฐานะประธานกลุ่มโครงการเพชรราชมงคลบอกถึงความรู้สึกว่า “โครงการเพชรราชมงคลเป็นโครงการที่ดีมากที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ประสบการณ์ในต่างประเทศ เพราะบางครั้งการเรียนในห้องเรียน หรือรู้เฉพาะประเทศของเรา ไม่เพียงพอเป็นการสร้างโอกาสดีๆ ให้แก่นักศึกษาเพิ่มเติมความรู้ เรียนรู้วัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้คนและเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ นำไปสู่การพัฒนาตนเองและวประเทศชาติ ขณะเดียวกัน นักศึกษาที่ได้เป็นตัวแทนก็ต้องระลึกอยู่เสมอว่าเราเป็นคนไทย อย่าหลงลืมวัฒนธรรม มารยาทไทยที่จะต้องเผยแพร่ให้ต่างชาติได้เห็นถึงสิ่งดีงามของคนไทยด้วย”

ทีมการศึกษา เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเปิดประตูรั้วมหาวิทยา เพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนพัฒนาที่ตัวนักศึกษเพราะเป็นการยกระดับความเป็นสากลให้นักศึกษาและมหาวิทยาลัย

ซึ่งจากการร่วมคณะฯ ทำให้ได้พบว่า เพชรมงคล แต่ละเม็ด มีความมุ่งมั่นเก็บเกี่ยวความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ต่างๆ

เพราะหากเปรียบนักศึกษาเหมือน “เพชร” ยิ่งบ่มเพาะประสบการณ์ความรู้มากเท่าไหร่ก็เหมือนเพชรผ่านการเจียระไนอย่างดีที่เพิ่มเหลี่ยมเพื่อเพิ่มความแวววาว ซึ่งเท่ากับเพิ่มมูลค่าให้กับตนเอง มหาวิทยาลัย รวมทั้งประเทศชาติต่อไป

แต่สิ่งที่เราอดห่วงไม่ได้และต้องขอฝากไว้คือ เมื่อ เติบเต็มในส่วนของ “มูลค่า” แล้วต้องไม่ละเลยหรือมองข้ามสิ่งที่สำคัญกว่า คือ “คุณค่า”ของตัวเองและสิ่งดีงามต่างๆ ที่หลอมรวมความเป็นคนไทยที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เพราะหากหลงติดกับดักของความเจริญทางวัตถุในโลกยุคทุนนิยม จนลืมรากเหง้าของความเป็นไทย

แน่นอนการจะก้าวเข้าไปสู่การแข่งขันในเวทีโลก การเรียนรู้ที่จะเพิ่มมูลค่าย่อมเป็นเรื่องสำคัญ

แต่หัวใจที่จะทำให้ผงาดอยู่บนเวทีโลกอย่าง “มั่นคง” และ “ยั่งยืน” ได้ คือ “คุณค่า” และเอกลักษณ์ในความเป็นคนไทย More >

‘นำยุทธ’ฝากการบ้านอธิการใหม่

รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า จากที่ตนครบวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี และขณะนี้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการสรรหาอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นอธิการบดี มทร.ธัญบุรี คนต่อไป ตนจึงอยากฝากให้ช่วยผลักดันและสานต่องานในหลายเรื่องที่เห็นว่ามีความสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เท่าที่ได้รับฟังจากบุคคลภายนอกทั้งในแวดวงการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงภาคสังคม ต่างเห็นว่าการดำเนินงานของ มทร.ธัญบุรี ที่ผ่านมานี้ได้เดินมาถูกทางแล้ว จึงอยากให้รักษารายละเอียดและมาตรฐานไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ซึ่งจะต้องพัฒนาให้สูงยิ่งๆ ขึ้นเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ

อดีตอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า หากสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักศึกษาขึ้นไปได้อีก ย่อมเป็นการเพิ่มศักยภาพและโอกาสให้กับนักศึกษาในการเข้าทำงานมากขึ้นไปด้วย แต่การจะเพิ่มศักยภาพของนักศึกษาได้นั้นต้องมีปัจจัยหลักในเรื่องอาจารย์ โดยมหาวิทยาลัยจะต้องผลักดันให้อาจารย์ในแต่ละคณะได้มีโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ที่ผ่านมาการเรียนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ มทร.ธัญบุรี เป็นที่ยอมรับจากสถานประกอบการค่อนข้างมาก ดังนั้นจะต้องไม่หยุดนิ่ง เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ต้องให้นักศึกษาเมื่อจบออกไปสามารถการันตีได้ว่าปฏิบัติงานได้จริง ที่สำคัญกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้นักศึกษาได้ร่วมปฏิบัติในขณะที่อยู่ในมหาวิทยาลัย จะต้องมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้มีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่สถานประกอบการต่างต้องการ More >

กระตุ้นจ่ายหนี้คืนกยศ.

