rmutt_news-51

มทร.ธัญบุรี จัดโครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จ

Road map to Young Executive หรือ ที่รู้จักในชื่อ RYE โครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จ โครงการดีๆ ของนักศึกษา ส่งต่อความรู้สู่น้องรุ่นต่อรุ่น สืบต่อกันมากว่า ๑๒ ปี

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรีเปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว ถือเป็นโครงการที่ดี ซึ่งสืบต่อกันมา นักเรียนที่ได้เข้าร่วมโครงการจะสอบติดจำนวนมาก โดยได้รับผลตอบรับจากนักเรียนที่สนใจเข้ามาติวเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นโครงการติวฟรี ต้องขอชมนักศึกษารุ่นพี่ นายเอกสิทธิ์ เกิดกฤษฎานนท์ (อาจารย์พี่เบส) และนักศึกษารุ่นพี่ทุกๆ คนที่ทุ่มเทผลักดันให้มีโครงการดังกล่าว กว่า ๑๒ ปีที่สืบทอดกันมาและนักศึกษาศิษย์ปัจจุบันที่ได้เสียสละเวลา ในการเข้ามาเป็นรุ่นพี่ที่คอยติวให้กันน้องๆ ถือว่าเป็นอีก 1 โครงการที่ควรได้รับการยกย่องในการทำกิจกรรมของนักศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยฯ ยินดีที่จะสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ และขยายผลให้มากขึ้นในปีต่อไป

“เบส” นายเอกสิทธิ์ เกิดกฤษฎานนท์ ผู้ก่อตั้งโครงการ RYE ศิษย์เก่าจากสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เล่าว่า โครงการRYE ก่อตั้งมา ๑๒ ปีแล้ว โดยในช่วง ๖ ปีแรก เป็นการติวในสาขาวิชาสถานที่ใช่ในการติว คือ ใต้อาคารเรียน แต่เมื่อโครงการดังกล่าวมีการบอกต่อ บวกกับความสำเร็จที่นักเรียนเข้าร่วมโครงการสามารถสอบติดในระดับมหาวิทยาลัยฯ จึงมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยในปีนี้ มีผู้สนใจสมัครเข้าโครงการจากทั่วประเทศและคัดเลือกเหลือเพียง ๒๖๐ คนกิจกรรมคือการติวทั้งหมด ๗ วิชา ได้แก่วิชา คณิตศาสตร์, เคมี,ฟิสิกส์, ไทย,สังคม ,ภาษาอังกฤษและวิชาเฉพาะ สำหรับโครงการนี้ ต้องการให้โอกาสนักเรียน ที่ไม่มีโอกาสได้ติวตามติวเตอร์ต่างๆ ได้มีโอกาสเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามสอบ และที่สำคัญฝึกจิตสาธารณะของรุ่นพี่ ในการช่วยเหลือสังคม

“ติ” นายสันติ ทองเกิด นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ สาขาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ ประธานโครงการ เล่าว่า เมื่อปีที่แล้ว มีโอกาสได้เข้ารับการติว ซึ่งรุ่นพี่มอบความรู้ให้มากมาย และในวันนี้กลับมาเป็นอาสาในโครงการนี้ สำหรับโครงการนี้เปิดรับสมัครนักเรียนผ่านทาง facebook โดยมีเกณฑ์คัดเลือกจากนักเรียนที่สนใจโครงการ เรียนอยู่ในระดับปานกลาง ที่สำคัญรับนักเรียนที่มีจิตสาธารณะ มีใจเสียสละ ทั้งสายสามัญ และอาชีวะจากทั่วประเทศที่มาร่วมโครงการ โดยใช้เวลาในการติวทั้งหมด ๑๔ วัน”อยากให้น้องๆ ที่มาติว สอบเข้าเรียนที่ มทร.ธัญบุรีได้” เมื่อเห็นถึงความตั้งใจของน้องๆ แล้ว ทำให้มีกำลังใจในการติวน้องๆ ในส่วนของติวจะมีอาจารย์พี่เบส ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วมาช่วยและเพื่อนๆ ของอาจารย์ ซึ่งมาช่วยกันติว ในส่วนของตนเอง ช่วยอธิบายในส่วนของโจทย์คณิตศาสตร์ที่น้องๆ ไม่เข้าใจ

“หน่อง” นายชุมพร ขันโท นักศึกษาชั้นปีที่ ๓ (หลักสูตรต่อเนื่อง)สาขาวิชาวิศวกรรม อุตสาหการ-การผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่า ได้รับโอกาสในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ โดยมีโอกาสรับผิดชอบติวน้องๆ ในวิชาเขียนแบบพื้นฐาน เป็นวิชาที่ถนัดมากเพราะว่าได้รับการสอนมาตั้งแต่ชั้นปวช., ปวส. จนกระทั่งมาเรียนในมหาวิทยาลัยฯดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งเติมเต็มความรู้ให้กับน้องๆ ที่จะสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์”ยิ่งให้เท่าไหร่ เรายิ่งได้” ครั้งแรกที่ได้ติวน้องๆเยอะขนาดนี้”ได้รับความสุข ได้รับมิตรภาพ เป็นการฝึกฝนตัวเองแลกเปลี่ยนความรู้ และที่สำคัญ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์”

“เกศ” นางสาวเกศกนก โพธิพฤกษ์ นักศึกษาชั้น ปวส.๒ สาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์วาสุกรีจ.พระนครศรีอยุธยา เล่าว่า เนื่องจากได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการรู้สึกประทับใจโครงการนี้มาก ทั้งรุ่นพี่ที่เคยดูแล อาจารย์พี่เบส ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ที่มีความเสียสละมาก ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน เป็นเด็กที่บ้านไม่มีฐานะ ไม่มีโอกาสเข้าติวตามโครงการต่างๆ เมื่อตนเองได้มีโอกาสเข้ามาร่วมโครงการนี้ รู้สึกว่าอบอุ่น ถึงแม้ว่าจะสอบเข้าที่ มทร.ธัญบุรีไม่ได้ แต่จะกลับมาช่วยโครงการนี้เสมอ ซึ่งในปีนี้มีหน้าที่ในการดูแลในเรื่องของฝ่ายสวัสดิการของน้องๆ”สัญญาว่าจะเข้ามาช่วยโครงการนี้ต่อยอดความรู้ที่ตนเองได้รับมา ถ่ายทอดให้รุ่นน้องต่อๆ ไป”

“น๊อต” นายจิรภัทร ธรรมศิริ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๖โรงเรียนธัญบุรี เล่าว่า อยากเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่เคยติวที่ไหนมาก่อน รู้ว่าโครงการนี้มาจาก facebook เป็นโครงการติวฟรี จึงสนใจสมัครโครงการนี้ อยากจะสอบเข้าสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์๑๔ วันที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ มีเทคนิคในการสอบที่สามารถนำไปใช้ได้กังวลวิชาคณิตศาสตร์ แต่เมื่อทราบเทคนิคที่รุ่นพี่สอน ลดความกัลวลไปได้เยอะ ขอบคุณสำหรับโครงการดีๆ ที่สืบทอดกันมา ให้โอกาสนักเรียนได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยฯ

“น้ำฝน” นางสาวธาราภา นาควิบูลย์ นักเรียนชั้น ปวช.๓โรงเรียนไทยบริหารธุรกิจเล่าว่า อยากสอบเข้าการจัดการที่ มทร. ธัญบุรีเพราะว่า มีญาติๆ แนะนำให้มาศึกษาต่อที่นี่ รู้สึกกังวลไม่ถนัดวิชาคณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย เนื่องจากเรียนทางสายอาชีพมา ตลอดโครงการได้เทคนิคการจำ เทคนิคการทำโจทย์ อ่านในหนังสือไม่เข้าใจ แต่เมื่อมาติวทำให้เข้าใจ รุ่นพี่ติวสนุกไม่เครียด เป็นกันเอง และมีเพื่อนต่างโรงเรียนมาติวด้วย ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน”มั่นใจมากขึ้นและไม่กังวลที่จะสอบ”

Road map to Young Executive โครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จเวลาของรุ่นพี่ที่เสียสละเวลา ๑๔ วัน จำนวน ๒๐ ชีวิต ซึ่งใช้เวลาหลังสอบเสร็จมาทำหน้าที่ติวเตอร์ และจัดกิจกรรมค่ายรวมทั้งมาถ่ายทอดความรู้ มาช่วยน้องๆ สร้างความมั่นใจให้กับน้องๆ ก่อนลงสนามสอบจริง อีกหนึ่งโครงการที่ดีๆ ที่ นศ.มทร.ธัญบุรีทำเพื่อสังคม More >

rmutt_news-42

หนุน ม.รับตรงนักศึกษาพร้อมกัน

จากกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มีแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อปรับรูปแบบการรับนักศึกษาระบบรับตรง โดยเสนอแนะให้มีการจัดสอบพร้อมกันในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 นั้น รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะขณะนี้นักศึษาที่จะสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี มีความตั้งใจ และรู้ตนเองว่าต้องการศึกษาต่อด้านใน กลุ่มนี้มีประมาณ 25% 2.กลุ่มนักศึกษาที่ยังมีความลังเลว่าจะเรียนอะไร สาขาวิชาไหน ประมาณ 40% และ 3.กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนลดลง มีประมาณ 35% ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้จะตัดใจเลือกเรียนในสายวิชาชีพ หรือสายสังคม ดังนั้นการสอบพร้อมกันจะช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเรียนสาขาไหนได้ทันที ช่วยให้ผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะนักศึกษาตัดสินใจครั้งเดียว และมหาวิทยาลัยเองก็ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการจัดการ อย่างไรก็ตามหากจะมีการจัดสอบตรงพร้อมกันจริงๆ ควรมีตัวเลือกควรมีตัวเลือกของสาขาวิชา และมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ 2 อันดับ ไม่เช่นนั้นนักศึกษาจะไปกระจุกตัวแต่เฉพาะสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยยอดฮิต. More >

rmutt_news-62

มากคุณค่ายิ่งกว่า “ความหอม” “น้ำอบ” ภูมิปัญญาไทยคลายร้อน

 

ทีมวาไรตี้

“น้ำอบไทย เป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ มีกลิ่นหอมสดชื่นรัญจวนใจ ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญาของคนไทยสมัยก่อนที่ช่างคิดค้นนำรากไม้และกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดรวมถึงเครื่องกำยาน ชะมดเช็ด พิมเสนมาผสมผสานกันจนกระทั่งมีกลิ่นหอมละมุนละไม”

สภาพอากาศร้อนอบอ้าวของฤดูกาล ภูมิปัญญาไทยโบราณที่นำมาใช้ดับคลายอุณหภูมิได้อย่างเหมาะสมเข้ากับวิถีชีวิตไทยมีด้วยกันหลายวิธีทั้งในด้านอาหารคาวหวานหลากหลายเมนู เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หรือแม้แต่เครื่องหอม อย่างเช่น “น้ำอบไทย”ที่นำมาใช้เพิ่มความเย็นสด ชื่นให้กับร่างกาย

ในช่วงสงกรานต์กลิ่นหอมละมุนชวนชื่นใจของน้ำอบไทยยิ่งมีความโดดเด่นโดยนำมาใช้สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุขอพรญาติผู้ใหญ่ที่เคารพระลึกถึง รวมถึงการเล่นน้ำมอบความชุ่มฉ่ำเย็นกันในเทศกาลผศ.ไศลเพชร ศรีสุวรรณ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความรู้เรื่องเครื่องหอมไทยว่า เครื่องหอมของไทยมีด้วยกันอยู่หลายชนิดซึ่งการใช้ดอกไม้หอม ใบไม้ กิ่งไม้หรือเครื่องเทศนำมาใช้ทำเป็นเครื่องหอมทำได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น น้ำอบไทย น้ำปรุง กระแจะจันทน์ แป้งร่ำ แป้งพวง ฯลฯ แต่ที่เป็นจุดเริ่มของเครื่องหอมไทยคือ น้ำอบไทย ซึ่งมีประวัติมานับแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา

น้ำอบไทย เป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ มีกลิ่นหอมสดชื่นรัญจวนใจ ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญาของคนไทยสมัยก่อนที่ช่างคิดค้นนำรากไม้และกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดรวมถึงเครื่องกำยาน ชะมดเช็ด พิมเสน มาผสมผสานกันจนกระทั่งมีกลิ่นหอมละมุนละไม แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า น้ำอบไทยเกิดขึ้นในสมัยใดแต่จากวรรณคดีขุนช้างขุนแผนกล่าวถึงขุนช้างได้นำน้ำอบประพรมซึ่งก็แสดงให้เห็นได้ว่าคนไทยใช้น้ำอบมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา

นอกจากนี้ในวังหลวงจะมีพนักงานฝ่าย ในดูแลเรื่องเครื่องหอมต่าง ๆ ซึ่งก็อาจสันนิษฐานว่าน้ำอบเริ่มกำเนิดจากวังหลวงก่อนโดยในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ละพระตำหนักจะมีการปรุงเครื่องหอมน้ำอบใช้เองซึ่งกลิ่นหอมของแต่ละตำหนักจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสูตรของใครจะชอบหรือเน้นกลิ่นใดเป็นพิเศษแต่อย่างไรก็ตามวิธีการจะเหมือนกัน ในการทำน้ำอบจึงถือได้ว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องใช้ความชำนาญ ละเอียดอ่อนและความอดทนอย่างมาก

‘น้ำอบของไทยสามารถนำมาใช้ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานมงคล รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ช่วงวันสงกรานต์ สรงน้ำพระ งานมงคลสมรส กระทั่งถึงงานอวมงคลในงานศพซึ่งจะรดน้ำศพด้วยน้ำอบไทย การใช้น้ำอบไทยนับแต่วันวานถึงปัจจุบันยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันรูปแบบการใช้จะเห็นชัดเจนในงานประเพณี ไม่ได้นำมาใช้กับร่างกายเหมือนในวันวานซึ่งนิยมใช้น้ำอบประพรมตามร่างกายเพื่อเพิ่มความสดชื่นดับคลายร้อน

