English+Thai

Troubled SMEs encouraged to enter rehab

SMEs that are unable to carry on their businesses should not be shy about entering a rehabilitation process,according to the Office of Small and Medium Enterprise Promotion.

Speaking at a seminar to promote the newly amended Bankruptcy Act to small and medium-sized enterprises, OSMEP director-general Salinee Wangtal said they must acknowledge that rehabilitation is an acceptable option.

SMEs should know that even if they are in rehabilitation, they can run their businesses without worrying about additional legal action by creditors thanks to the amended act, which came into force on May 25.

“We have found that troubled enterprises relied on fixed costs too much. In the new normal, SMEs must adjust their scale in line with their actual sales. OSMEP and their partners could help them seek new business models,” she said. More >

วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี วิจัยฤทธิ์ของสารสกัดว่านสากเหล็กต่อการต้านอนุมูลอิสระ Researchers from RUMTT’s Thai Traditional Medicine College Discovered Anti-oxidant Properties in a Local Herb

นางสาวรุ้งนภา เขียวยศ, นายศิริศักดิ์ ยนต์ชัย, นางสาวขนิษฐา นาคเกลี้ยง นักศึกษาและอาจารย์สิริภัทร ชมัฒพงษ์ และ อาจารย์อรษา  ชัยชุมพร อาจารย์ที่ปรึกษา จาก ภาควิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยผู้วิจัยเปิดเผยว่า ว่านสากเหล็กเป็นพืชล้มลุก ลักษณะคล้ายพืชพวกปาล์ม ใบเรียงสลับติดกันที่โคนต้น แผ่นใบเป็นรูปขอบขนานแกมรูปหอกพับเป็นร่องๆ ตามยาวคล้ายใบปาล์ม ปลายใบเรียวแหลมโคนใบสอบแคบแผ่กว้างหุ้มลำต้น ดอกมี 6 กลีบ สีเหลืองดอกออกรวมกันแน่น เป็นช่อรูปทรงกระบอกปลายแหลม ผลแก่สีขาวถึงแดง ขยายพันธุ์ โดยการใช้เมล็ด พบแพร่กระจายในพม่า ตอนใต้ของไทย หมู่เกาะมาเลเซียและบอร์เนียว ทุกๆส่วนของต้นว่านสากเหล็กสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย รวมทั้งมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่สำคัญโดยเฉพาะฤทธิ์ต้านการอักเสบ รักษาแผลพุพอง หนอง ลดอาการเจ็บปวด บวม นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาขัดผิว แก้ฝ้าจุดด่างดำ More >

คอลัมน์ ช่องทางทำกิน: ‘ข้าวเม่าหมี่ข้าวกล้อง’อาหารพื้นบ้านสู่สไตล์สากล (“Khao Mao Mee” Traditional Thai Menu Gets a Makeover)

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / สุนิสา ธนพันธสกุล : ภาพ

“ข้าวเม่าหมี่” เป็นอาหารไทยโบราณพื้นบ้านที่เด็กสมัยก่อนชื่นชอบ ลักษณะของข้าวเม่าหมี่จะทอดจนมีสีเหลืองนวล ผสมน้ำตาลทราย กุ้งแห้ง ถั่วลิสง และเต้าหู้ทอดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่กระเทียมเจียวที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่ใส่สีและสารกันบูด ณ ปัจจุบันหากจะหารับประทาน ยากแสนยาก แต่วันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน”มีสูตรการทำมานำเสนอ…

อาจารย์ชมุค พรรณดวงเนตร อาจารย์ประจำภาควิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นผู้ประยุกต์ปรับปรุงเมนูอาหารไทยพื้นบ้านดังกล่าวนี้ให้เป็นเมนูจานใหม่ คิดทำ “ข้าวเม่าหมี่จากข้าวกล้องงอก” จากอาหารไทย สร้างให้เป็นสไตล์สากล เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน และเพื่อเผยแพร่ให้เด็กไทยยุคนี้ได้รู้จักและสามารถรับประทานได้ และก็น่าช่วยสร้างอาชีพให้คนไทยได้ด้วย

