Binder1_Page_6

คอลัมน์ SCIWATCH: รถเข็นไฟฟ้าควบคุมด้วยเสียงต้นแบบ

นายเดชฤทธิ์ มณีธรรม หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับผศ.เบญจลักษณ์ เมืองมีศรี มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ และ พ.อ.นพ.อารมย์ ขุนภาษี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พ.อ.รศ.นพ.สุธี พานิชกุล วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ได้ร่วมประดิษฐ์รถเข็นไฟฟ้าควบคุมด้วยเสียง (Electric Wheelchair Control by Voice)

เนื่องจากโรงพยาบาลมีทหารที่ได้รับบาดเจ็บเส้นประสาทที่ต้นคอ ระดับการบาดเจ็บขั้น C3 C4 ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกทางการเคลื่อนไหวตั้งแต่หัวไหล่ลงมา หรือสามารถขยับได้เฉพาะคออย่างเดียว บางรายไม่สามารถหันหรือหมุนคอได้ ทำให้ทางทีมงานสรุปผลว่าควรจะประดิษฐ์รถเข็นไฟฟ้าควบคุมด้วยเสียงขึ้นมา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวบนรถเข็นและควบคุมการทำงานด้วยเสียงของผู้ป่วยเอง ต้นทุนในการประดิษฐ์รถเข็นไฟฟ้าควบคุมด้วยเสียงประมาณ 40,000บาท/คัน ผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่อาจารย์เดชฤทธิ์ โทร.0 8688 21475 More >

4 ไอเดียสุดชิค ศิลปะนิพนธ์ ออกแบบแฟชั่น มทร.ธัญบุรี

4 ไอเดียสุดชิค

ศิลปะนิพนธ์ ออกแบบแฟชั่น มทร.ธัญบุรี

24 นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาออกแบบแฟชั่นและศิลปะสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ออกแบบและตัดเย็บชุดลำลองและชุดราตรี โชว์ผลงานศิลปะนิพนธ์กว่า 150 ผลงาน จากแนวคิดและเทคนิค ผสมจนกลายเป็นแฟชั่นสุดชิค

นายสุระจิตต์ แก่นพิมพ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาออกแบบแฟชั่นและศิลปะสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า โดยศิลปะนิพนธ์ ในสาขาวิชาออกแบบแฟชั่นและศิลปะสิ่งทอ ให้นักศึกษาออกแบบและตัดเย็บชุด ได้แก่ ชุดลำลอง ชุดแฟชั่นชั้นสูง และชุดปาร์ตี้ โดยแนวคิดในการออกแบบให้ความเป็นอิสระ จุดมุ่งหมายต้องการให้นักศึกษา มีแนวคิดใหม่ๆ ในการออกแบบ เรียนรู้เทคนิคในการตัดเย็บ โดยผลงานที่นักศึกษาออกแบบและตัดเย็บ สร้างความภูมิใจให้กับนักศึกษา ก่อนออกไปสู่เส้นทางแฟชั่น More >

ปิดเทอมใหญ่ นศ.มทร.ธัญบุรี ปรับทัศนคติผู้ต้องขัง

คณาจารย์ นักศึกษา 20 ชีวิต จัดโครงการปรับทัศนคติผู้ต้องขังเฉพาะกลุ่ม ณ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลางคน จังปทุมธานี

นายเรืองศักดิ์ สุวารี ผู้อำนวยการทัณฑสถานวัยหนุ่มกลางคน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องขังชายประมาณ 6000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด รองลงมาคดีเกี่ยวกับทรัพย์ สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในทัณฑสถานแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านร่างกาย 2. ด้านจิตใจ 3. ด้านทัศนคติ 4. ด้านความรู้ 5. ด้านอาชีพ ความผิดที่ผู้ต้องขังทำส่วนใหญ่มาจากวัตถุนิยม, เพื่อนนิยม ในการเข้ามาทำกิจกรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องของความคิด โดยจัดครั้งนี้มีผู้ต้องขัง 7 โปรแกรมได้แก่ โปรแกรมผู้ต้องขังโทษสูง , ค้ายาเสพติด , กระทำความผิดต่อทรัพย์ , ทางเพศ, สมานฉันท์ผู้ต้องขัง , ครอบครัว , สังคม ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละประมาณ 150 คน More >

มทร.ธัญบุรี นำวัสดุชีวมวลเหลือใช้ มาผลิตเป็นก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์

นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นำกิ่งไม้เหลือใช้ภายในมหาวิทยาลัยฯ มาผลิตเป็นก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ลดปริมาณขยะในมหาวิทยาลัยฯ ประหยัดงบประมาณผลิตก๊าซเชื้อเพลิงไว้ใช้เอง

เจ้าของผลงาน “แต๊ะ” นายธนภูมิ จักรปวง เล่าว่า เนื่องจากน้ำมันเตาและก๊าซแอลพีจีมีราคาสูงขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมที่ใช้ความร้อน เช่น การทำเซรามิก การเผาปูนขาว การอบปุ๋ยและการอบแห้งพืชผลทางเกษตรมีต้นทุนสูงตามไปด้วย ตนเอง และ ผศ.ศุภวิทย์ ลวณะสกล จึงมีแนวคิดเปลี่ยนการใช้ก๊าซแอลพีจี (LPG) มาใช้ก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากชีวมวลแทน ซึ่งก๊าซเชื้อเพลิงจากชีวมวลดังกล่าวนอกจากจะเป็นการผลิตความร้อนใช้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วยังสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตความร้อน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย More >

อาจารย์ มทร.ธัญบุรี วิจัยรังไหมขัดหน้า

งานวิจัยตัวใหม่ อาจารย์ มทร.ธัญบุรี “ไหมขัดหน้า” ลดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ช่วยให้ผิวเต่งตึง อ่อนนุ่มกระจ่างใส ผศ.ไศลเพชร ศรีสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีและงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เจ้าของงานวิจัย เปิดเผยว่า ในรังไหมมีกรดอะมิโน 10 ชนิดที่ตรงกับ Natural Moisturizing Factor (NMF) ที่พบตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงการสร้างของคอลลาเจน จึงเป็นการให้ความชุ่มชื้นตามกลไกธรรมชาติโดยการเติมกรดอะมิโนที่สูญเสียไป มีสารช่วยดูดซับความชื้นในอากาศ จึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวของเราได้ทันที มีสารต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังต่างๆ เช่น สิว ฝ้า กระ ฯลฯ และยังช่วยลดการอักเสบของผิวพรรณได้เป็นอย่างดี ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวที่อ่อนแอ ลดการเกิดเม็ดสีผิวที่เป็นสาเหตุของรอยด่างดำบนใบหน้า ทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส เนียนนุ่ม กระชับ และเปล่งปลั่งมากขึ้น มีคุณสมบัติปกป้องตามธรรมชาติ เพิ่มความสามารถในการเก็บกักความชุ่มชื่นของผิวหน้า และผิวกาย ทำให้ผิวดูเรียบเนียนกระชับ ลดริ้วรอยและความหยาบกร้านของผิว มีความสามารถในการสร้างฟิล์มเพื่อปกป้องมลภาวะต่างๆ ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ ผศ..ไศลเพชร 086-7862104 More >