ด้วยความที่น้ำอบไทยเป็นสูตรน้ำ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทำจากธรรมชาติทั้งหมดก็จะไม่สร้างความระคายเคืองให้กับผิว นอกจากนี้ในงานวิจัยที่ศึกษายังพบว่า น้ำอบไทยซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรยังช่วยดับพิษร้อน บรรเทาอาการแสบคันตามร่างกายหรือผดผื่นคันในช่วงฤดูร้อน โดยน้ำอบไทยสามารถนำมาใช้ได้ทุกวัน”

น้ำอบไทยโบราณในกรรมวิธีเดิมจะมีสีขาวนวลทำจากการสกัดใบเตยและสมุนไพรเครื่องหอมไทย ในน้ำอบจะประกอบด้วย ชะลูดหอม ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรเครื่องหอมที่มีความเก่าแก่ พืชชนิดนี้เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดเล็ก เปลือกชั้นในมีกลิ่นหอมซึ่งการนำมาใช้นำเปลือกไปตากแห้งแล้วสไลด์เป็น ชิ้น ๆ เป็นตัวหลักที่ทำให้น้ำอบไทยมีความหอม จันทน์เทศ เป็นตัวยืนอีกอย่างหนึ่งในน้ำอบไทย นอกจากนี้ยังมี แป้งร่ำ ซึ่งทำจากแป้งหินไม่ใช่ดินสอพอง แป้งร่ำจะเป็นสีขาวสะอาดสามารถนำมาใช้ผัดหน้า ผัดตัวได้ซึ่งก็จะนำมาร่ำให้หอม ในการร่ำก็จะร่ำด้วยเทียนอบหอมจะอบอยู่นานจนกว่าจะหอมเมื่อนำมาใช้แล้วจะส่งกลิ่นหอมละมุน หอมอ่อน ๆ ไม่ฉุน นอกจากนี้ยังมี ใบเตย โดยจะนำทั้งหมดมาสกัดร้อนด้วยการต้มและอาจมีการเติมสมุนไพรต่าง ๆ ลงไป

น้ำอบไทย จากที่มีมาแต่ครั้งสมัยอยุธยาจวบถึงรัตนโกสินทร์ก็ยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้ การสืบทอดนับแต่วันวานมีสูตรเดียวและด้วยความที่อาจารย์สอนวิชาเครื่องหอมในภาควิชาเทคโนโลยีคณะคหกรรม ศาสตร์ ที่ผ่านมาได้นำมาพัฒนาซึ่งจากงานวิจัยเรื่องการพัฒนาน้ำอบไทยสามฤดู งานวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาช่วยพัฒนาและสร้างผลิตภัณฑ์ไทยที่เป็นภูมิปัญญาไทยที่มีมาแต่โบราณ สร้างงานและมูลค่าเพิ่มซึ่งนำไม้หอมไทยที่มีในท้องถิ่นสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่หลากหลายขึ้น

“น้ำอบไทยสามฤดูได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝนและฤดูหนาว จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน อย่าง ฤดูร้อน สภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้มีเหงื่อไคลมากและมักมีอาการคัน ผิวหนังอักเสบได้จึงพัฒนาเป็น สูตรที่ผสมสมุนไพรดับคลายร้อน อย่างเช่น ขมิ้นลงไปซึ่งนอกจากให้สีเหลืองสวยงามแล้วยังมีสรรพคุณระงับอาการอักเสบของผิวหนัง อาการคัน ฯลฯ อีกทั้งปรับกลิ่นใส่กลิ่นหอมของมะลิ

ฤดูฝนอากาศชื้นมักเกิดเชื้อราในงานวิจัยจึงคิดค้นสูตรการระงับการเจริญเติบโตของเชื้อราผสมสมุนไพรที่มีสรรพคุณ อีกทั้งใส่กลิ่นจันทน์กะพ้อ ส่วนฤดูหนาว ทำเป็นสูตรดอก บัวซึ่งก็มีหลากหลายพันธุ์ กลิ่นจะเน้นแบบดั้งเดิมคือหอมชื่นใจไม่ฉูดฉาด เป็นต้น โดยงานวิจัยดังกล่าวได้รับรางวัลงานวิจัยดีเด่นและรางวัลนวัต กรรมสร้างสรรค์หลายรางวัล”

น้ำอบไทย ถือได้ว่าเป็นน้ำหอมของไทยดั้งเดิมที่มีคุณค่าอย่างมาก นอก จากจะไม่มีสารเคมีใด ๆ แล้วยังผลิตจากพืชสมุน ไพรไทยถ่ายทอดถึงภูมิ ปัญญาไทยจึงไม่ควรให้สูญหายไป และนอกจากน้ำอบมักจะได้ยินชื่อของ น้ำปรุง คู่กันมาซึ่งน้ำปรุงเป็นเครื่องหอมที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

น้ำปรุงจะมีส่วนผสมของแอลกอ ฮอล์เป็นส่วนประกอบ โดยขณะนั้นเริ่มมีแอลกอ ฮอล์เข้ามาใช้จึงมีความคล้ายกับน้ำหอมฝรั่ง แต่ยังคงมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และมีสมุน ไพรไทยอยู่ในน้ำปรุง และเนื่องจากแต่เดิมน้ำปรุงมีกลิ่นเดียว ที่ผ่านมาอาจารย์ก็ได้ศึกษาวิจัยพัฒนาขึ้นอีกหลายกลิ่นโดยนำพืชที่เป็นดอกไม้หอมของไทยมาปรุง อาทิ กลิ่นดอกบัว ชำมะนาด กุหลาบ จำปี เตยหอม ดอกปีบ ดอกโมกข์ ฯลฯ แต่อย่างไรแล้วสามารถที่จะทำได้มากกว่านี้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบซึ่งในปัจจุบันหายากมากขึ้น น้ำอบและน้ำปรุงมักมาคู่กันแต่การใช้น้ำอบจะมากกว่าโดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ซึ่งความโดดเด่นอีกด้านของน้ำอบคือราคาไม่สูง

น้ำอบไทย ยังสามารถทำใช้กันเองในครอบครัวได้ซึ่งส่วนผสมหลักได้แก่ ใบเตย ชะลูด แป้งร่ำ จันทน์เทศ วิธีการทำอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะการอบร่ำเพื่อให้น้ำอบมีความหอม การทำน้ำอบจะนำสมุนไพรที่กล่าวมาต้มรวมกัน จากนั้นกรองแต่น้ำนำมาใช้ผสมกับส่วนผสมที่เหลือ ขั้นตอนต่อมาก็นำไปอบร่ำซึ่งต้องใช้เวลาเพื่อให้มีความหอม โดยคำว่าอบร่ำหมายถึงอบซ้ำหลายครั้งกระทั่งหอมลงไปในเนื้อ ในน้ำซึ่งเมื่อทำเสร็จสมบูรณ์ก็จะสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน อีกทั้งยังมีความเหมาะที่จะนำมาใช้ในช่วงเวลานี้ที่อากาศร้อนอบอ้าว

เครื่องหอมไทยแต่ละชนิดมีเอก ลักษณ์โดดเด่น เช่นเดียวกับ น้ำอบไทยที่อยู่เคียงคู่กับสังคมไทยและเทศกาลสงกรานต์ไทยมาเนิ่นนาน การนำกลับมาใช้นอกจากเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาไทยแล้วยังเป็นการสานต่อองค์ความรู้หลากหลายด้านที่รวมอยู่ในน้ำอบไทยอีกด้วย.