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวถึงกรณีปัญหาการไม่ชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ของนักศึกษา ว่า ในส่วนของ มทร.ธัญบุรีได้ปฐมนิเทศนักศึกษาที่กู้ยืมเงินกยศ. เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ทราบว่าเงินดังกล่าวเป็นภาษีของประชาชน เมื่อได้มาต้องใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าเพื่อการศึกษาเท่านั้น ทั้งนี้ระหว่างศึกษา มทร.ธัญบุรียังสร้างจิตสำนึก เช่น นำนักศึกษาเหล่านี้มาช่วยงานกิจกรรมต่างๆ หรือช่วยงานในสำนักงานฝ่ายบริการและสวัสดิการนักศึกษา ซึ่งดูแลเรื่องกองทุนกยศ.อย่างสม่ำเสมอ แม้กระทั่งก่อนสำเร็จการศึกษา มทร.ธัญบุรียังปัจฉิมนิเทศ กระตุ้นนักศึกษาชำระหนี้คืนให้กองทุนกยศ. เพื่อให้นำเงินเหล่านั้นไปต่อยอดให้รุ่นน้องได้กู้ยืมเงินเรียนต่อไป

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า ข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย วันที่ 30 ก.ย.55 พบว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการมีนักศึกษาของ มทร.ธัญบุรี กู้เงินผ่านกยศ.ทั้งสิ้น 21,081 คน มีผู้กู้ชำระเงินคืนปกติ 9,029 คน คิดเป็น 42.83 เปอร์เซ็นต์ ผู้กู้ค้างชำระเงินบางส่วน 11,207 คน คิดเป็น 53.16 เปอร์เซ็นต์ และผู้กู้ค้างชำระเงินทั้งจำนวน 845 คน คิดเป็น 4.01 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่านักศึกษา มทร.ธัญบุรี ค้างชำระเงินน้อยมาก More >

มทร.ธัญบุรีรับมี4%ชักดาบกยศ.

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวถึงกรณีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประสบปัญหานักศึกษาที่กู้ยืมเงินไม่ชำระหนี้ให้แก่กองทุน ว่า ตั้งแต่ กยศ.เริ่มโครงการครั้งแรกเมื่อปี 2539 มทร. ธัญบุรี ก็ได้จัดปฐมนิเทศนักศึกษาที่กู้ยืมเงินจาก กยศ. โดยปลูกจิตสำนึกให้นักศึกษาได้รับทราบว่าเงินดังกล่าว เป็นเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นเงินที่ได้รับมานั้น จะต้องใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และเพื่อการศึกษาเท่านั้น รวมถึงก่อนสำเร็จการศึกษาก็จะมีการจัดงานปัจฉิม นิเทศ เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาที่กู้เงินชำระหนี้คืนให้แก่กองทุน กยศ. โดยเน้นย้ำให้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่ต้องทำเมื่อมีงานทำ เพื่อที่ กยศ.จะได้นำเงินเหล่านั้นไปต่อยอดในการที่จะเปิดโอกาสให้รุ่นน้องได้กู้ยืมเงินเรียนต่อไป

“เมื่อนักศึกษามีโอกาสได้สำเร็จการศึกษา มีอนาคตหน้าที่การงานที่ดีแล้ว ควรจะเปิดโอกาสให้คนข้างหลังเช่นกัน ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย ณ วันที่ 30 กันยายน 2555 พบว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการมีนักศึกษาของ มทร.ธัญบุรี กู้เงินผ่าน กยศ.ทั้งสิ้น 21,081 คน มีผู้ชำระเงินคืนปกติ 9,029 คน คิดเป็น 42.83% ผู้ค้าง ชำระเงินบางส่วน 11,207 คน คิดเป็น 53.16% และ ผู้ค้างชำระเงินทั้งจำนวน 845 คน คิดเป็น 4.01% ซึ่งจากตัวเลขที่ปรากฏนี้จะเห็นว่านักศึกษาของ มทร. ธัญบุรี ค้างชำระเงินทั้งจำนวนน้อยมาก ซึ่ง มทร.ธัญบุรีจะพยายามกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกให้แก่นักศึกษาในการคืนเงินให้กองทุน กยศ.มากขึ้น” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว. More >