Binder1_Page_4

“ชุดประจำชาติอาเซียน” งามหลากหลาย…ถ่ายทอดวัฒนธรรม

ทีมวาไรตี้

“ถ้าเทียบชุดประจำชาติในอาเซียนกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกล้วนมีความแตกต่างด้านวัฒนธรรม แต่ส่วนใหญ่จะไม่ใช้ใส่ในชีวิตประจำวัน เช่น ชุดกิโมโนของญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจะใส่เมื่อถึงวัยสาวในการใส่ไปถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึก ไม่ต่างจากชุดไทยพระราชนิยมจะใส่เมื่อมีงานสำคัญที่เป็นพิธีเสียส่วนใหญ่”

ถ้าเล่าถึงการรวมกลุ่มอาเซียน คงมีคนเล่ากันมามากแล้ว แต่สำหรับเรื่องชุดประจำชาติไม่ใช่แค่ความงามที่หลากหลาย แต่ยังรวมถึงภาพสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจพื้นฐานวัฒนธรรมประจำชาติอีกด้วย

ชุดประจำชาตินอกจากได้รับการหล่อหลอมมายาวนานแล้ว สำหรับ ผศ.มาลา ฤทธิ์นิ่ม หัวหน้าสาขาวิชาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มองว่า ชุดประจำชาติ 10 ประเทศที่มีความหลากหลายอาจแบ่งเป็นกลุ่มได้จากพื้นเพทางศาสนา เช่น อิสลามชุดจะใกล้เคียงกัน อย่าง อินโดนิเซีย มาเลเซีย บรูไน ส่วนประเทศที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน เช่น ไทย กัมพูชา ลาว ก็มีความคล้ายคลึงกัน แต่มีบางประเทศที่ตกเป็นอาณานิคมชาติตะวันตกมานาน ทำให้ชุดประจำชาติเป็นแบบตะวันตก More >

Binder1_Page_3

คอลัมน์ แวดวงการศึกษา: มทร.ธัญบุรีปรับพื้นฐานน.ศ.

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรีกำหนดให้นักศึกษาที่คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ 30% ของคะแนนสอบเข้า ต้องเรียนปรับพื้นฐานวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 48 ชั่วโมง ตั้งแต่เดือนเมษายน-สิงหาคม 2557 ส่วนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ใช้วุฒิ ม.6 ปวช. และ ปวส. ที่มีคะแนนสองวิชาชีพเฉพาะในส่วนของวิชากลศาสตร์วิศวกรรม ต่ำกว่าเกณฑ์ 50% ของคะแนนสอบเข้า ต้องเรียนปรับพื้นฐานในรายวิชา Engineering Mechanics ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม รวมถึงนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ใช้วุฒิ ม.6 จะต้องเรียนปรับพื้นฐานในรายวิชา Engineering Drawing ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมด้วย ทุกรายวิชาจะเสียค่าลงทะเบียนวิชาละ 1,000 บาท เปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 3-4 พฤษภาคม ที่หอประชุม มทร.ธัญบุรี นักศึกษารายใดต้องเรียนปรับพื้นฐาน ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ www.rmutt.ac.th More >

Binder1_Page_1

คิดค้นรถเข็นไฟฟ้าต้นแบบผู้ป่วยสั่งเคลื่อนที่ด้วยเสียง

ดร.เดชฤทธิ์ มณีธรรม หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ผศ.ดร.เบญจลักษณ์ เมืองมีศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ และ พ.อ.ผศ.นพ.อารมย์ ขุนภาษี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พ.อ.รศ.นพ.สุธี พานิชกุล วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ได้ทำการวิจัยร่วมกับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ประดิษฐ์คิดค้นผลงานชิ้นล่าสุด “รถเข็นไฟฟ้าควบคุมด้วยเสียง” (Electric Wheelchair Control by Voice) More >

Binder1_Page_3

คอลัมน์ หลากเรื่องราว: นำสองพลังงานสะอาดมาอบผลผลิตทางเกษตร

กลุ่มนักศึกษาจากคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ ด้วยการนำเอาความร้อนไปใช้สำหรับ ตู้อบผลผลิตทางการเกษตร ได้ผลจนเป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้นอกจากพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว นักศึกษากลุ่มนี้ยังดึงเอาพลังงานทางชีวภาพ ซึ่งก็คือ แก๊สชีวภาพ ที่ผลิตเองจากเศษอาหารของเหลือทิ้งมาประสานกันเป็นพลังงานสำรองสำหรับตู้อบในยามที่บางวันแสงอาทิตย์อาจจะมีไม่พอ ทำให้สามารถอบผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องไม่ต้องหยุดชะงักแม้วันที่แดดไม่ออกก็ตาม

สิ่งประดิษฐ์นี้ เป็นผลงานร่วมของ นายชัยวุฒิ ล่าบ้านหลวง, นายคมสัน เครืองเนียม, นางสาวประภัสสร สำเภาทอง, นายทวีศักดิ์ อรชร, นายจักรินทร์ นับพิมาย, นายปริวรรต เรืองฤทธิ์ และ ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาตลอดโครงการ

โครงการนี้ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าของผลงานว่า สำหรับโครงการประยุกต์ใช้แก๊สชีวภาพกับพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับตู้อบผลผลิตทางการเกษตรนี้ พวกตนได้แรงบันดาลใจมาจากการศึกษาแล้วพบว่าในอดีตเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้การตากแดด ทำแห้งผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเป็นการถนอมอาหาร หรือ เก็บรักษาคุณภาพของผลผลิตการเกษตร ในการทำแห้งผลผลิตทางเกษตรด้วยวิธีตากแดดนั้นจะใช้เวลานานและจะไม่สามารถทำได้เมื่อปริมาณแดดมีจำนวนน้อย หรือ ฝนตก ฉะนั้นทำการตากแห้งผลผลิต ไม่เป็นไปตามต้องการ และการตากแบบเดิมนั้นยังทำให้เกิดการปนเปื้อนของฝุ่นละอองและอาจจะเกิดเชื้อราในผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตรได้อีกด้วย ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีการพัฒนาสร้างเครื่องอบแห้งขึ้นมาหลายรูปแบบ เช่น การอบโดยใช้น้ำมัน แก๊สหุงต้ม ไฟฟ้า ซึ่งวิธีการดังกล่าวนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และใช้พลังงานค่อนข้างสูงอีกด้วย รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ดังนั้นพวกตนจึงมีแนวคิดที่จะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และแก๊สชีวภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากพลังงานดังกล่าวเป็นพลังงานสะอาด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ได้ฟรีจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถใช้เป็นพลังงานทางเลือกได้ สิ่งสำคัญคือการสร้างจิตสำนึกในการนำพลังงานสะอาดมาใช้แทนพลังงานสิ้นเปลือง ที่นับวันยิ่งเหลือน้อยลงไปทุกที

สำหรับเครื่องอบที่ประดิษฐ์ขึ้นจนสำเร็จนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ด้วยกัน คือ ส่วนที่ 1 ชุดรวบรวมแสง (Solar Collector) เป็นการผลิตลมร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อนำลมร้อนไปใช้อบผลผลิตการเกษตรในตู้อบ ส่วนที่ 2 ชุดผลิตแก๊สชีวภาพ (Bio Gas System) เพื่อนำแก๊สชีวภาพมาใช้ในกรณีที่ลมร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์มีอุณหภูมิต่ำหรือใช้ในกรณีที่มีฝน ส่วนที่ 3 ตู้อบ (Dryer) โดยตู้อบจะมีชุดควบคุม เพื่อควบคุมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และแก๊สชีวภาพให้อุณหภูมิอยู่ในระดับที่สามารถอบผลผลิตการเกษตรได้