ที่มาของเมนูนี้ อ.ชมุค เล่าให้ฟังว่า มาจากการทำวิจัยในต่างจังหวัด ที่ชาวบ้านต้องการสร้างมูลค่าเพิ่ม “ข้าวกล้องงอก” ซึ่งข้าวกล้องงอกถือว่าเป็นนวัตกรรมหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะเป็นข้าวที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟิโนลิคที่ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า ชะลอความแก่ และสารออริซานอลที่ช่วยควบคุมระดับ-ลดอาการผิดปกติของวัยทอง ที่สำคัญที่ต้องเน้นเป็นพิเศษคือ สารกาบา (GABA) ซึ่งกาบาเป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญที่ทำหน้าที่สื่อสารประสาท ปัจจุบันวงการแพทย์มี การใช้สารกาบา รักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาทหลายโรค เช่น ช่วยป้องกันโรค อัลไซเมอร์ ช่วยให้ผ่อนคลาย ทำให้จิตใจสงบ ลดความเครียดวิตกกังวล ลดความดันโลหิต และในข้าวนี้ยังมีเส้นใยอาหาร ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันมะเร็งลำไส้ และลดอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี ช่วยลดการเหี่ยวย่นของผิว More >

เด็ก วิทยา มทร.ธัญบุรี เจ๋ง ผลิตเครื่องช่วยนวดคนตาบอด Learning Tool for the Visually Disabled: RMUTT Student Invention

จากความต้องการของศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอดธนบุรี สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิส่งเสริมอาชีพคนตาบอด มีความต้องการให้ผู้พิการทางสายตาที่ได้เรียนรู้และฝึกฝนการนวดได้ด้วยตนเองเนื่องจากการนวดแผนไทยเป็นที่นิยมและถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดโรค สนับสนุนให้ผู้พิการทางสายตาได้มีอาชีพนวด เป็นการให้โอกาสผู้พิการได้มีการฝึกฝนการนวดไทย เป็นเครื่องช่วยสอนแก่ครูสายตาปกติที่เป็นผู้สอนนวดในชั้นเรียนให้แก่ผู้พิการทางสายตา เป็นเครื่องเรียนรู้แทนครู โดยผู้พิการทางสายตาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นส่วนตัว และเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์การนวดแผนไทย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย “ก๊อต” นายกฤษณะ โภควัฒน์ “ไนช์” นายณัฐชนน กมลโต “ฝ้าย”นางสาวกมลชนก อดิเรกธนสาร และ “แอร์” นางสาวมัณฑนา ปานสังข์ ได้คิดค้นและผลิต “เครื่องช่วยเรียนรู้การนวดไทยสำหรับผู้พิการทางสายตา” ขึ้นมา โดยมี รศ.ดร.สุวรินทร์ ปัทมวรคุณ และ อาจารย์จตุรพิธ เกราะแก้ว เป็นที่ปรึกษา จากประสิทธิภาพคุณสมบัติทำให้ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ต้นแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Contribution Award in Science) และรางวัลนวัตกรรมยอดนิยม (Popular Vote) โครงการ Brand’s GEN 6 ฉลาดคิดไร้ขีดจำกัด More >

เปิดใจ เจ้าของผลงาน คลิปลุงสุดเฟี้ยวที่สาวๆ ใจละลาย คลิปที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ในโลกออนไลน์ Young-at-heart Uncle’s Forever Romance: Video Clip Goes Viral Overnight with Over 140,000 “likes” on YouTube

“คลิปลุงสุดเฟี้ยวที่สาวๆ ใจละลาย” ยอดกดไลท์กว่า 140,000 ไลค์ใน youtube เพียงข้ามคืนได้รับการแชร์กว่า 10,000 แชร์ ในแฟนเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ถูกกล่าวถึงในเว็บไซต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Kapook , Sanook , Mthai จนได้รับเสียงชื่นชมในความสามารถ ซึ่งบางคนไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของนักศึกษา ซึ่งใครที่ได้ชมคลิปคิดว่าสร้างสรรค์โดยบริษัทโฆษณา ซึ่งเจ้าของคลิปดังกล่าวได้แก่ “ยอร์ช” นายสรศาสตร์ วิเศษสินธุ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 และ “แฟกซ์” นายคณิตกรณ์ ศรีมากรณ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 นักศึกษาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