หลากรูปแบบเครื่องหอมไทย

เครื่องหอมไทยจากที่กล่าวมายังมีหลายชนิด ผศ.ไศลเพชร อธิบายเพิ่มอีกว่า แป้งร่ำ ปรุงจากแป้งหินผสมน้ำอบหรือน้ำปรุงแล้วบีบลงผ้าขาวเป็นกรวยแหลม ซึ่งเมื่อแห้งนำมาอบร่ำสามารถนำมาผัดหน้าทาตัวได้ ขณะที่ กระแจะจันทน์ นำมาทาตัว ทาหน้าใช้เจิมในงานมงคล ฯลฯ

แป้งพวง ลักษณะคล้ายกับแป้งร่ำแต่จะนำมาบีบหยดเป็นเม็ดเล็ก ๆ ลงบนเส้นด้ายเพื่อให้เป็นสายยาวทำเป็นพวง นำมาปักบนมวยผมให้กลิ่นหอม ฯลฯ เครื่องหอมของไทยยังมีอีกหลายชนิด อย่าง เทียนอบ ธูปหอม จัดเป็นเครื่องหอมเช่นเดียวกัน ส่วน การใช้เครื่องหอมของไทยเชื่อว่าเริ่มมาแต่ครั้งสมัยอยุธยาเริ่มใช้ในราชสำนักโดยเครื่องหอมของไทยได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดียและแพร่หลายสู่ชนชั้นกลางในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

 

More >

rmutt_news-66

มทร.ธัญบุรีหนุนสอบรับตรงพร้อมกัน

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มีแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หารือร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อปรับรูปแบบการรับนักศึกษาด้วยวิธีการรับตรง โดยให้จัดสอบพร้อมกันในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 เพื่อไม่ให้เด็กต้องวิ่งรอกสอบหลายแห่ง อีกทั้งเด็กจะได้ตั้งใจเรียนจนจบภาคเรียนที่ 2 ด้วยว่า เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะขณะนี้นักศึกษาที่จะสอบเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี และรู้ว่าต้องการศึกษาต่อด้านใด กลุ่มนี้มีประมาณ 25% 2. กลุ่มนักศึกษาที่ลังเลว่าจะเรียนอะไร ประมาณ 40% และ 3. กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนลดลง มีประมาณ 35% ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้มักตัดสินใจเรียนสายวิชาชีพ หรือสายสังคม ดังนั้นการสอบพร้อมกันทั้งหมดจะช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเรียนสาขาวิชาใดได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่าย และมหาวิทยาลัยเองก็ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการจัดการ

“หากจะมีการดำเนินการให้มีการจัดสอบตรงพร้อมกัน ควรมีตัวเลือกของสาขาวิชา และจำนวนมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ให้เลือกได้เพียง 2 อันดับ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหา เนื่องจากบางสาขาวิชาจะไม่ถูกเลือกจากนักศึกษา แต่หากมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบเอง จะมีกลไกในการเกลี่ยนักศึกษา หรือเรียกตัวสำรองเพื่อเข้าศึกษาต่อ ฉะนั้น สกอ. จึงควรคิดเผื่อถึงวิธีการให้แต่ละมหาวิทยาลัยมีโอกาสเกลี่ยคะแนนไปสู่สาขาวิชาอื่นได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นนักศึกษาจะไปกระจุกตัวแต่เฉพาะสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยยอดฮิต” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว. More >

rmutt_news-67

‘ธัญบุรี’ปรับพื้นฐานปี1เน้นบัณฑิตนักปฏิบัติ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยถึงนักศึกษาที่เข้าศึกษาประจำปีการศึกษา 2557 ว่า มทร.ธัญบุรีได้กำหนดให้นักศึกษาใหม่ต้องเรียนปรับพื้นฐานในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สำหรับนักศึกษาที่มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 30% ของคะแนนสอบเข้า ซึ่งจะเรียนปรับพื้นฐาน 48 ชั่วโมง ระหว่าง เม.ย.-ส.ค.นี้ ส่วนนักศึกษาที่สอบเข้าเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ใช้วุฒิการศึกษา ม.6, ปวช. และปวส. ที่มีคะแนน 2 วิชาชีพเฉพาะในส่วนของวิชากลศาสตร์วิศวกรรมต่ำกว่าเกณฑ์ 50% ของคะแนนสอบเข้า จะต้องเรียนปรับพื้นฐานในรายวิชาเอ็นจิเนียริ่ง เมคคานิกส์ ใน มิ.ย.-ก.ค. รวมถึงที่สอบเข้าในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ใช้วุฒิ ม.6 จะต้องเรียนปรับพื้นฐานในรายวิชาเอ็นจิเนียริ่ง ดอว์อิ้ง ในช่วงเวลาเดียวกัน

“การที่มหาวิทยาลัยต้องจัดการเรียนปรับพื้นฐานในวิชาที่เกี่ยวกับช่างพื้นฐาน เนื่องจากหลักสูตรใหม่ เน้นการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ และที่ผ่านมานักเรียนที่สำเร็จการศึกษาในระดับ ม.6 จะมีความเก่งในวิชาด้านวิทยาศาสตร์ แต่จะด้อยในวิชาช่างฝีมือพื้นฐาน ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงมีแนวคิดปรับพื้นฐานในสองวิชาดังกล่าว และการที่มหาวิทยาลัยเลื่อนเปิดเทอม ทำให้มีเวลาเรียนปรับพื้นฐานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเด็กให้เกิดความเข้าใจในวิชาที่เรียนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่จะเปิดเทอมในวันที่ 18 ส.ค. มหาวิทยาลัยจะจัดฝึกอบรมและหากิจกรรมให้นักศึกษาได้ทำ เพื่อเพิ่มทักษะด้านต่างๆ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือ” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว More >

rmutt_news-68

รมว.ศธ.หนุนสอบรับตรงพร้อมกัน

รศ.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงแนวคิดของ รมว.ศธ. ที่มอบสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปหารือร่วมกับกลุ่มมหาวิทยาลัย เพื่อปรับรูปแบบการจัดสอบรับนักศึกษาระบบรับตรงพร้อมกันในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 ว่า เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะขณะนี้นักศึกษาที่จะสอบเข้าเรียนอุดมศึกษาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีผลการเรียนดี รู้ตนเองว่าจะเรียนต่อด้านใด 25 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ลังเลว่าจะเรียนอะไร สาขาวิชาไหน 40 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มที่มีผลการเรียนลดลง 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะตัดสินใจเรียนสายวิชาชีพหรือสายสังคม ดังนั้น การสอบพร้อมกันจะช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนสาขาวิชาไหนได้ทันที และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