หลักการทำงาน คือ ตู้อบจะใช้พลังงานหลักในการอบจากพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยคิดเป็น 90% และจะใช้พลังงานความร้อนจากการเผาไหม้ของแก๊สชีวภาพ 10% ในกรณีที่แสงแดดไม่เพียงพอ และจะใช้พลังงานความร้อนจากการเผาไหม้ของแก๊สชีวภาพ 100% ในกรณีที่ฝนตกตลอดทั้งวันในการผลิตลมร้อนจากพลังงานจากแสงอาทิตย์นั้นจะใช้หลักการของพาราโบลา ในการรวมแสง โดยที่แผงรับรังสีของความร้อนแบบพาราโบลาสามารถปรับระดับได้ตั้งแต่ 1-50 องศา เพื่อนำลมร้อนที่ได้จากการรวบรวมความร้อนของชุดรวบรวมความร้อนแบบพาราโบลาผ่านท่อนำความร้อน ไปใช้ในตู้อบซึ่งสามารถผลิตลมร้อนได้ถึง 80 องศาเซลเซียส ในช่วงเวลาแดดร้อนจัด ตู้อบจะนำลมร้อนที่ได้มาใช้ในการอบแห้ง โดยจะตั้งอุณหภูมิในการอบที่ 60 องศาเซลเซียส จะมีระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติเพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในตู้อบไม่ให้ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิภายในที่ได้จากแสงอาทิตย์ในตู้อบต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ระบบควบคุมจะสั่งให้จ่ายแก๊สชีวภาพอัตโนมัติมาเผาท่อนำความร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ แล้วนำลมร้อนที่ได้เข้าสู่ตู้อบจนอุณหภูมิภายในตู้อบมีอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส และระบบควบคุมก็จะสั่งให้หยุดจ่ายแก๊สชีวภาพอย่างอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิถึงดังกล่าว

จากการทดลองเมื่อเปรียบเทียบการใช้งานระหว่างการใช้ตู้อบที่ประยุกต์ใช้แก๊สชีวภาพกับพลังงานแสงอาทิตย์กับการตากแดด ผลที่ได้คือ การอบแห้งใบมะกรูดโดยใช้ตู้อบสามารถลดความชื้นของใบมะกรูดจาก 61% เหลือเพียง 11% โดยน้ำหนัก ในเวลาการอบ 5 ชั่วโมง โดยใบมะกรูดที่นำไปตากแดดนั้นจะไม่สามารถลดความชื้นได้ถึง 11% โดยน้ำหนักภายใน 1 วัน ซึ่งนับว่าเป็นที่น่าพอใจ เป็นการใช้ประโยชน์จากพลังงานตามธรรมชาติอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถทุ่นพลังงานและเวลาสำหรับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี. More >

Binder1_Page_09

คอลัมน์ ไฮไลท์ทีวี

ช่อง 1 เวิร์คพอยท์

20.15 น. The Dish เมนูทองแต่ละเมนูเรียกว่าต้องมีความพิเศษจริงๆ อาทิ มัสมั่นซี่โครงแกะข้าวอบสมุนไพร หรือทูน่าชีสเค้ก ราดซอสเบอร์รี่ ฯลฯ โดยรายการจะมีกรรมการที่มีดีกรีแน่นอย่าง “เชฟชุมพล แจ้งไพร” สุดยอดเชฟผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารทั้งในประเทศและระดับสากล หรือ “เชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์” สุดยอดเชฟผู้คร่ำหวอดในแวดวงอาหารญี่ปุ่นมายาว นานกว่า 20 ปี และ “อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด “อ.อรุณวรรณ อรรถธรรม” อาจารย์ประจำภาควิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี More >

Binder1_Page_04

คอลัมน์ นิวเจนพลัส: เด็กวิศวะ 13 มหาวิทยาลัยชั้นนำจับมือท่อตราช้างจัดกิจกรรม CSR

เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่มีความรับผิดชอบต่อลูกค้าและสังคมในอนาคต ตามจรรยาบรรณวิชาชีพ “ท่อตราช้าง” แบรนด์สินค้าคุณภาพจากเครือเอสซีจี สานต่อโครงการ “Chang Young Engineer Camp”ครั้งที่ 6 ชวนนักศึกษาจาก 13 มหาวิทยาลัยชั้นนำ จำนวน 40 คน เข้าค่ายฝึกทักษะสู่การเป็นวิศวกรมืออาชีพ ด้วยการเลือกใช้สินค้าคุณภาพดีที่ทำให้ได้ระบบท่อที่ดี โดยผนึกกำลังร่วมสร้างห้องน้ำและปรับปรุงระบบท่อให้กับโรงเรียนวัดเจดีย์ทอง (สุขวิทยาคาม) จ.นครนายก พร้อมทั้งศึกษาดูงานการผลิต ณ โรงงานท่อตราช้าง จังหวัดสระบุรี

นายสมชาย หงษ์สุวรรณ ผู้จัดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม (สระบุรี) จำกัดกล่าวว่าในปีนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นนิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมฯ ชั้นปีที่ 3 หรือ 4 จาก 4 ภาควิชาได้แก่ วิชาโยธา, ไฟฟ้า, สิ่งแวดล้อมและเครื่องกล จากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศโดยที่ผ่านมาเราได้เปิดรับสมัครสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและสำหรับครั้งนี้เราได้เพิ่มเป็น 13 สถาบันได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง,สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยรูปแบบของกิจกรรมจะเป็นการช่วยเหลือสังคมที่เข้มข้นขึ้น โดยทางทีมงานท่อตราช้างได้คัดเลือกโรงเรียนวัดเจดีย์ทอง (สุขวิทยาคาม) จ.นครนายก ซึ่งทางโรงเรียนมีห้องน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งานเนื่องจากถูกเหตุอุทกภัยทำให้ห้องน้ำเสียหายทั้งหลัง ทางโครงการ Chang Young Engineer Camp จึงจะไปสร้างห้องน้ำขึ้นมาใหม่ โดยให้น้องๆ นักศึกษามาช่วยออกแบบและติดตั้งระบบท่อรวมถึงปรับปรุงระบบท่อห้องน้ำเดิมที่ชำรุดอยู่ (จากเดิมที่เราปรับปรุงห้องน้ำอย่างเดียวไม่มีการสร้างใหม่ให้ทั้งหลัง

โฟค-นายโชคอนันต์ แซ่ลี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้บอกเล่าความรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเพราะได้เรียนรู้ประสบการณ์แบบนอกตำราในห้องเรียน การออกแบบระบบท่อด้วยจินตนาการบนพื้นฐานของความรู้ทางวิชาการ นั้นได้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ เมื่อได้มาสัมผัสกับการลงมือปฏิบัติจริงทั้งกระบวนการตั้งแต่คิดวางแผนการทำงานการลงมือปฏิบัติการต่อประกอบท่อ ทั้งยังได้ศึกษางานและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพี่ๆ วิศวกร ทำให้เข้าใจลักษณะการทำงานจริงในสายอาชีพนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในการทำงานต่อไป นอกจากนี้ยังรู้สึกประทับใจพี่ๆ ทีมงาน และเพื่อนๆ ในโครงการทุกคนที่ให้ความอบอุ่นกับการมาค่ายในครั้งนี้ และสุดท้ายนี้อยากฝากให้รุ่นน้องที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Chang Young Engineer Camp ครั้งต่อไปติดตามข่าวการรับสมัครจากมหาวิทยาลัย และท่อตราช้างด้วย

