นศ.บริหาร ลงพื้นที่ชุมชนบ้านละคร

ฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ สโมสรนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นำทีมอาสานักศึกษาทุกชั้นปี ลงพื้นที่ ชุมชนบ้านละคร หมู่ 1 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ช่วยเหลือสังคม สร้างจิตสำนึกและความ รับผิดชอบต่อสังคม More >

C-140723018109_Page_1

มทร.ธัญบุรี อบรมรุ่นพี่ แนะแนวตามโรงเรียน

“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี รุกจัดโครงการอบรมผู้นำ นักศึกษาจิตอาสาแนะแนวการศึกษา พี่แนะแนวน้อง รับสมัครนักศึกษาจิตอาสาทุกชั้นปีเข้าร่วมโครงการ โดยภายในโครงการมีกิจกรรมมากมาย เพื่อเป็นการฝึกทักษะในการพูดและกล้านำเสนอความรู้ มทร.ธัญบุรีที่ได้รับ ไปสื่อสารให้รุ่นน้องเพื่อประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยฯ ในภาพลักษณ์ที่ดี ให้ทุกคนได้รู้จักมหาวิทยาลัยฯ” โดยในโครงการนี้มีจิตอาสาแนะแนวเข้าร่วมกว่า 100 ชีวิต” More >

มทร.ธัญบุรี อบรมรุ่นพี่ ออกแนะแนวตามโรงเรียน

“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี รุกจัดโครงการอบรมผู้นำนักศึกษาจิตอาสาแนะแนวการศึกษา พี่แนะแนวน้อง รับสมัครนักศึกษาจิตอาสาทุกชั้นปี เข้าร่วมโครงการ โดยภายในโครงการมีกิจกรรมมากมาย เพื่อเป็นการฝึกทักษะในการพูดและกล้านำเสนอความรู้ มทร.ธัญบุรีที่ได้รับ ไปสื่อสารให้รุ่นน้อง เพื่อประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยฯ ในภาพลักษณ์ที่ดี ให้ทุกคนได้รู้จักมหาวิทยาลัยฯ” โดยในโครงการนี้มีจิตอาสาแนะแนว เข้าร่วมกว่า 100 ชีวิต” More >

Binder1_Page_06

ภาพข่าว: จิตอาสาพัฒนาชุมชน

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับครอบครัวข่าว 3 เดินหน้าโครงการพช.สัมพันธ์สัญจรรูปแบบ CSR สร้างพลังจิตอาสาพัฒนาชุมชนสู่สังคมท้องถิ่น ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน โดยมีนักศักษา ดารานักแสดงช่อง 3 ร่วมทำกิจกรรมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานฝีมือด้วยผ้า กล่องกระดาษทิดชู เอี้ยมผ้าขาวม้า ตุ๊กตาหุ่นมือ และปลูกผักรั้วกินได้ เพื่อโครงการอาหารกลางวันแด่น้องๆ โรงเรียนหัวเขาแก้วจ.นครนายก และนักศึกษาเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออกวิทยาเขตจักรพงษ์ภูวนาถ ร่วมทำกิจกรรมสันทนาการให้น้องๆ ได้สนุกสนานและเกิดภาพแห่งความประทับใจ More >

rmutt-news-16

คอลัมน์ Scoop: ‘ไก่’ทำอะไรก็อร่อย ปลุกกระแส ‘ไก่พื้นเมืองไทย’

พริบพันดาว

การใช้เวลาถึง 12 ปี และงบประมาณเกือบ 100 ล้านบาทในการสนับสนุนงานวิจัยการพัฒนาไก่พื้นเมืองมาตั้งแต่ปี2545 จนถึงวันนี้ความพยายามเหล่านั้นเริ่มออกดอกงอกผลมาอย่างน่าชื่นใจโดยเฉพาะการพัฒนาสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองไทย ทั้งพันธุ์ดั้งเดิม 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ไก่ประดู่หางดำ ไก่เหลืองหางขาวไก่ชี และไก่แดง รวมทั้งไก่สายพันธุ์สังเคราะห์ที่ต่อยอดพัฒนาขึ้นใหม่เพิ่มมาอีก 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ไข่มุกอีสาน แก่นทอง สร้อยเพชร และสร้อยนิล

“ไก่บ้าน” เป็นชื่อที่เรียกติดปากของบรรดานักชิมในยุคปัจจุบัน การันตีถึงความอร่อยของเนื้อไก่ที่เด้งนุ่มเหนียวเคี้ยวอร่อย รสชาติดีมีความหวานของเนื้อ ทำเมนูไหนก็อร่อย ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่าง ไก่ทอด ไก่ห่อใบเตย ไก่ตุ๋น ไก่อบ ไก่ทอดเกลือ ไก่อบฟาง มัสมั่นไก่ ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไก่กะเพรา ไก่กระเทียมพริกไทย ไก่ผัดขิง แกงกะหรี่ไก่ ซุปไก่ ต้มข่าไก่ แกงเผ็ดไก่ แกงเขียวหวานไก่ ไก่ต้มข่า ไก่ต้มขมิ้น ฯลฯ แต่ปัจจุบันหากินยาก ไม่มีขายอย่างแพร่หลาย และบางทีถูกสมอ้างว่าเป็นไก่บ้าน More >