“การเวียนสอบของนักเรียนในหลายๆ มหาวิทยาลัยนั้น ผมมองว่าเป็นเพราะเด็กอยากทดสอบตัวเอง แต่หากจัดสอบตรงพร้อมกันก็ควรมีตัวเลือกของสาขาวิชา และมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ 2 อันดับ ซึ่งหากอันดับมากก็จะแก้ปัญหาการไหลเวียนได้ แต่วิธีนี้อาจทำให้เกิดปัญหา เพราะบางสาขาวิชาเด็กจะไม่เลือก แต่หากมหาวิทยาลัยจัดสอบเองจะมีกลไกเกลี่ยเด็กหรือเรียกตัวสำรองเพื่อเข้าศึกษาต่อได้ ฉะนั้น สกอ.ควรคิดเผื่อถึงวิธีการให้แต่ละมหาวิทยาลัยมีโอกาสเกลี่ยคะแนนไปสู่วิชาอื่นได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นนักศึกษาใหม่คงกระจุกอยู่เฉพาะสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยยอดฮิต” รศ.ประเสริฐกล่าว More >

rmutt_news-69

คอลัมน์ แวดวงการศึกษา: หวั่นกระจุก’สาขา-ม.’ฮิต

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยถึงกรณีให้มหาวิทยาลัยเปิดรับนิสิตนักศึกษาพร้อมกัน ว่า เห็นด้วยเพราะจะช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนสาขาวิชาไหนได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปกครองประหยัด ค่าใช้จ่าย นักศึกษาตัดสินใจครั้งเดียว และมหาวิทยาลัยไม่ยุ่งยากเรื่องการจัดการ แต่ทั้งนี้ควรมีตัวเลือกของสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยให้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ 2 อันดับ ซึ่งหากอันดับมาก ก็จะแก้ปัญหาการไหลเวียนได้ แต่วิธีนี้อาจทำให้เกิดปัญหาบางสาขาวิชาจะไม่ถูกเลือก เพราะหากมหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดสอบเอง จะมีกลไกในการเกลี่ยนักศึกษา หรือเรียกสำรองเพื่อเข้าศึกษาต่อ ฉะนั้น สกอ. จึงควรคิดเผื่อถึงวิธีการให้แต่ละมหาวิทยาลัยมีโอกาสเกลี่ยคะแนนไปสู่สาขาวิชาอื่นได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นนักศึกษาจะไปกระจุกตัวแต่เฉพาะสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยยอดฮิต More >

rmutt_news-58

มทร.ธัญบุรีเห็นด้วยรับตรงพร้อมกันแต่หวั่นเด็กกระจุกตัวในสาขายอดฮิต

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความเห็นถึงกรณีที่มีแนวคิดจะให้มีการเปิดรับตรงเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาพร้อมกันทั่วประเทศ ว่า แนวความคิดในเรื่องนี้ตนเห็นด้วย เพราะขณะนี้นักศึกษาที่จะสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี มีความตั้งใจและรู้ตนเองว่าต้องการศึกษาต่อในด้านใด กลุ่มนี้มีประมาณ 25% 2.กลุ่มนักศึกษาที่ยังมีความลังเลว่าจะเรียนอะไร สาขาวิชาไหนประมาณ 40% 3.กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนลดลง มีประมาณ 35% ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้จะตัดสินใจเลือกเรียนในสายวิชาชีพ หรือสายสังคม ดังนั้นการสอบที่พร้อมกันทั้งหมดจะช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนสาขาวิชาไหนได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่าย นักศึกษาตัดสินใจครั้งเดียว และมหาวิทยาลัยไม่ยุ่งยากเรื่องการจัดการ

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากรณี การเวียนสอบของนักศึกษาในหลายๆ มหาวิทยาลัยนั้น เท่าที่สังเกตตนมองว่า นักศึกษาต้องการที่จะทดสอบตนเองในสาขา วิชาที่ตนใฝ่ฝัน กับมหาวิทยาลัยที่หวัง และ อาจจะทดสอบอีกครั้งมหาวิทยาลัยที่นักศึกษา จะศึกษาต่อ ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องของโอกาสของนักศึกษาที่จะเลือกเรียน เพราะนี้เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวและก้าวสำคัญของนักศึกษาที่จะใช้ประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อในอนาคต ดังนั้น หากจะมีการดำเนินการให้สอบตรงพร้อมกัน จึงควรมีตัวเลือกของสาขาวิชา และมหาวิทยาลัยให้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ 2 อันดับ ซึ่งหากอันดับมากก็จะแก้ปัญหาการไหลเวียนได้ แต่วิธีนี้อาจทำให้เกิดปัญหาบางสาขาวิชาจะไม่ถูกเลือกจากนักศึกษา เพราะหากมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบเอง จะมีกลไกในการเกลี่ยนักศึกษา หรือเรียกตัวสำรองเพื่อเข้าศึกษาต่อ เพราะฉะนั้น สกอ. จึงควรคิดเผื่อ ถึงวิธีการให้แต่และมหาวิทยาลัยให้มีโอกาสเกลี่ยคะแนนไปสู่สาขาวิชาอื่นได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นนักศึกษาจะไปกระจุกตัวแต่เฉพาะสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยยอดฮิต More >

rmutt_news-71

ภาพข่าว: ให้บริการ

นักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ลงพื้นที่ร่วมกับงานสัตวแพทย์ ฝ่ายบริการสาธารณสุข กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี เพื่อบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและคุมกำเนิดสุนัขและแมวในพื้นที่ จ.ปทุมธานี More >

C-140411020137

คอลัมน์ แวดวงการศึกษา: มทร.ธัญบุรีเพิ่มงด.ลูกจ้าง

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมี นโยบายปรับขึ้นเงินเดือนให้กับผู้สำเร็จปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท ในส่วนของข้าราชการได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดได้ปรับอัตราค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวเรียบร้อยแล้วในทุกระดับวุฒิการศึกษา เช่น ปริญญาตรี 15,000 บาท หลักสูตร 5 ปี 15,800 บาท มีใบประกอบวิชาชีพ 17,090 บาท, ปริญญาโท 17,500 และปริญญาเอก 21,000 บาท ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 10 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ได้พัฒนาบุคลากรตามสายงาน โดยเพิ่มสมรรถนะการทำงานให้สอดคล้องกับเงินเดือน More >