ด้านหมวย-นางสาวกมลรัตน์ หวู มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นอกจากการที่ได้เห็นทุกขั้นตอนกระบวนการผลิตของโรงงานและความรู้จากวิทยากรคุณภาพแล้วโครงการ Chang Young Engineer Camp ครั้งที่ 6 ยังได้ให้สิ่งอื่นที่มากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการได้นำความรู้ที่พวกเรามีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมที่เขาขาดแคลน การฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีมการวางแผนงาน การแบ่งงานกันตามความถนัดและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้งานประสบความสำเร็จ เกิดเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราและความสุขของคนที่ได้รับด้วยแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็รับรู้ได้ถึงมิตรภาพที่ดีในโครงการนี้ทั้งจากผู้เข้าร่วมโครงการทีมงาน ผู้บริหาร และที่สำคัญได้เปิดมุมมองทัศนคติและแนวคิดใหม่ๆ จากการเข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย More >

Binder1_Page_03

วัสดุชีวมวลเหลือใช้ผลิตเป็นก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์

นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นำกิ่งไม้เหลือใช้ภายในมหาวิทยาลัยฯ มาผลิตเป็นก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ลดปริมาณขยะในมหาวิทยาลัยฯ ประหยัดงบประมาณผลิตก๊าซเชื้อเพลิงไว้ใช้เอง

เจ้าของผลงาน นายธนภูมิ จักรปวง เล่าว่า เนื่องจากน้ำมันเตาและก๊าซแอลพีจีมีราคาสูงขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมที่ใช้ความร้อน เช่น การทำเซรามิก การเผาปูนขาว การอบปุ๋ยและการอบแห้งพืชผลทางเกษตรมีต้นทุนสูงตามไปด้วย ตนเองและ ผศ.ศุภวิทย์ ลวณะสกล จึงมีแนวคิดเปลี่ยนการใช้ก๊าซแอลพีจี (LPG) มาใช้ก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากชีวมวลแทน ซึ่งก๊าซเชื้อเพลิงจากชีวมวลดังกล่าวนอกจากจะเป็นการผลิตความร้อนใช้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วยังสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตความร้อน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย

การผลิตก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (Synthesis Gas) จากวัสดุชีวมวล (Biomass) โดยใช้ไอน้ำเป็นตัวเร่ง เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซแอลพีจี จะอาศัยหลักการปฏิกิริยาความร้อน-เคมี (Thermo-Chemical Reaction) หรือที่เรียกว่าขบวนการแก๊สซิฟิเคชั่นด้วยไอน้ำ (Steam Gasification) ระบบประกอบไปด้วยเตากำเนิดก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ชนิดไหลลง (Downdraft) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 40 เซนติเมตร สูง 100 เซนติเมตร ชุดป้อนเชื้อเพลิงและระบายขี้เถ้าแบบอัตโนมัติ ชุดปรับปรุงคุณภาพก๊าซ ทั้งนี้ในการศึกษามีขั้นตอนดังนี้

1.สร้างระบบกำเนิดก๊าซชนิดไหลลง พร้อมชุดผลิตไอน้ำ ระบบปรับปรุงคุณภาพก๊าซฯ และระบบควบคุมการทำงาน 2.ใช้เชื้อเพลิงชีวมวล สำหรับเชื้อเพลิงชีวมวลที่ใช้ในการทำครั้งนี้ ได้แก่ เศษกิ่งไม้ ภายในมหาวิทยาลัยฯ โดยได้ย่อยกิ่งไม้ให้มีขนาด 2-4 เซนติเมตร มีความชื้นประมาณ 20% เป็นเชื้อเพลิง 3.เปลี่ยนกิ่งไม้เป็นก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ด้วยเตากำเนิดก๊าซชนิดไหลลง 4.วัดค่าความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงชีวมวล อัตราการผลิตไอน้ำ อากาศที่ไหลเข้าระบบอัตราการไหลของก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 5.ทดสอบหาองค์ประกอบทางเคมีและค่าความร้อน (Heating Value) ของก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ผลิตได้ 6.คำนวณหาประสิทธิภาพของระบบ

ผลจากการทดสอบพบว่าระบบสามารถผลิตก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ทดแทนการใช้ก๊าซแอลพีจีได้ในอัตรา 1.5 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากชีวมวลที่ผลิตได้นี้ สามารถนำไปใช้หุงต้มอาหารหรือใช้ทดแทนการผลิตความร้อนจากก๊าซแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานเซรามิก การผลิตปูนขาว และการอบแห้งผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงพลังงาน ลดต้นทุนการผลิต ลดมลภาวะ ช่วยให้ชุมชนมีรายได้จากการผลิตเชื้อเพลิงพลังงานและเป็นต้นแบบในการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตนเองและขยายผลในอนาคต

สำหรับชุมชนหรือกลุ่มอาชีพจังหวัดใดสนใจการผลิตก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ศุภวิทย์ ลวณะสกล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มทร.ธัญบุรี โทร.08-1928-5203 More >

Binder1_Page_02

ภาพข่าว: สังคมสยามรัฐ: เปิดโครงการ

…รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาสมาชิกสภานักศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประจำปีการศึกษา 2557 ที่ห้องประชุมเมธาวี สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ More >

Binder1_Page_01

มทร.ธัญบุรีเห็นด้วยรับตรงพร้อมกันแต่หวั่นเด็กกระจุกตัวในสาขายอดฮิต

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความเห็นถึงกรณีที่มีแนวคิดจะให้มีการเปิดรับตรงเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาพร้อมกันทั่วประเทศ ว่า แนวความคิดในเรื่องนี้ตนเห็นด้วย เพราะขณะนี้นักศึกษาที่จะสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี มีความตั้งใจและรู้ตนเองว่าต้องการศึกษาต่อในด้านใด กลุ่มนี้มีประมาณ 25% 2.กลุ่มนักศึกษาที่ยังมีความลังเลว่าจะเรียนอะไร สาขาวิชาไหนประมาณ 40% 3.กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนลดลง มีประมาณ 35% ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้จะตัดสินใจเลือกเรียนในสายวิชาชีพ หรือสายสังคม ดังนั้นการสอบที่พร้อมกันทั้งหมดจะช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนสาขาวิชาไหนได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่าย นักศึกษาตัดสินใจครั้งเดียว และมหาวิทยาลัยไม่ยุ่งยากเรื่องการจัดการ

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากรณี การเวียนสอบของนักศึกษาในหลายๆ มหาวิทยาลัยนั้น เท่าที่สังเกตตนมองว่า นักศึกษาต้องการที่จะทดสอบตนเองในสาขา วิชาที่ตนใฝ่ฝัน กับมหาวิทยาลัยที่หวัง และ อาจจะทดสอบอีกครั้งมหาวิทยาลัยที่นักศึกษา จะศึกษาต่อ ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องของโอกาสของนักศึกษาที่จะเลือกเรียน เพราะนี้เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวและก้าวสำคัญของนักศึกษาที่จะใช้ประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อในอนาคต ดังนั้น หากจะมีการดำเนินการให้สอบตรงพร้อมกัน จึงควรมีตัวเลือกของสาขาวิชา และมหาวิทยาลัยให้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ 2 อันดับ ซึ่งหากอันดับมากก็จะแก้ปัญหาการไหลเวียนได้ แต่วิธีนี้อาจทำให้เกิดปัญหาบางสาขาวิชาจะไม่ถูกเลือกจากนักศึกษา เพราะหากมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบเอง จะมีกลไกในการเกลี่ยนักศึกษา หรือเรียกตัวสำรองเพื่อเข้าศึกษาต่อ เพราะฉะนั้น สกอ. จึงควรคิดเผื่อ ถึงวิธีการให้แต่และมหาวิทยาลัยให้มีโอกาสเกลี่ยคะแนนไปสู่สาขาวิชาอื่นได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นนักศึกษาจะไปกระจุกตัวแต่เฉพาะสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยยอดฮิต More >