เจ้าของไอเดียทั้งสอง เล่าว่า 1 เดือนในการเขียนบทเมื่อได้โจทย์ในการประกวดคลิปมา ซึ่งเป็นการประกวดหมึกพิมพ์ Compute ตนเองนึกถึงของสีหมึกพิมพ์ ที่ไม่มีวันจืดจาง เขียนเรื่องมา 3 เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ 1. วิธีเรียกแท็กซี่ให้อยู่มัด เรื่องที่ 2. การขอแต่งงานที่ห่วยที่สุดในโลก เรื่องที่ 3. วิธีเอาตัวรอดจากวินมอเตอร์ไซต์สุดซิ่ง ซึ่งทั้ง 3 เรื่อง ยังไม่โดนใจ เหมือนขาดอะไรหายไป ซึ่งตอนนั้นตั้งโจทย์ต่อไปอีกว่า อะไรที่ไม่จืดจาง “ความรัก” ก็พุ่งเข้ามาในหัว ความรักของคู่รักที่อยู่กันนาน “นานแค่ไหนไม่เคยจืดจาง” ตรงกับโจทย์ในการประกวด ในความเป็นคู่รักมีอะไรพิเศษในเรื่องของความรัก มีอะไรที่เซอร์ไพรส์ ตรงจุดสนใจของมนุษย์ทุกคน เพราะมนุษย์ทุกคนมีความรัก และเพราะรักคือการเติมเต็มให้ชีวิตมีคุณค่า เราจึงอยากที่จะมีรักและรักษารักไว้ให้นานที่สุด แต่การรักษาความรักไม่ให้จืดจางนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การได้เห็นคู่รักที่รักกันจนแก่ จึงเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ และแอบน่าอิจฉาอยู่ไม่น้อย จึงเป็นที่มาของ “ลุงเฟี้ยวที่สาวๆ ใจละลาย” More >

อธิการบดีมทรธัญบุรีลั่น.. พร้อมสู่มหา’ลัย แนวหน้า(จบ) Newly Appointed University President Reveals Strategies for Future Development (Part 3)

ผ่านไปแล้วสองตอนกับบทสนทนาของ “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ”อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีคนใหม่ โดยที่ผ่านมาได้พูดถึงเรื่องของแผนการดำเนินงานระยะสั้นที่ต้องสานต่อนโยบายอธิการบดีคนเก่า ประเดิมในเรื่องของการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงบัณฑิตที่จบออกไปต้องทำงานได้ และจะมีการพัฒนาสาขาวิชาที่เปิดการเรียนการสอนให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและตลาดอาเซียน

นอกจากนี้ยังจะทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข นักศึกษาจะมีความสุขและใช้เวลาในมหาวิทยาลัยมากขึ้น ทั้งนี้ จะทำห้อง Discuss Room เพื่อเป็นห้องไว้ให้เด็กใช้ประชุมหรืออภิปรายงานวิชาการกันและให้มีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คนต่อนักศึกษา30 คน เพื่อคอยให้คำปรึกษาทุกด้าน รวมถึงจัดทำสมุดความดีไว้คอยให้เด็กจดกิจกรรมที่ทำระหว่างที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัย และที่สำคัญยังจะมุ่งเน้นการบริหารการจัดการที่เป็นธรรมาภิบาล โดยจะให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเป็นกลไกในการทำงานร่วมกับอาจารย์ทุกคณะ More >

สบู่เอ็นพีนาโน (ซิลค์ทัช) “ผิวนุ่ม เนียน ใส ดุจใยไหม” ไร้สารเคมีผลงานวิจัยคนไทย (Invention: Smoother, Brighter, and Softer Skin with NP Nano Soap (Silk Touch))