สพภ.ลงนามร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษา’การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน’

จรัส พิบูลย์ปุญญโชติ/รายงาน

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการภายใต้กิจกรรมพัฒนาการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน ร่วมกับสถาบันการศึกษา 5 แห่ง ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 เวลา 09.30-12.00 น. ณ ห้อง BB 401 โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ร่วมเป็นพันธมิตรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และเพื่อให้เกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (สพภ.) กล่าวว่า สถาบันการศึกษามีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้กระบวนการศึกษาวิจัย บุคลากรและเครื่องมืออุปกรณ์ในการดำเนินงาน สามารถดำเนินการได้ในหลายพื้นที่พร้อมกัน มีหน่วยงานเฉพาะดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฐานทรัพยากรชีวภาพ ที่ตรงกับความต้องการของ สพภ. สามารถสร้างการยอมรับ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ในปี 2555 ที่ผ่านมา สพภ.ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน ทั้งการพัฒนาศักยภาพชุมชนด้านการผลิตและการตลาด ตลอดจนการส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้มีโอกาสจัดแสดงและจำหน่ายในช่องทางต่างๆ จนสามารถเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจได้ ซึ่งภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงฯ สำนักงานและสถาบันการศึกษา จะได้ดำเนินการจัดทำแผนงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมในการดำเนินงานร่วมกัน โดยดำเนินกิจกรรมโครงการภายใต้ “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน” (Bio Excellent Center) ที่จะจัดตั้งในสถาบันการศึกษาเครือข่าย เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน

โดยสาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ คือ 1.มุ่งยกระดับความร่วมมือด้านวิจัย และบริการวิชาการ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนให้มีความเข้มแข็ง โดยเน้นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน 2.การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ ความช่วยเหลือด้านการวิจัยและงานวิชาการอื่นๆ รวมทั้งบุคลากรระหว่าง สพภ. กับ มหาวิทยาลัย โดยทั้งสองฝ่ายตกลงจะร่วมกันสนับสนุนงบดำเนินงานซึ่งจะได้ร่วมกำหนดในรายละเอียดต่อไป 3.แนวทางความร่วมมือ ประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน, การสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการ การวิจัยเพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์จากฐานทรัพยากรชีวภาพให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายที่จะนำไปสู่ศูนย์การเรียนรู้ และขยายแนวคิดเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน รวมทั้งประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสาร ผลการดำเนินโครงการไปสู่สาธารณชนในวงกว้าง และการร่วมจัดกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือมีส่วนสนับสนุนการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงนี้ หรือตามที่หน่วยงานทั้งสองจะได้พิจารณาเห็นสมควรหรือเห็นชอบร่วมกัน

การดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ของ สพภ.ที่สำคัญ คือ การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยมีแผนงานในการพัฒนาขีดความสามารถของชุมชนในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยการส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนได้รู้จักและเห็นคุณค่าของทรัพยากรชีวภาพที่มีอยู่ในชุมชน สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน นำไปสู่การสร้างงาน รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มแผนงานเศรษฐกิจชุมชน

นายศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส กล่าวเสริมว่า นอกจากกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ แล้ว ในปี 2556 สพภ.ยังร่วมกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนที่มีศักยภาพให้เป็น “ศูนย์พัฒนาการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพชุมชน” หรือศูนย์เรียนรู้ชุมชนจำนวน 3 แห่ง คือ ต.กุดบาก อ.กุดบาก จ.สกลนคร, ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน และ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการบริหารจัดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายผลไปสู่ชุมชนเครือข่ายอื่นๆ

สพภ.คาดหวังว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการและความเชี่ยวชาญของบุคลากร ในการเพิ่มขีดความสามารถของชุมชน การยกระดับมาตรฐานการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตลอดจนส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ให้สามารถเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความตระหนักและสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ในรูปแบบสมัชชาต่อไป More >