Binder1_Page_13

ภาพข่าว: สังคมธุรกิจ: บริหารกองทุนส่วนบุคคล

พจน์ หะริณสุต รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจลูกค้าบุคคลและสถาบัน บลจ.ไทยพาณิชย์ แลกเปลี่ยนสัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลกับ รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในโอกาสมอบความไว้วางใจให้บลจ.ไทยพาณิชย์เป็นหนึ่งในผู้บริหารกองทุนส่วนบุคคล โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เมื่อเร็วๆ นี้… More >

Binder1_Page_08

ทำพวงกุญแจลายการ์ตูนสร้างรายได้ระหว่างเรียน

ไอเดียบรรเจิด! นศ.มทร.ธัญบุรี สร้างสรรค์พวงกุญแจลายการ์ตูน หารายได้เสริมระหว่างเรียนอย่างน่าพอใจนางสาวสุพิศ อาจหาญ หรือน้องวิว นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาหัตถกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวมีความชื่นชอบตัวการ์ตูนและรักงานฝีมือด้านการวาดและประดิษฐ์ ตอนนั้นมีคำถามในใจว่าอะไรที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตนเองได้ จึงคิดว่าจะต้องเป็นชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้และต้องเป็นชิ้นที่ไม่ใหญ่มาก สามารถซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝากได้

ระหว่างที่กำลังหาชิ้นงานแต่มีแรงบันดาลใจแล้ว ถือว่าเป็นโชคและโอกาส ไปเดินตลาดงานฝีมือแห่งหนึ่ง สะดุดตาเห็นพวงกุญแจไม้ลักษณะกลม จึงเกิดไอเดียนำพวงกุญแจไม้ที่เห็นมาประดิษฐ์ โดยตัดสินใจหาซื้อพวงกุญแจไม้ที่สำเพ็ง แล้วลองทำพวงกุญแจไม้มีลักษณะกลมอยู่แล้วสามารถวาดหน้าการ์ตูนลงไปได้ ตอนนั้นวาด “หน้าโดราเอมอน” เป็นหน้าแรกที่วาดและลงสี เมื่อได้พวงกุญแจโดราเอมอนจึงไปวางขาย ซึ่งมีคนสนใจ จึงนำมาต่อยอดเป็นหน้าการ์ตูนหน้าอื่นๆ โดยจะวาดลายการ์ตูนที่มีความนิยมสูง เช่น หมีพูห์ พวงกุญแจไม้ที่จำหน่ายมี 2 ขนาด 3 นิ้ว ราคา 35 บาท และขนาด 4 นิ้ว ราคา 45 บาท

ขั้นตอนในการทำพวงกุญแจไม้ เริ่มจากการทาสีขาวเพื่อเป็นสีพื้น ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วลงสีตุ๊กตา ยกตัวอย่างโดราเอมอนลงสีฟ้า ใช้คือสีน้ำมันและสีอะครีลิก ทิ้งไว้เมื่อสีพื้นแห้ง นำมาใส่บล็อก โดยบล็อกประดิษฐ์ขึ้นเองเป็นฐานตั้งในการตกแต่งหน้าตุ๊กตา 1 บล็อกจะใส่ได้ 8 ตัว วางใส่บล็อกเรียบร้อยแล้ว จากนั้นใช้พู่กันเขียนหน้าตุ๊กตา ใช้ปากกาและดินสอตัดเส้น จากนั้นรอให้แห้ง สำหรับตุ๊กตาบางตัวที่มีหูก็จะซื้อลูกปัดมาติดใส่ให้เป็นใบหู ตกแต่งให้สวยงาม เสร็จขั้นตอนพร้อมวางขาย

สำหรับงานฝีมือต้องอาศัยเวลาในการทำ ต้องมีความอดทน ตัวการ์ตูนบางตัวใบหน้าไม่ได้กลม แต่ต้องรู้จักการประยุกต์ ทำยังไงก็ได้ให้พวงกุญแจไม้กลมๆ กลายเป็นใบหน้าของตุ๊กตาให้ได้ และอาศัยช่วงเวลาว่างหลังเลิกเรียนในการทำและออกไปขายตามตลาดนัดทั่วไปทุกวันเสาร์อาทิตย์ หรือวันที่ว่างไม่มีเรียน

ส่วนผลกำไรที่ได้จะอยู่ที่ประมาณวันละ 1,000-1,500 บาท ถือว่าเป็นงานที่สร้างรายได้ให้ตนเอง ปัจจุบันไม่ได้ขอเงินพ่อแม่เรียน ที่หน้าร้านมีพวงกุญแจลายตุ๊กตาให้ลูกค้าเลือกประมาณ 30 แบบ เช่น กบเคโรโระ แองกรี้เบิร์ด อุลตร้าแมน สอบถามเพิ่มเติมโทร. 08-2099-3106. More >

Binder1_Page_07

คอลัมน์ เกาะจอ/รอดู

เซียนทีวี mallin@posttoday.com

ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ เวลา 20.15 น.รายการ ‘The Dish เมนูทอง’

วาไรตี้เกมโชว์ ที่จะให้พบกับเมนูแปลกใหม่ทั้งคาวหวานที่ไม่ซ้ำใคร เป็นเมนูพิเศษเฉพาะร้านนั้น อาทิ มัสมั่นซี่โครงแกะข้าวอบสมุนไพร หรือทูน่าชีสเค้กราดซอสเบอร์รี ฯลฯ โดยรายการจะมีกรรมการที่มีดีกรีแน่นอย่าง”เชฟชุมพล แจ้งไพร” สุดยอดเชฟผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารทั้งในประเทศและระดับสากล หรือ “เชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์” สุดยอดเชฟผู้คร่ำหวอดในแวดวงอาหารญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 20 ปี และ “ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด “อรุณวรรณ อรรถธรรม” อาจารย์ประจำภาควิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีโดยมี เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร More >

rmutt_news-51

มทร.ธัญบุรี จัดโครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จ

Road map to Young Executive หรือ ที่รู้จักในชื่อ RYE โครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จ โครงการดีๆ ของนักศึกษา ส่งต่อความรู้สู่น้องรุ่นต่อรุ่น สืบต่อกันมากว่า ๑๒ ปี

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรีเปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว ถือเป็นโครงการที่ดี ซึ่งสืบต่อกันมา นักเรียนที่ได้เข้าร่วมโครงการจะสอบติดจำนวนมาก โดยได้รับผลตอบรับจากนักเรียนที่สนใจเข้ามาติวเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นโครงการติวฟรี ต้องขอชมนักศึกษารุ่นพี่ นายเอกสิทธิ์ เกิดกฤษฎานนท์ (อาจารย์พี่เบส) และนักศึกษารุ่นพี่ทุกๆ คนที่ทุ่มเทผลักดันให้มีโครงการดังกล่าว กว่า ๑๒ ปีที่สืบทอดกันมาและนักศึกษาศิษย์ปัจจุบันที่ได้เสียสละเวลา ในการเข้ามาเป็นรุ่นพี่ที่คอยติวให้กันน้องๆ ถือว่าเป็นอีก 1 โครงการที่ควรได้รับการยกย่องในการทำกิจกรรมของนักศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยฯ ยินดีที่จะสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ และขยายผลให้มากขึ้นในปีต่อไป