rmutt-news-15

คอลัมน์ บอกเล่าชาวมอ: ปันความรู้สู่น้อง

ราเชน นามาบ : เขียนมณีรัตน์ ศิริปัญจนะ : เรียบเรียง dailynewscampus@gmail.com

ระยะเวลาการปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาปีนี้ เป็นช่วงที่ยาวนานกว่าทุกปี เพราะเป็นปีแรกที่มหาวิทยาลัยเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 เป็นราวกลางเดือนสิงหาคมนี้ ทำให้นักศึกษาหลายคนมีเวลามากพอที่จะทำกิจกรรม ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นได้ ซึ่งผม “นายราเชน นามาบ”นักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปี 2 สาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมนำความรู้ด้านงานประดิษฐ์ที่ได้ร่ำเรียนมาถ่ายทอดให้แก่น้อง ๆ More >

rmutt-news-11

‘ส้มตำ’สะท้อนวิถีการกินของพื้นถิ่นก่อนขึ้นห้างเพิ่มมูลค่า

ทีมวาไรตี้

ถ้าหมุนเวลากลับไป 10 ปีก่อน ตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารใหญ่ ๆ เมนู”ส้มตำ” ถูกเบียดแย่งพื้นที่จากอาหารฟาสต์ฟู้ด แต่ถ้าลองกลับมาตั้งสติแล้วมองดูตอนนี้ ส้มตำกลายเป็นอีกเมนูที่ได้รับความนิยม บางร้านมีคนต่อคิวยาวไม่แพ้ร้านบุฟเฟ่ต์ ซึ่งเสน่ห์นอกจากรสชาติที่ถูกใจแล้ว อารมณ์การล้อมวงกินส้มตำเป็นอีกสิ่งที่ไม่มีวันจางหายไปจากคนไทย

ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนามอาจารย์สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เล่าว่า ส้มตำเป็นอาหารประจำภาคอีสาน ซึ่งบ่งบอกวัฒนธรรมการกิน โดยในภาคอีสานคำว่า “ส้ม” มาจากความหมายคือ “เปรี้ยว” ส่วน “ตำ” เป็นการคลุกเคล้าโดยใช้ครกไม้ ความจริงแล้วส้มตำในปัจจุบันได้รับการถ่ายทอดมาในช่วงสงครามเวียดนาม แล้วถ่ายทอดมายังประเทศลาว ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของ สปป.ลาว ที่เรียกกันว่า “ตำบักหุ่ง” ซึ่งบักหุ่งก็มีความหมายว่า มะละกอ ไทยกับลาวเป็นพี่น้องกัน จึงทำให้ได้รับอิทธิพลการกินถ่ายทอดต่อ ๆ กันมา More >

rmutt-news-06

เปิดโรดแมพ3ปี’มทร.ธัญบุรี’

การผลิตบัณฑิตให้ได้คุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของ ภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ กำลังเป็นโจทย์ที่ท้าทายของมหาวิทยาลัยในไทย สำหรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)แล้ว มองเป้าหมายที่ อันดับ 3 ของมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่เปิดสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“การขับเคลื่อนของมทร.ธัญบุรีต่อจากนี้คือการเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ขณะนี้ได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ 58 หลักสูตร มุ่งเน้นการเรียนการสอนที่เน้นสมรรถนะ ด้วยการจัดทดสอบก่อนจบเพื่อออกประกาศนียบัตรสมรรถนะให้ด้วย ซึ่งจะนำไปใช้ในการเรียนต่อและทำงาน” รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าว More >

rmutt-news-04

คอลัมน์ ช่องทางทำกิน: ‘สลัดเจลกระเจี๊ยบ’ เมนูแปลกชูสุขภาพเด่น!!

เชาวลี ชุมขำ : เรื่อง / ภานุพงศ์ พนาวัน : ภาพ

“สลัดน้ำใสเจลกระเจี๊ยบ” แค่ชื่อก็ทำให้นึกไปถึงไหนต่อไหน คนไทยส่วนใหญ่มักนำกระเจี๊ยบเขียว มาจิ้มน้ำพริกและทำอาหารอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแกง ยำ ผัด ทอด เป็นพืชผักสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ กับสลัดน้ำใสที่ทำจากเจลกระเจี๊ยบเขียวสด ๆ ให้ความรู้สึกชุ่มคอ ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว เมื่อรับประทานคู่กับผักสลัดจะกลมกล่อมเข้ากันดี เป็นเมนูสินค้าน่าแปลก น่าลอง และน่าทำขาย สำหรับคนรักสุขภาพต้องหันมามองที่ทานแล้วต้องลืมป่วย หายห่วงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บไปอีกนาน ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” จึงได้ข้อมูลเมนูนี้มาแนะนำเพื่อเป็นแนวทางต่อยอดให้กับผู้ที่สนใจนำไปประกอบอาชีพ