‘นำยุทธ’ฝากงานอธิการ มทร.คนใหม่

รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากตนครบวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี ในวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา และ รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นอธิการบดี มทร.ธัญบุรี คนต่อไป ซึ่งตนอยากฝากให้ท่านช่วยผลักดันและสานต่องานในหลายๆ เรื่องที่เห็นว่ามีความสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เท่าที่ได้รับฟังจากบุคคลภายนอกทั้งในแวดวงการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงภาคสังคมต่างเห็นว่าการดำเนินงานของ มทร.ธัญบุรี ที่ผ่านมานี้ได้เดินมาถูกทางแล้ว จึงอยากให้รักษารายละเอียดและมาตรฐานที่ได้ทำเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานการศึกษานอกจากจะไม่ลดลงแล้ว จึงจะต้องพัฒนาให้สูงยิ่งๆ ขึ้นเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ

รศ.ดร.นำยุทธ กล่าวอีกว่า หากสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักศึกษาขึ้นไปได้อีก แน่นอนย่อมเป็นการเพิ่มศักยภาพ และโอกาสให้กับนักศึกษาในการเข้าทำงานมากขึ้นไปด้วย แต่การจะเพิ่มศักยภาพของนักศึกษาได้นั้นก็ต้องมีปัจจัยหลักในเรื่องของ อาจารย์ โดยมหาวิทยาลัยจะต้องผลักดันให้อาจารย์ในแต่ละคณะได้มีโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ที่ผ่านมาการเรียนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ มทร.ธัญบุรี ไม่น้อยหน้าใคร และเป็นที่ยอมรับจากสถานประกอบการค่อนข้างมาก ดังนั้นเราจะต้องไม่หยุดนิ่งเพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ต้องให้นักศึกษาที่เข้ามาเรียนเมื่อจบออกไปแล้วสามารถการันตีได้ว่าปฏิบัติงานได้จริง ที่สำคัญกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้เด็กได้ร่วมปฏิบัติในขณะที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยนั้น จะต้องมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้เด็กมีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะสิ่งนี้คือองค์ประกอบหลักที่สถานประกอบการต่างต้องการ

รศ.ดร.นำยุทธ กล่าวด้วยว่า เรื่องสุดท้ายที่ตนอยากให้เตรียมความพร้อมก็คือ เนื่องจากในปี 2559 มีการกำหนดไว้ว่า มทร.ธัญบุรี จะก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ ดังนั้นจะต้อง เตรียมความพร้อมให้ดี และแม้ว่าในอนาคตมหาวิทยาลัยอาจจะต้องออกนอกระบบเพื่อลดเงื่อนไขและข้อจำกัดในการบริหารงาน และการส่งเสริมการจัดการศึกษาให้เกิดความคล่องตัว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคงรักษาเรื่องความโปร่งใสที่เป็นจุดแข็งของระบบราชการเอาไว้ด้วย More >

สุดยอดเก้าอี้เข็นคนไข้ ฝีมือคนไทย

งานมหกรรมกระทรวงวิทย์ฯ 2556 เปิดโซนเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างสุดยอด พบกับรายละเอียดวิวัฒนาการทางการแพทย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเชิญชมนวัตกรรมเครื่อง MRI และเครื่อง CT SCAN จำลองเสมือนจริง สามารถตรวจค้นเซลล์มะเร็งในร่างกาย พร้อมชมเก้าอี้เข็นคนไข้ฝีมือคนไทย พร้อมสรรสาระด้านการแพทย์หลากรูปแบบที่ ไบเทค บางนา

การจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในปีนี้ มีหลากหลายโซนที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะโซนการแสดงด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยองค์ประกอบของโซนนี้อยู่ที่การเผยแพร่ เรื่องราววิวัฒนาการทางการแพทย์ของบุคคลสำคัญของโลก ตั้งแต่ก่อนสมัยคริสตกาลไปจนถึงปัจจุบัน อาทิ ฮิมโฮเทป (Imhotep) ชาวอียิปต์ ถือเป็นเทพเจ้าทางการแพทย์ที่เขียนตำราแพทย์ลงบนกระดาษที่ชื่อว่า “ดิอีเบอร์ปาปิรุส” หรือในปี 1628 มีนักวิทยาศาสตร์ชื่อ วิลเลียม ฮาร์วี ผู้ค้นพบว่าเลือดของเรามีการไหลเวียนไปในทางเดียวกัน และมีการไหลเวียนในหลอดเลือด และฮาร์วี ก็เรียก “หัวใจ” เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ปั๊มหรือสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ซึ่งผู้ชมงานจะได้เพลิดเพลินกับความรู้เพิ่มเติมประวัติศาสตร์วิวัฒนาการทางการแพทย์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และบุคคลสำคัญทางการแพทย์ ที่มีชื่อเสียง ที่มีบทบาทสำคัญทำให้วงการแพทย์เจริญก้าวหน้าเป็นที่ยอมรับอย่างสากล

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ในการรักษา โดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องตรวจสุขภาพ MRI และเครื่องตรวจมวลสภาวะของกระดูก CT SCAN ที่ใช้ตรวจโรคร้ายแรงได้อย่างละเอียด อาทิ การตรวจก้อนเนื้องอกของมะเร็งและอวัยวะภายในต่างๆ การตรวจต่อมน้ำเหลือง การตรวจรอยแตกร้าวของกระดูกหักหรือข้อต่อต่างๆ ซึ่งมีการจำลองตัวเครื่องเสมือนจริงมาให้ชมกันอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้จำลองการทำงานให้คนไข้สอดตัวผ่านอุโมงค์ (MRI) ที่ใช้ในการตรวจหาโรคร้ายที่ให้ผลที่ชัดเจนแม่นยำ แต่ไม่ส่งผลต่อร่างกายของคนไข้แต่อย่างใด

ในโซนนี้ยังมีการจัดแสดงเก้าอี้เข็นคนไข้ที่เป็นฝีมือคนไทย ซึ่งได้มีการพัฒนาโดยทีมนักศึกษาและคณาจารย์จากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตธัญบุรี ซึ่งเป็นเก้าอี้เข็นคนไข้ที่ผลิตในประเทศ แต่มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ดี มีสมรรถนะการใช้งานคงทน แต่มีราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศเกือบเท่าตัว ซึ่งถือเป็นการช่วยคนไข้ให้มีทางเลือกในราคาที่เหมาะสม ภายในโซนยังมีการจัดแสดงยาสมุนไพร และต้นไม้สมุนไพรหลากหลายชนิด มีการจัดนิทรรศการการให้ความรู้เกี่ยวกับวงการแพทย์แผนไทย ที่ให้รายละเอียดเรื่องราวของ การนวดแผนไทย การนวดประคบ รวมถึง มีสวนสมุนไพรจำลอง ที่นำพืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการรักษาต่างๆ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยขนานแท้ ที่คนรุ่นใหม่ๆ อาจจะไม่ทราบว่าใช้รักษาโรคได้ ซึ่งมีพืชหลากหลายชนิด ที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพืชผักสวนครัว แต่มีสรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆ ได้ อาทิ กะเพรา กระเจี๊ยบ ต้นกระทืบโรง เป็นต้น อื่นๆ ที่น่าสนใจอย่างเช่น นิทรรศการเทคโนโลยีทางการแพทย์ในอนาคต อย่างเช่น เรื่องของเซลล์ต้นกำเนิดสเต็มเซลล์ และนวัตกรรมการรักษาจากเซลล์ต้นกำเนิด หรือในเรื่องของศาสตร์ทางด้านการฝังเข็ม ซึ่งจัดโดยการแพทย์แผนจีน จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ การแสดงหุ่นกายวิภาคร่างกายมนุษย์ โดยการแพทย์อายุรเวท มหาวิทยาลัยรังสิต

ทั้งนี้ เทคโนโลยีและสาระความรู้ที่หลากหลายเหล่านี้ รอให้คุณได้สัมผัส ได้แล้วที่งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2556 ได้แล้วที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา และนิทรรศการเทคโนมาร์ทตั้งแต่บัดนี้-18 ส.ค.นี้ ที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์ More >