“เบส” นายเอกสิทธิ์ เกิดกฤษฎานนท์ ผู้ก่อตั้งโครงการ RYE ศิษย์เก่าจากสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เล่าว่า โครงการRYE ก่อตั้งมา ๑๒ ปีแล้ว โดยในช่วง ๖ ปีแรก เป็นการติวในสาขาวิชาสถานที่ใช่ในการติว คือ ใต้อาคารเรียน แต่เมื่อโครงการดังกล่าวมีการบอกต่อ บวกกับความสำเร็จที่นักเรียนเข้าร่วมโครงการสามารถสอบติดในระดับมหาวิทยาลัยฯ จึงมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยในปีนี้ มีผู้สนใจสมัครเข้าโครงการจากทั่วประเทศและคัดเลือกเหลือเพียง ๒๖๐ คนกิจกรรมคือการติวทั้งหมด ๗ วิชา ได้แก่วิชา คณิตศาสตร์, เคมี,ฟิสิกส์, ไทย,สังคม ,ภาษาอังกฤษและวิชาเฉพาะ สำหรับโครงการนี้ ต้องการให้โอกาสนักเรียน ที่ไม่มีโอกาสได้ติวตามติวเตอร์ต่างๆ ได้มีโอกาสเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามสอบ และที่สำคัญฝึกจิตสาธารณะของรุ่นพี่ ในการช่วยเหลือสังคม

“ติ” นายสันติ ทองเกิด นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ สาขาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ คณะบริหารธุรกิจ ประธานโครงการ เล่าว่า เมื่อปีที่แล้ว มีโอกาสได้เข้ารับการติว ซึ่งรุ่นพี่มอบความรู้ให้มากมาย และในวันนี้กลับมาเป็นอาสาในโครงการนี้ สำหรับโครงการนี้เปิดรับสมัครนักเรียนผ่านทาง facebook โดยมีเกณฑ์คัดเลือกจากนักเรียนที่สนใจโครงการ เรียนอยู่ในระดับปานกลาง ที่สำคัญรับนักเรียนที่มีจิตสาธารณะ มีใจเสียสละ ทั้งสายสามัญ และอาชีวะจากทั่วประเทศที่มาร่วมโครงการ โดยใช้เวลาในการติวทั้งหมด ๑๔ วัน”อยากให้น้องๆ ที่มาติว สอบเข้าเรียนที่ มทร.ธัญบุรีได้” เมื่อเห็นถึงความตั้งใจของน้องๆ แล้ว ทำให้มีกำลังใจในการติวน้องๆ ในส่วนของติวจะมีอาจารย์พี่เบส ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วมาช่วยและเพื่อนๆ ของอาจารย์ ซึ่งมาช่วยกันติว ในส่วนของตนเอง ช่วยอธิบายในส่วนของโจทย์คณิตศาสตร์ที่น้องๆ ไม่เข้าใจ

“หน่อง” นายชุมพร ขันโท นักศึกษาชั้นปีที่ ๓ (หลักสูตรต่อเนื่อง)สาขาวิชาวิศวกรรม อุตสาหการ-การผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่า ได้รับโอกาสในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ โดยมีโอกาสรับผิดชอบติวน้องๆ ในวิชาเขียนแบบพื้นฐาน เป็นวิชาที่ถนัดมากเพราะว่าได้รับการสอนมาตั้งแต่ชั้นปวช., ปวส. จนกระทั่งมาเรียนในมหาวิทยาลัยฯดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งเติมเต็มความรู้ให้กับน้องๆ ที่จะสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์”ยิ่งให้เท่าไหร่ เรายิ่งได้” ครั้งแรกที่ได้ติวน้องๆเยอะขนาดนี้”ได้รับความสุข ได้รับมิตรภาพ เป็นการฝึกฝนตัวเองแลกเปลี่ยนความรู้ และที่สำคัญ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์”

“เกศ” นางสาวเกศกนก โพธิพฤกษ์ นักศึกษาชั้น ปวส.๒ สาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์วาสุกรีจ.พระนครศรีอยุธยา เล่าว่า เนื่องจากได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการรู้สึกประทับใจโครงการนี้มาก ทั้งรุ่นพี่ที่เคยดูแล อาจารย์พี่เบส ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ที่มีความเสียสละมาก ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน เป็นเด็กที่บ้านไม่มีฐานะ ไม่มีโอกาสเข้าติวตามโครงการต่างๆ เมื่อตนเองได้มีโอกาสเข้ามาร่วมโครงการนี้ รู้สึกว่าอบอุ่น ถึงแม้ว่าจะสอบเข้าที่ มทร.ธัญบุรีไม่ได้ แต่จะกลับมาช่วยโครงการนี้เสมอ ซึ่งในปีนี้มีหน้าที่ในการดูแลในเรื่องของฝ่ายสวัสดิการของน้องๆ”สัญญาว่าจะเข้ามาช่วยโครงการนี้ต่อยอดความรู้ที่ตนเองได้รับมา ถ่ายทอดให้รุ่นน้องต่อๆ ไป”

“น๊อต” นายจิรภัทร ธรรมศิริ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๖โรงเรียนธัญบุรี เล่าว่า อยากเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่เคยติวที่ไหนมาก่อน รู้ว่าโครงการนี้มาจาก facebook เป็นโครงการติวฟรี จึงสนใจสมัครโครงการนี้ อยากจะสอบเข้าสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์๑๔ วันที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ มีเทคนิคในการสอบที่สามารถนำไปใช้ได้กังวลวิชาคณิตศาสตร์ แต่เมื่อทราบเทคนิคที่รุ่นพี่สอน ลดความกัลวลไปได้เยอะ ขอบคุณสำหรับโครงการดีๆ ที่สืบทอดกันมา ให้โอกาสนักเรียนได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยฯ

“น้ำฝน” นางสาวธาราภา นาควิบูลย์ นักเรียนชั้น ปวช.๓โรงเรียนไทยบริหารธุรกิจเล่าว่า อยากสอบเข้าการจัดการที่ มทร. ธัญบุรีเพราะว่า มีญาติๆ แนะนำให้มาศึกษาต่อที่นี่ รู้สึกกังวลไม่ถนัดวิชาคณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย เนื่องจากเรียนทางสายอาชีพมา ตลอดโครงการได้เทคนิคการจำ เทคนิคการทำโจทย์ อ่านในหนังสือไม่เข้าใจ แต่เมื่อมาติวทำให้เข้าใจ รุ่นพี่ติวสนุกไม่เครียด เป็นกันเอง และมีเพื่อนต่างโรงเรียนมาติวด้วย ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน”มั่นใจมากขึ้นและไม่กังวลที่จะสอบ”