จากการทดลองใช้ “สบู่เอ็นพีนาโน (ซิลค์ทัช)” ของกลุ่มทดลองใช้ 1-2 สัปดาห์ พบว่า เมื่อใช้สบู่ ทำให้ผิวนุ่ม เนียม ใส ดุจใยไหม สรรพคุณดีอย่างนี้ แถมปลอดภัยไร้สารเคมี ฝีมือการวิจัยและผลิตขึ้นจากความร่วมมือของ ผศ.ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งทอและนักวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี และ ผศ.นิพนธ์ วงษ์พานิช อดีตอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ม.ราชภัฎนครสวรรค์ จากนักวิจัย 2 ศาสตร์โดยมีรากฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บวกกับความเอาใจใส่ และความห่วงใยต่อผู้บริโภคทำให้เกิด สบู่เอ็นพีนาโน (ซิลค์ทัช) More >

อธิการคลองหกชูมหา’ลัยแห่งความสุข(2) Newly Appointed University President Reveals Strategies for Future Development (Part 2)

ฉบับนี้เรากลับมาตามต่อบทสนทนาของ”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คนใหม่ซึ่งเมื่อฉบับที่แล้วท่านได้พูดถึงแผนเบื้องต้นหลังจากมารับไม้ต่อจากอธิการบดีคนเก่าโดยจะสานต่อนโยบายเดิม ในเรื่องของการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงบัณฑิตที่จบออกไปต้องทำงานได้นอกจากนี้ ยังจะพัฒนาสาขาวิชาที่เปิดการเรียนการสอนให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและตลาดอาเซียน

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนจะเริ่มจากพัฒนาอาจารย์ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้วยการส่งไปทำงานกับภาคอุตสาหกรรมและทำงานวิจัยด้วยการหยิบยกปัญหาในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงจะปรับเปลี่ยนระเบียบการจ้างให้ผู้ที่มีความรู้ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมมาเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแล้ว นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยฯ มีแผนจะปลูกฝังให้นักศึกษามีความรับผิดชอบ เป็นคนตรงต่อเวลา เป็นคนสู้งาน มีความคิด เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อบุคคลรอบข้างและสังคมด้วยการจัดทำสมุดบันทึกความดีไว้ให้ลงระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัย และจะเน้นสอนหรือให้นักศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้น More >

อธิการฯมทร.ธัญบุรีคนใหม่เผยแผนพัฒนามหาวิทยาลัย (1) Newly Appointed University President Reveals Strategies for Future Development (Part 1)

ทีมข่าวการศึกษาสยามธุรกิจได้ข่าวมาจากทีมประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเกี่ยวกับทางมหาวิทยาลัยได้มีการสรรหาอธิการบดีคนใหม่และได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นผู้ที่รู้จักดีนั่นก็คือ”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ทางทีมงานฯ ก็ไม่รอช้ายกหูโทรศัพท์ไปเพื่อขอนัดหมายสัมภาษณ์ทันที ซึ่งก็ได้รับการตอบรับ

เมื่อวันเวลาที่นัดไว้มาถึงทางทีมงานก็ได้เดินทางไปถึง ณ ห้องรับรอง ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธัญบุรี ซึ่งเป็นคณะที่ท่านดำรงตำแหน่งคณบดีอยู่ก่อนที่จะมารับตำแหน่งอธิการบดี มทร.ธัญบุรีซึ่งทางทีมงานฯ ตื่นเต้นมากที่จะได้พบและพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับอธิการบดีคนใหม่แกะกล่อง นั่งรออยู่ไม่นาน”รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับหน้าตาที่ยิ้มแย้มอิ่มเอิบไปด้วยราศี พร้อมกับกล่าวทักทายทีมงานฯ โดยไม่ทันตั้งตัวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและไพเราะ

การสนทนาเริ่มขึ้นหลังจากอธิการบดีนั่งพักหายเหนื่อยแล้ว โดย “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ” ได้เริ่มเล่าให้ฟังว่า”แผนนโยบายของตนนั้น ต้องใช้คำว่าสานงานต่อจาก รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีคนเก่า ซึ่งในนโยบายหลักคือจะผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็จะทำให้บัณฑิตของเราทำงานได้ นอกจากนี้ก็จะพัฒนาสาขาที่จะเปิดการเรียนการสอนสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและอาเซียน และต้องให้นักศึกษาเก่งเรื่องของภาษา”

“การขับเคลื่อนของมทร.ธัญบุรีต่อจากนี้ไปอีก 4 ปี ก็จะเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งอาจารย์ต้องผ่านการฝึกงานจากสถานประกอบการ โดยการฝึกงานของอาจารย์จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับที่ 1 ให้อาจารย์เข้าไปฝึกงานในสถานประกอบ2-3 อาทิตย์ แล้วกลับมาสอนหนังสือ,ระดับที่ 2 อาจารย์เข้าไปฝังตัวในภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศหรืออาเซียนเป็นเวลา 1 เดือน และระดับที่ 3 ให้อาจารย์พักการเรียนการสอนเป็นเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อทำผลงานวิชาการ หรือไปฝึกงานในภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ที่ได้ในการไปฝึกงานในสถานประกอบการมาสอนให้กับนักศึกษา นอกจากนี้เราจะมุ่งเน้นผู้มีความรู้จากสถานประกอบการมาเป็นครู กล่าวคือเราจะขอปรับเปลี่ยนระเบียบการจ้างหรือเทียบโอน ประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมมาเป็นครูเพื่อให้มีประสบการณ์มาสอนเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กได้เข้าใจและเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติ”

“เราจะมุ่งเน้นงานวิจัยของครูเฉพาะทางหรือเชิงลึกที่จะตอบโจทย์ปัญหาของภาคอุตสาหกรรม แล้วงานวิจัยต่อจากนี้ไปของครูต้องนำปัญหาของภาคอุตสาหกรรมมาทำงานวิจัย และต้องต่อยอดไปในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย นั่นก็คืองานวิจัยของครูต้องนำไปใช้งานจริงได้ รวมถึงโปรเจกต์นักศึกษาต้องนำมาจากปัญหาของภาคอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งจากการที่อาจารย์ไปฝังตัวในภาคอุตสาหกรรมก็จะเจอปัญหาต่างๆ แล้วนำปัญหานั้นๆ มาให้นักศึกษาทำเป็นโปรเจกต์ย่อยๆ และเมื่อมารวมก็จะเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหญ่ที่สามารถใช้งานในภาคอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ โปรเจกต์ของนักศึกษาต่อนี้ไปจะไม่ใช่โปรเจกต์ทางเดียว แต่จะนำหลายๆ ศาสตร์มารวมเป็นโปรเจกต์”

“รศ.ดร.ประเสริฐ” กล่าวต่อไปอีกว่า”เราจะมุ่งพัฒนาเด็กไม่ให้เก่งเฉพาะทางวิชาการแต่เรามุ่งพัฒนาเด็กด้านทักษะพูดง่ายๆ ว่า นอกจากบัณฑิตเราจะมีงาน

วิชาการและเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติแล้วเราจะฝึกอบรมให้เด็กของเรามีความรับผิดชอบ เป็นคนตรงต่อเวลา เป็นคนสู้งานมีความคิดเอื้อเฟื้อต่อบุคคลรอบข้างและสังคม นั่นก็คือ เราจะพัฒนาอีกด้านหนึ่งของเด็กด้วยนอกจากงานวิชาการ ซึ่งเราอยากเห็นบัณฑิตของเราสมบูรณ์ทั้งงานวิชาการและความรับผิดชอบ ทั้งนี้เราจะให้เด็กมีสมุดบันทึกความดีที่อยู่กับมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นสมุดบันทึกกิจกรรมนักเรียนที่จะไว้บันทึกว่าเด็กเข้าชมรมอะไรได้รางวัลอะไร เด็กได้ฝึกอบรมอะไรในระหว่างเรียนอยู่กับเราตลอดเวลา 4 ปีเพื่อเป็นสิ่งหนึ่งหลังจากจบออกไปแล้วเวลาไปสมัครงานสถานประกอบการจะนำไปดูประกอบการพิจารณาได้นอกจากความคิดแล้วต้องดูสมุดบันทึกกิจกรรมของนักศึกษา ซึ่งผมเชื่อว่าสมุดบันทึกความดีเล่มนี้จะเอื้อให้กับเด็กมีงานทำหลังจากจบและจะทำให้เด็กสนใจเข้าชมรมหรือทำกิจกรรมระหว่างเรียนมากขึ้น เราจะฝึกอบรมในสาขาต่างๆ เมื่อเด็กเข้าไปอบรมก็จะได้ลงในสมุดบันทึก อย่างไรก็ตามเราอยากจะเห็นเด็กทำกิจกรรมกับสังคมมากขึ้น”