Binder1_Page_05

คอลัมน์ นวัตกรรมสร้างโอกาส: เทคโนโลยีให้น้ำ ผ่าน ระบบมือถือ

 

porntavan@insightaec.com

ทุกวันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตมากขึ้น ขณะเดียวกันเกษตรกรรมก็ได้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ เช่น การใช้เทคโนโลยีด้านอินเตอร์เน็ตในการเข้าถึงข้อมูลสภาพด้านภูมิอากาศ รวมถึงการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในอนาคตเพื่อควบคุมคุณภาพผลผลิตให้มีความสม่ำเสมอ ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลงและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรจากการปรับตัวตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ดังนั้นอาจารย์อภิรัฐ ปิ่นทองอาจารย์ที่ปรึกษาผลงาน และนายกันตพงศ์ ติดงาม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากสาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงคิดค้นและออกแบบการประยุกต์การประมวลภาพดิจิตอลโดยใช้โปรแกรม Image J ร่วมกับกล้อง IP Camera ในการวิเคราะห์ค่าความต้องการน้ำของพืชผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและควบคุมระบบผ่านทางสัญญาณโทรศัพท์มือถือขึ้นให้เหมาะสมกับพืชพุ่ม โดยสามารถใช้ได้ในระดับความสูง 4 เมตร เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการให้น้ำแก่พืชได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งต้นทุนก็เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7,000 บาท More >

Binder1_Page_07

รวมพลศิษย์ มทร.ธัญบุรี ติวฟรีสู่เส้นทางความสำเร็จ RYEเติมเต็มโอกาสน้อง

ร้อน…ร้อน…ร้อนจนปรอทพุ่งสูงปรี๊ดอย่างต่อเนื่องกับอุณหภูมิบ้านเราในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ตัวเลขการใช้ไฟฟ้า ในหลายพื้นที่ทำลายสถิติใหม่กันเป็นว่าเล่นแถมสุดสัปดาห์ยังมีเค้าเรื่องพายุฤดูร้อนให้ขวัญผวา

แต่ไม่ว่าอุณหภูมิจะร้อนแรงกันขนาดไหน “นายว้าก” ขอเพียงใจคนเราไม่ร้อนรุ่มตาม เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในทุกๆ เรื่องอย่างแน่นอน

ว่าแล้ว “นายว้าก” ขอชวนพักเรื่องร้อนๆให้ใจเย็นๆ แล้วกลับลำแบบ 180 องศา ไปชมกิจกรรมดีๆ ที่สร้างสรรค์ของบรรดาหนุ่มๆ สาวๆ ชาวรั้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ซึ่งจัด Road map to Young Executive หรือที่รู้จักกันในชื่อ RYE โครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จ ที่นักศึกษาได้ดำเนินการส่งต่อความรู้สู่น้องรุ่นต่อรุ่นที่เพิ่งจบไป More >

Binder1_Page_11

คอลัมน์ SCIWATCH: วิจัยพัฒนาระบบประปา

นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการ การประปานครหลวง (กปน.) และ รศ. ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาศักยภาพ ประสิทธิภาพการวิจัยพัฒนา เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการ การบูรณาการด้านการวิจัย และพัฒนาสร้างนวัตกรรมใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสำหรับระบบประปา

ทั้งนี้ มทร.ธัญบุรี และ กปน. มีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2554 ซึ่งทาง กปน.ได้ให้ความช่วยเหลือในด้านการสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยการลงนามในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของมหาวิทยาลัย ที่นำเอาความรู้ที่มหาวิทยาลัยมีมาพัฒนา ตอบโจทย์การทำงานของประเทศชาติ ทำให้เกิดนวัตกรรม และผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง More >

Binder1_Page_15

ภาพข่าว: ลงนาม

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ลงนามความร่วมมือในโครงการผลิตและจำหน่ายตำราเรียน กับ บริษัท ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เพื่อสนับสนุนการสร้างผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพ ณ ห้องประชุมมังคลอุบล มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันก่อน More >

Binder1_Page_16

คอลัมน์ ข่าวย่อยการศึกษา: กปน.เอ็มโอยู มทร.ธัญบุรีวิจัยประปา

การประปานครหลวง (กปน.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การพัฒนาศักยภาพ ประสิทธิภาพการวิจัยพัฒนา เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการ การบูรณาการด้านการวิจัย และพัฒนาสร้างนวัตกรรมใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสำหรับระบบประปา More >

Binder1_Page_17

4นศ.มทร.ธัญบุรีรับทุนบินฟิลิปปินส์

ชลธิชา ศรีอุบล : มทร.ธัญบุรี

 

4 นักศึกษา ได้แก่ “แอร์” น.ส.อทิตยา เจนจบเขต “อัสมา” น.ส. พิมพ์ชนก บินกอรี “อิ๊ง” น.ส.ชลิตา สุขประสงค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล คณะศิลปศาสตร์ และ “อาร์ม” นายรัฐพล ภัยขยาด นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ บินไกลแลกเปลี่ยน โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาไทยและอาเซียน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ณ De La Salle University Das Marinas (DLSU-D) ประเทศฟิลิปปินส์

แอร์ เล่าว่า โครงการดังกล่าวน่าสนใจ สามารถนำหน่วยกิตมาเทียบโอนที่คณะได้ โดยที่ประเทศฟิลิปปินส์มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ไม่เป็นปัญหาต่อการ เรียน และยังได้พัฒนาในเรื่องของภาษา อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ “ภาษา ตากาล็อก” เป็นภาษาถิ่นที่ใช้ในการดำเนินชีวิตในประเทศฟิลิปปินส์ ลงเรียนที่ De La Salle University Das Marinas (DLSU-D) 2 รายวิชา และมีโอกาสฝึกงานเป็นเวลา 80 ชั่วโมง ที่ Marketing office เป็นประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้การสื่อสาร ภาษาอังกฤษสำเนียงตากาล็อก นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ อายุน้อยกว่าตนเอง 2 ปี เพราะว่า ไฮสคูล มีแค่ เกรด 10

อิ๊ง เล่าว่า ชอบเรียนภาษาอังกฤษ และจะให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษมาก ซึ่งปี 58 ประเทศไทยจะเข้าร่วมประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่จะเรียนรู้วัฒนธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกัน ได้พัฒนาด้านภาษาอังกฤษ ทำกิจกรรมกับเพื่อนในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้นำวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ วัฒนธรรมของฟิลิปปินส์ที่ได้เรียนรู้มา คือ การกินแบบ “Buddle fight” การกินแบบใช้มือกินข้าวที่วางบนใบตอง โดยเชื่อว่าเป็นการกินเพื่อให้เข้าถึงธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีโอกาสไปเที่ยวภูเขาไฟ “Taal” ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่นั่น