Road map to Young Executive โครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จเวลาของรุ่นพี่ที่เสียสละเวลา ๑๔ วัน จำนวน ๒๐ ชีวิต ซึ่งใช้เวลาหลังสอบเสร็จมาทำหน้าที่ติวเตอร์ และจัดกิจกรรมค่ายรวมทั้งมาถ่ายทอดความรู้ มาช่วยน้องๆ สร้างความมั่นใจให้กับน้องๆ ก่อนลงสนามสอบจริง อีกหนึ่งโครงการที่ดีๆ ที่ นศ.มทร.ธัญบุรีทำเพื่อสังคม More >

rmutt_news-42

หนุน ม.รับตรงนักศึกษาพร้อมกัน

จากกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ มีแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อปรับรูปแบบการรับนักศึกษาระบบรับตรง โดยเสนอแนะให้มีการจัดสอบพร้อมกันในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 นั้น รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะขณะนี้นักศึษาที่จะสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี มีความตั้งใจ และรู้ตนเองว่าต้องการศึกษาต่อด้านใน กลุ่มนี้มีประมาณ 25% 2.กลุ่มนักศึกษาที่ยังมีความลังเลว่าจะเรียนอะไร สาขาวิชาไหน ประมาณ 40% และ 3.กลุ่มนักศึกษาที่มีผลการเรียนลดลง มีประมาณ 35% ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้จะตัดใจเลือกเรียนในสายวิชาชีพ หรือสายสังคม ดังนั้นการสอบพร้อมกันจะช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเรียนสาขาไหนได้ทันที ช่วยให้ผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะนักศึกษาตัดสินใจครั้งเดียว และมหาวิทยาลัยเองก็ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการจัดการ อย่างไรก็ตามหากจะมีการจัดสอบตรงพร้อมกันจริงๆ ควรมีตัวเลือกควรมีตัวเลือกของสาขาวิชา และมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ 2 อันดับ ไม่เช่นนั้นนักศึกษาจะไปกระจุกตัวแต่เฉพาะสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยยอดฮิต. More >

rmutt_news-62

มากคุณค่ายิ่งกว่า “ความหอม” “น้ำอบ” ภูมิปัญญาไทยคลายร้อน

 

ทีมวาไรตี้

“น้ำอบไทย เป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ มีกลิ่นหอมสดชื่นรัญจวนใจ ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญาของคนไทยสมัยก่อนที่ช่างคิดค้นนำรากไม้และกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดรวมถึงเครื่องกำยาน ชะมดเช็ด พิมเสนมาผสมผสานกันจนกระทั่งมีกลิ่นหอมละมุนละไม”

สภาพอากาศร้อนอบอ้าวของฤดูกาล ภูมิปัญญาไทยโบราณที่นำมาใช้ดับคลายอุณหภูมิได้อย่างเหมาะสมเข้ากับวิถีชีวิตไทยมีด้วยกันหลายวิธีทั้งในด้านอาหารคาวหวานหลากหลายเมนู เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หรือแม้แต่เครื่องหอม อย่างเช่น “น้ำอบไทย”ที่นำมาใช้เพิ่มความเย็นสด ชื่นให้กับร่างกาย

ในช่วงสงกรานต์กลิ่นหอมละมุนชวนชื่นใจของน้ำอบไทยยิ่งมีความโดดเด่นโดยนำมาใช้สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุขอพรญาติผู้ใหญ่ที่เคารพระลึกถึง รวมถึงการเล่นน้ำมอบความชุ่มฉ่ำเย็นกันในเทศกาลผศ.ไศลเพชร ศรีสุวรรณ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหา วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความรู้เรื่องเครื่องหอมไทยว่า เครื่องหอมของไทยมีด้วยกันอยู่หลายชนิดซึ่งการใช้ดอกไม้หอม ใบไม้ กิ่งไม้หรือเครื่องเทศนำมาใช้ทำเป็นเครื่องหอมทำได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น น้ำอบไทย น้ำปรุง กระแจะจันทน์ แป้งร่ำ แป้งพวง ฯลฯ แต่ที่เป็นจุดเริ่มของเครื่องหอมไทยคือ น้ำอบไทย ซึ่งมีประวัติมานับแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา

น้ำอบไทย เป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ มีกลิ่นหอมสดชื่นรัญจวนใจ ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญาของคนไทยสมัยก่อนที่ช่างคิดค้นนำรากไม้และกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดรวมถึงเครื่องกำยาน ชะมดเช็ด พิมเสน มาผสมผสานกันจนกระทั่งมีกลิ่นหอมละมุนละไม แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า น้ำอบไทยเกิดขึ้นในสมัยใดแต่จากวรรณคดีขุนช้างขุนแผนกล่าวถึงขุนช้างได้นำน้ำอบประพรมซึ่งก็แสดงให้เห็นได้ว่าคนไทยใช้น้ำอบมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา

นอกจากนี้ในวังหลวงจะมีพนักงานฝ่าย ในดูแลเรื่องเครื่องหอมต่าง ๆ ซึ่งก็อาจสันนิษฐานว่าน้ำอบเริ่มกำเนิดจากวังหลวงก่อนโดยในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ละพระตำหนักจะมีการปรุงเครื่องหอมน้ำอบใช้เองซึ่งกลิ่นหอมของแต่ละตำหนักจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสูตรของใครจะชอบหรือเน้นกลิ่นใดเป็นพิเศษแต่อย่างไรก็ตามวิธีการจะเหมือนกัน ในการทำน้ำอบจึงถือได้ว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องใช้ความชำนาญ ละเอียดอ่อนและความอดทนอย่างมาก

‘น้ำอบของไทยสามารถนำมาใช้ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานมงคล รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ช่วงวันสงกรานต์ สรงน้ำพระ งานมงคลสมรส กระทั่งถึงงานอวมงคลในงานศพซึ่งจะรดน้ำศพด้วยน้ำอบไทย การใช้น้ำอบไทยนับแต่วันวานถึงปัจจุบันยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันรูปแบบการใช้จะเห็นชัดเจนในงานประเพณี ไม่ได้นำมาใช้กับร่างกายเหมือนในวันวานซึ่งนิยมใช้น้ำอบประพรมตามร่างกายเพื่อเพิ่มความสดชื่นดับคลายร้อน

ด้วยความที่น้ำอบไทยเป็นสูตรน้ำ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทำจากธรรมชาติทั้งหมดก็จะไม่สร้างความระคายเคืองให้กับผิว นอกจากนี้ในงานวิจัยที่ศึกษายังพบว่า น้ำอบไทยซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรยังช่วยดับพิษร้อน บรรเทาอาการแสบคันตามร่างกายหรือผดผื่นคันในช่วงฤดูร้อน โดยน้ำอบไทยสามารถนำมาใช้ได้ทุกวัน”

น้ำอบไทยโบราณในกรรมวิธีเดิมจะมีสีขาวนวลทำจากการสกัดใบเตยและสมุนไพรเครื่องหอมไทย ในน้ำอบจะประกอบด้วย ชะลูดหอม ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรเครื่องหอมที่มีความเก่าแก่ พืชชนิดนี้เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดเล็ก เปลือกชั้นในมีกลิ่นหอมซึ่งการนำมาใช้นำเปลือกไปตากแห้งแล้วสไลด์เป็น ชิ้น ๆ เป็นตัวหลักที่ทำให้น้ำอบไทยมีความหอม จันทน์เทศ เป็นตัวยืนอีกอย่างหนึ่งในน้ำอบไทย นอกจากนี้ยังมี แป้งร่ำ ซึ่งทำจากแป้งหินไม่ใช่ดินสอพอง แป้งร่ำจะเป็นสีขาวสะอาดสามารถนำมาใช้ผัดหน้า ผัดตัวได้ซึ่งก็จะนำมาร่ำให้หอม ในการร่ำก็จะร่ำด้วยเทียนอบหอมจะอบอยู่นานจนกว่าจะหอมเมื่อนำมาใช้แล้วจะส่งกลิ่นหอมละมุน หอมอ่อน ๆ ไม่ฉุน นอกจากนี้ยังมี ใบเตย โดยจะนำทั้งหมดมาสกัดร้อนด้วยการต้มและอาจมีการเติมสมุนไพรต่าง ๆ ลงไป