ผู้ค้นคิดเมนูแปลกเช่นนี้ เป็นสองนักศึกษาสาว จันจิรา นาคฉัตรีย์ และ จีระประไพ เจริญธรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะคหกรรมศาสตร์ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ โดยมี ดร.อรวัลถ์ อุปถัมภานนท์ เป็นอาจารย์ผู้ควบคุมกำกับดูแล สองนักศึกษาสาวเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า ไอเดียที่คิดเมนูนี้ขึ้นมา เพราะผู้คนในเมืองนิยมบริโภคอาหารที่เน้นไปทางมังสวิรัติ หรือ อาหารชีวจิตเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากห่วงใยสุขภาพ และจากการศึกษาทำให้รู้ว่าผลของกระเจี๊ยบเขียวมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงตับ กำจัดพยาธิ และช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวพรรณผ่องใสอีกด้วย More >

rmutt-news-02

เปิดตัว’ศูนย์นวัตกรรมพลังงานสะอาด’ต้นแบบโรงไฟฟ้าชุมชน

ปัจจุบัน “พลังงานสะอาด” หรือ “พลังงานทดแทน” เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และความร้อนใต้พิภพ หรือพลังงานขยะ ที่ถือเป็นพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะหรือผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้ถูกพัฒนาและยกระดับความสำคัญ เพื่อสร้างเป็นแหล่งพลังงานหลักทดแทนการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล

“พลังงานสะอาด” จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ซึ่งการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานธรรมชาติ เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ จึงจำเป็นต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับการผลิตพลังงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเต็มประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาความเหมาะสมทั้งทางด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง

โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ สนช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจนวัต- กรรมด้านพลังงานสะอาด” พร้อมเปิด ตัวโครงการนำร่อง “ศูนย์นวัตกรรมพลัง- งานสะอาด” แบบครบวงจรสำหรับผู้สนใจ ลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดระดับชุมชน โดยมุ่งหวังผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางต้นแบบธุรกิจพลังงานสะอาดในภูมิภาคอาเซียน More >

rmutt-news-01

ภาพข่าว: รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล กรรมการนวัตกรรมแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่แทนผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ”การพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด” ณ รร.เดอะสุโกศล. More >

rmutt-news-27

วิจัย ‘น้ำยางพารา’ เขียนลายผ้าบาติก สร้างเอกลักษณ์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ

ทีมวาไรตี้

นอกเหนือจาก น้ำยาง สีขาวขุ่นของต้นยางพาราจะสามารถนำไปผลิตแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางพาราใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบแล้ว ล่าสุดในการศึกษาวิจัยนำน้ำยางพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังได้มีการจัดทำทั้งแม่พิมพ์ สารเหลวเขียนลวดลายผ้าบาติกทดแทนการใช้เทียนและพาราฟิน เพื่อลดปริมาณการนำเข้า อีกทั้งผสานการย้อมสีธรรมชาติจากพืชให้สีในท้องถิ่น สร้างเอกลักษณ์บนผืนผ้า ยกระดับคุณภาพสู่อุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม!

สืบเนื่องจากโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องแต่งกายมุสลิมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาสและสตูล) สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สานต่อโครงการฯ โดยระยะที่สองในปีนี้พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมสิ่งทอ มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ทั้งในด้านการออกแบบพัฒนาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์รวมถึงบรรจุภัณฑ์ การขยายช่องทางโอกาสทางการตลาด

ด้วยแนวคิดนำสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นผสมผสานและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม วัสดุการเกษตรที่มีอยู่ สร้างอัตลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ซึ่งทั้งยางพาราและพืชให้สีที่มีอยู่มากในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ โครงการได้ศึกษาวิจัยสามารถนำน้ำ

ยางพาราใช้เขียนผ้าบาติกแทนการใช้เทียนได้ พร้อมทั้งนำน้ำยางพาราประยุกต์จัดทำแม่พิมพ์และใช้พืชที่ให้สีในท้องถิ่นร่วมสร้างลวดลาย เติมสีสันให้กับผืนผ้าบาติก More >

18-07-2014 09-07_05

ชูปฏิรูปหลักสูตรเปิดทาง นศ.ทำงานมาเรียนต่อ

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า วิกฤติบัณฑิตไทยขณะนี้คือทำอย่างไรให้บัณฑิตมีสมรรถนะที่ตรงความต้องการของสถานประกอบการทำงานได้มีวุฒิภาวะทางสังคม และรักองค์กร และที่วิกฤติไปกว่านั้นคือ การขาด Soft skill โดยต้องเร่งพัฒนาทั้งเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ สู้งาน ตรงต่อเวลา ทำงานร่วมกับคนที่หลากหลายต่างวัฒนธรรมได้ ทั้งนี้ อยากให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งมีแนวทางปฏิรูปหลักสูตร จัดหลักสูตรที่เอื้อต่อภาวะปัจจุบัน เนื่องจากมีนักศึกษาบางกลุ่มต้องออกไปทำงาน จึงควรขยายให้มีการเรียน 6-8 ปี หรือ 2 เท่าของหลักสูตร โดยสามารถเรียน 2 ปีได้ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง แล้วออกไปทำงาน และกลับเข้าเรียนต่อให้จบระดับปริญญาตรีได้