ภาพข่าว: เพชรราชมงคล

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พล.อ.อ.ภคชาติ กฤษณะพันธุ์ ที่ปรึกษามหาวิทยาลัย ร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาโครงการเพชรราชมงคลธัญบุรี เพื่อให้นักศึกษาผู้มีความสามารถพิเศษได้เพิ่มพูนความรู้และโลกทัศน์กว้างขวางขึ้น More >

‘นำยุทธ’ฝากการบ้านอธิการใหม่

รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า จากที่ตนครบวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี และขณะนี้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการสรรหาอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นอธิการบดี มทร.ธัญบุรี คนต่อไป ตนจึงอยากฝากให้ช่วยผลักดันและสานต่องานในหลายเรื่องที่เห็นว่ามีความสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เท่าที่ได้รับฟังจากบุคคลภายนอกทั้งในแวดวงการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงภาคสังคม ต่างเห็นว่าการดำเนินงานของ มทร.ธัญบุรี ที่ผ่านมานี้ได้เดินมาถูกทางแล้ว จึงอยากให้รักษารายละเอียดและมาตรฐานไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ซึ่งจะต้องพัฒนาให้สูงยิ่งๆ ขึ้นเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ

อดีตอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า หากสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักศึกษาขึ้นไปได้อีก ย่อมเป็นการเพิ่มศักยภาพและโอกาสให้กับนักศึกษาในการเข้าทำงานมากขึ้นไปด้วย แต่การจะเพิ่มศักยภาพของนักศึกษาได้นั้นต้องมีปัจจัยหลักในเรื่องอาจารย์ โดยมหาวิทยาลัยจะต้องผลักดันให้อาจารย์ในแต่ละคณะได้มีโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ที่ผ่านมาการเรียนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ มทร.ธัญบุรี เป็นที่ยอมรับจากสถานประกอบการค่อนข้างมาก ดังนั้นจะต้องไม่หยุดนิ่ง เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ต้องให้นักศึกษาเมื่อจบออกไปสามารถการันตีได้ว่าปฏิบัติงานได้จริง ที่สำคัญกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้นักศึกษาได้ร่วมปฏิบัติในขณะที่อยู่ในมหาวิทยาลัย จะต้องมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้มีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่สถานประกอบการต่างต้องการ More >

โปรดเกล้าฯ’ประเสริฐ’อธิการบดีมทร.ธัญบุรี

นายสุเมธ แย้มนุ่น นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรีเปิดเผยว่า ตามที่สภา มทร.ธัญบุรี ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.56 ให้มีการเสนอรายชื่อของ นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐเพื่อเสนอขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มทร. ธัญบุรีแทนนายนำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 14 ส.ค.56 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดทาง มทร.ธัญบุรี ได้รับแจ้งจากสำนักนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องดังกล่าว ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯและประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ นายประเสริฐ เป็นอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมาซึ่งนายประเสริฐ สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรี อย่างถูกต้องตามกฎหมายนับแต่วันที่ 15 ส.ค.เป็นต้นมา

“หลังจากนี้ นายประเสริฐ จะต้องจัดระบบการบริหารมหาวิทยาลัย โดยการแต่งตั้งทีมบริหาร ทั้งในตำแหน่งรองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดี เพื่อเข้ามาช่วยกันทำงาน ขณะที่สภามหาวิทยาลัย ต้องการให้อธิการบดีคนใหม่ เข้าไปนำเสนอแผนการดำเนินงานในช่วง 4 ปีที่เข้ามาอยู่ในตำแหน่งว่าจะทำอะไร อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงที่มีการสรรหา นายประเสริฐ และผู้เข้ารับการสรรหาท่านอื่นๆ อาจจะได้มีการแสดงวิสัยทัศน์กันไปบ้างแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงภาพกว้างๆ สิ่งที่จะต้องนำเสนอสภามหาวิทยาลัย ครั้งนี้ต้องเป็นแผนเชิงลึก ลงรายละเอียดของแผนงานที่จะทำในแต่ละปีจะเป็นเหมือน พันธสัญญา หรือข้อตกลงที่อธิการบดี มทร. ธัญบุรี ทำไว้กับสภามหาวิทยาลัย ว่าตั้งใจจะทำอะไรบ้าง ซึ่งสภามหาวิทยาลัย จะได้ประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นรายปี ไปว่าได้มีการดำเนินงานตามที่ตกลงไว้หรือไม่ด้วย” นายสุเมธ กล่าว More >