“จากนี้ไปมทร.ธัญบุรีจะมีการพัฒนาบุคลากร อาจารย์ และนักศึกษาและอีกส่วนหนึ่งจะปฏิรูปการเรียนการสอนกล่าวคือเด็กในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่จะฟังครูสอนอย่างเดียว แต่ครูจะใช้ประสบการณ์จากงานวิจัย วิชาการมาถ่ายทอดในองค์รวมแล้วก็จะใช้ทักษะประสบการณ์ครูมาสอนมากกว่ามาพูดหน้าชั้นเรียนเพียงอย่างเดียวและจะเปลี่ยนการเรียนรู้เด็กจะมีสื่อหรือเอกสารเป็นอีบุ๊กหรืออีเลิร์นนิ่งให้เด็กได้เรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้นเด็กจะทำชิ้นงานมาส่งครูแต่ใช้เวลานอกห้องเรียน เด็กจะใช้เวลานอกห้องเรียนในการหาความรู้มากกว่าในห้องเรียนและครูจะใช้การสอนในห้องเรียนไม่มากแต่จะให้เด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้นก็จะเป็นส่วนหนึ่ง เราจะสอนให้น้อยแต่ให้เด็กเกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้มากยิ่งขึ้น”

น่าเสียดายการสนทนากับ “รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ”กำลังเข้มข้นเลยทีเดียวแต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด อย่างไรก็ตาม คอยติดตามอ่านต่อฉบับหน้าแล้วกันรับรองว่าเนื้อหายังคงเข้มข้นเหมือนเดิมแน่นอนแล้วพบกัน More >

มทร.ธัญบุรีฟุ้ง สาขาอาหารและโภชนาเจ๋ง สถานประกอบการแห่ร่วมมือเพียบ (Increasing Enrollment Interest for Faculty of Home Economics Technology)

น.ส.จีรวัฒน์ เหรียญอารีย์ คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า  ขณะนี้คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ได้รับความสนใจจากนักเรียนสมัครเข้าศึกษาต่อเป็นจำนวนมาก โดยในปีการศึกษา 2556 มีผู้สนใจสมัครเข้าเรียนต่อในสาขาอาหารและโภชนาการ 500 คน แต่คณะฯไม่สามารถรองรับความต้องการของนักเรียนที่จะเข้าเรียนต่อได้หมด โดยในสาขานี้หลักสูตร4 ปี สามารถรับได้ประมาณ 90 คน ส่วนหลักสูตรเทียบโอน 2 ปี รับได้ประมาณ 60 คน  ซึ่งหลักสูตรนี้ จะเน้นการเรียนการสอนด้าน Cooking  Nutrition และ Science  โดยการทำอาหารจะต้องมีการเชื่อมโยงในเรื่องของโภชนาการ วิทยาการประกอบอาหาร วิทยาการทางการอาหาร จุลชีวะ หรือสุขาภิบาล  ส่วนสาขาอุตสาหกรรมอาหารมีผู้สมัครประมาณ 100 คน แต่สามารถรับได้เพียง 60 คนเท่านั้น ซึ่งการเรียนการสอนจะเกี่ยวกับ Food service Industry