อธิการบดีมทร.ธัญบุรี กล่าวด้วยว่า มทร.ธัญบุรีร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดการประชุมวิชาการเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาเขตภาคกลาง เพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย ประจำปี 2557 หัวข้อ “วิกฤติบัณฑิตไทย…ความท้าทาย โอกาสและแนวทางการพัฒนา” ฉลองครบรอบ 40 ปี มทร.วันที่ 25 ก.ค.ที่ มทร.ธัญบุรี ในงานมีเสวนาเรื่อง ตรวจแถวการผลิตบัณฑิตไทย โดยรศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ การบรรยายพิเศษเรื่อง ติดตามการผลิตบัณฑิตไทย แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของการศึกษาไทย ในมุมมองผู้ใช้บัณฑิต More >

18-07-2014 09-07

คอลัมน์ เกาะกระแสแฟชั่น: ศิลปะประยุกต์ เป็น สตรีทแวร์

วงการแฟชั่นไทยมีโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่อยู่เรื่อยๆ ล่าสุดโครงการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกาย “สหกรุ๊ป แบงค็อก ยัง ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2014″ ภายใต้แนวคิด “สตรีท ออฟ อาร์ท” คลอดดีไซเนอร์รุ่นใหม่ไฟแรงออกมาอวดฝีมือ โดย 8 ทีมสุดท้ายจับผลงานศิลปะมาประยุกต์เป็นสตรีทแวร์ ทั้งเสื้อผ้าสำหรับเด็ก สุภาพสตรี-บุรุษ กว่า 70 ชุด ก่อนจะให้นายแบบนางแบบสวมใส่อวดแฟชั่นนิสต้าบนเวที ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็วๆ นี้ More >

18-07-2014 09-07_06

ตั้งเป้า3ปีธัญบุรีติดอันดับ3ม.วิทย์และเทคโน

ภายใน 3 ปี ราชมงคลธัญบุรีจะแทรกเข้าไปอยู่ในอันดับ 3 ของมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่เปิดสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เผยเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อเป็นแหล่งผลิตนักปฏิบัติทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องมีงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ลงสู่ชุมชนและภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น สิ่งที่ทำคือพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานสมรรถนะ

ตามมาตรฐานวิชาชีพ ตรงนี้ส่งผลให้บัณฑิตมีความรู้ความสามารถตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมและตลาดอาเซียน อีกทั้งยังเน้นฝึกปฏิบัติเพื่อให้นักศึกษาไปฝึกงานเกิดความเชี่ยวชาญในวิชาชีพนั้นๆ ได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม

ขณะนี้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ 58 หลักสูตร มุ่งเน้นการเรียนการสอนที่เน้นสมรรถนะ และมีการสอบสัมภาษณ์ก่อนจบเพื่อออกประกาศนียบัตรสมรรถนะให้ด้วย ซึ่ง จะเป็นใบเบิกทางในการศึกษาต่อและทำงานได้

“การเรียนการสอนไม่ใช่นั่งฟังครูสอนอย่างเดียว ต้องมีสื่อหรือเอกสาร เป็น Ebook หรือ E-Learning ให้เด็กได้เรียนรู้ นอกห้องเรียนมากขึ้น เด็กจะทำชิ้นงานมาส่งครูแต่ใช้เวลานอกห้องเรียน เด็กจะใช้เวลานอกห้องเรียนในการหาความรู้มากกว่าในห้องเรียน และครูจะใช้การสอนในห้องเรียนไม่มาก แต่จะให้เด็กไปเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้น จัดระบบสื่อออนไลน์ที่ทันสมัย จัดห้องสมุด จัดบรรยากาศที่น่านั่ง เพื่อให้นักศึกษามาใช้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง ซึ่งเปิดถึงเที่ยงคืน มี Wifi ฟรี โดยเฉพาะการเปิดห้องปฏิบัติการตลอดเวลาของทุกภาควิชา

นอกจากนี้ ยังปรับการเรียนการสอนให้มีเนื้อหาของการ “ปฏิบัติ” สายวิทยาศาสตร์เน้นเวลาเรียนปฏิบัติ 70% ทฤษฎี 30% ส่วนสายสังคมเน้นการเรียนปฏิบัติ 60% ทฤษฎี 40% สอนภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นเพื่อให้นักศึกษาสื่อสารได้ทั้งเขียนและพูด เราสร้างเครือข่ายกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ เพื่อทำโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บัณฑิตมีสมรรถนะตรงตามที่ตลาดต้องการมากที่สุด ด้วยการสร้าง “บัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ” ซึ่งมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่นำไปปฏิบัติได้จริง แต่มีอีกประการหนึ่งที่มีความจำเป็นสำหรับบัณฑิตนักปฏิบัติมากที่สุดคือ ทักษะทางสังคม (Soft Skill) ที่สามารถคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความรับผิดชอบ มีภาวะการเป็นผู้นำ มีจิตสาธารณะ ปรับตัวเข้ากับสังคมที่แตกต่างได้ง่าย ซึ่งทุกวันนี้ ตลาดแรงงานไม่ได้ต้องการแค่ “เด็กเก่ง” แต่ต้องการ “เด็กดี” ที่มีความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกที่ดีด้วย โดยมหาวิทยาลัยจัดทำสมุดบันทึกความดีที่บันทึกประมาณ 12 กิจกรรมที่เข้าร่วมจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา

ขณะเดียวกัน เราพัฒนาอาจารย์ผู้สอนทุกคนมีโอกาสก้าวหน้าในสายงาน โดยเน้นนโยบาย ให้อาจารย์ 1 คน ทำวิจัย 1 เรื่อง ใน 1 ปี ส่วนอาจารย์ใหม่เราให้ทำงานในสถานประกอบการเพื่อสร้างประสบการณ์หรือทักษะทางอุตสาหกรรมทุกคน

“การทำผลงานวิจัยจะทำให้อาจารย์มีความรู้ มาถ่ายทอดให้นักศึกษาเพราะการเรียนการสอนในปัจจุบันโดยเฉพาะสายวิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นักศึกษาต้องแสวงหาความรู้นอกห้องเรียนมากกว่าในห้องเรียนไม่ว่าจะจากการฝึกงาน หรือจากประสบการณ์ของอาจารย์ แนวคิดอาจารย์ 1 คน 1 ผลงานวิจัยจะทำให้ได้องค์ความรู้เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่าภายใน 3 ปีที่เหลือ จะทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นอันดับ 3 ของมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว

เมื่อปรับหลักสูตรเน้นปฏิบัติ อาจารย์ผู้สอนมีผลงานวิจัย องค์ความรู้ใหม่ๆ เชื่อว่าบัณฑิตที่จบออกไปจะมีทั้งสมรรถนะทางวิชาการ ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และทักษะทางสังคม (Soft Skill) คือ คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความรับผิดชอบ มีภาวะผู้นำ มีจิตสาธารณะ ปรับตัวเข้ากับสังคมที่แตกต่างได้ง่ายด้วย และ เป็นบัณฑิตนักปฏิบัติทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ตามความต้องการของตลาดแรงงานได้ในที่สุด More >

Binder1_Page_10

คอลัมน์ Green idea: ปูนซีเมนต์ธรรมชาติจากขยะเหลือบริโภคและวัสดุเหลือใช้

กระแสการนำวัสดุทดแทนจากขยะ มาแปรรูปผลิตโปรดักต์ชิ้นใหม่กำลังเป็นที่นิยม เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและลดปัญหาขยะล้นโลกได้ส่วนหนึ่ง วันนี้ ผศ.สรชา ไววรกิจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ทำงานวิจัยนำเปลือกหอยแครง มาผลิตเป็นปูนซีเมนต์ธรรมชาติ โดยผลงานวิจัยชิ้นนี้ ได้รับรางวัลเหรียญเงิน (KIWIE 2014 Silver Prize) จาก KIWIE 2014 ประเทศเกาหลีใต้

ผศ.สรชา เล่าว่า การวิจัยในครั้งนี้ ต้องการแปรรูปขยะจากเปลือกหอยแครง มาเป็นวัตถุดิบผสมหลัก ในการวิจัยและผลิตปูนซีเมนต์ธรรมชาติ วัตถุดิบจากขยะ ประกอบด้วย ผงเถ้าเปลือกหอย, ผงขุยมะพร้าว และผงดิน ซึ่งทั้งหมดเป็นวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการทำปูนซีเมนต์ธรรมชาติ ตามส่วนผสม วัตถุดิบหลัก ได้แก่ เปลือกหอยแครงเป็นขยะเหลือบริโภคที่เกิดจากการตายตามธรรมชาติ ส่วนวัสดุเหลือใช้ ได้แก่ ดิน วัตถุดิบสำคัญในการขึ้นก้อนวัตถุ เพราะดินมีแรงเชื่อมแน่นและมีขนาดอนุภาคเล็กกว่า 0.074 มิลลิเมตร จึงมีความสามารถในการรับกำลัง และขุยมะพร้าว เป็นขยะที่เหลือจากการใช้งานในรูปใยมะพร้าว ขุยมะพร้าวเป็นวัสดุทางธรรมชาติ การนำดินเหนียวรวมกับขุยมะพร้าว ทำให้สามารถขึ้นรูปได้ และสามารถรับค่ากำลังรับแรงอัด เนื่องจากเนื้อดินค่อนข้างละเอียด มีความพรุนน้อย และมีน้ำหนักมาก การผสมกับขุยมะพร้าวที่มีน้ำหนักเบา มีความพรุนสูง อุ้มน้ำได้ดี ทำให้เกิดการถ่ายเทน้ำและอากาศได้ดีส่งผลต่อความหนาแน่นรวมต่ำ จึงมีน้ำหนักมวลรวมเบา เมื่อแห้งสนิท