อัสมา เล่าว่า ประทับใจเมื่อไปถึงที่มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยที่ร่มรื่น ได้รับการต้อนรับจากอาจารย์ โดยอาจารย์ที่ DLSU-D ได้จัดคอร์สเรียนภาษาตากาล็อกเบื้องต้นให้ จนสามารถใช้ในการสื่อสารเบื้องต้นได้ โดยห้องเรียนของตนมีเพื่อนจาก ญี่ปุ่น เกาหลี และไนจีเรีย ร่วมชั้นเรียนด้วย ทุกวันหยุดจะมีทูตนักศึกษาจัดกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ การปรับตัวที่ประเทศฟิลิปปินส์ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก เพราะว่าอากาศเหมือนเมืองไทย ช่วงวันหยุดชาวฟิลิปปินส์จะเที่ยว สังเกตเห็นว่าประชากรของประเทศนี้ชอบเที่ยว ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการปรับตัวที่ต่างประเทศครั้งแรก

อาร์ม เล่าว่า ที่ DLSU-D จะไม่อนุญาตให้นักศึกษาใช้ถุงพลาสติก ส่วนใหญ่จะใช้ถุงผ้า รวมถึงในเซเว่นฯ ยังใช้ถุงกระดาษ ที่เลือกไปประเทศฟิลิปปินส์ เพราะว่าประเทศฟิลิปปินส์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการควบคู่กับภาษาตากาล็อก ประชาชนส่วนใหญ่เหมือนคนไทย ทั้งหน้าตา ผิวพรรณ ส่วนสูง และการดำเนินชีวิต การใช้ชีวิตในต่างสถานที่ ไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศ ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ให้แก่ชีวิต โดยเฉพาะประสบการณ์ในแง่ลบ ที่จะต้องนำมาปรับใช้และจดจำไปตลอดชีวิต และที่สำคัญ ประสบการณ์ที่ได้ในครั้งนี้ เป็นการสร้างเครือข่ายที่ดีให้แก่ตนเองในอนาคต เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

“ขอขอบคุณมหาวิทยาลัย ที่คัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว และต้องขอบคุณทุนของ สกอ. เปิดโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตยังต่างประเทศ” ทั้งสี่กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาไทยและอาเซียน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาไทยให้พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานในภูมิภาคอาเซียนและมีประสบการณ์ในต่างประเทศ ส่งเสริมการถ่ายโอนหน่วยกิตกลับมายังสถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด และใช้การศึกษาเป็นตัวนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์และการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน

More >

Binder1_Page_22

มทร.ธัญบุรีปรับพื้นฐานเฟรชชี่เพิ่มวิชาช่างฝึกบัณฑิตนักปฏิบัติ

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี เปิดเผยว่า นักศึกษาที่เข้าศึกษาต่อประจำปีการศึกษา2557มทร.ธัญบุรี ได้กำหนดให้มีการเรียนปรับพื้นฐาน ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับนักศึกษาที่มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 30% ของคะแนนสอบเข้าซึ่งจะเรียนปรับพื้นฐาน 48 ชั่วโมง ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ส.ค.57ส่วนนักศึกษาที่สอบเข้าเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ใช้วุฒิการศึกษา ม.6 ปวช. และ ปวส.ที่มีคะแนนสองวิชาชีพเฉพาะในส่วนของวิชากลศาสตร์วิศวกรรมต่ำกว่าเกณฑ์50% ของคะแนนสอบเข้าจะต้องเรียนปรับพื้นฐานในรายวิชา Engineering Mechanics ในเดือน มิ.ย.-ก.ค.57

ทั้งนี้ รวมถึงนักศึกษาที่สอบเข้าในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ใช้วุฒิการศึกษาม.6 จะต้องเรียนปรับพื้นฐานในรายวิชาEngineering Drawing ในเดือน มิ.ย.ก.ค.2557 ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทุกรายวิชาจะเสียค่าลงทะเบียนวิชาละ 1,000 บาทซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 3-4 พ.ค.2557 ที่หอประชุม มทร.ธัญบุรี ซึ่งนักศึกษาที่จะต้องเรียนปรับพื้นฐานหรือไม่สามารถดูรายชื่อได้ที่ www.rmutt.ac.th

“การที่มหาวิทยาลัยมีการปรับพื้นฐานในด้านวิชาที่เกี่ยวกับช่างพื้นฐาน เนื่องจากหลักสูตรใหม่ เน้นการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ และที่ผ่านมานักเรียน ที่สำเร็จการศึกษาในระดับ ม.6 จะมีความเก่งในวิชาด้านวิทยาศาสตร์แต่จะด้อยในวิชาช่างฝีมือพื้นฐาน มหาวิทยาลัยจึงมีแนวคิดที่จะปรับพื้นฐานในสองวิชาดังกล่าว และการที่มหาวิทยาลัยเลื่อนเปิดเทอม ทำให้มีเวลาเรียนปรับพื้นฐานมากยิ่งขึ้น จะช่วยส่งผลดีต่อเด็กให้เกิดความเข้าใจในวิชาที่เรียนเพิ่มเติม นอกจากนี้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 นั้น จะเปิดเทอมในวันที่ 18 ส.ค.57 ผมยังมีแนวคิดที่จะจัดฝึกอบรม และหากิจกรรมให้นักศึกษาได้ทำ เพื่อเพิ่มทักษะ

ด้านต่างๆให้กับนักศึกษา ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือ” อธิการบดีมทร.ธัญบุรี กล่าว More >

Binder1_Page_23

คอลัมน์ มุมพิลึก: โคมไฟสายน้ำเกลือ

เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสพากิ๊ก (หวังว่า ผบ.ที่บ้านคงไม่ได้อ่านนะ) ไปเดินเที่ยวที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ย่านรามอินทรา ด้วยอารมณ์แช่มชื่นหัวใจ กระทั่งพบว่าภายในห้างเขามีการจัดโชว์นิทรรศการ “ศิลปะนิพนธ์” ครั้งที่ 23 ที่นำสิ่งประดิษฐ์จากฝีมือน้อง ๆ นักศึกษาภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโน โลยีราชมงคลธัญบุรี มาให้ประชาชนได้ยลโฉม ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าเด็ก ๆ สมัยนี้ช่างมีหัวคิดสุดโต่ง แปลกแหวกแนว ที่สำคัญออกมาจากมันสมองล้วน ๆ แต่ขณะกำลังเพลิดเพลินพลันเหลือบไปเห็นผลงานชิ้นหนึ่งชื่อ “ชุดโคมไฟจากสายน้ำเกลือ” โอ้โฮ!สวยงามสะดุดตา ใครหนอช่างคิดดีแท้.. ‘ของหนูเองค่ะพี่” ยังไม่ ทันได้สงสัย แป๊บเดียวก็มีเสียงหวาน ๆ ปรี่เข้ามาแสดงตัวแล้ว โดยเจ้าของผลงานนี้คือ น.ส.สมฤดี รวดเร็ว หรือ “น้องโบว์” นศ. ปี 4 สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่เจื้อยแจ้วว่า นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ให้บุคคลภายนอกได้รับรู้ถึงศักยภาพในการออก แบบและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ หนูจึงประดิษฐ์งานชิ้นนี้ โดยนำเอาสายน้ำเกลือที่ไร้ค่าไม่ใช้แล้วมาตกแต่งให้เป็นนกยูงที่สง่างาม จากนั้นก็นำไฟไปใส่ไว้ด้านในจนออกมาเป็นโคมไฟสุดสวยที่มีเพียงชิ้นเดียว… ขอกดไลค์ให้หน่อยได้มั้ย กิ๊บเก๋สุโค่ยจริง ๆ ว่าแต่ว่าถ้าพี่อยากได้มั้กมาก รบกวนน้องโบว์ช่วยไปหามุมวางให้ที่บ้านพี่หน่อยได้ป่ะ.555 (เอาจริงนะ.มิได้ล้อเล่น). More >