ทั้งนี้จากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันมีสถานประกอบการจำนวนมาก ได้ร้องขอให้มทร.ธัญบุรี ผลิตบัณฑิตให้มากขึ้น เพราะงานทางด้านภาคบริการ อุตสาหกรรมอาหาร มีการขยายฐานการลงทุนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้มีความต้องการบัณฑิตที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้  ซึ่งในเรื่องที่เกิดขึ้นคณะฯไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ติดปัญหาในเรื่องการขาดแคลนบุคลากรสายวิชาการ หรืออาจารย์ด้านอาหาร เนื่องจากการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัย มีนโยบายที่จะสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติ แต่บุคลากรที่เข้ามาสอนสายวิชาการการส่วนใหญ่จะสำหรับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถสอนด้านอาหารได้  ดังนั้นคณะฯ จึงแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการประกอบการอาหาร(เชฟ) เข้ามาเป็นวิทยากรพิเศษเฉพาะด้านในแต่ละวิชาแทน

นอกจากนี้ทางคณะฯ ได้มีการลงนามความร่วมมือ กับหน่วยงาน และสถานประกอบการในการที่จะส่งนักศึกษาไปสหกิจศึกษาตามสถานประกอบการให้มากขึ้น เช่น ทางด้านโภชนาการจะส่งนักศึกษาไปสหกิจศึกษาในโรงพยาบาล ด้านอาหารจะส่งไปที่โรงแรม ภัตตาคาร หรือสถานประกอบการที่เป็นเฟรนไชส์ของธุรกิจอาหาร ทั้งนี้การที่นักศึกษาเข้าฝึกงานสหกิจ ยังสถานประกอบการเอกชน จะส่งผลดีกับนักศึกษาในเรื่องเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย เพราะหน่วยงานภาครัฐไม่สามารถรองรับได้เท่ากับภาคเอกชน รวมถึงในวิชาเลือกเสรี คณะฯ ยังได้มีการประสานงานไปยังสถานประกอบการ เพื่อจัดส่งนักศึกษาเข้าสหกิจศึกษาเพิ่มอีก 1 ภาคการศึกษา โดยสถานประกอบการจะสนับสนุนโดยการผู้เชี่ยวชาญในการที่จะสอนนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งเมื่อฝึกงานสหกิจศึกษาสำเร็จเรียบร้อยแล้ว สถานประกอบการก็จะสามารถรับนักศึกษาเข้าทำงานต่อได้ทันที      โดยไม่ต้องสอนงานเพิ่มให้

“แม้ว่าขณะนี้ทั้งประเทศไทยจะมีสถานศึกษาที่เปิดสอนด้านอาหารและโภชนาการอยู่หลายแห่ง แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ กลับมีความต้องการนักศึกษาของมทร.ธัญบุรีเข้าร่วมงานด้วย เพราะมหาวิทยาลัยจะเน้นให้นักศึกษามีความรู้ครบทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย  Cooking  Nutrition และ Science     ทำให้ก่อนที่นักศึกษาจะสำเร็จการศึกษาจะมีสถานประกอบการเข้ามาคัดเลือกนักศึกษาเพื่อไปทำงานอย่างต่อเนื่อง” คณบดีคณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ กล่าวในที่สุด More >

มทร.ธัญบุรี พัฒนาระบบห้องเรียนออนไลน์ เพิ่มช่องทางการเรียนให้นักศึกษา (RMUTT’s Online Classroom Enhances Learning)

รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)กล่าวว่า มทร.ธัญบุรีได้มีการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน โดยมีการพัฒนาระบบห้องเรียนออนไลน์ขึ้น ผ่าน www.moodle.rmutt.ac.th ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมระบบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงอาจารย์กับนักศึกษา ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง รวมถึงส่งเสริมให้อาจารย์และนักศึกษาเข้าร่วมแบ่งปันความรู้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ โดยปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก 20,698 คน จำนวนรายวิชา 808 รายวิชา และมีอาจารย์เจ้าของวิชา มากกว่า 390 คน ทั้งนี้ระบบห้องเรียนออนไลน์ของมทร.ธัญบุรี เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2554 มีรายวิชาเพียง 441 รายวิชาเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าระยะเวลาเพียง 2 ปี คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนารายวิชาเพิ่มขึ้น

ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและเป็นแรงกระตุ้นให้อาจารย์พัฒนาสื่อออนไลน์ อย่างต่อเนื่อง มทร.ธัญบุรี จึงได้มีการมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณให้กับอาจารย์ที่มีผลงานนำเสนอสื่อ ผ่านห้องเรียนออนไลน์ดีเด่นขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 รางวัล คือ รางวัลสาขาวิชาที่มีการส่งเสริมการใช้ห้องเรียนออนไลน์ จำนวน 6 สาขาวิชา ซึ่งพิจารณาจากจำนวนรายวิชาที่มีการเปิดการสอนและมีนักศึกษาเข้าใช้งานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ภาควิชาระบบสารสนเทศ ภาควิชาการบัญชีและการเงิน คณะบริหารธุรกิจ สาขาภาษาตะวันตก สาขาสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรางวัลอาจารย์ที่มีการพัฒนาเนื้อหาดีเด่น จำนวน 6 รางวัล โดยพิจารณาจากพัฒนาการของเนื้อหารายวิชาที่มีความสมบูรณ์ โดยมีคำอธิบายรายวิชา เนื้อหาสื่อการเรียนการสอนแบบฝึกหัด การสั่งงานผ่านระบบออนไลน์ กระบวนการติดต่อกับนักศึกษา ได้แก่ อ.กิจธนาพัฒน์ บรรดลนพรัตน์ สาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผช.ศ.ปรรฐมาศ์ พิสิษฐ์ภคกุล ผช.ศ.สุกัญญา รุ่งทองใบสุรีย์ สาขาสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ดร.วินัย วิชัยพาณิชย์ สาขาวิศวกรรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ อ.สมิง จำปาศรี สาขาประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตร และอ.รังสรรค์ สุวรรณหงส์ ภาควิชาระบบสารสนเทศ คณะบริหารธุรกิจ

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาต่อไปนั้น จะมีการปรับปรุงVersion เพื่อรองรับ Mobile Devices ใช้User และ Password เดียวกับ WiFi Account พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ร่วมกับ Social Networks เช่น Facebook Youtube รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาสื่อให้เป็นรูปแบบ Interactive อีกด้วย More >

แผ่นฉนวนดูดซับเสียงจากเส้นใยปาล์มน้ำมัน (From Industrial Waste to Home Construction Material)

หลังจากกระบวนการบีบเอาน้ำมันจากการรีดน้ำมันปาล์มออกจนหมดแล้วจะเหลือ เส้นใยปาล์มน้ำมัน โดยคุณสมบัติของเส้นใยปาล์มน้ำมันคือ เหนียว ทน จึงนิยมนำไปทำโซฟา และเป็นที่ทราบดีว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อผลิตน้ำมันปาล์ม ที่เหลือคือเส้นใยที่มีเป็นจำนวนมาก

ด้วยแนวคิดที่ต้องการเพิ่มมูลค่า และใช้วัสดุที่เหลือจากกรรมวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม จึงทำให้นายกิตติชาติ โหมาศวิน อาจารย์นักวิจัยจากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี หันมาวิจัยและใช้เส้นใยปาล์มน้ำมันมาอัดแผ่นเป็นฉนวนดูดซับเสียงขึ้นโดยอัดขึ้นรูปเส้นใยปาล์มน้ำมันให้เป็นแผ่นด้วยกรรมวิธีการอัดร้อน กำหนดช่วงความหนาแน่นระหว่าง 200-400 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ความหนา 12.5 และ 20 มม.อุณหภูมิในการอัด 150 °C แรงที่ใช้ในการอัดอยู่ระหว่าง 25-30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เวลาในการอัด 8 นาที ใช้กาว pMDI ร้อยละ 5 -7 ทดสอบการดูดซับเสียงในกล่องทดสอบ More >