ผลการศึกษาอัตราส่วนของวัตถุดิบการทำปูนธรรมชาติมีวัตถุดิบคือ เถ้าเปลือกหอย ต่อผงดิน ต่อผงขุยมะพร้าว ต่อผงปูนเทา ใช้อัตราส่วนของวัตถุดิบผสม เถ้าเปลือกหอย 2 เท่าของอัตราส่วน เป็นสัดส่วนผลิตที่เหมาะสม และมีระยะเวลาการแข็งตัว, มวลเฉลี่ย, ค่าเฉลี่ยความต้านทานแรงอัด, ความทนทานตามกำหนด ใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์จากปูนซีเมนต์มาตรฐาน เมื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ฐานกับผลิตภัณฑ์จากปูนธรรมชาติ มีระยะเวลาการแข็งตัวที่ช้ากว่า 1/2 เท่าของระยะเวลาแข็งตัวที่เร็วที่สุด แต่มีค่ามวลเฉลี่ยน้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากปูนซีเมนต์มาตรฐานถึง 1 กิโลกรัม และมีค่าเฉลี่ยความต้านทานแรงอัดมากถึง 8,900 กิโลกรัมจากสัดส่วนผงปูนเทาเพียง 1 สัดส่วนเท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับสัดส่วนผงปูนเทา 2 สัดส่วน มีค่าต้านทานแรงอัด 9,500 กิโลกรัม ซึ่งมีค่าต้านทานแรงอัดต่างกัน 600 กิโลกรัมและใช้ผงปูนเทามากกว่า 1 เท่า

ส่วนเรื่องของต้นทุนการผลิต จากน้ำหนักปูนซีเมนต์ 50 กิโลกรัม ผลิตแผ่นขนาด 20 x 20 x 2.5 เซนติเมตรตามสัดส่วน เถ้าเปลือกหอย ต่อผงดิน ต่อผงขุยมะพร้าว ต่อผงปูนเทา ใช้อัตราส่วนของวัตถุดิบผสมเถ้าเปลือกหอย 2 ส่วน มีต้นทุนการผลิต 180 บาท พบว่า สามารถผลิตจากปูนธรรมชาติ มีจำนวนของผลิตภัณฑ์ เท่ากับ 16 แผ่น มากกว่าผลิตจากปูนซีเมนต์มาตรฐานถึง 9 แผ่น ภายใต้ต้นทุนคงที่ และคืนผลประโยชน์ที่ต่างกันถึง 1 เท่า รวมทั้งมีมวลรวมที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์จากปูนซีเมนต์มาตรฐาน จึงง่ายและสะดวกในการขนส่งจำหน่ายจำนวนมาก หรือใช้งานเองในครัวเรือน และมีความคงทนตามการใช้งานสนองตอบความต้องการ

งานวิจัยนี้ได้เผยแพร่ความรู้กระบวนการแปรรูปขยะภายในชุมชน จากสถานที่ทดลอง และเก็บข้อมูล คือ หมู่ 5 บ้านคลองช่อง และหมู่ 7 บ้านคลองช่องน้อย ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีปริมาณขยะเปลือกหอยรวมเฉลี่ย ทั้ง 2 หมู่บ้านในรอบการเก็บหอย 12 เดือนของพื้นที่ใน การเลี้ยงหอย ทั้งขนาดบ่อ, ฟาร์ม และวัง พบว่าจำนวนขยะเปลือกหอยเฉลี่ยประมาณ 300 ล้านตัว คิดน้ำหนักเฉลี่ยขยะสุทธิ เท่ากับ 10,000 ตัน ของทุกปี ผลงานการวิจัยนี้ สามารถลดปริมาณขยะโดยการแปรรูปเป็นวัตถุดิบผสมในการนำกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์และประหยัด ขยะเหลือบริโภคสามารถเป็นวัตถุดิบผสมสำหรับการรองรับการใช้งานได้ ชาวบ้านตำบลคลองโคนสามารถใช้กระบวนการความรู้การแปรรูปขยะภายในชุมชนได้ More >

Binder1_Page_07

25ก.ค.ถกอุดมศึกษาแก้วิกฤติบัณฑิตไทย

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะจัดการประชุมวิชาการเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา เขตภาคกลาง เพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย ประจำปี 2557 ในหัวข้อ “วิกฤติบัณฑิตไทย…ความท้าทาย โอกาสและแนวทางการพัฒนา” ฉลองครบรอบ 40 ปี มทร. โดยมีการเชิญตัวแทนมหาวิทยาลัยภาคกลาง 86 แห่ง ซึ่งจะมีอาจารย์ 300 คน และนักศึกษา 700 คน เข้าร่วมงาน ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 นี้ ณ หอประชุม มทร.ธัญบุรี

“ภายในงานมีการเสวนาเรื่อง ตรวจแถวการผลิตบัณฑิตไทย โดย รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ให้เกียรติเป็นวิทยากร การบรรยายพิเศษ เรื่อง ติดตามการผลิตบัณฑิตไทย แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของการศึกษาไทย ในมุมมองของผู้ใช้บัณฑิต ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะเป็นทำให้ทุกมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมงานได้รับข้อมูลจากหลายฝ่ายที่จะสะท้อนกลับมาที่มหาวิทยาลัยให้ปรับปรุงแก้ไขการผลิตบัณฑิตที่ตอบสนองสังคม สถานประกอบการและเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ รวมถึงมหาวิทยาลัยจะปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างไร เพื่อรองรับ เจน วาย และ เจน แซด ให้เป็นคนดีและคนเก่ง สนองตอบสังคมและภาคอุตสาหกรรม” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า วิกฤติบัณฑิตไทยขณะนี้คือ จะทำอย่างไรให้บัณฑิตมีสมรรถนะที่ตรงต่อความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งคาดหวังให้บัณฑิตทำงานได้ มีวุฒิภาวะทางสังคม และรักองค์กร และที่วิกฤติไปกว่านั้นก็คือ การขาดซอฟท์สกิลล์ โดยต้องเร่งพัฒนาทั้งเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ สู้งาน ตรงต่อเวลา ทำงานร่วมกับคนที่หลากหลายต่างวัฒนธรรมได้