น้ำอบไทย จากที่มีมาแต่ครั้งสมัยอยุธยาจวบถึงรัตนโกสินทร์ก็ยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้ การสืบทอดนับแต่วันวานมีสูตรเดียวและด้วยความที่อาจารย์สอนวิชาเครื่องหอมในภาควิชาเทคโนโลยีคณะคหกรรม ศาสตร์ ที่ผ่านมาได้นำมาพัฒนาซึ่งจากงานวิจัยเรื่องการพัฒนาน้ำอบไทยสามฤดู งานวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาช่วยพัฒนาและสร้างผลิตภัณฑ์ไทยที่เป็นภูมิปัญญาไทยที่มีมาแต่โบราณ สร้างงานและมูลค่าเพิ่มซึ่งนำไม้หอมไทยที่มีในท้องถิ่นสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่หลากหลายขึ้น

“น้ำอบไทยสามฤดูได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝนและฤดูหนาว จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน อย่าง ฤดูร้อน สภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้มีเหงื่อไคลมากและมักมีอาการคัน ผิวหนังอักเสบได้จึงพัฒนาเป็น สูตรที่ผสมสมุนไพรดับคลายร้อน อย่างเช่น ขมิ้นลงไปซึ่งนอกจากให้สีเหลืองสวยงามแล้วยังมีสรรพคุณระงับอาการอักเสบของผิวหนัง อาการคัน ฯลฯ อีกทั้งปรับกลิ่นใส่กลิ่นหอมของมะลิ

ฤดูฝนอากาศชื้นมักเกิดเชื้อราในงานวิจัยจึงคิดค้นสูตรการระงับการเจริญเติบโตของเชื้อราผสมสมุนไพรที่มีสรรพคุณ อีกทั้งใส่กลิ่นจันทน์กะพ้อ ส่วนฤดูหนาว ทำเป็นสูตรดอก บัวซึ่งก็มีหลากหลายพันธุ์ กลิ่นจะเน้นแบบดั้งเดิมคือหอมชื่นใจไม่ฉูดฉาด เป็นต้น โดยงานวิจัยดังกล่าวได้รับรางวัลงานวิจัยดีเด่นและรางวัลนวัต กรรมสร้างสรรค์หลายรางวัล”

น้ำอบไทย ถือได้ว่าเป็นน้ำหอมของไทยดั้งเดิมที่มีคุณค่าอย่างมาก นอก จากจะไม่มีสารเคมีใด ๆ แล้วยังผลิตจากพืชสมุน ไพรไทยถ่ายทอดถึงภูมิ ปัญญาไทยจึงไม่ควรให้สูญหายไป และนอกจากน้ำอบมักจะได้ยินชื่อของ น้ำปรุง คู่กันมาซึ่งน้ำปรุงเป็นเครื่องหอมที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

น้ำปรุงจะมีส่วนผสมของแอลกอ ฮอล์เป็นส่วนประกอบ โดยขณะนั้นเริ่มมีแอลกอ ฮอล์เข้ามาใช้จึงมีความคล้ายกับน้ำหอมฝรั่ง แต่ยังคงมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และมีสมุน ไพรไทยอยู่ในน้ำปรุง และเนื่องจากแต่เดิมน้ำปรุงมีกลิ่นเดียว ที่ผ่านมาอาจารย์ก็ได้ศึกษาวิจัยพัฒนาขึ้นอีกหลายกลิ่นโดยนำพืชที่เป็นดอกไม้หอมของไทยมาปรุง อาทิ กลิ่นดอกบัว ชำมะนาด กุหลาบ จำปี เตยหอม ดอกปีบ ดอกโมกข์ ฯลฯ แต่อย่างไรแล้วสามารถที่จะทำได้มากกว่านี้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบซึ่งในปัจจุบันหายากมากขึ้น น้ำอบและน้ำปรุงมักมาคู่กันแต่การใช้น้ำอบจะมากกว่าโดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ซึ่งความโดดเด่นอีกด้านของน้ำอบคือราคาไม่สูง

น้ำอบไทย ยังสามารถทำใช้กันเองในครอบครัวได้ซึ่งส่วนผสมหลักได้แก่ ใบเตย ชะลูด แป้งร่ำ จันทน์เทศ วิธีการทำอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะการอบร่ำเพื่อให้น้ำอบมีความหอม การทำน้ำอบจะนำสมุนไพรที่กล่าวมาต้มรวมกัน จากนั้นกรองแต่น้ำนำมาใช้ผสมกับส่วนผสมที่เหลือ ขั้นตอนต่อมาก็นำไปอบร่ำซึ่งต้องใช้เวลาเพื่อให้มีความหอม โดยคำว่าอบร่ำหมายถึงอบซ้ำหลายครั้งกระทั่งหอมลงไปในเนื้อ ในน้ำซึ่งเมื่อทำเสร็จสมบูรณ์ก็จะสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน อีกทั้งยังมีความเหมาะที่จะนำมาใช้ในช่วงเวลานี้ที่อากาศร้อนอบอ้าว

เครื่องหอมไทยแต่ละชนิดมีเอก ลักษณ์โดดเด่น เช่นเดียวกับ น้ำอบไทยที่อยู่เคียงคู่กับสังคมไทยและเทศกาลสงกรานต์ไทยมาเนิ่นนาน การนำกลับมาใช้นอกจากเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาไทยแล้วยังเป็นการสานต่อองค์ความรู้หลากหลายด้านที่รวมอยู่ในน้ำอบไทยอีกด้วย.

หลากรูปแบบเครื่องหอมไทย

เครื่องหอมไทยจากที่กล่าวมายังมีหลายชนิด ผศ.ไศลเพชร อธิบายเพิ่มอีกว่า แป้งร่ำ ปรุงจากแป้งหินผสมน้ำอบหรือน้ำปรุงแล้วบีบลงผ้าขาวเป็นกรวยแหลม ซึ่งเมื่อแห้งนำมาอบร่ำสามารถนำมาผัดหน้าทาตัวได้ ขณะที่ กระแจะจันทน์ นำมาทาตัว ทาหน้าใช้เจิมในงานมงคล ฯลฯ

แป้งพวง ลักษณะคล้ายกับแป้งร่ำแต่จะนำมาบีบหยดเป็นเม็ดเล็ก ๆ ลงบนเส้นด้ายเพื่อให้เป็นสายยาวทำเป็นพวง นำมาปักบนมวยผมให้กลิ่นหอม ฯลฯ เครื่องหอมของไทยยังมีอีกหลายชนิด อย่าง เทียนอบ ธูปหอม จัดเป็นเครื่องหอมเช่นเดียวกัน ส่วน การใช้เครื่องหอมของไทยเชื่อว่าเริ่มมาแต่ครั้งสมัยอยุธยาเริ่มใช้ในราชสำนักโดยเครื่องหอมของไทยได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดียและแพร่หลายสู่ชนชั้นกลางในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

 

More >