Binder1_Page_24

คอลัมน์ เส้นทางสร้างคน

มทร.ธัญบุรี รับรอบ 2 คณะวิศวะฯ ศิลปกรรมฯ ,คหกรรมฯ, วิทยาศาสตร์ฯ,บริหารธุรกิจ,สื่อสารมวลชน สาขาเทคโนโลยีสื่อดิจิทัล ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.info.rmutt.ac.th More >

Binder1_Page_25

ยอดรับตรง’มทร.ธัญบุรี’พุ่ง วิศวะ-สถาปัตย์-เทคโนฯสื่อสารนำลิ่ว ทุกหลักสูตรปรับใหม่ เน้นปฏิบัติเข้ม

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ตามที่มทร.ธัญบุรีได้เปิดรับตรงไปเมื่อเร็วๆนี้ พบว่าปีนี้มีผู้มาสมัครจำนวน 22,000 คน เพิ่มจากปีที่แล้ว 2,000 คน โดย 80 % เป็นสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และสถาปัตยกรรมศาสตร์ เนื่องจากทั้ง 3 สาขากำลังเป็นที่ต้องการของตลาดงานทั้งในประเทศและในอาเซียน โดยเฉพาะสาขาทางด้านเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ปีนี้การแข่งขันค่อนข้างสูงคืออยู่ที่ 30 ต่อ 1 นอกจากนี้คะแนนสอบโดยรวมยังสูงกว่าปีที่ผ่านมาอีกด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีผู้สละสิทธิบางส่วน เนื่องจากแต่ละแห่งเปิดสอบไม่พร้อมกัน และมหาวิทยาลัยไม่ได้ตัดสิทธิ์หลังมอบตัว ทำให้เด็กสามารถเปลี่ยนใจไปที่อื่นได้ ซึ่งกรณีมีผู้สละสิทธิ์ก็จะเรียกคนที่ได้คะแนนลำดับถัดไปขึ้นมา ส่วนที่เหลือคือ แอดมิชชันซึ่งจะประกาศผลในเดือนกรกฎาคม

“ปกติเด็กที่รับเข้ามาจะมี 2 กลุ่มคือ สายอาชีพ ปวช.ซึ่งกลุ่มนี้จะเก่งพื้นฐาน วิชาชีพแต่อ่อนวิชาการ กับ ม.6 ซึ่งเก่งวิทย์ คณิตแต่ขาดทักษะทางช่าง เพราะฉะนั้นจะต้องมาเรียนปรับพื้นฐานก่อนเปิดภาคเรียน เด็กที่มาจากสายอาชีพจะต้องมาปรับพื้นฐานด้านคณิต วิทย์ ส่วนเด็กที่จบ ม.6ก็จะเติมเต็มทักษะทางช่าง ปีนี้ปิดเทอมยาวไปถึงสิงหาฯ ก็จะมาเรียนปรับพื้นฐาน 3 เดือนก่อนเปิดเทอม เพื่อให้เด็กทั้งสองกลุ่มสามารถเรียนไปด้วยกันได้ โดยไม่กังวลว่าเข้ามาแล้วจะเรียนไม่ได้” รศ.ดร.ประเสริฐกล่าว

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวถึงสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และสถาปัตยกรรมศาสตร์ซึ่งเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้ว่า เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลที่มีนโยบายขยายตลาดด้านนี้ ทำให้โอกาสมีงานทำสูง เงินเดือนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป และได้งานทำเร็วเนื่องจากตลาดต้องการนักปฏิบัติซึ่งสอดคล้องกับการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยที่เน้นการปฏิบัติจริง สู้งาน มีจิตสาธารณะและสามารถอยู่ในสังคมที่หลากหลายได้ และเนื่องจากจะเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ดังนั้นการผลิตบัณฑิต ต่อจากนี้ไปจะมีแนวทางที่ชัดเจนขึ้น เริ่มจากการปรับปรุงหลักสูตร ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไปจะมีการปรับหลักสูตรให้มีชั่วโมงปฏิบัติมากขึ้น โดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจะเพิ่มชั่วโมงปฏิบัติเป็น 70 % ส่วนอีก 30 % เรียนทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติโดยผ่านกิจกรรม หรือจากกรณีศึกษาจากภาคอุตสาหกรรม หรือโครงงาน และฝึกสหกิจศึกษา ซึ่งปีนี้บางสาขาจะเพิ่มชั่วโมงฝึกมากขึ้น เช่น กลุ่มท่องเที่ยวการโรงแรม เทคโนโลยีอาหาร นอกจากนี้ยังมีวิชาที่ต้องไปเรียนรู้ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 1 วิชา ซึ่งการเพิ่มชั่วโมงฝึกจะทำให้นักศึกษามีโอกาสได้งานทำ ก่อนจบ หรือมีรายได้ระหว่างฝึก ซึ่งพบว่าหลายแห่งรับเข้าทำงานหลังเรียนจบ

“นอกจากทักษะด้านวิชาชีพแล้ว ยังมีทักษะทางด้านภาษา ซึ่งจะต้องเพิ่มให้เข้มข้น ขึ้นโดยเฉพาะฟัง พูด และทุกคนจะต้องสอบโทอิคอย่าต่ำ 500 คะแนน และผ่านการสอบความรู้ด้านไอทีหรือ ICT 3 เพราะสถานประกอบการส่วนใหญ่บอกว่าเด็กของเราเก่งเรื่องงาน แต่อ่อนภาษาและไอที เพราะฉะนั้นจะต้องเพิ่มทักษะด้านนี้ให้มากขึ้น รวมถึงทักษะทางสังคมโดยผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อย 12 กิจกรรม จะฝึกจากศูนย์ความเป็นเลิศของแต่ละคณะก็ได้ เช่น เด็กวิศวะอยากจะเรียนทำอาหารก็มีศูนย์ทำอาหาร หรือเรียนคหกรรมอยากเรียนถ่ายภาพก็ไปฝึกได้เสร็จแล้วบันทึกไว้ในสมุดกิจกรรม มากเท่าไหร่ยิ่งดี จบแล้วสามารถไปยื่นสมัครงานคู่กับ ทรานสคริปต์ เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำงาน และสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษาว่าเรียนที่ มทร.ธัญบุรีจบไปแล้วต้องมีงานทำและสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวในที่สุด More >