“อยากให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งมีแนวทางปฏิรูปหลักสูตร ควรมีการจัดหลักสูตรที่เอื้อต่อภาวะปัจจุบันที่พบว่ามีนักศึกษาบางกลุ่มที่ต้องออกไปทำงาน มหาวิทยาลัยในกรอบของ สกอ.ควรมีการขยายให้มีการเรียน 6-8 ปี หรือ 2 เท่าของหลักสูตร ซึ่งหากขณะนี้นักศึกษาเรียน 2 ปี แต่ต้องออกไปทำงาน จะต้องร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ 2 ปีที่เรียนไม่สูญเปล่า มหาวิทยาลัยสามารถออกประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ให้แก่นักศึกษาได้ และให้สามารถกลับเข้าเรียนต่อได้ ไม่ให้ขาดไปจากระบบการศึกษา โดยอาจแบ่งเวลาเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ เก็บหน่วยกิตเป็นรายวิชา เพื่อให้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ซึ่งจุดนี้เป็นโจทย์ในการพัฒนาหลักสูตร” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวในที่สุด

More >

Binder1_Page_01

มทร.ธัญบุรีแก้วิกฤติบัณฑิตไทยถกปัญหาผลิตบัณฑิตรองรับสังคม

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยถึงวิกฤติบัณฑิตไทย…ความท้าทาย โอกาสและแนวทางการพัฒนา ที่ได้เชิญตัวแทนมหาวิทยาลัยภาคกลางจำนวน 86 แห่ง อาจารย์จำนวน 300 คน และนักศึกษา 700 คน เข้าร่วมงาน ในวันที่ 25 กรกฎาคม นี้ ณ หอประชุม มทร.ธัญบุรี ว่า ภายในงานจะมีการเสวนา เรื่อง ตรวจแถวการผลิตบัณฑิตไทย โดย รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ เป็นวิทยากร และการบรรยายพิเศษ เรื่อง ติดตามการผลิตบัณฑิตไทย แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของการศึกษาไทย ในมุมมองของผู้ใช้บัณฑิต ซึ่งการจัดงาน ในครั้งนี้ จะทำให้ทุกมหาวิทยาลัยที่เข้า ร่วมงานได้รับข้อมูลจากหลายฝ่ายที่จะสะท้อน กลับมาที่มหาวิทยาลัยให้ปรับปรุงแก้ไขการผลิตบัณฑิตที่ตอบสนองสังคม สถานประกอบการและเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ รวมถึงมหาวิทยาลัยจะปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างไร เพื่อรองรับ GEN Y และ GEN Z ให้เป็นคนดีและคนเก่ง สนองตอบสังคมและภาคอุตสาหกรรม

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า วิกฤติบัณฑิตไทยขณะนี้คือจะทำอย่างไรให้บัณฑิตมีสมรรถนะที่ตรงต่อความต้องการ ของสถานประกอบการ ซึ่งคาดหวังให้บัณฑิต ทำงานได้ มีวุฒิภาวะทางสังคม และรักองค์กร และที่วิกฤติไปกว่านั้นก็คือการขาด Soft skill โดยต้องเร่งพัฒนาทั้งเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ สู้งาน ตรงต่อเวลา ทำงานร่วมกับคนที่หลากหลายต่างวัฒนธรรมได้ ทั้งนี้อยากให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งมีแนวทางปฏิรูปหลักสูตร ควรมีการจัดหลักสูตรที่เอื้อ ต่อภาวะปัจจุบันที่พบว่ามีนักศึกษาบางกลุ่มที่ต้องออกไปทำงาน มหาวิทยาลัยในกรอบของ สกอ.ควรมีการขยายให้มีการเรียน 6-8 ปี หรือ 2 เท่าของหลักสูตร ซึ่งหากขณะนี้นักศึกษาเรียน 2 ปี แต่ต้องออกไปทำงาน จะต้องร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ 2 ปีที่เรียนไม่สูญเปล่า มหาวิทยาลัยสามารถออกประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ให้กับนักศึกษาได้ และให้สามารถกลับเข้าเรียนต่อได้ ไม่ให้ขาดไปจากระบบการศึกษา โดยอาจแบ่งเวลาเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ เก็บหน่วยกิตเป็นรายวิชา เพื่อให้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ซึ่งจุดนี้เป็นโจทย์ในการพัฒนาหลักสูตร More >

rmutt-05

มทร.แก้ปัญหาวิกฤตบัณฑิตไทยสนองตอบสังคมและภาคอุตสาหกรรม

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดการประชุมวิชาการเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา เขตภาคกลาง เพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย ประจำปี 2557 ในหัวข้อ”วิกฤตบัณฑิตไทย…ความท้าทาย โอกาสและแนวทางการพัฒนา”ฉลองครบรอบ 40 ปี มทร. โดยมีการเชิญตัวแทนมหาวิทยาลัยภาคกลางจำนวน 86 แห่ง ซึ่งจะมีอาจารย์จำนวน 300 คน และนักศึกษา 700 คนเข้าร่วมงาน ในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ ณ หอประชุม มทร.ธัญบุรี ทั้งนี้ ภายในงานมีการเสวนา เรื่อง ตรวจแถวการผลิตบัณฑิตไทย โดย รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ให้เกียรติเป็นวิทยากร การบรรยายพิเศษ เรื่อง ติดตามการผลิตบัณฑิตไทย แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของการศึกษาไทย ในมุมมองของผู้ใช้บัณฑิต ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ จะทำให้ทุกมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมงานได้รับข้อมูลจากหลายฝ่ายที่จะสะท้อนกลับมาที่มหาวิทยาลัยให้ปรับปรุงแก้ไขการผลิตบัณฑิตที่ตอบสนองสังคม สถานประกอบการและเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ รวมถึงมหาวิทยาลัยจะปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างไรเพื่อรองรับ GEN Y และ GEN Z ให้เป็นคนดีและคนเก่ง สนองตอบสังคมและภาคอุตสาหกรรม

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า วิกฤติบัณฑิตไทยขณะนี้คือจะทำอย่างไรให้บัณฑิตมีสมรรถนะที่ตรงต่อความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งคาดหวังให้บัณฑิตทำงานได้ มีวุฒิภาวะทางสังคม และรักองค์กร และที่วิกฤตไปกว่านั้นก็คือการขาด Soft skill โดยต้องเร่งพัฒนาทั้งเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ สู้งาน ตรงต่อเวลา ทำงานร่วมกับคนที่หลากหลายต่างวัฒนธรรมได้

“อยากให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งมีแนวทางปฏิรูปหลักสูตร ควรมีการจัดหลักสูตรที่เอื้อต่อภาวะปัจจุบันที่พบว่ามีนักศึกษาบางกลุ่มที่ต้องออกไปทำงาน มหาวิทยาลัยในกรอบของ สกอ.ควรมีการขยายให้มีการเรียน 6-8 ปี หรือ 2 เท่าของหลักสูตร ซึ่งหากขณะนี้นักศึกษาเรียน 2 ปี แต่ต้องออกไปทำงาน จะต้องร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ 2 ปีที่เรียนไม่สูญเปล่า มหาวิทยาลัยสามารถออกประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ให้กับนักศึกษาได้ และให้สามารถกลับเข้าเรียนต่อได้ ไม่ให้ขาดไปจากระบบการศึกษา โดยอาจแบ่งเวลาเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ เก็บหน่วยกิตเป็นรายวิชา เพื่อให้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ซึ่งจุดนี้เป็นโจทย์ในการพัฒนาหลักสูตร” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว More >

rmutt-04

ยกเครื่องระบบผลิตบัณฑิต

รศ.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า วิกฤตบัณฑิตขณะนี้คือ ทำอย่างไรให้บัณฑิตมีสมรรถนะตรงต่อความต้องการของสถานประกอบการ มทร.ธัญบุรีจึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดการ ประชุมวิชาการ “วิกฤตบัณฑิตไทย…ความท้าทาย โอกาสและแนวทางการพัฒนา” ในวันที่ 25 ก.ค.นี้ ที่หอประชุม มทร.ธัญบุรี โดยมีเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา เขตภาคกลาง 86 แห่งเข้าร่วม เพื่อแสวงหาหนทางให้บัณฑิตทำงานได้ แก้ไขวิกฤตการขาด Soft skill ทั้งในด้านความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และทำงานร่วมกับคนต่างวัฒนธรรม ผ่านหัวข้อเสวนา อาทิ ตรวจแถวการผลิตบัณฑิตไทย และแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของการศึกษาไทยในมุมมองของผู้ใช้บัณฑิต เป็นต้น

“มหาวิทยาลัยทุกแห่งควรมีแนวทางปฏิรูปหลักสูตร ที่เอื้อต่อนักศึกษาที่ต้องออกไปทำงานก่อนศึกษาจบหลักสูตร โดยมหาวิทยาลัยของ สกอ.ควรขยายเวลาการเรียนออกไป 6-8 ปี และหากนักศึกษาเรียนอยู่ 2 ปี แต่ต้องออกไปทำงาน ควรหามาตรการให้เด็กที่เรียนมาไม่สูญเปล่า เช่น ออกประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ให้เด็กใช้เป็นวุฒิสมัครงาน หรือสามารถกลับเข้าเรียนต่อ โดยอาจแบ่งเวลาเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ เก็บหน่วยกิตเป็นรายวิชา เพื่อให้จบระดับ ป.ตรีได้ ซึ่งจุดนี้เป็นโจทย์ในการพัฒนาหลักสูตร” อธิการบดี มทร.ธัญบุรีกล่าว More >